[นิยายแปล] I’m Really Scared ชั้นกลัวแล้วจ้าคุณระบบจ๋า! 4 ไอเทมดรอป

Now you are reading [นิยายแปล] I’m Really Scared ชั้นกลัวแล้วจ้าคุณระบบจ๋า! Chapter 4 ไอเทมดรอป at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

“เฮ้ย!”

 

กวนซานรู้สึกหัวใจเต้นแรง และรีบกลิ้งหลบออกไปทันที

 

“ฉัวะ! ตูม!”          

 

พ่อครัวได้ร้องคำรามและฟันมีดใส่ เสียงใบมีดกรีดฝ่าอากาศได้ตัดโต๊ะข้างๆออกเป็น 2 ส่วน

 

แต่พลังที่หลงเหลืออยู่ในใบมีดกลับไม่ลดน้อยลงเลย มันทำให้แม้แต่พื้นจมลงไปเป็นชั้นๆ และฝุ่นก็ระเบิดพวยพุ่งขึ้น

 

เป็นเพราะสมรรถภาพทางร่างกายที่พัฒนาขึ้นอย่างมากของเขา กวนชานจึงสามารถตอบสนองได้ทันควันและหลบมีดได้

 

แต่ครู่ถัดมา เนื้อเยื่อและหนวดบนไหล่ของพ่อครัวก็โตขึ้นและบิดตัวเข้ากันเป็นแขนที่สาม จากนั้นก็เหวี่ยงใส่เขา

 

ความเร็วนั้นมีมากจนเหลือเพียงแค่ภาพติดตา

 

“ตูม—”

 

กวนซานรู้สึกเพียงว่าเขาคล้ายถูกสัตว์ใหญ่กระแทกใส่ ทรรศนะวิสัยของเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม และแถบพลังชีวิตก็ลดไปประมาณหนึ่งในสี่

 

เขากลิ้งบนพื้นอยู่หลายตลบ จนได้ลุกขึ้นมาและไอสองสามครั้ง เขาเอื้อมมือออกมาเช็ดปากของเขาซึ่งเต็มไปด้วยเลือดทิ้ง

 

ว่าแต่… ทำไมมันไม่เจ็บแฮะ?

 

【การจำลองนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทางเราพยายามอย่างเต็มที่ในการมอบสภาพแวดล้อมจำลองที่สมจริง และให้คำมั่นว่าจะไม่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้เล่นอย่างเด็ดขาด】

 

เสียงจำลองได้ดังขึ้น

 

“ช่างใจดีซะจริงน้า!”

 

กวนซานกล่าวเหน็บแนมและลุกขึ้น เขาเริ่มวิ่งไปที่มุมร้าน และรวบรวมแสงสีขาวตามทาง

 

แม้ว่าบาดแผลจะไม่เจ็บ แต่ความเสียหายทางกายไม่ได้หายไป

 

ในตอนนี้แขนซ้ายและน่องขวาน่าจะหัก และการหายใจก็ไม่ราบรื่นนัก อาจเป็นเพราะเกิดอาการบาดเจ็บภายในกระมั่ง

 

แต่ต้องขอบคุณการถูกกระแทกเมื่อกี้ ตอนนี้เขาได้อยู่ห่างจากบอสได้อย่างน้อยชั่วคราว กวนซานจึงใช้โอกาสนี้ตรวจสอบข้อมูลของวัตถุที่ตกและรู้สึกดีใจมากในทันที

 

“มอนสเตอร์พวกนี้ดรอปยารักษาแฮะ!”

 

【ก้อนปรสิตพัน x 3】

 

【ผลลัพธ์: ฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างช้าๆ】

 

【คำอธิบาย: เนื้อเยื่อพันกันที่ส่งกลิ่นคาวแปลกๆ มันดูเหมือนจะมาจากส่วนหนึ่งของร่างกายใครบางคน ยังมีพลังชีวิตอันทรหดหลงเหลืออยู่เล็กน้อย】

 

เจ้าสิ่งนี้มีสภาพไม่น่ามองจริงๆ แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญนี้ กวนชานไม่มีเวลาสนใจเรื่องนี้มากนัก

 

เขากัดฟันและกลืนมันลงไปตรงๆ

 

“โชคดีที่ไม่มีรสชาติอะไร แต่เนื้อสัมผัสแย่ฉิบ…”         

 

กวนซานเห็นแถบพลังชีวิตของเขาเริ่มไต่กลับขึ้นมาทันที น่าจะประมาณสิบหน่วยต่อวินาทีเลยทีเดียว

 

ผลนั้นได้ทำให้บาดแผลบนร่างกายเริ่มรักษาเองโดยอัตโนมัติ แขนและน่องถูกแสงสีขาวห่อหุ้มอย่างรวดเร็วและค่อยๆหายเป็นปกติ

 

“มันไม่ได้ช้าเลย!”

 

“ถ้านี่เรียกว่าช้า งั้นผลของยารักษาโรคทั่วไปจะเร็วและดีกว่าแค่ไหนกันเชียว?”

 

เขาแปลกใจแต่ก็โล่งใจหน่อยด้วย และจากนั้นก็หันกลับมายิงพ่อครัวต่อสองครั้ง

 

แต่เจ้าผู้นี้ได้หดส่วนไขมันและหนวดที่อยู่ตรงกลางลำตัว และสร้างเกราะป้องกันบริเวณใบหน้าทันที กระสุนได้จมเข้าไปและหายเงียบไร้ซึ่งเสียง

 

ตัวเลข “-30” ที่น่าสมเพชได้ลอยขึ้นสองครั้ง อันทำให้หัวใจของกวนซานเย็นยะเยือก

 

“พลังป้องกันของเจ้านี้สูงมาก ไม่มีทางสร้างความเสียหายมากได้หากไม่โดนจุดสำคัญจริงๆ”

 

“ชั้นเหลือกระสุนอีกแค่สามนัด ถ้าชั้นหาวิธีทำให้เขาหมดทางสู้ไม่ได้ ก็เป็นตัวชั้นเองนี่แหละที่จะต้องตาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบริกรคอยจับตามองชั้นอีก.… ชั้นมัวเสียเวลาต่อไปไม่ได้แล้ว!”

 

กวนซานเงยหน้ามองและสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสมาธิ และยกปืนขึ้น

 

“เมื่อเป็นบอสก็ย่อมต้องเอาชนะได้ ต้องมีจุดอ่อนที่เขาไม่อาจป้องกันได้”

 

“จากรูปร่างภายนอกที่เห็นก็ไม่น่าจะใช่จุดอ่อนจริงๆของเขา ดังนั้นมีเพียงแค่ต้องอาศัยคำใบ้จากเกมจำลอง”

 

แต่ข้อความจะปรากฏขึ้นได้โดยการ “จ้อง” เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเขาต้องจ้องไปที่เป้าหมายเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ข้อความจะเกิดขึ้น

 

พูดง่ายๆก็คือ ต้องเผชิญหน้ากับบอส!

 

 

หลินซูม่านได้หลบอยู่ใต้โต๊ะ พร้อมกับสีหน้าที่ดูงงงวย

 

ชายผู้นั้นพุ่งพรวดเข้ามาและฉกปืนของเธอไป และหลังจากสร้างความตื่นตัวต่อจ้าวหงและฟางหมินหมิน สิ่งแรกที่เขาทำคือยิงสามนัดซ้อนเพื่อฆ่าลูกค้าสามคนทิ้ง

 

ภาพของสมองและเลือดที่สาดกระเซ็นจากลูกค้าได้ลอยสู่สายตาเธออย่างชัดเจน

 

ความคิดที่เธอเดาว่าอีกฝ่าย “อยู่ข้างเดียวกัน” ได้ถูกทำลายไปในทันที

 

ยิงใส่คนธรรมดาซึ่งถูกควบคุมอย่างเลือดเย็นโดยไม่ลังเล เขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของทีมรักษาความปลอดภัยพิเศษแน่นอน!

 

ยิ่งไปกว่านั้น ภารกิจที่สำคัญที่สุดคือการช่วยชีวิต “ตัวประกัน” ในร้านอาหารให้ได้มากที่สุดต่างหาก!

 

แต่คนผู้นี้มีความแม่นยำถึงขนาดหนึ่งนัดต่อการยิงหัวหนึ่งครั้งขณะเคลื่อนที่ไปด้วย การกระทำของเขาช่างดูง่ายดายและหมดจดยิ่งนัก ดูแล้วเขาน่าจะเป็นทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี หรือเป็นคนที่มาจากวงการสีเทา

 

เขาเป็นทหารรับจ้างที่หาเงินจากค่าหัวผู้มีพลังจิตระดับต่ำรึเปล่า? หรือเขาเป็นสมาชิกของ “ผึ้งเพชฌฆาต” องค์กรผู้มีพลังจิตที่เพิ่งเปิดเผยร่องรอยในเมืองปินเจียงไม่ไกลจากนี้กันน้า?

 

จ้าวหงได้คำรามขึ้น กล้ามเนื้อของเขาโป่งพองจนถึงขีดสุด และกลายเป็นอสูรกายร่างบึกบึนในทันที

 

เขาวิ่งทะยานไปที่ชายหนุ่มพร้อมกับมีดเลาะกระดูกในมือ

 

ชายหนุ่มได้วิ่งไปมาทั่วร้านอาหารเพื่อฆ่าลูกค้าอย่างไม่หยุดไม่หย่อนด้วยความแม่นยำสุดๆ และความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วย การยิงปืนแต่นัดหมายถึงการสูญเสียชีวิตของลูกค้าไปทีละคน

 

เสียงของหัวหน้าหลินได้ดังมาจากหูฟังว่า “เสี่ยวม่าน ชั้นได้ยินเสียงปืน เธอเริ่มลงมือแล้วเรอะ? เธอออกมาจากที่นั่นเมื่อไหร่ ชั้นจะให้ทีมเตรียมพร้อมประสานเธอเอง!”

 

หลินซูม่านรีบพูดตอบกลับว่า “ไม่ใช่ฉันค่ะ!”

 

หลินหวู่: “เกิดผิดพลาดอะไรขึ้น? สถานการณ์เป็นยังไงกัน?”

 

หลินซูม่านหมอบลงและพูดว่า “ลูกค้าคนสุดท้ายที่เข้ามาเมื่อสิบนาทีก่อนเขาเอาปืนของฉันไป และตอนนี้กำลังต่อสู้กับจ้าวหง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ฆ่าเหล่าตัวประกันด้วยค่ะ!”

 

หลินหวู่กล่าวเสียงขรึมว่า “ใจเย็นๆ เธอหมายความว่าลูกค้านั่นอาจเป็นมือที่สามซึ่งเข้ามาสอดแทรกสินะ?”

 

“ใช่ค่ะ!”

 

“ชั้นเรียกดูข้อมูลของลูกค้าแล้ว เขาคือนักข่าวที่ชื่อกวนซาน ชั้นไม่เห็นอะไรผิดปกติจากข้อมูลเลย… บางทีเขาอาจถูกสวมรอยโดยใครคนอื่นก็เป็นได้นะ”

 

หลินหวู่มีประสบการณ์ในการรับมือต่อสถานกาณ์ณฉุกเฉินกว่าหลินซูม่าน เขาเปลี่ยนกลยุทธ์ของเขาทันทีและพูดว่า 

 

“เป้าหมายหลักของเขาคนนั้นคือจ้าวหง และเธอก็ยังไม่ได้เผยตัวตนใช่มั้ย?”

 

หลินซูม่านได้พยักหน้า “ใช่ค่ะ!”

 

“ดีแล้ว”

 

หลินหวู่กล่าวว่า “ตอนนี้ภารกิจเธอเปลี่ยนเป็นฆ่าฟางหมินหมินซะ”

 

หลินซู่ม่านเบิกตากว้างและอดพูดไม่ได้ว่า “แต่ว่าพี่คะ…”

 

“เสี่ยวม่าน เธอต้องเชื่อพี่นะ”

 

หลินหวู่กล่าวต่อว่า “ฟางหมินหมินอ่อนแอกว่าจ้าวหง และตอนนี้จ้าวหงถูกมือที่สามจูงจมูกไปมาอยู่ ฉะนั้นภัยคุกคามซึ่งใหญ่ที่สุดได้หายไปชั่วคราว มันจึงเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะฆ่าฟางหมินหมิน”

 

“การควบคุมตัวประกันจะสลายไป และพวกเขาจะไม่ตกเป็นตัวประกันอีกต่อไป ดังนั้นเราจะสามารถลงมือได้โดยไม่จำเป็นต้องพะวงใดๆ”

 

“เพราะฉะนั้น ใช้พลังของเธอฆ่าหล่อนซะ”

 

“เข้าใจมั้ย?”

 

การตัดสินใจของหลินหวู่นั้นเด็ดขาดเสมอ หลินซูม่านได้สูดหายใจเข้าลึกๆและกล่าวว่า “รับทราบค่ะ!”

 

เธอไม่ประวิงเวลาอีกต่อไป เธอมองไปที่เป้าหมายอย่างระมัดระวัง แล้วเดินไปทางฟางหมินหมิน ซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับการควบคุมบรรดาลูกค้า และชักมีดออกมา 

 

พลังของหลินซูม่านทำให้เธอแน่ใจได้ว่าจะไม่ถูกพบเห็น และการฝึกฝนรวมไปถึงชุดหน่วยรบพิเศษ ต่างเป็นพลังให้เธอสามารถฆ่าฟางหมินหมินลงได้

 

ที่เหลือก็ง่ายนิดเดียว

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินซูม่านเดินไปข้างหลังฟางหมินหมิน ในตอนที่เธอกำลังจะลงมือนั่นเอง เธอได้เห็นกวนชานซึ่งกำลังหลบหลีก ดูจะมีบางสิ่งได้ดึงดูดความสนใจเขาอย่างกะทันหัน และการเคลื่อนไหวของเขาได้หยุดชะงักลงชั่วขณะ

 

จ้าวหงดูประหลาดใจ ก่อนที่จะแสยะยิ้มและรีบวิ่งเข้าหา

 

เขาได้ชกใส่ชายผู้นั้นหนึ่งหมัดโดยไม่ยั้งเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย

 

“กร๊อบ!”

 

หมัดนั้นทำให้เกิดเสียงลมดังวูบและเสียงของกระดูกหัก ดังลั่นจนหลินซูม่านใจหายวาบ

 

ถึงแม้จ้าวหงจะจัดอยู่ในระดับ D แต่พลังของรูปแบบกายเนื้อก็เพียงพอที่จะเจาะแผ่นเหล็กโลหะผสมได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงร่างกายมนุษย์เลย

 

‘ดูจากสมรรถภาพของคนๆนั้นที่พึ่งผ่านมาเมื่อกี้ เขาน่าจะเป็นแค่คนธรรมดาที่ได้รับการฝึกฝนมา ด้วยหมัดนี้ ฉันกลัวว่าตอนนี้เขาน่าจะพิการแล้ว…’

 

หากปราศจากบุคคลนี้หลอกล่อจ้าวหง จ้าวหงก็จะหันความสนใจไปที่ฟางหมินหมินอีกครั้งในไม่ช้า การลอบฆ่าจะยิ่งลำบากขึ้นไปอีกแน่นอน!

 

หลินซูม่านกัดฟัน และเดินไปทางด้านหลังที่ไร้การป้องกันของฟางหมินหมิน ยืนกายขึ้นเพื่อเตรียมที่จะปาดคอเธอ

 

ช่วงเวลานี้เอง เธอได้เห็นกวนชานซึ่งกลิ้งไปบนพื้นหลายตลบ ได้สบถด่าขึ้นและลุกขึ้นยืนเหมือนคนไม่ได้รับบาดเจ็บไม่ได้เชื่องช้าลงเลยแม้แต่น้อย

 

ที่แปลกและน่ากลัวไปกว่านั้น คือเขาเอามือเปล่าสอดเข้าไปในหัวศพของลูกค้าเหล่านั้น และดึงเอาก้อนหนวดที่บิดพันกันเป็นก้อนออกมา มันกำลังเต้นเหมือนหัวใจที่ยังไม่พัฒนาดีอยู่

 

จากนั้นก็กลืนมัน!

 

ม่านตาของเธอหดลง และคิดอย่างสับสนว่า “เป็นไปได้ยังไง…เขากำลังทำอะไรอยู่! นั่นคือก้อนอะไรน่ะ?!”

 

คำถามสามข้อนี้เป็นเพียงความคิดที่ผุดขึ้นแว๊บอย่างรวดเร็ว และมีดในมือของหลินซูม่านได้กรีดคอของฟางหมินหมินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

เหตุการณ์ต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่ผิดจากที่คาดไว้

 

ร่างที่ล้มลงของฟางหมินหมินได้กองอยู่แทบเท้าเธอ แต่หลินซูม่านได้รู้สึกถึงความหนาวซ่านกำลังคืบคลานขึ้นมาบนแผ่นหลังของเธอ

 

หากสมองลูกค้าทั้งหมดกลายเป็นก้อนพวกนั้น…

 

ถ้าอย่างงั้นตั้งแต่ต้นเลย ก็แสดงว่ามันไม่มีตัวประกัน เพราะพวกเขาถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อร่างกายของฟางหมินหมินไปหมดแล้ว!

 

แต่สิ่งที่ทำให้หนังศีรษะของหลินซูม่านด้านชา คือพวกเธอ…ได้ช่วยชีวิต “ตัวประกัน” เอาไว้มาก และนำพวกเขาไปไว้ในสถาบันวิจัยเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว

 

เป็นเวลานานทีเดียว ที่ผู้เชี่ยวชาญในสถาบันวิจัยและสมาชิกในทีมที่สามทุกคน ได้คลุกคลีกับปรสิตของฟางหมินหมิน

 

เธอได้เงยหน้าขึ้นมอง

 

ลูกค้ารอบๆตัวได้หันมามองเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พวกเขาแสดงรอยยิ้มแปลกๆและพูดพร้อมกันว่า “เสี่ยวม่าน เธอฆ่าฟางหมินหมินหรือยัง? ทำไมไม่ตอบล่ะ?”

 

เสียงของพวกเขาทับซ้อนกับเสียงจากหูฟังอย่างพอดิบพอดี

 

—และนั่นคือเสียงของหลินหวู่

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด