ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋องบทที่ 237 เจ้ารู้แต่แรกว่าข้าต้องไป

Now you are reading ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง Chapter บทที่ 237 เจ้ารู้แต่แรกว่าข้าต้องไป at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ถึงค่ำ​วัน​ที่สาม​ก็​คือ​วันที่​เซียว​เยี่ยน​จะออกเดินทาง​ หลิน​ชิงเวย​กำชับ​ซิน​หรู​หลาย​เรื่อง​ ไม่รู้​ว่า​สุดท้าย​นาง​จะจด​จำได้​มาก​น้อย​แค่​ไหน​ แต่​ได้ยิน​เซียว​เยี่ยน​บอ​กว่า​ให้​เสี่ยว​ฉีรั้ง​อยู่​ที่นี่​ ต่อให้​ต่อไป​ตน​ไม่อยู่​ใน​วังหลวง​ระยะเวลา​หนึ่ง​ เสี่ยว​ฉีย่อม​ต้อง​ดูแล​ซิน​หรู​เป็น​อย่าง​ดี​

ก่อน​ฟ้าสางหลิน​ชิงเวย​ได้​เตรียมตัว​เป็น​อย่าง​ดีแล้ว​ คืน​นั้น​นาง​มุ่งหน้า​สู่ประตู​วังหลวง​ หลิน​ชิงเวย​ผ่าน​ด่าน​หลาย​ด่าน​อย่าง​ราบรื่น​ด้วย​นาง​มีหยก​ประจำตัว​ของ​เซียว​เยี่ยน​ติดตัว​มาด้วย​ ถือได้ว่า​ยาม​นี้​นำมา​ใช้ประโยชน์​ได้​

นาง​รู้​ว่า​ไม่สมควร​ทำ​เช่นนี้​ ยาม​นี้​นาง​ยัง​ได้​ชื่อว่า​เป็น​หลิน​เจาอี๋​ ไม่อาจ​ติดตาม​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ไป​ได้​ แต่​นี่​ไม่ใช่ความ​หุนหันพลันแล่น​ ระยะทาง​อัน​ยาว​ไกล​หาก​เซียว​เยี่ยนพบ​กับ​หญิง​เจ้าเล่ห์​เช่น​จู๋กุ้ย​เห​ริน​ย่อม​ต้อง​มีอันตราย​

นาง​ไม่อาจ​ปล่อย​ให้​เซียว​เยี่ยน​ตกอยู่ในอันตราย​ได้​

ไพร่​พลทหาร​นับ​หมื่น​สูญหาย​ไป​อย่างไร​้ร่องรอย​ที่​หนาน​เจียง​ หาก​หลิน​ชิงเวย​คาด​การ​ไม่ผิด​เรื่อง​นี้​ต้อง​เกี่ยวพัน​กับ​อวิ๋น​หนาน​เป็นแน่​ เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​นาง​จะวางใจ​ให้​เซียว​เยี่ยน​ไป​ที่นั่น​ได้​อย่างไร​?

หลิน​ชิงเวย​เตรียม​ม้าไว้ตัว​หนึ่ง​แต่แรก​แล้ว​ ขี่ม้า​ออกจาก​วัง​ย่อม​มีฐานะ​ไม่สามัญ แต่​นาง​ไม่อาจ​คำนึงถึง​เรื่องราว​มากมาย​นัก​ และ​ไม่อาจ​คำนึงถึง​ว่า​ตน​ต้อง​ออก​ไป​อย่าง​สงบเสงี่ยม​ นาง​รู้​เพียง​ว่า​เมื่อ​ออกจาก​วัง​แล้ว​จะต้อง​มีม้าเร็ว​ตัว​หนึ่ง​จึงจะไล่ตาม​เซียว​เยี่ยน​ได้​ทัน​ ยาม​นี้​ท้องฟ้า​มืด​แล้ว​ หาก​ตนเอง​ไม่มีม้า หลังจาก​ออกจาก​วัง​แล้ว​ย่อม​ยาก​ที่จะ​หา​ม้าสัก​ตัว​หนึ่ง​

ประตู​วัง​ด่าน​สุดท้าย​ปรากฏ​อยู่​เบื้องหน้า​ แสงสว่าง​เพียง​เล็กน้อย​เมื่อ​แรก​ค่อยๆ​ ขยาย​ใหญ่​ขึ้น​ใน​คลอง​จักษุ​ของ​หลิน​ชิงเวย​ สุดท้าย​ประตู​สูงใหญ่​ของ​วังหลวง​ตั้ง​ตระหง่าน​อยู่​ที่นั่น​ไม่เคลื่อนไหว​

นอก​ประตู​วัง​ล้วน​มีองครักษ์​เฝ้ายาม​อย่าง​แน่นหนา​ แสงจาก​คบไฟ​ส่องสว่าง​

ขอ​เพียง​ออก​ไป​จาก​ที่นั่น​ นาง​ก็​จะได้รับ​อิสระ​เป็นการชั่วคราว​

ยัง​ไม่รอ​ให้​หลิน​ชิงเวย​ขี่ม้า​เข้าไป​ใกล้​ พลัน​ปรากฏ​องครักษ์​จิ่นเวย​หลาย​กอง​ไม่รู้​มาจาก​ที่ใด​ แบ่ง​กำลัง​ล้อมรอบ​หลิน​ชิงเวย​เพื่อ​ขวางทาง​ไป​ของ​นาง​

คบไฟ​โดยรอบ​ส่องสว่าง​ต้นไม้​สอง​ข้างทาง​ หลิน​ชิงเวย​สูด​ลม​หายใจเข้า​ลึก​ ไม่อาจ​ไม่ดึง​รั้ง​สายบังเหียน​ นาง​ก้มหน้า​หลุบ​ตา​ลง​มอง​พวกเขา​

หัวหน้า​องครักษ์​ถวาย​คำนับ​และ​กล่าวว่า​ “เจาอี๋​เหนียง​เหนียง​ไม่อาจ​ออกจาก​วัง​ใน​ยาม​ค่ำมืด​ได้​ เชิญเหนียง​เหนียง​กลับ​ไป​เถิด​!”

หลิน​ชิงเวย​สวม​อาภรณ์​ของ​บุรุษ​ทั้ง​ชุด​ ต่อให้​องครักษ์​เหล่านี้​สามารถ​แยกแยะ​ได้​ว่า​นาง​เป็น​สตรี​ แต่​จะรู้​ได้​อย่างไร​ว่า​นาง​คือ​เจาอี๋​เหนียง​เหนียง​?

หลิน​ชิงเวย​พูด​เสียง​เย็น​ “ข้า​มีป้าย​คำสั่ง​ของ​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​อยู่​ใน​มือ​ พวก​เจ้ากล้า​ขัดขวาง​ข้า​?”

หัวหน้า​องครักษ์​เงียบขรึม​ “ฝ่าบาท​ทรง​มีพระ​บัญชา​ เชิญเหนียง​เหนียง​กลับ​วัง​พ่ะย่ะค่ะ​!”

ที่แท้​เป็น​เช่นนี้​เอง​ เซียว​จิ่น​รู้​แต่แรก​แล้ว​ว่า​นาง​จะออกจาก​วัง​กลางดึก​?

หลิน​ชิงเวย​ “หาก​เปิ่น​กง​ไม่กลับ​เล่า​?” พูด​แล้ว​นาง​รั้ง​สายบังเหียน​เพื่อ​บังคับ​ให้​ม้าพุ่ง​ทะยาน​ออก​ไป​อีกครั้ง​ องครักษ์​เหล่านี้​ไม่กล้า​ขวาง​นาง​เช่นกัน​ ใน​เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ พวกเขา​ไม่ได้​ดึง​ดาบ​ออกจาก​ฝัก​เพื่อ​ขัดขวาง​นาง​

ยาม​นี้​เอง​มีเสียง​ทอดถอนใจ​เบา​ๆ ดัง​ขึ้น​ หลิน​ชิงเวย​หันหน้า​ไป​มองเห็น​เพียง​ชาย​อาภรณ์​สีเหลือง​สว่าง​ท่ามกลาง​แสงไฟ รองเท้า​สีทอง​คู่​นั้น​และ​ลวดลาย​มังกร​ห้า​เล็บ​ประหนึ่ง​มีชีวิตชีวา​

หลิน​ชิงเวย​ค่อยๆ​ มอง​ขึ้นไป​ตาม​ชาย​อาภรณ์​เห็น​ใบหน้า​ของ​เซียว​จิ่น​ เขา​เดิน​เข้ามา​ช้าๆ ยืน​อยู่​ข้าง​ม้าของ​หลิน​ชิงเวย​ไพล่​มือ​ทั้งคู่​ไว้​ด้านหลัง​ เขา​ยืน​นิ่ง​อยู่​ที่นั่น​ ทว่า​กลับ​มีกลิ่นอาย​แฝงอำนาจ​บารมี​ของ​ฮ่องเต้​กำจาย​ออกมา​อย่าง​ไม่รู้ตัว​

สายตา​ที่​เขา​ทอด​มอง​หลิน​ชิงเวย​ยังคง​อบอุ่น​ดังเดิม​ ใน​แววตา​คู่​นั้น​ยัง​ปนเป​ไป​ด้วย​ความอ้างว้าง​และ​เจ็บปวด​ลึก​ๆ

เซียว​จิ่น​ “ชิงเวย​ กลับ​ไป​กับ​เจิ้น​เถิด​”

หลิน​ชิงเวย​รู้สึก​กดดัน​จน​มิอาจ​พูด​ออกมา​ได้​ นาง​ได้​แต่​จ้องมอง​เซียว​จิ่น​

เซียว​จิ่น​เดิน​มาถึงข้าง​กาย​นาง​แล้ว​ยก​มือขึ้น​ มือ​ขาว​ประดุจ​หยก​และ​เล็บ​ที่​ตัดแต่ง​อย่าง​ประณีต​สะอาดสะอ้าน​ใน​ชาย​แขน​เสื้อ​ เขา​ค่อยๆ​ กด​มือ​ลง​บน​มือ​ของ​หลิน​ชิงเวย​ที่​กุม​สายบังเหียน​

หลิน​ชิงเวย​ถามขึ้น​ “ฝ่าบาท​รู้​แต่แรก​แล้ว​ว่า​ข้า​ต้อง​ทำ​เช่นนี้​ ดังนั้น​จึงให้​คน​มาดักรอ​ที่นี่​?”

ปรากฏ​ว่า​เซียว​จิ่น​ออกแรง​ดึง​รั้ง​ข้อมือ​ของ​หลิน​ชิงเวย​มาทาง​ตนเอง​ หลิน​ชิงเวย​ไม่ทัน​ได้​ป้องกันตัว​ร่าง​จึงสูญเสีย​สมดุล​ล้ม​มาทาง​เซียว​จิ่น​

นาง​ไม่ทัน​ได้​เห็น​รอยยิ้ม​คล้าย​มีคล้าย​ไม่มีบน​ริมฝีปาก​ของ​เซียว​จิ่น​ เซียว​จิ่น​กางแขน​ออกรับ​ร่าง​ของ​นาง​จากนั้น​ค่อยๆ​ วาง​นาง​ลง​บน​พื้น​

ทั้งหมด​นี้​เกิดขึ้น​ราวกับ​เมฆาเคลื่อน​คล้อย​ ท่ามกลาง​สายตา​ของ​องครักษ์​เหล่านั้น​เห็น​เพียง​เซียว​จิ่น​จับมือ​หลิน​ชิงเวย​แล้ว​หลิน​ชิงเวย​กระโดด​ลง​จาก​หลัง​ม้ามาทาง​เซียว​จิ่น​พวกเขา​ไม่เห็น​ว่า​เซียว​จิ่น​ออกแรง​ดึง​รั้ง​หลิน​ชิงเวย​มาทาง​เขา​

เซียว​จิ่น​ “ชิงเวย​ ยิ่ง​เจ้าทำ​เช่นนี้​หาก​เสด็จ​อา​รู้​เข้า​เขา​จะไม่ยินดี​ เจิ้น​รู้​ว่า​เจ้าเป็นห่วง​เขา​ แต่​เจิ้น​เป็นห่วง​เจ้ามากกว่า​”

หลิน​ชิงเวย​ “แต่​เขา​อาจ​ตกอยู่ในอันตราย​” นาง​ช้อนตา​ขึ้น​มอง​เซียว​จิ่น​ตรงๆ​ “หรือ​ท่าน​ไม่รู้​เลย​?”

“เสด็จ​อา​มีวรยุทธ์​สูงส่ง ข้าง​กาย​ยังมี​องครักษ์​นับไม่ถ้วน​ จะมีอันต​รายได้​อย่างไร​?” สายตา​ของ​เซียว​จิ่น​เจิดจ้า​

คน​ทั้งสอง​ประสาน​สายตา​กัน​ชั่ว​อึดใจหนึ่ง​ สุดท้าย​ยังคง​เป็น​เซียว​จิ่น​ที่​ยอม​อ่อนข้อ​ให้​ เขา​ทอดถอนใจ​ดึง​หลิน​ชิงเวย​เข้ามา​ใกล้​อีก​เล็กน้อย​และ​พูด​เสียง​เบา​ว่า​ “ยาม​นี้​ต่อให้​เจ้าไล่ตาม​ไป​ก็ตาม​ไม่ทัน​แล้ว​ เขา​ออกเดินทาง​ตั้งแต่​สอง​วันก่อน​”

ม่านตา​ของ​หลิน​ชิงเวย​กะพริบ​ถี่ๆ

เซียว​เยี่ย​น.​..คนเลว​ผู้​นั้น​ถึงกับ​หลอกลวง​นาง​

“เมื่อ​เปรียบกับ​การ​ไล่ตาม​ไป​อย่าง​ไร้จุดหมาย​ ไม่สู้อยู่​ใน​วัง​ดี​ๆ รอ​ข่าวคราว​จาก​เสด็จ​อา​เถิด​” เซียว​จิ่น​ปลอบโยน​นาง​ “เชื่อ​ว่า​เขา​จะกลับมา​อย่าง​รวดเร็ว​”

เซียว​จิ่น​พูด​อย่าง​สบายใจ​เฉิบ​ หลิน​ชิงเวย​กล่าว​อย่าง​ไม่เกรงใจ​ “ฝ่าบาท​คง​เคยชิน​กับ​การ​ที่​เขา​ทำงาน​ถวาย​ชีวิต​แทน​ท่าน​มาแต่แรก​แล้ว​กระมัง​ ดังนั้น​จึงคิด​ว่า​เป็นเรื่อง​ธรรมดา​สามัญ”

ฝีเท้า​ของ​เซียว​จิ่น​หยุดชะงัก​ น้ำเสียง​นั้น​เย็นเยียบ​ “เจ้าคิด​ว่า​เจิ้น​ไม่เป็นห่วง​เสด็จ​อา​งั้น​หรือ​ ชิงเวย​ ใน​สายตา​ของ​เจ้า เจิ้น​เหมือน​คน​ไร้​หัวใจ​เช่นนั้น​หรือ​”

หลิน​ชิงเวย​ “หม่อมฉัน​ไม่ได้​หมายความ​เช่นนั้น​”

“เจิ้น​เป็นห่วง​แล้ว​อย่างไรเล่า​ เจิ้น​เป็นห่วง​เสด็จ​อา​แล้ว​เขา​จะกลับมา​ทันที​ได้​หรือไม่​ เจิ้น​เป็นห่วง​เสด็จ​อา​แล้ว​เขา​ก็​จะไม่ไป​ทำ​เรื่อง​เสี่ยงอันตราย​ได้​หรือไม่​ แต่​เมื่อ​มอง​ไป​ใน​ราชสำนัก​แล้ว​ คน​ที่​เจิ้น​ไว้เนื้อเชื่อใจ​ได้​มีเสด็จ​อา​เพียง​คนเดียว​ เจิ้น​รู้​เพียง​ว่า​หาก​เปรียบเทียบ​กับ​การ​เป็นห่วง​แล้ว​ไม่สู้ทำ​เรื่อง​ที่​เสด็จ​อา​ฝากฝัง​ไว้​ให้​ดี​ จึงจะไม่ทำให้เกิด​สถานการณ์​วุ่นวาย​ ไม่ทำให้​เขา​ผิดหวัง​ สิ่งที่​เจิ้น​ทำได้​เพียง​อย่าง​เดียว​คือ​พยายาม​และ​พากเพียร​ยิ่งขึ้น​”

หลิน​ชิงเวย​เดิน​มาหยุด​เบื้อง​หน้าเซียว​จิ่น​ นาง​กล่าว​เบา​ๆ ว่า​ “ขอโทษ​” แล้ว​ไม่หยุด​ฝีเท้า​ ทว่า​ตรง​เดิน​กลับ​เข้าไป​ข้างใน​

แววตา​ของ​เซียว​จิ่นทอ​ประกาย​วาววับ​ จ้องมอง​เงาร่าง​ด้านหลัง​ของ​นาง​หาย​ลับ​ไป​ใน​ความ​มืดมิด​

ขณะเดียวกัน​ทันทีที่​หลิน​ชิงเวย​กลับ​ไป​ถึงเรือน​ของ​ตน​ นาง​โยน​ห่อ​ผ้า​ใน​มือ​ทิ้ง​ไป​ แล้ว​สั่งการ​เสียง​เย็น​ “เซียว​ฉี เจ้าไสหัว​ออกมา​เดี๋ยวนี้​นะ​!”

ทันทีที่​สิ้น​เสียง​ เงาร่าง​สีดำ​สาย​หนึ่ง​ก็​ปรากฏ​ขึ้น​จาก​มุมมืด​มุมหนึ่ง​ เขา​คือ​เสี่ยว​ฉี

ซิน​หรู​ถามอย่าง​ประหม่า​ “พี่สาว​ ท่าน​ไม่ใช่…ไฉน​จึงกลับมา​อีก​เจ้าคะ​?”

หลิน​ชิงเวย​มอง​เสี่ยว​ฉี ทว่า​กลับ​พูด​กับ​ซิน​หรู​ “ที่นี่​ไม่มีเรื่อง​ของ​เจ้าแล้ว​ เจ้าเข้าไป​ข้างใน​”

“อ้อ​” น้อย​ครั้ง​นัก​ที่​นาง​จะเห็น​พี่สาว​โมโห​ ยาม​นี้​นาง​โมโห​โกรธา​เช่นนี้​ย่อม​มีสาเหตุ​แน่นอน​ ตนเอง​ไม่อยู่​ที่นี่​เพื่อ​เพิ่ม​ความยุ่งยาก​ให้​พี่สาว​ นาง​จึงเข้าไป​ใน​ห้อง​อย่าง​เชื่อฟัง​

เสี่ยว​ฉีพูด​เสียงแข็ง​ “เหนียง​เหนียง​มีเรื่อง​ใด​จะบัญชา​พ่ะย่ะค่ะ​”

“มีเรื่อง​ใด​จะบัญชา​?” หลิน​ชิงเวย​เดิน​เข้า​ไปหา​เขา​ทีละ​ก้าว​ๆ กลิ่นอาย​นั้น​กด​ข่ม​ผู้อื่น​อยู่​บ้าง​ ด้านหลัง​เสี่ยว​ฉีก็​คือ​กำแพง​เขา​ถอย​จน​ถอย​ไม่ได้​อีกแล้ว​ เพียง​ชั่ว​กะพริบตา​หลิน​ชิงเวย​เข้ามา​หิ้ว​ปก​คอเสื้อ​ของ​เขา​ ลาก​เขา​เข้ามา​ใกล้​ถามเสียง​เย็น​ว่า​ “เจ้ากล้า​ร่วมมือ​กับ​เจ้านาย​ของ​เจ้ามาหลอกลวง​ข้า​? เหตุใด​เจ้าจึงไม่พูด​สัก​คำ​ว่า​เขา​ออกเดินทาง​ตั้งแต่​สอง​วัน​ที่แล้ว​?!”

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด