[นิยายแปล] ผ่าสวรรค์ราชันอมตะ 82 ผู้หญิงต่างก็รักสวยรักงาม

Now you are reading [นิยายแปล] ผ่าสวรรค์ราชันอมตะ Chapter 82 ผู้หญิงต่างก็รักสวยรักงาม at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

        เป็นเวลาหกโมงเช้า กัวไฮว่ออกมาจากห้องนอน ที่เมื่อคืนเขาวุ่นวายมาทั้งคืนก็ไม่ได้เสียเปล่า พลังเซียนในร่างกายของเขามีเต็มเปี่ยมและมีอารมณ์ดีแปลกๆ

        “ตาบ้า เมื่อวานวุ่นวายทั้งคืน ไม่รู้จักเงียบเสียงหน่อยเหรอ เจ้าไม่รู้หรือไงว่าในบ้านนี้มีเด็กอยู่ ตาม้าพ่อพันธุ์ ตาบ้า” กัวไฮว่เพิ่งจะเดินออกมาจากคฤหาสน์ก็เห็นอวี้เอ๋อร์เดินมุ่งหน้ามาทางตน ตอนแรกเขาคิดจะพูดหยอกอวี้เอ๋อร์เสียหน่อย แต่ดันถูกอวี้เอ๋อร์ด่ายกใหญ่ตั้งแต่เช้า

        “แค่กๆๆ เมื่อวานไม่ทันได้ระวัง ครั้งหน้าจะระวังนะ” กัวไฮว่พูดขึ้นด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ

        “ไม่คิดเลยว่าท่านเทพแห่งจิตจะหน้าแดงเป็นกับเขาด้วย เจ้าว่าถ้าเง็กเซียนรู้ว่าเจ้าอยู่ที่แดนมนุษย์แล้วโอบซ้ายคนกอดขวาคน จะมีท่าทางอย่างไร” อวี้เอ๋อร์มองกัวไฮว่แล้วพูดขึ้น

        “อวี้เอ๋อร์ เจ้ายกโทษให้ข้าเถอะ ตอนนี้เจ้าเรียกข้าว่าท่านเทพ ข้าถึงกับใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในเมื่อข้าลงมาแล้ว เช่นนั้นก็ใช้ชีวิตไปตามกฎเกณฑ์ของแดนมนุษย์เถอะ แม่น้ำเทียนเหอ[1] รั่วไหลไปแล้ว พวกเราจะไปทำอันใดได้เล่า” กัวไฮว่พูดขึ้น “เจ้า เจ้าหึงหรือ เรื่องนี้ต้องโทษข้าเอง รอให้ถึงฤกษ์งามยามดี แล้วเรามาจัดการเรื่องของเรากัน”

        “ไอ้ตาบ้า ไอ้ม้าพ่อพันธุ์” เมื่ออวี้เอ๋อร์ด่าเสร็จ ก็หมุนตัวเดินไปหาหนานกงหลิงโม่ที่กำลังฝึกยามเช้า

        “ยังจะบอกว่าไม่หึงอีก ข้าไม่ต้องใช้วิชาอ่านจิตก็รู้ว่าเจ้าหึง” กัวไฮว่มองแผ่นหลังของอวี้เอ๋อร์แล้วพูดยิ้มๆ

        “คุณย่า ทำไมตื่นเช้าขนาดนี้ล่ะครับ เมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืนเลยใช่ไหมล่ะ” ผ่านไปประมาณเจ็ดนาที กัวไฮว่ก็เห็นคุณย่าของตนเองแล้วพูดขึ้นยิ้มๆ

        “เด็กบ้า กลางค่ำกลางคืนยังจะทำแบบนั้นอีก” นายหญิงกัวพูดยิ้มๆ “แล้วเมื่อไหร่ย่าจะได้อุ้มเหลนล่ะ”

        “แค่กๆๆ ย่าครับ ดึกดื่นขนาดนั้นย่ายังไม่นอน ดูอะไรอยู่เหรอครับ” เมื่อวานกัวไฮว่รู้สึกเหมือนมีคนมองตนเองอยู่ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็นย่าของตนเอง จึงพูดขึ้นอย่างเหลืออด

        “เด็กบ้า ไปเรียกสาวๆ มากินข้าวเช้าด้วยกันสิ กินข้าวเสร็จแล้วพวกเธออยากทำอะไรก็ไปทำ ย่าว่าแกอยู่ที่บ้านไปก็อยู่ได้ไม่นานหรอก” นายหญิงกัวพูดยิ้มๆ

        “พี่ไฮว่ พี่หลิงหลิงล่ะ ยังไม่ตื่นอีกเหรอ เดี๋ยวฉันไปตามเธอ” ถังซีเห็นว่าหลิงหลิงยังไม่ได้ตื่นเลยพูดขึ้นยิ้มๆ

        “ไม่ต้องหรอก เมื่อวานหลิงหลิงบอกว่าเธอไม่สบายน่ะ น่าจะต้องนอนต่ออีกหน่อย” กัวไฮว่พูดยิ้มๆ

        “งั้นพวกเราก็ยิ่งต้องไปดูเธอหน่อยละ” ครั้งนี้คนที่พูดคืออวี้เอ๋อร์ เธอลากถังซีกับซูเยี่ยวิ่งไปยังห้องของซุนหลิงหลิงโดยไม่ทันรอให้กัวไฮว่มีปฏิกิริยาตอบกลับ

        “อวี้เอ๋อร์ตัวดี ดูทรงแล้วถ้าอยากให้วังหลังสงบสุขก็คงต้องจัดการยายเด็กนี่ก่อนเป็นอันดับแรก” กัวไฮว่มองสาวๆ ที่วิ่งไปยังห้องของหลิงหลิงพลางส่ายศีรษะเบาๆ

        “พี่หลิงหลิง พี่ไฮว่บอกว่าพี่ป่วย ไม่มีอะไรใช่ไหม” ประตูถูกล็อกเอาไว้ แต่เพียงแค่อวี้เอ๋อร์ลูบประตูเบาๆ ประตูบานนี้ก็ถูกผลักออก โดยถังซีเข้าไปคนแรกและถามขึ้นเบาๆ

        “ป่วยเหรอ ก็ไม่นี่ ฉะ…ฉันไม่เป็นอะไร พวกเธอออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไป” ซุนหลิงหลิงพุดขึ้นด้วยความเขินอาย จะไม่อายได้อย่างไรก็ในเมื่อตนเองภายใต้ผ้าห่มเปลือยเปล่า โทษตาบ้านั่นเลย ดึกดื่นแล้วยังจะมาวุ่นวายให้ได้ ตอนเช้าเธอเองก็ไม่ได้ตื่นมาเลยขายหน้าสาวๆ พวกนี้

        “พี่หลิงหลิง นี่อะไรเหรอ พี่นี่ก็เปิดกว้างดีเหมือนกันนะ นอนเปลือยซะด้วย” โหยวโยวโยวเห็นชุดชั้นในตัวน้อยที่อยู่บนพื้นเลยพูดยิ้มๆ กับหลิงหลิง

        “อะแฮ่มๆๆ พวกเธอออกไปเร็วๆ เลย ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า รีบออกไปเร็ว” แม้ซุนหลิงหลิงอายุมากกว่าพวกเธอสองปี แต่เด็กๆ พวกนี้เห็นของส่วนตัวของตน เธอก็อดที่จะหน้าแดงขึ้นไม่ได้

        “ฮ่าๆ พี่หลิงหลิงอายซะแล้ว พวกเราออกไปกันเถอะ” โหยวโยวโยวพูดยิ้มๆ

        “พี่หลิงหลิง เมื่อคืนตาบ้ามาหาพี่เหรอ พี่เปลี่ยนชุดเถอะ พวกเราเป็นผู้หญิงกันทั้งนั้น พี่ไม่ต้องกลัวหรอก” อวี้เอ๋อร์พูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน

        “น้องอวี้เอ๋อร์ พี่ขอร้องเธอล่ะ หยุดพูดได้แล้ว พวกเธอออกไปกันเถอะ” ซุนหลิงหลิงพูดขึ้นเบาๆ ด้วยสีหน้าแดงก่ำ

        “พวกเราออกไปกันเถอะ พี่หลิงหลิงอายแล้วล่ะ ฮ่าๆ” พูดเสร็จ อวี้เอ๋อร์ก็พาสาวๆ เดินออกจากห้องของหลิงหลิง “ตาบ้า ตอนกลางคืนยังจะทำเรื่องแย่ๆ อีก แดนมนุษย์นี่สนุกจริงๆ เลย ฮ่าๆ”

        “เสี่ยวซี เธอคงไม่ได้ปวดใจหรอกใช่ไหม” ซูเยี่ยมองถังซีที่มีสีหน้ายิ้มแย้มแล้วถามขึ้นเบาๆ

        “ปวดใจอะไรกันล่ะ เสี่ยวเยี่ยจื่อเธออย่าเดามั่วซั่วสิ ไปกัน พวกเราไปกินข้าวกัน” ถังซีลากซูเยี่ยไปยังห้องรับแขก โดยบนโต๊ะมีอาหารวางเรียงรายอยู่เต็ม

        “เสี่ยวไฮว่ แกมานี่หน่อยสิ” ในขณะที่ทุกคนกินข้าวกันอยู่นั้น นายหญิงกัวก็โบกมือพร้อมกับพูดกับกัวไฮว่อยู่อีกฟากของห้องรับแขก

        “พวกเธอดูสิ คุณย่าดูเด็กลงกว่าเมื่อกี้เยอะเลยใช่ไหม” ซุนหลิงหลิงเพิ่งจะนั่งบนม้านั่งแล้วพูดขึ้นเบาๆ

        “แน่นอนสิ ก็กัวไฮว่ให้คุณย่าทานยากันแก่ พวกเธอก็เคยกินแล้วใช่ไหมล่ะ” ในช่วงขณะที่นายหญิงกัวปรากฏตัวขึ้น เธอก็สัมผัสได้ถึงพลังเซียน มีเพียงยาลูกกลอนบนสวรรค์เท่านั้นจึงจะมีความรู้สึกแบบนี้ ต้องเป็นเพราะกินยาลูกกลอนที่กัวไฮว่ทำขึ้นแน่ๆ เลยเด็กลงไปเยอะ ต้องเป็นยากันแก่อย่างไม่ต้องสงสัย

        เมื่อสาวๆ ได้ยินที่อวี้เอ๋อร์พูดก็ผงกศีรษะกันเกรียวกราว มีเพียงหนานกงหลิงโม่ที่มองอวี้เอ๋อร์ด้วยสีหน้าตกใจ

        “พี่คะ มียากันแก่ของแบบนี้จริงๆ เหรอ ตาพี่บ้าทำยาเองเลยเหรอ ให้ฉันเม็ดหนึ่งด้วยได้ไหม” หนานกงหลิงโม่พูดเบาๆ

        “เสี่ยวหลิงโม่ เธอยังเด็กไป จะกินยากันแก่ตอนนี้ไม่ได้ แต่หมอนั่นน่าจะมียาลูกกลอนที่เหมาะกับเธอ แต่ตามกฎของสำนักเราแล้ว จะมาให้เธอมั่วซั่วไม่ได้” อวี้เอ๋อร์พูดยิ้มๆ

        “หรือว่าขอแค่ฉันเป็นเมียกับตาพี่บ้านั่นถึงจะให้ฉัน งั้นฉันก็ตกลงเป็นเมียเขา” หนานกงหลิงโม่พูดเสียงดัง ไม่นาน สาวๆ ก็ขำออกมา

        “พวกพี่ขำอะไรกัน ฉันจริงจังนะ ฉันเองก็อยากกินยาลูกกลอนดีๆ” หนานกงหลิงโม่พูดเสียงดัง

        “คุณย่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องทำตัวลึกลับซับซ้อน” กัวไฮว่เห็นนายหญิงกัวพูดยิ้มๆ เขาก็รู้โดยทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนายหญิง เธอกินยากันแก่ไป ไม่นายร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะ คงเป็นเพราะเธอตกใจอึ้งไป

        “ยาลูกกลอนที่แกให้ตาแก่กับย่ากินคือยาอะไรเหรอ แกดูย่าสิ แปบเดียวก็เด็กลงไปหลายปี ย่าจะออกไปข้างนอกยังไงเนี่ย เพื่อนเก่าจำย่าไม่ได้แน่เลย” นายหญิงกัวพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น “ยานี่มีอาการข้างเคียงไหม จะโยโย่ไหม พรุ่งนี้ย่าจะกลับมาเป็นแบบเมื่อก่อนอีกไหม”

        “แล้วย่าอยากเป็นแบบตอนนี้หรือจะกลับเป็นแบบเดิมล่ะครับ” กัวไฮว่ถามยิ้มๆ

        “แน่นอนว่าแบบตอนนี้สิ ผู้หญิงเขาก็รักสวยรักงามกันตลอดเวลาแหละ” นายหญิงกัวพูดยิ้มๆ

        “งั้นเกรงว่าย่าจะผิดหวังแล้วล่ะครับ” กัวไฮว่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เพราะยานี่ช่วยให้ย่าเป็นแบบนี้ได้แค่ห้าสิบปี ห้าสิบปีหลังจากนี้ก็จะค่อยๆ แก่ลง”

        “อ้อ แบบนี้นี่เอง ฉันก็ว่าจะเป็นแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ ห้าสิบปี ปีนี้ฉันอายุเจ็ดสิบแปด ห้าสิบปี เด็กบ้า แกอยากตายหรือไง” นายหญิงพูดพลางหัวเราะ เมื่อพูดเสร็จเธอก็วิ่งแจ้นเข้าไปในห้อง

        “ตาแก่ เดี๋ยวออกไปเป็นเพื่อนฉันซื้อชุดหน่อยนะ ฉันอยากซื้อชุดใหม่ๆ เมื่อก่อนไม่ค่อยรู้เรื่องการแต่งตัวเท่าไหร่ ตอนนี้ฉันอยากแต่งตัวให้สวยๆ ไม่จะขายหน้างั้นหลานสะใภ้เอา” ในขณะที่สาวๆ รับประทานอาหารกันอยู่นั่นเอง จู่ๆ พวกเธอก็ได้ยินเสียงนายหญิงกัวพูดขึ้นด้วยเสียงดังลั่น ไม่นานทุกคนก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

 

[1] ในที่นี้หมายถึงทางช้างเผือก

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด