[นิยายแปล] Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ภรรยาในเกมออนไลน์ของผมคือไอดอลสุดฮอต 5 การจู่โจมของพริกหยวก

Now you are reading [นิยายแปล] Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ภรรยาในเกมออนไลน์ของผมคือไอดอลสุดฮอต Chapter 5 การจู่โจมของพริกหยวก at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

Chapter : 5 การจู่โจมของพริกหยวก

.

.

.

เวลาผ่านไปอย่างสงบสุข

หลังเลิกเรียน เหล่านักเรียนรีบลุกออกจากห้องเรียน

พวกเขาอาจจะยุ่งอยู่กับพวกชมรมหรือไม่ก็เที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ

 

ฉันที่ไม่ได้มีอะไรสนใจจะทำเป็นพิเศษ กำลังนั่งชิลอยู่บนที่นั่งของตัวเอง

ฉันมองไปที่แผ่นหลังของมิสึกิซังด้วยความรู้สึกอันคลุมเคลือ

มิสึกิซังโบกมือให้ฉันเบาๆขณะที่ออกจากห้องเรียน

ฉันกำลังกลั้นตัวเองไม่ให้ยิ้มและโบกมือกลับไป

หลังจากนั้น มิสึกิซังก็เดินออกไปกับคุรุมิซากะซังที่มารับเธอที่ทางเดิน

 

ฉันไม่รู้รายละเอียดมากนัก แต่ฉันคิดว่าพวกเธอคงกำลังไปทำกิจกรรมของไอดอล

อย่างพวกซ้อมร้องและเต้น หรือพวกเธอก็อาจจะพยายามอย่างหนักในการอัดเสียง…

ฉันสงสัยจังว่านักเรียนที่เป็นไอดอลต้องใช้วันเวลาไปตั้งเท่าไหร่กัน

ฉันเริ่มกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันไม่เคยสนใจมาจนถึงตอนนี้

ฉันอยากจะรู้เกี่ยวกับมิสึกิซังมากกว่านี้

แต่เธอไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเรื่องโลกความเป็นจริงนัก

ฉันสงสัยว่าฉันจะอดความอยากรู้นี้ได้ไหวหรือเปล่า

 

ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความงุนงงอยู่สักพัก และฉันก็ยืนขึ้นเพื่อที่จะกลับ

 

“อายาโนะโคจิคูงง~ง…! จะออกไปไหนเหรอ!?”

“จากการคำนวณของผม โอกาสที่จะหนีไปจากพวกเราได้คือ 0% นะ”

“…พวกนาย”

 

ทาจิบานะกางแขนออกขวางทางเดิน

ส่วนไซโตะก็ริบกระเป๋าของฉันไว้

เจ้าพวกนี้ เอาจริง

 

“ม-มั-มันไม่ใช่ว่านายจะไป…ใช้เวลาว่างส่วนตัวร่วมกับมิสึกิ รินกะหรอกใช่ไหม!?”

“ไม่ใช่หรอกน่า ฉันแค่จะกลับบ้านแล้วไปเล่นเกม”

“จริงหรอ!? จริงๆใช่ไหม!?”

“แน่นอน”

 

…ขอเก็บเรื่องที่คุยกันที่โรงอาหารไว้เป็นความลับละกัน

ฉันไม่รู้ว่าเจ้าสองคนนี้จะทำบ้าอะไรบ้างหากรู้ว่าคุรุมิซากะซังมีส่วนเอี่ยวด้วยอีกคน

 

“น่าๆ ใจเย็นๆก่อนทาจิบานะคุง อายาโนะโคจิคุง นายเองก็นั่งลงก่อนสิ”

“ไม่เอาอะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว”

“นั่งลงซะ…ก่อนที่แว่นตาของผมจะลุกเป็นไฟ”

“…”

 

หลังงถูกบังคับอย่างงุนงง ผมก็นั่งลงอย่างไม่เต็มใจนัก

ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ

ว่าแต่มีแค่ฉันงั้นเหรอที่อยากเห็นแว่นตาของเขาลุกเป็นไฟ?

 

“เอาล่ะ อายาโนะโคจิ เล่าทุกอย่างมาให้ฟังเดี๋ยวนี้”

“ให้เล่าอะไร?”

“มันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่รึไงกัน! เรื่องที่นายสนิทกับมิสึกิซังได้ยังไงกันเล่า!”

“เอ่อ…”

“แล้วฉันก็ได้ยินมาว่านายได้คุยกับนานะจังที่โรงอาหารอีกด้วย! ไอ้เวรตะกละนี่!”

“ถ้าพูดถึงตะกละ ไม่ใช่ว่าเป็นร่างกายของนายเองหรอกรึไง”

 

ฉันพูดในขณะที่มองไปที่พุงอ้วนของทาจิบานะ

 

“ว่าไงนะ ไอ้บ้านี่!”

“อุฟ! เคาน์เตอร์ได้สวย ผมให้ 100 เต็มเลยจากการคำนวณของผม!…อุฟ!”

“ไซโตะ แกด้วยเรอะ…! เลิกพูดเรื่องหุ่นของฉันได้แล้ว! ตอนนี้ต้องคุยเรื่องอายาโนะโคจิต่างหาก! นายไปสนิทกับมิสึกิซังได้ยังไง”

“ที่สำคัญ มิสึกิซังเรียกนายด้วยนามสกุล แต่คุรุมิซากะซังเรียกนายด้วยชื่อสินะ”

[[ TL : วอท รินกะเรียกพระเอกด้วยชื่อหนิ แล้วนานะก็เรียกพระเอกด้วยชื่อเล่นด้วย โครตงง เขาเขียนผิดรึป่าวนะ]]

 

“ใช่ มันไม่ตรงกับภาพลักษณ์ของพวกเธอใช่มะ? มิสึกิซังไม่ใช่ประเภทที่จะเรียกชื่อคนอื่นได้ง่ายๆ…แล้วนานะจังก็ดูเป็นมิตร”

“ฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกนั้น เพราะงั้น…”

“นายน่ะเปลี่ยนเรื่องไม่เก่งเลยนะ บอกมาเถอะน่า”

“น-…”

[[ TL : โอ้ย ตรงนี้งงมากเลย ตกลงใครจะเรียกยังไงกันแน่เอาให้แน่ ฮ่าๆ ]]

 

ฉันควรทำไงดีเนี่ย

ถ้าความจริงที่มิสึกิซังเล่นเกมออนไลน์แพร่ออกมา…ไม่ใช่ว่าทุกคนคงช็อกกันหรอกเหรอ

ฉันไม่ได้จะดูถูกเรื่องเกมหรอกนะ แต่มันไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของมิสึกิซังเอาซะเลย

บางทีคาแรคเตอร์ของเธอคงพัง…อาจจะพูดเกินไปหน่อย

แต่ถึงยังไงก็ไม่เรื่องดีแน่ๆที่รู้

 

“เฮ้ย อายาโนะโคจิ! รีบบอกมาไม่งั้นต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้พริกหยวกกับนายอีกแล้ว!”

“ฉันไม่ได้ชอบพริกหยวกสักหน่อย ถึงจะไม่ได้เกลียด แต่ก็ไม่ได้ชอบ”

“เข้าใจแล้ว! งั้นถ้านายบอกฉัน ฉันให้นายเลย 1000 เยน!”

 

ทาจิบานะและไซโตะกุมมือขอร้องอ้อนวอน

พวกเขาดูสิ้นหวังจนฉันทนดูไม่ไหว

ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ต้องการจะเมินพวกเขา

แต่ถ้าไม่ยอมพูดอะไรสักอย่าง พวกเขาอาจจะเอะอะน่ารำคาญก็ได้

ฉันตัดสินใจบอกด้วยใจอันเศร้าโศก

 

“…ห้ามบอกใครเด็ดขาดเลยนะ?”

“รู้แล้วน่า พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่รึไง พวกเรารักษาสัญญาแน่นอน!”

“จากการคำนวณของผม มีโอกาส 2000% ที่พวกผมจะรักษาสัญญา!”

“ฟังดูเหลวไหลชอบกล…ฉันกับมิสึกิซังรู้จักกันผ่านเกมออนไลน์น่ะ”

“จริงอะ ได้ยังไงกัน?”

“เรื่องมันมีอยู่ว่า…เมื่อสองปีก่อน ฉันแต่งงานกับมิสึกิซังในเกมออนไลน์น่ะ”

“ “จ-จริงดิ!?” ”

 

ทั้งสองคนตกใจได้พร้อมเพรียงกันมาก

เอาเถอะ ก็เป็นรีแอคชั่นตามปกติแหละนะ

 

“นี่ไซโตะ! โอกาสที่ภรรยาในเกมจะเป็นไอดอลสุดฮอตนี่มันเท่าไหร่!?”

“จ-จากกันคำนวณของผม คงประมาณ 30% ล่ะมั้งนะ”

“โครตสูงเลยไม่ใช่รึไง!”

 

ทาจิบานะและไซโตะส่งเสียงดังเอะอะ

เพื่อนร่วมห้องที่ยังนั่งอยู่ในห้องเรียนมองมาที่พวกเราและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกัน

 

“เฮ้ยพวกนาย อย่าเอะอะกันเซ่ ถ้าคนอื่นรู้มันจะเป็นปัญหาเอานะ”

“หืม? มันเป็นปัญหายังไง”

“มันจะกระทบกับภาพลักษณ์ของมิสึกิซังไง และบางทีเธออาจจะต้องหยุดเล่นเกมออนไลน์หากคนทั่วไปรู้งานอดิเรกของเธอเข้า”

 

ฉันไม่แน่ใจ

ฉันไม่เคยได้ยินว่าเธอเคยบอกอะไรแบบนั้นหรอก

มันก็แค่สัญชาตญาณของฉันในฐานะที่เป็นเพื่อนของเธอมาหลายปี

 

“…ก็เป็นไปได้ จากการคำนวณของผมแล้ว มีโอาส 99% ที่งานอดิเรกที่เป็นการเล่นเกมของมิสึกิซังจะทำให้เกิดความปั่นป่วนกับคนทั่วไป และคนจำนวนมากก็จะเริ่มเล่นเกมเพื่อพบกับมิสึกิซังในเกม มันจะต้องเกิดความวุ่นวายแน่ๆ”

 

ไม่ว่ามันจะเป็นการคำนวณหรือการคาดเดา แต่ฉันคิดว่ามันค่อนข้างจะแม่นยำ

อย่างน้อยก็จะส่งผลต่อสุขภาพจิตของมิสึกิซังแน่นอน

 

“เพราะอย่างงั้นนั่นแหละ ช่วยอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นได้ไหม?”

“…”

 

พวกเขาปิดปากเงียบและไม่พูดอะไร ไม่รู้ว่าทั้งคู่กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

ด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยฉันจึงพูดต่อ

 

“ฉันอยากที่จะปกป้องที่อยู่ของมิสึกิซัง นี่เป็นความคาดเดาที่เห็นแก่ตัวของฉันเอง แต่ฉันคิดว่าในโลกเกมออนไลน์แห่งนั้น…เป็นสถานที่เดียวที่เธอสามารถเล่นได้โดยไม่ต้องกังวลกับสายตารอบตัวเธอ เพราะงั้น อย่าได้เอาเรื่องนี้ไปบอกใครเลย ฉันขอร้องล่ะ”

 

ฉันพูดขอร้องด้วยความจริงจังที่ไม่สมกับเป็นตัวเอง

พวกเขาทั้งสองคนมองหน้ากันและวางมือลงบนไหล่ของฉัน

 

“อายาโนะโคจิ…ไม่ต้องห่วงหรอก ความรู้สึกของนายได้ถ่ายทอดมาถึงฉันอย่างเต็มที่แล้ว”

“ทาจิบานะ…”

 

นี่คือพลังของมิตรภาพสินะ?

ทาจิบานะผู้มีบรรยากาศที่จริงใจปกคลุมกำลังมองตรงเข้ามาที่ดวงตาของฉัน

 

“—-เพราะงั้นฉันจะยกพริกหยวกของฉันให้นายเอง”

 

“พวกเราเป็นเพื่อนกันก็จริง แต่ฉันจะให้นายได้ลิ้มรสถึงความเจ็บปวดที่แสนอร่อยเอง”

 

ทำไมนายถึงยังจะเล่นมุกบ้าบอนี่ในเวลาที่เพื่อนกำลังพูดเรื่องจริงจังอยู่ฟะ?

ความรู้สึกอยากเจื๋อนเจ้าพวกนี้ผุดขึ้นมาตามปกติ

 

“ฮ่าๆๆๆ! ล้อเล่นหรอกน่าอายาโนะโคจิ! เรื่องของมิสึกิซังจะเป็นความลับแค่ระหว่างพวกเราสามคน!”

“…”

“เอาน่า ฉันขอโทษจริงๆ อายาโนะที่ในเวลาปกติมักจะเงียบๆ มาจ้องฉันแบบนี้ฉันรู้สึกกลัวจริงๆนะ”

 

ถึงจะอย่างงั้น ฉันก็อยากจะซัดเจ้าทาจิบานะสักทีและมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต

ปากของทาจิบานะกระตุกและเข้าไปซ่อนข้างหลังไซโตะ

 

“เอาน่า อายาโนะโคจิคุง ก็เป็นทาจิบานะนี่นะ เพราะงั้นยกโทษให้เข้าเถอะ อ๊ะ แน่นอนว่าผมก็จะรักษาสัญญา ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกนะ”

“เฮ้ออ~…เข้าใจแล้ว”

 

โกรธต่อไปก็ไม่มีประโยชน์

และฉันก็เข้าใจดีว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่จะผิดสัญญา

เพราะงั้นฉันจึงได้ตัดสินใจบอกพวกเขา

 

*ปิ้ง* เสียงแจ้งเตือนดังมาจากสมาร์ทโฟนของฉัน

 

ฉันหยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกงและเช็กดูข้อความ

ผู้ส่งคือริน

มันเขียนว่า [คืนนี้เล่นเกมกันสักพักไหม?]

 

“เห…”

 

ไซโตะและทาจิบานะโน้มตัวมองดูสมาร์ทโฟนของฉันจากด้านข้าง

 

“อ-อะไรเล่า”

“พวกเราไปด้วยได้มะ”

“ก็ต้องตอบว่าไม่อยู่แล้ว มิสุกิซังอาจจะดูไร้เดียงสาในเกม แต่ในชีวิตจริงเธอขี้อาย…เธอจะระวังทุกคนยกเว้นแต่คนที่เธอไว้ใจ”

 

จะว่าไปฉันก็ยังไม่เคยเห็นเธอใกล้ชิดกับใครนอกจากฉันมาก่อนเลย

พูดได้ว่าความสัมพันธ์ของมิสึกิซังในเกมออนไลน์นั้นค่อนข้างพิเศษ

 

“อย่างกับแมวอย่างงั้นแหละ…เอาเถอะ ถ้าอายาโนะโคจิคุงพูดแบบนั้นก็คงช่วยไม่ได้ พวกเราจะปิดปากให้สนิทเอง”

“ใช่แล้วล่ะ ฉันคิดว่าฉันจะกลับไปเล่นเกมออนไลน์สักหน่อย บางทีฉันอาจจะได้แต่งงานกับไอดอลด้วยก็ได้!”

 

ทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น

เท่านี้เรื่องของมิสึกิวังก็คลี่คลายลงได้ดี

 

ขณะที่ฉันฟังพวกเขาพูดคุยกัน ฉันก็ตอบกลับข้อความของริน [ตกลง แล้วเจอกันประมาณ 21:00 น.นะ]

 

ขณะที่ฉันตั้งตารอคืนนี้ หัวใจฉันก็สั่นสะท้านพร้อมกับความกังวลที่ไม่สามารถควบคุมได้

.

.

.

*———-จบตอน———-*

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด