[นิยายแปล] ร้านป้ายแดงของสาวนักแปรธาตุมือใหม่ 47 [2] ตายแล้วยังเหลือหนัง (& เนื้อ) [Part 7]

Now you are reading [นิยายแปล] ร้านป้ายแดงของสาวนักแปรธาตุมือใหม่ Chapter 47 [2] ตายแล้วยังเหลือหนัง (& เนื้อ) [Part 7] at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

2-3 วันต่อมา หลังจากที่แผ่นเหล็กที่ฉันสั่งมาเพิ่มมาส่งเรียบร้อย

พอฉันได้ยินเสียงฉันดังมาจากที่หน้าร้านแล้วก็เดินออกมา ก็เห็นคุณจิเมนะยืนพิงรถเข็น เหงื่อท่วมตัวอยู่

 

“ค- คุณซาราสะ ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากนะ…”
“ค่ะ ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากเช่นกันค่ะ ดูจะเหนื่อยมากจริงๆ เลยนะคะ?”
“ช่าย มันหนักเลยล่ะ เจ้าเนี่ย”

 

ในนั้นมีแผ่นเหล็กอยู่ 16 แผ่น ――― 4 แผ่นในนั้นใช้ทำเตาไฟพลังเวทสำหรับใช้งานในทางธุรกิจ ก็เลยค่อนข้างจะมีขนาดใหญ่อยู่ ――― รถเข็นดูจะหนักมากเลย เพราะมันทิ้งรอยล้อที่ลากมาไว้บนพื้นซะลึกเลย

ถ้าพื้นมีหินปูเอาไว้ มันก็อาจจะดีกว่านี้ แต่ในละแวกนี้น่ะ แทบไม่มีถนนที่มีหินปูไว้อยู่เลย แล้วถนนก็ไม่ได้ดีมากด้วย เพราะตรงนี้ก็เป็นชายขอบของหมู่บ้านที่ผู้คนอยู่กันเบาบาง

 

“ต้องขอโทษที่รบกวนด้วยนะ แต่ช่วยขนเจ้าพวกนี้เข้าไปหน่อยได้หรือเปล่า? เออ คือ… พวกคุณไอริสล่ะวันนี้?”
“ไปทำงานแล้วค่ะ วันนี้ แต่ก็ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันขนเข้าไปเองได้ รอเดี๋ยวนะคะ”

 

หลังจากที่เข้าไปเอาถุงมือสำหรับป้องกันมือของฉันจากในห้องทำงานออกมา ฉันก็เข้าไปตรวจสอบแผ่นเหล็กที่กองเป็นตั้งอยู่บนรถเข็น

นอกจากพวกแผ่นเหล็กที่เอาไว้ใช้ทำเตาอบพลังเวทแล้ว แผ่นเหล็ก 4 แผ่นที่ใช้ทำเตาไฟพลังเวทสำหรับใช้งานในทางธุรกิจก็ค่อนข้างใหญ่อยู่พอควร

ว่าแล้วเชียว อย่าขนทั้งหมดไปทีเดียวจะดีกว่า

ถ้าเกิดมือลื่นแล้วไปหนีบนิ้วล่ะก็ กระดูกอาจจะหักเลยก็ได้

 

“คือว่า คุณซาราสะ…?”
“เอ้า ฮึบ!”
“―――!? ได้ยังไงล่ะเนี่ย…? ตอนขนขึ้นรถ ทั้งผัวทั้งฉันต้องช่วยกันยกทีละแผ่นๆ เลยนะ!”

 

แผ่นเหล็ก 12 แผ่น สำหรับทำเตาอบพลังเวท

ตอนที่ฉันยกขึ้นมาตอนนี้เนี่ย คุณจิเมนะก็กลอกตาเลย

ตัดสินจากร่างกายของฉันที่มองเห็น ก็อาจจะดูแปลกนะ แต่ว่า―――

 

“มันคือเวทมนตร์ค่ะ อีกอย่าง ถ้ายกเองไม่ไหว ก็เอาไปประกอบจัดการต่อไม่ได้น่ะสิคะ”
“นั่นมัน ก็จริงนะ แต่ว่า… ว่าตามตรง ด้วยสัดส่วนของคุณซาราสะ มันทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลย…”

 

ฮะฮะฮะ… แผ่นเหล็กนี่แผ่นนึงก็หนักกว่าฉันนิดนึงแล้วล่ะนะ

ก็ มันอาจจะดูแปลกจริงๆ นั่นแหละ

 

“ถึงฉันจะยังใช้เวทมนตร์นี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุเลยนะคะ ในตอนแรกเริ่ม ต่อให้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุก็ตาม พวกเราก็ไม่มีเงินพอจะไปจ้างผู้ช่วยหรอก”

 

ไม่ยังงั้น ถ้าเกิดใช้การเสริมแกร่งไม่ได้ ก็ต้องไปบอกว่า ‘มันหนักเกินไป ก็เลยทำอาร์ติแฟกต์ (อุปกรณ์แปรธาตุ) ไม่ได้’ น่ะสิ

 

“สุดยอดไปเลยนะ ถ้าช่างตีเหล็กอย่างพวกเราใช้ได้ก็คงจะสะดวกดีนะ แต่ว่า… มันคงยากใช่มั้ย?”
“ไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทมากขนาดนั้นก็ได้ แต่ก็ยากพอควรเหมือนกันนะคะ?”

 

การควบคุมพลังเวทอย่างละเอียดอ่อนคือกุญแจสำคัญของเวทมนตร์เลย

เป็นการใช้เวทมนตร์ที่เหมาะให้นักเล่นแร่แปรธาตุใช้เลย แต่ในทางกลับกัน สำหรับนักเวทที่เน้นพลังทำลายมากกว่าความละเอียดอ่อน ก็จะมีคนอีกจำนวนมากเลยที่ไม่สามารถทำแบบนี้ได้

คือ ฉันควบคุมพลังเวทได้ค่อนข้างดีเลยนะ แต่มันมีเหตุผลอื่นที่ทำให้ฉันใช้เวทมนตร์นี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่อยู่นะ

ง่ายๆ ก็ [เพราะความแข็งแกร่งกล้ามเนื้อดั้งเดิมของฉันต่ำ] ไงล่ะ แค่นั้นเลย

อย่างถ้าคนอื่นๆ ใช้เพิ่มแค่ 30% เพิ่มเข้าไปก็พอแล้ว ถ้าเป็นฉันก็ต้องเพิ่มเข้าไปซัก 60% ต้องใช้พลังเวทแรงกว่าคนอื่นๆ เกือบ 2 เท่า แล้วก็ต้องควบคุมให้ดีกว่าคนอื่นๆ เกือบ 2 เท่าด้วยเหมือนกัน

―――เปล่าหรอก มันเป็นความผิดของฉันเองนี่แหละที่ไม่ยอมฝึกร่างกายซะแต่โดยดี

จนถึงตอนนี้ ฉันเอาแต่เรียนเติมความรู้ จนไม่ได้สนใจฝึกเพิ่มกำลังของร่างกายเลย

หลังจากที่เรียนจบมาได้แล้ว ฉันก็วางแผนจะฝึกร่างกายทีละนิดๆ หลังจากนี้ไปล่ะนะ

สำหรับตอนนี้ ฉันก็เอาจริงเอาจังกับการฝึกดาบต่อตามที่อาจารย์สอนมาอยู่นั่นแหละ

 

“นี่ก็แผ่นสุดท้าย… แล้ว ขอบคุณนะคะ คุณจิเมนะ”

 

หลังจากเดินวนไปกลับระหว่างหน้าบ้านกับห้องทำงานมา 3 เที่ยว ฉันก็ถอดถุงมือหนังออกก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

“ไม่หรอก แค่นี้เอง สุดท้าย ฉันก็ปล่อยให้หนูขนอยู่คนเดียวเลย”
“กลับกัน การช่วยกันขนแล้วเดินเข้ามาในโถงทางเดิน 2 คนจะลำบากกว่าซะอีกนะคะ เพราะงั้น ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ”

 

แผ่นเหล็กกว้าง 50 เซนติเมตร ถ้าต้องยกล่ะก็ ใช้คนคนเดียวจะง่ายกว่า

 

“อันนี้ จะเป็นเตาไฟพลังเวทสำหรับคุณดีรัลใช่มั้ย?”
“ค่ะ ฉันรับคำสั่งซื้อมาเรียบร้อยแล้ว”
“ถ้าเป็นเตาที่ทำงานด้วยพลังเวทแล้ว มีเตาหลอมเหล็กที่ทำงานด้วยพลังเวทบ้างมั้ยเนี่ย? การตีเหล็กนี่ก็ใช้เชื้อเพลิงเยอะเหมือนกันเลย”
“มีนะคะ”
“มีจริงเหรอ!?”
“ค่ะ”

 

คุณจิเมนะร้องอุทานอย่างประหลาดใจ ทางฉันก็พยักหน้าตอบ

ที่จริง เราก็มีเตาเล็กๆ อันนึงติดตั้งอยู่ในห้องทำงานด้วยเหมือนกันนะ

 

“ถ้าใช้มัน ก็จะไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงใช่มั้ย?”
“ใช่แล้วค่ะ แต่ก็แทบไม่มีช่างตีเหล็กคนไหนใช้เลยนะคะ”
“เป็นแบบนั้นเหรอ? ถ้าไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงเลยก็ง่ายขึ้นเยอะเลยนี่… เพราะมันแพงเหรอ?”
“มีบางคนพูดกันว่า ‘เตาพลังเวทมันเป็นความชั่วร้าย!’ อยู่เหมือนกัน แต่ว่า จริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของพลังเวทมากกว่าเรื่องราคานะคะ”

 

มันไม่ต้องใช้ถ่านหรืออะไรแบบนั้นก็จริง แต่ปัญหาก็คือปริมาณพลังเวทที่จำเป็นต้องใช้นี่แหละ

ปริมาณความร้อนที่เตาสร้างได้ก็จะแปรผันตามปริมาณพลังเวทที่ใช้ไป นอกเสียจากว่ามันจะเป็นเตาที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ เหมือนอย่าง [เตาไฟพลังเวทสำหรับคนที่มีพลังเวทน้อย] น่ะ

เตาไฟพลังเวทเอาไว้ใช้แค่ต้มน้ำ แต่เตาหลอมของช่างตีเหล็กน่ะ ต้องทำให้โลหะหลอมเหลวเลยนะ

ปริมาณพลังเวทที่ต้องใช้เนี่ย เพิ่มขึ้นมาแค่ซักเท่าตัวก็ยังไม่พอเลย

ที่พวกเรานักเล่นแร่แปรธาตุสามารถใช้ได้ก็เพราะนอกจากเราจะมีพลังเวทมากกว่าคนทั่วๆ ไปแล้ว เรายังแค่ทำของชิ้นเล็กๆ แล้วก็ใช้ในระยะเวลาน้อยกว่าช่างตีเหล็กจะใช้กันด้วย

ถ้าต้องตีเหล็กอยู่ทั้งวันล่ะก็ แม้แต่นักเล่นแร่แปรธาตุหลายๆ คนเองก็มีพลังเวทไม่พอเหมือนกันนะ

โดยหลักการแล้ว การจะสร้างเตาหลอมพลังเวทประสิทธิภาพสูงก็เป็นไปได้ แต่พอเอาเรื่องต้นทุนมารวมคิดด้วยแล้ว มันก็ไม่ใช่ของทดแทนที่ช่างตีเหล็กทั่วๆ ไปจะเอื้อมถึงได้เลย

พอฉันอธิบายให้คุณจิเมนะฟัง เธอก็ดูจะผิดหวังอยู่ แต่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

“ยังงี้เอง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ”
“ช่างตีเหล็กที่มีพลังเวทล้นเหลือก็มีใช้อยู่นะคะ แต่ว่า… ก็เป็นแค่ส่วนน้อย”

 

แล้วคุณจิสด์ล่ะ? พอฉันเหลือบสายตาไปมอง คุณจิเมนะก็ส่ายหัว

 

“ก็ คุณจิเมนะจะไม่ทราบก็ไม่แปลกนะคะ มันไม่ได้มีใช้ทั่วไปเท่าไหร่เลย ถึงจะมีอาร์ติแฟกต์อื่นๆ ที่มีประโยชน์กับการตีเหล็กอยู่อีกนะคะ แต่นายช่างส่วนใหญ่ก็ยึดติดกับเครื่องมือกัน ของพวกนั้นก็เลยขายไม่ค่อยออกเท่าไหร่”
“อ่า ฉันเข้าใจเรื่องนั้นได้นะ ผัวฉันเองก็เป็นแบบนั้นเลย”

 

ค้อนที่มีน้ำหนักเบา แต่แรงตีหนักหน่วง, เครื่องสูบลมที่ขยับเองอัตโนมัติ หรือดินเหนียวที่สามารถขึ้นรูปเป็นแม่พิมพ์ได้ตามที่ต้องการ

ถ้าเป็นงานขนาดใหญ่ ก็มีอย่างค้อนที่จะตอกไปเรื่อยๆ ด้วยแรงที่มากเหนือมนุษย์ด้วยเหมือนกัน แต่ว่ามันก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมในหมู่ช่างตีเหล็กเท่าไหร่

มันสะดวกมากจริงๆ นะ แต่ก็เป็นของที่ถ้าได้ใช้แล้วก็ถอนตัวยากเหมือนกัน

 

TN: เครื่องเป่าลมที่ใช้ในงานตีเหล็ก หรือ 鞴 / bellows ก็คือของหน้าตาแบบนี้ครับ

 

หลังจากที่มองส่งคุณจิเมนะลากรถเข็นที่เบาลงไปแล้วแบบฉิวๆ กลับไปแล้ว ฉันก็รีบไปจัดการสร้างเตาอบพลังเวทต่อเลย

ถึงขนาดมันจะใหญ่ขึ้น แต่โดยหลักๆ สิ่งที่ต้องทำมันก็เหมือนเดิมเลยล่ะ

 

“หรือ ปัญหาก็คงเป็นกำลังกายมากกว่าสิน้า…”

 

ในการวาดวงเวท มันวาดไปขยับแผ่นเหล็กไปเหมือนเวลาขยับกระดาษไม่ได้นะ เราจะต้องวาดวงเวทที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน โดยที่เดินวนรอบๆ แผ่นเหล็กที่วางอยู่บนโต๊ะแทน

ยิ่งกว่านั้น พอมาถึงขั้นตอนการประกบแผ่นเหล็ก 2 แผ่นเข้าด้วยกัน การยัดดินเหนียวลงในกล่องให้เต็ม หรือการใส่มันลงในหม้อเล่นแร่เนี่ย น้ำหนักของแต่ละชิ้นก็หนักเกินน้ำหนักตัวของฉันไปแล้ว

แล้วคราวนี้ก็มี 2 อันเลยด้วย

หนักแบบสุดๆ ไปเลยล่ะ

ค่อยๆ ยกขึ้นแบบเบามือ หย่อนลงไปในปากหม้อช้าๆ แล้วก็ค่อยๆ วางมันพิงไว้แต่ละข้างของหม้อเล่นแร่

 

“ฟู่ว~ ยังไงก็เถอะ รู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้สิที่เอาของเหมือนแผ่นกระดานใส่ในหม้อใหญ่ก้นกลมแบบนี้น่ะ!”

 

ถ้าหม้อเล่นแร่เป็นเหมือนหม้อก้นตื้น หรือเป็นแบบกระทะก้นแบนก็คงง่ายกว่านี้ล่ะนะ

แต่ ถ้าเป็นแบบนั้น การจะทำโพชั่น (ยาแปรธาตุ) ก็จะไม่สะดวกล่ะนะ แถมการใช้งานก็ค่อนข้างจำกัดเลยด้วย

หม้อเล่นแร่น่ะเป็นของแพง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้มันเพื่อวัตถุประสงค์น้อยๆ ไม่กี่อย่างน่ะ

แต่ถ้าใส่หม้อไปได้เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็ง่ายแล้ว

แค่ต้องใช้พลังเวทอีกหน่อยก็เท่านั้นเอง

 

“ทีนี้ จะยกมันออกมา ก็ยากกว่าซะอีกเนี่ยสิ… โอ๊ะ? มาคิดๆ ดูแล้ว แค่นี่ก็…”

 

ยกหม้อเล่นแร่ออกมาจากเตาเวทมนตร์ แล้วก็เอียงปากหม้อออกมาทางด้านข้างช้าๆ ก็พอนี่นา

ฉันลากเตาเวทมนตร์มาจากตรงนั้น

 

“…โห ไม่ง่ายเลยแฮะ~ นี่อาจจะเป็นปัญหาของฉันก็ได้ล่ะมั้ง”

 

ไม่สิ ถ้าจัดการต่อในหม้อเล่นแร่โดยที่วางเอียงไว้แบบนี้จะดีกว่าหรือเปล่านะ?

ยังไงข้างในก็ไม่ได้มีอะไรเป็นน้ำอยู่แล้วด้วย ปากหม้อจะเอียงอยู่ด้านข้างแบบนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาซักหน่อยนี่นา

 

“อู่ว~~ ตั้งแต่ครั้งหน้าเป็นต้นไป เวลาที่จะสร้างอาร์ติแฟกต์ วางไว้แนวนอนดีกว่า ไม่สิ ต้องทำแบบนี้เลยล่ะ”

 

ไม่สิ อย่างตอนที่ทำโพชั่นเอง ถ้าวางหม้อไว้แบบเอียงหน่อยๆ ก็อาจจะสะดวกกว่าก็ได้

เพราะส่วนสูงของฉันด้วย หม้อขนาดนี้ก็จะทำให้ฉันใช้งานมันลำบากอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน

 

“มันมียาช่วยยืดความสูงด้วย ใช่มั้ยนะ…?”

 

ถึงจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ แต่ฉันก็ไม่ได้รู้จักอาร์ติแฟกต์กับโพชั่นทุกอันล่ะนะ

พูดให้ถูกกว่าก็ ฉันรู้แค่ของที่อยู่ในบทที่ฉันอ่านได้นี่เอง

แต่ฉันก็รู้จักของที่ดังๆ หรือแปลกๆ ด้วยเหมือนกันนะ

อย่าง [ยาไร้ผม] แบบนี้

รู้สึกว่า จะอยู่ในบทที่ 10 ล่ะมั้ง

ใช่แล้ว บทที่ 10 ที่มีแต่ของไร้สาระเต็มไปหมดนั่นแหละ

ดูเหมือนมันจะถือกำเนิดขึ้นมาได้ จากการเป็นผลงานที่ผิดพลาดในการสร้าง [ยาเร่งผม] นะ… แต่คนที่ทดลองใช้ไปนี่ คงน้ำตานองหน้าแหงๆ เลย ว่ามั้ย?

อุตส่าห์ใช้ไป หวังให้ผมงอกยาว แต่กลายเป็นว่าผมดันร่วงลงมาไม่เหลือแทน

แถม ที่น่าตกใจคือ มีความต้องการใช้เจ้า [ยาไร้ผม] นี่ด้วยนะ

มันเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ลำบากกับการโกนขน คนที่ต้องการโกนผมด้วยเหตุผลทางศาสนา แล้วก็คนที่อยากกำจัดขนโดยที่อ่อนโยนกับผิว แถมได้ผลดีเยี่ยมเลยด้วย

ถึงค่อนข้างจะเฉพาะกลุ่มมากเลยก็เถอะ

ก็ ในเมื่อยาแบบนี้ยังมี ฉันก็เลยคิดว่า โพชั่นที่สามารถช่วยให้สูงขึ้นได้ก็น่าจะมีนะ

แต่ว่า ร่างกายของฉันที่คุณพ่อคุณแม่ให้มา จะเอาโพชั่นมาใช้ง่ายๆ แบบนั้น มันก็ทำให้ฉันลังเลอยู่นิดหน่อยเหมือนกัน

ไม่ใช่เพราะฉันป่วยซักหน่อยนี่นา

…ถ้าแค่โพชั่นช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตอย่างสุขภาพดีเนี่ย ก็คงหยวนๆ ได้อยู่นะ?

 

“ที่สำคัญกว่าก็คือ เสร็จแล้วๆ”

 

เพราะมันจะถูกใช้ในห้องครัวอยู่บ่อยๆ เพราะงั้น ก็ต้องค่อยๆ จัดการเรื่องการป้องกันสนิมกับกันน้ำให้ดียิ่งกว่าปกติเลย

 

“จัดการข้างหลังให้เรียบร้อย~ ทาสีๆ”

 

ไม่เหมือนกับเตาไฟพลังเวทของพวกเราที่สร้างเอาไว้ใช้ในบ้าน ที่ร้านของคุณดีรัลนี่ต้องคิดถึงเรื่องของการติดตั้งด้วย

ถ้าเอาไปวางบนเตาถ่านที่ใช้อยู่ตอนนี้ล่ะก็ ข้างหลังเตามันจะสกปรกเลยล่ะ

พอคิดถึงเรื่องคนที่จะเอาไปใช้งานแล้ว ก็ยิ่งต้องระวังเรื่องนี้เลย…

 

“เอาล่ะ เรียบร้อย จากนี้ก็ ทิ้งไว้จนถึงพรุ่งนี้ให้แห้ง เท่านี้ก็เสร็จแล้ว!”

 

ฉันเตรียมศิลาเวทเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะงั้นมันเลยใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จ

หลังจากนั้น ฉันก็ทำตามขั้นตอนเดิมแทบจะซ้ำแบบเป๊ะๆ สร้างเตาอบพลังเวทของตัวเอง แล้วงานของวันนี้ก็เสร็จเรียบร้อย

 

TN: ทำไมของที่น้องบอกไม่ค่อยมีประโยชน์นี่ ดูจะมีประโยชน์กับโลกเราจัง 555

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด