ท้าทายลิขิตสวรรค์ 71 หนุ่มน้อย

Now you are reading ท้าทายลิขิตสวรรค์ Chapter 71 หนุ่มน้อย at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

นิยาย ท้าทายลิขิตสวรรค์

ตอนที่ 71 หนุ่มน้อย

หลังจากหยางซื่อเหมยกลับออกมาจากบ้านของเซี่ยวโม่ เธอก็เห็นเด็กผู้ชายหลายคนก่าลังเล่นบาสเกตบอลอยู่ในสนามบาสเกตบอลของละแวกนั้นโดยหนึ่งในนั้นสวมเสื้อแขนกุดสีขาว ทําให้เห็นรูปร่างที่สะดุดตาที่สุดและภายใต้แสงตะวันอันร้อนแรงมันทําให้เขายิ่งดูกระฉับกระเฉงและมีเสน่ห์มาก

นั่นคือมินกัง!

เป็นเรื่องแปลกใหม่มากสําหรับเธอ ที่ได้เห็นผู้ชายที่ตนเองหลงใหลในตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นและกําลังเล่นบาสเกตบอลอยู่

ภาพประทับใจในชาติที่แล้ว มินกุ้งมักจะอยู่ในชุดสูทกับรองเท้าหนัง ซึ่งเป็นชุดทํางานที่ดูเป็นผู้ใหญ่และภูมิฐาน และเมื่อเธอได้เห็นเขาบนถนนครั้งสุดท้ายเขาก็ดูสง่างามในเสื้อเชิ้ตสีขาวกับ กางเกงขายาวสีขาวที่ดูเท่ห์จนลืมไม่ลง

แต่ตอนนี้เขาเป็นเหมือนเด็กผู้ชายทั่ว ๆ ไป และมีเหงื่อไหลย้อยขณะที่กําลังเล่นบาสเกตบอลและเขาก็เล่นมันได้ดีเลยทีเดียวซึ่งสิ่งนี้ทําให้เธอรู้สึกสนใจมากขึ้นเป็นทวีคูณทําให้เธอลังเลใจที่จะเดินจากไป

ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจนั่งลงบนม้านั่งที่ขอบสนามบาสเก็ตบอลในขณะที่หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความตื่นเต้น แต่มุมริมฝีปากของเธอนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสโดยไม่รู้ตัว

หลังจากการส่งลูกบาสลงห่วงอย่างสวยงาม ทันใดนั้นมินกุ้งก็รู้สึกราวกับว่ากําลังมีใครบางคนจ้องมองตนเองอยู่จึงเงยหน้าขึ้นมอง ทําให้เห็นเด็กผู้หญิงในชุดสีขาวกําลังนั่งอยู่บนม้านั่งซึ่งทําให้คนอื่นเกิดความรู้สึกแปลกใจเช่นกัน

ในตอนนี้แม้ว่าเขาจะรู้สึกตื่นเต้นมากอย่างอธิบายไม่ถูก แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดร่างกายเขาจึงเคลื่อนไหวเร็วขึ้นและคล่องแคล่วมากขึ้นจนสามารถคว้าบอลและเลี้ยงบอลสองก้าวครี่งก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปซ์ตลูกบาส …
งานดีมาก!

และทุกครั้งเขาก็สามารถชัตได้อย่างแม่นยําและหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่หลังจากการชู้ตเม็ดเหงื่อบนเส้นผมของเขาก็ถูกสะบัดออกไปโดยไม่รู้ตัว

เมื่อมองไปยังผมที่เปียกเหงื่อของเขาก็ยิ่งทําให้ร่างของเด็กสาวสั่นเทาขณะที่หยางซื่อเหมยอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเสือชีตาห์ที่โผล่ออกมาจากทะเลทรายซาฮาราที่แสนจะแข็งแรงและว่องไว

แต่ในตอนที่เขาจะหันกลับไป..ด้วยเสียงดังปัง! บาสเกตบอลก็กลิ้งมาที่เท้าของเธอ!

ดังนั้นมินกังรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยร่างกายที่เปียกชุ่มเหงื่อและก้มตัวไปหยิบลูกบาสที่พื้นแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เธอ

“สวัสดีครับ!”

รอยยิ้มของเขาสวยงามด้วยฟันที่เรียงกันอย่างเรียบร้อยและมีลักยิ้ม อีกทั้งยังมีรอยยิ้มจางๆที่ริมฝีปากของเขา ขณะที่ดวงตาคู่นั้นโค้งเล็กน้อยเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวทําให้หัวใจของหยางซื่อเหมยเต้นรัวเหมือนกลอง

แม้ว่ามินทั้งที่เป็นผู้ใหญ่และภูมิฐานจะน่าหลงใหล แต่มินกังในวัยหนุ่มน้อยก็มีพลังและสดใสมาก

“สะ..สวัสดี..ค่ะ…”

ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทําให้ลิ้นของเธอพันกันอย่างกะทันหันซึ่งมันทําให้เธอดูเหมือนคนป่า ๆ เป๋อ ๆ

“คุณคือเพื่อนักเรียนหยางซื่อเหมยใช่มั้ย ผมชื่อมนกังนะ!”

มินกังถือลูกบาสไว้ในมือข้างหนึ่งและยื่นมืออีกข้างหนึ่งออกมาหาเธอทําให้พบว่ามือของเขาช่มเหงื่อและเปรอะเปื้อนเพราะการเล่นบาสเกตบอล

หยางซื่อเหมยคาดไม่ถึงว่าเขาจะจําตัวเองได้ หรือมันจะเป็นความประทับใจเมื่อตอนอายุห้าขวบใช่หรือเปล่า?

“มินนั่งมาที่นี่ก่อน อย่าเพิ่งสนใจสาว ๆ…”

สหายของเขาตะโกนอย่างไม่อดทน

ดังนั้นมินกังจึงส่งยิ้มให้เธออย่างเขินอาย และเมื่อเขาหันกลับไปหาเพื่อนๆเขาก็ไม่ลืมที่จะโบกมือให้ซื้อเหมย

โดยที่เธอไม่ทราบว่า มันเป็นผลกระทบจากแสงอาทิตย์หรือเปล่าที่ทําให้ท่าทางโบกมือของเขาทําให้เกิดภาพที่สวยงามในใจของหยางซื้อเหมย

อย่างไรก็ตามในชีวิตที่แล้วเธอทําได้เพียงเฝ้าดูเขาก้าวเดินผ่านไปพร้อมกับรองเท้าหนังที่สะอาดสะอ้าน โดยที่ไม่เคยเหลือบมองเธอแม้แต่หางตาราวกับว่าเธอและต้นไม้ที่อยู่รอบข้างเป็นเพียงภาพพื้นหลังที่ไร้ชีวิตและจิตใจ

แต่ตอนนี้เขายิ้มและโบกมือให้เธอ!

มันดีมาก!

จากนั้นเธอก็ยิ้มอย่างสุขใจและดูเขาเล่นบาสเกตบอลต่อไป จากนั้นเมื่อรู้ว่าเธอกําลังเฝ้าดูตนเอง ทุกครั้งที่สามารถทําคะแนนได้เขาก็โบกมือให้เด็กสาวด้วยความตื่นเต้นราวกับว่าชัยชนะใน ครั้งนี้ทําเพื่อเธอ

ขณะที่หยางซื่อเหมยก็มีความสุขมากเช่นกัน โดยอารมณ์ของเธอในตอนนี้เป็นเหมือนกับนกพิ ราบที่กําลังโบยบิน ขณะที่แก้มเนียนนุ่มสวยงามนั้นช่างน่าสัมผัสภายใต้แสงสะท้อนของพระอาทิ ตย์ที่กําลังจะตกดิน

แต่ในตอนนี้ได้ปรากฏร่างอันบอบบางขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ซึ่งนั่นก็คือดอกไม้ประจําโรงเรียนมู่หรงเหยียน นั่นเอง

เธอสวมชุดกีฬาสีขาวกับรองเท้าผ้าใบสีขาว ส่วนผมสีดํานั้นเธอมัดเป็นหางม้าสูงทําให้ใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเธอเต็มไปด้วยความเยาว์วัยและมีความมั่นใจในตัวเองของวัยสาว

จากนั้นเธอก็เดินตรงเข้าไปในสนามบาส ทําให้เด็กหนุ่มที่แข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายต้องหยุดชะงักในทันใดเพื่อจ้องมองไปยังเทพธิดามู่หรงเหยียนด้วยความชื่นชมอยู่ในใจ

มู่หรงเหยียนทักทายพวกเขาอย่างมีไมตรีจากนั้นก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า

“ไม่รู้ว่าฉันจะเข้าร่วมทีมของคุณได้หรือเปล่า?”

“ไม่มีปัญหา” เด็กผู้ชายคนหนึ่งตอบอย่างรวดเร็วว่า

“เราคงมีความสุขมากเลย”

มู่หรงเหยียนจ้องมองไปที่มินกุ้งเพราะต้องการคําตอบจากปากของเขาแต่กลับเห็นว่าสายตา ของมินกังสนใจแต่หยางซื่อเหมยที่กําลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินจากไป

มันจึงทําให้ความภาคภูมิใจของมู่หรงเหยียนลดระดับลงมาถึงจุดต่ำสุดขณะที่เธอกัดฟันกราม แน่นพร้อมกับจ้องมองไปยังร่างที่กําลังจะจากไปของหยางซื่อเหมยด้วยใบหน้าอันบอบบางแต่บิดเบี้ยวจนเห็นได้ชัด

และเมื่อเห็นว่าหยางซื้อเหมยกําลังจะจากไป ทันใดนั้นมินกุ้งก็รู้สึกเหมือนใจหายวูบทําให้เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นและรีบทิ้งลูกบาสเกตบอลไปให้กับคู่หูและกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า

“แกเล่นต่อเลย ฉันมีธุระสําคัญ”

หลังจากนั้นเขาก็วิ่งเหยาะ ๆ ไปหาหยางซื่อเหมย

“มู่หรงเหยียน! เรามาเล่นกันต่อเถอะ”

เด็กผู้ชายคนหนึ่งขว้างลูกบาสไปที่มู่หรงเหยียน แต่เด็กสาวกลับโยนลูกบาสทิ้งลงบนพื้นด้วยความรุนแรงและเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์เสียทําให้เด็กหนุ่มเหล่านั้นรู้สึกเสียใจ

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด