[นิยายแปล] มหาวิบัติยีนกลายพันธุ์ 82 ความก้าวหน้าของโม่โม่

Now you are reading [นิยายแปล] มหาวิบัติยีนกลายพันธุ์ Chapter 82 ความก้าวหน้าของโม่โม่ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

        ไนท์รู้สึกเหมือนกำลังทรยศตัวเอง มันเป็นเรื่องง่ายที่จะสร้างความก้าวหน้าในแนวหน้าของระบบป้องกันทั้งหมดของเธอ ถ้าให้พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คืออุปกรณ์อาวุธของเธอที่ขับเคลื่อนด้วยโปรแกรมแม้ว่าจะมีความยืดหยุ่นมาก แต่ก็มีข้อจำกัดที่แน่นอน ท้ายที่สุดพวกคุณจะต้องหลบเลี่ยงตามเส้นทางที่เจาะจงในเวลาที่กำหนดเท่านั้นซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะจัดการ

  แน่นอนว่าถึงแม้จะรู้จักเส้นทางที่มีอาวุธเหล่านี้ แต่ก็ยังมีน้อยคนที่สามารถจัดการอาวุธเหล่านี้ได้อย่างสงบสติอารมณ์ไม่กระวนกระวาย โชคดีที่หลังจากความโกลาหลอลหม่านกับความเปลี่ยนแปลงของตัวเองไม่กี่ครั้งก่อน ทุกคนก็ค่อย ๆ คุ้นเคยกับกระบวนการที่ “อันตราย” เช่นนี้

  “ด่านป้องกันต่อมาคืออุโมงค์เลเซอร์ คุณพร้อมหรือยัง?” ไนท์เตือน

        ไป๋อี้พยักหน้ารับ

  “ไนท์ การป้องกันของเธออ่อนแอมาก รู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าแปลกใจเลย” ในเวลานี้วูล์ฟยังอยู่ในห้องโถงด้านนอกและไม่ได้เข้าไปในทางเดิน เพราะสำหรับรูปร่างในปัจจุบันของวูล์ฟแล้ว ทางเดินทั้งหลายในสถาบันแห่งนี้ดูเหมือนว่าจะคับแคบเกินไปสำหรับเขาและเขาคงจะติดอยู่ในนั้นเป็นแน่

  “คุณโง่หรือไง ฉันเป็นระบบป้องกันนะ คุณรู้ไหมว่าอะไรที่เรียกว่าการป้องกัน ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อจุดประสงค์ในการทำลายล้าง ด้วยความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ แม้ว่าพวกเขาจะสามารถจัดหาระเบิดนิวเคลียร์มาติดตั้งไว้ได้ แต่คิดว่าฉันจะสามารถใช้มันได้อย่างนั้นหรือ? จุดประสงค์ของฉันคือเพื่อหยุดยั้งผู้รุกราน ไม่ใช่การระเบิดตัวเอง ไม่ใช่แค่ระเบิดนิวเคลียร์ แม้แต่อาวุธทรงพลังทั้งหลายฉันก็ไม่สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ฉันได้อธิบายระบบป้องกันของฉันให้คุณฟังอย่างชัดเจนแล้ว ถ้าคุณยังเข้าใจไม่ได้นั่นหมายความว่าคุณคงโง่เกินไป” ทันใดนั้นไนท์ก็ร่ายบทเรียนให้แก่วูล์ฟมากมาย

  “หึ ผู้ใหญ่อย่างฉันไม่เสวนากับเด็กหรอก” วูล์ฟตะลึงไปชั่วขณะ ผู้ชายคนนี้ยังมีสติดีและฉลาดกว่าปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง  เพียงแต่เขาไม่ได้หัวไวขนาดนั้น 

        “ไนท์ไม่ใช่เด็กนะ” ไนท์โต้กลับทันที

  “เธอไม่ใช่เด็กอย่างนั้นเหรอ?” วูล์ฟและไนท์ทั้งสองเริ่มทะเลาะกัน ส่วนคนอื่น ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะพวกเขา ไนท์ดูเหมือนจะชอบ ‘แกล้ง’ ปั่นหัววูล์ฟเพราะเขาเป็นคนหัวอ่อน ถ้าไนท์สามารถปรากฏตัวเป็นคนจริง ๆ ได้ขึ้นมา มันคงจะสนุกมากสำหรับเขาทั้งสอง คนหนึ่งก็ตัวเล็กอีกคนหนึ่งก็ตัวโตกำลังทะเลาะกันอยู่

  “โม่โม่ จำขึ้นใจหรือยัง!” ไป๋อี้ถามโม่โม่

  “ค่ะ หนูจำได้แล้ว!” โม่โม่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

  “จะว่าไป คิดไม่ถึงเลยนะว่าจะมีอุโมงค์เลเซอร์ที่นี่” เฮลัวส์กล่าว

  “หึหึหึ แน่นอน!” ไนท์ยิ้มอย่างมีเลศนัย

  “เส้นทางเลเซอร์นี้ไม่ได้ออกแบบมาโดยตั้งใจให้คนสามารถทะลวงผ่านมาได้อย่างสบาย ๆ พูดง่าย ๆ คือมันไม่ได้มีช่องว่างใหญ่ขนาดที่คนจะสามารถลอดผ่านได้ เส้นเลเซอร์ที่นี่เชื่อมกันเป็นตาข่าย ซึ่งไม่ว่าจะหลบหลีกอย่างไรก็ตาม ตราบใดที่มีคนเข้ามาคนคนนั้นจะต้องถูกตัดออกเป็นชิ้น ๆ อย่างแน่นอน ทำไมทางเดินนั่นต้องสร้างอุโมงค์ขึ้นมา อันที่จริงเชื่อมระบบทั้งหมดเข้าด้วยกันก็โอเคแล้ว ฉันก็ไม่เข้าใจนัก และดูเหมือนจะไม่มีใครเข้าใจเรื่องนี้?” ไนท์มีข้อสงสัยเล็กน้อยในตอนท้าย

  “แน่นอนว่าฉันเข้าใจ เรื่องนี้มันคล้ายกับพล็อตในหนังภาพยนตร์อย่างไรอย่างนั้น” เฮลัวส์พยักหน้า

  “หนังภาพยนตร์อย่างนั้นเหรอ ฉันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์” ไนท์กล่าวด้วยความเสียใจ ไนท์เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ดูแลชั้นล่างของสถาบันวิจัยแห่งนี้เธออาจจะมีข้อมูลมากมาย แต่ข้อมูลเรื่องบันเทิงนั้นไม่มีแน่นอน

“ถ้ามีโอกาสหน้า ฉันจะพาเธอไปดูหนังภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง”

  “ฉันชอบการ์ตูนอนิเมะ!” ไนท์พูดอย่างตื่นเต้นทันที นั่นทำให้ทุกคนประหลาดใจเล็กน้อย

  “ทำไมถึงชอบการ์ตูนอนิเมะ?”

  “เพราะตัวละครทั้งหมดในเรื่องเป็นแบบเสมือนจริงทั้งหมด แต่ภาพยนตร์เล่นโดยคนจริง ๆ ก็ไนท์ …… ไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ” ไนท์ไม่รู้ว่าตัวเองแสดงความรู้สึกแบบไหนในการพูดแบบนี้ออกมา แต่นั่นส่งผลให้ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ ไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?

  “แม้ว่าก่อนหน้านี้ทุกคนจะรู้มาบ้างแล้ว แต่ฉันจะย้ำอีกครั้ง” ไนท์เปลี่ยนเรื่องทันที

  “อุโมงค์เลเซอร์นี้เป็นการป้องกันปราการสุดท้ายของฉัน ฉันไม่รู้ว่านี่มันเป็นการเลียนแบบหรือไม่ อย่างไรก็ตามมันเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา อุโมงค์เลเซอร์นี้ไม่มีช่องว่างเหมือนในภาพยนตร์ที่คุณกล่าวมา ฉันคิดว่างานวิจัยนี้มีต้นทุนไม่น้อยเลยทีเดียว รวมไปถึงอุปกรณ์หลักของฉันที่ทำจากวัสดุคุณภาพสูง ฉันคิดว่าคุณไม่มีโอกาสจะทะลวงเข้าไปได้แน่ โอกาสเดียวของคุณคือช่องระบายอากาศ” ไนท์เริ่มอธิบาย แม้ว่าจะรู้ข้อมูลเหล่านี้มาก่อนแล้ว แต่ทุกคนก็ยังรับฟังอย่างละเอียด

  “ในตอนแรกที่ช่องระบายอากาศถูกสร้างขึ้น ไม่ได้มีไว้เป็นช่องโหว่ให้ผู้คนบุกรุกเข้ามาอย่างเด็ดขาด จุดประสงค์ของช่องระบายอากาศนี้คือการแทนที่อากาศหลังจากที่ฉีดก๊าซพิษเข้าไป ยิ่งไปกว่านั้นช่องระบายอากาศมีขนาดเล็กมาก และเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนสำหรับผู้ใหญ่ที่จะลอดเข้าไป แน่นอนว่าในตอนแรกไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเด็กลอดที่นี่แน่ ๆ ดังนั้นด้วยรูปร่างของโม่โม่ นอกจากเธอแล้วก็ไม่มีใครสามารถลอดผ่านไปได้”

  “สิ่งที่พวกคุณต้องทำคือปล่อยให้โม่โม่เข้าไปในทางเข้าช่องระบายอากาศ จากนั้นก็เดินตามทางยาวไปที่ด้านล่างของทางเดิน ……” ไนท์พูดช้า ๆ

  แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพูดย้ำ แต่ทุกคนก็ยังตั้งใจฟังเป็นอย่างดี เพราะคนที่จะทำภารกิจนี้คือโม่โม่ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่อายุเพียงสี่ขวบยังไม่ถึงห้าขวบเลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามโม่โม่ไม่ได้ไร้เดียงสาไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ทั่ว ๆ ไป เธอดูมุ่งมั่นและสงบ โม่โม่ได้รับการชะล้างอันยิ่งใหญ่มาแล้วตั้งแต่ซาร่าเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเธอเมื่อเดือนก่อน

  การชะล้างสีเลือด!

  ข้างนอก ณ ช่องระบายอากาศที่ไนท์กล่าว ไป๋อี้กอดโม่โม่อย่างจริงจังจากนั้นก็จูบที่หน้าผากของ เธอ ไป๋อี้ไม่ได้บอกโม่โม่ต่อไปว่าควรทำอย่างไร อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไป๋อี้วิเคราะห์โม่โม่ ภารกิจครั้งนี้ไม่ควรเกิดความล้มเหลวเด็ดขาด หากภารกิจล้มเหลว …… 100% โม่โม่จะตายในช่องระบายอากาศหรือในอุโมงค์เลเซอร์อย่างแน่นอน

  “ดูแลตัวเองนะโม่โม่” ดวงตาของโม่โม่มองมาอย่างจริงจัง

  “ค่ะ” โม่โม่ตอบอย่างอ่อนน้อม ซึ่งท่าทีของเธอไม่เหมือนกับเด็กไร้เดียงสาทั่วไปเลยสักนิด

  ไป๋อี้ส่งโม่โม่ที่สวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษเข้าไปในช่อง จากนั้นก็กลับไปรอด้านหน้าอย่างจริงจังและเฝ้ารออย่างเงียบ ๆ ตามคำกล่าวของไนท์หลังจากเข้าสู่ระยะทางข้างหน้าปัญญาประดิษฐ์จะกำหนดโดยอัตโนมัติว่าอีกฝ่ายได้รับอนุญาตให้เข้าไปหรือไม่ ถ้าไม่มันจะหยุดส่งเสียง แต่ถ้าหากไม่สามารถพิสูจน์ได้ภายในสามวินาที มันจะปล่อยก๊าซพิษออกมา

  ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าโม่โม่จะลอดผ่านช่องระบายอากาศ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปในห้องเครื่องอุปกรณ์หลักของไนท์ได้โดยตรง เธอต้องลงไปที่ด้านล่างของอุโมงค์เลเซอร์เท่านั้น เวลาในการปล่อยแสงเลเซอร์คือสิบวินาที นับเวลาขณะที่โม่โม่ลงมาจากช่องระบายอากาศคาดว่าน่าจะเหลือเพียงแปดวินาทีภายในแปดวินาทีนี้โม่โม่ต้องทำลายอุปกรณ์กระตุ้นเลเซอร์มิฉะนั้นเธอจะต้อง … ตาย!

  เมย์ริสมองไปที่แผ่นหลังของไป๋อี้อย่างเงียบ ๆ ไป๋อี้ …… เปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนไป๋อี้จะไม่ปล่อยให้โม่โม่ต้องมาเสี่ยงแบบนี้แน่นอน แต่ตอนนี้ไป๋อี้กลับจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางแล้วชั่งน้ำหนักเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมแม้ว่าตัวเลือกนี้จะ …..

  ความอ่อนโยนและจิตใจอันดีงามโดยธรรมชาติของเขาได้ถูกฝังกลบลงไปลึกสุดหัวใจแล้ว

  การเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ เป็นเรื่องน่ายินดีหรือไม่?

  ……

 โม่โม่คลานเข้าไปในช่องระบายอากาศอย่างระมัดระวัง แม้เธอจะมีขนาดตัวที่เล็กแต่ก็ยังดูแออัดคับแคบมาก โม่โม่มีเพียงมีดสั้นที่ทำขึ้นเป็นพิเศษติดตัวของเธอมาด้วย และมีอีกหลายอย่างที่เธอไม่สามารถนำเข้ามาได้

  โม่โม่ค่อย ๆ คลานไปทางด้านหน้าตามทางเดินในขณะที่ฟังไนท์บอกทางว่าจะต้องเลี้ยวไปทางไหน ช่องระบายอากาศที่แออัดเช่นนี้จึงมีแสงเข้ามาสลัว ๆ เท่านั้น ใครก็ตามที่ต้องมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้พวกเขาล้วนต้องรู้สึกหดหู่โดยไม่รู้ตัวอย่างแน่นอนและดูเหมือนว่าแม้แต่การหายใจก็ยังมีอาการติดขัดไปด้วย

  “เลี้ยวซ้ายข้างหน้า ระวังด้วยล่ะ ตรงมุมนั้นเข้ายากมากแม้ว่าเธอจะตัวเล็กก็ตาม” ไนท์กล่าว

  “อื้ม” โม่โม่ตอบกลับเบา ๆ

  ใช้เวลาไม่นานโม่โม่ก็ปีนขึ้นไปถึงช่องระบายอากาศของมุมนั้น แน่นอนว่าแม้ขนาดตัวของโม่โม่จะเล็กแต่เธอก็ยังติดอยู่ตรงมุมดังกล่าวอยู่ดี และเธอก็รู้สึกเจ็บหลังมากเนื่องจากถูกขูดเข้ากับมุมแข็ง โม่โม่ขยับร่างกายอย่างระมัดระวัง เธอใช้เวลาสิบนาทีกว่าถึงจะนำตัวลอดผ่านมาได้ และในที่สุดเธอก็สามารถคลานออกมาจากมุมนั้นจนได้

  “ทางข้างหน้ายังมีมุมอยู่อีกสี่มุม เมื่อเข้าสู่มุมที่สาม ระบบปัญญาประดิษฐ์ของฉันจะเตือนและปล่อยก๊าซพิษ พูดตรง ๆ ก็คือโม่โม่จะต้องผ่านทุกช่องทางและปิดอุปกรณ์หลักของฉันภายในสิบห้านาที แม้แต่หน้ากากป้องกันแก๊สพิษอย่างเรียบง่ายของโม่โม่ก็ไม่สามารถป้องกันการกัดกร่อนของก๊าซพิษชนิดนี้ได้” เสียงของไนท์ดังขึ้นในหูของทุกคน

  หมายความว่า นี่เป็นอีกครั้งที่ไป๋อี้ต้องเลือกว่าจะให้โม่โม่เสี่ยงอันตรายไหม?

  ไป๋อี้เงยหน้าขึ้นมองเพดานอย่างจดจ้องแล้วพูดว่า “โม่โม่หนูอยากกลับออกมาไหม?”

 น้ำเสียงของไป๋อี้ช่างนุ่มนวลและอ่อนโยน อันที่จริงไป๋อี้ไม่อยากให้โม่โม่ต้องมาเสี่ยง แต่มีเสียงสื่อสารตอบกลับมาด้วยเสียงหายใจอันหนักหน่วงและอ่อนโยนของโม่โม่ดังเข้าหูทุกคน

  “โม่โม่ …… อยากออกไป เราต้องเปิดประตูใหญ่และออกไปจากที่นี่”

  น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและแน่วแน่ของเด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ช่างไม่สอดคล้องกับวุฒิภาวะของเธออย่างสิ้นเชิง นั่นทำให้เมย์ริสที่ก่อนหน้าต้องการเกลี้ยกล่อมไป๋อี้และยังคงคิดหาวิธีอื่นอยู่ต้องตกตะลึง ชีวิตเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ คนนี้ที่บอบบางจนดูเหมือนจะดับวูบได้ทุกเมื่อนั้นแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ?

  “สู้ ๆ!”

  “ค่ะ” โม่โม่ตอบอย่างอ่อนโยนจากนั้นก็คลานต่อไป  

        “คำเตือน คำเตือนโปรดระบุรับรองตัวตนของคุณ มิฉะนั้นหากคุณเข้าไปคุณจะถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก มิฉะนั้นคุณจะถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก” เมื่อโม่โม่เข้ามาที่มุม ๆ หนึ่งเสียงของไนท์ก็แข็งกร้าวขึ้น เห็นได้ชัดว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ที่ไนท์ไม่สามารถละทิ้งไปได้

  โม่โม่ไม่สนใจ แต่สูดหายใจเข้าลึก ๆ แทน …… เธอเร่งปีนช่องระบายอากาศภายในไม่กี่นาทีที่เหลืออยู่

  เมื่อร่างของโม่โม่ติดอีกครั้งเธอกัดฟันอย่างแรงและบีบเค้นร่างกายออกไปด้านหน้าจนหลังของเธอได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่โม่โม่หลุดออกไปได้เศษผ้าที่เปื้อนเลือดและผิวหนังที่ถลอกปอกเปิกก็ตกลงไปที่มุมอันแหลมคมแห่งนั้น

 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด