ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา 1513 นำหายนะมาสู่ฉงต้า

Now you are reading ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา Chapter 1513 นำหายนะมาสู่ฉงต้า at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

เมื่อเออร์บักออกคำสั่ง ท่านชายฉินก็กลายเป็นเด็กรับใช้ฉินทันที ชายชรามีตัวตนอยู่ในฟาร์มปลาอย่างที่เรียกได้ว่าอยู่ภายใต้คนคนเดียว แต่อยู่เหนือคนนับหมื่น ถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่ได้พบเขาจนรู้สึกเหมือนเขาไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยก็ตาม

ทว่า คำว่าภายใต้คนคนเดียวสำหรับเขาไม่ได้หมายถึงฉินสือโอว แต่เป็นพ่อกับแม่ของฉินสือโอวต่างหาก เรื่องนี้ท่านชายฉินก็พอจะเข้าใจได้ ก็มันเกี่ยวกับความกตัญญูเอย อายุเอย ความอาวุโสเอย อะไรแบบนั้นใช่ไหมล่ะ

พอเดินออกมาจากห้องกิจกรรมบันเทิง เขาก็เรียกนีลเซ็นเข้ามาหา “ไปซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาด เอาแบบครบชุดเลยนะ จะได้มาช่วยคุณปู่ปัดกวาดทำความสะอาด”

นีลเซ็นมีความสามารถในการทำงานที่ดีเยี่ยม เขาสตาร์ทรถขับออกไปทันที หลังจากนั้นก็ซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาดกลับมาแบบครบเซต พอลองมองดูฉินสือโอวก็เห็นว่ามีทั้งไม้ถูพื้น แปรงขัดทำความสะอาด ถุงขยะ ลูกกลิ้งกำจัดฝุ่นกับถังขยะ กระทั่งไม้กวาดก็มีครบ

นอกจากนี้แล้วเขายังได้ซื้อน้ำหอมปรับอากาศ ใบชา น้ำยาทำความสะอาด กล่องใส่กระดาษชำระ กระดาษทิชชูไร้แกน แปรงขัดพื้น ผ้าเช็ดครัวชนิดต่างๆ รวมถึงสบู่และไดร์เป่าผมมาพร้อมกันอีกด้วย ทั้งยังมีของที่ฉินสือโอวไม่เคยเห็นมาก่อนอีก

ไม่รู้ก็ต้องถาม ฉินสือโอวชี้นิ้วไปที่ถังใบเล็กหลายๆ ใบแล้วถามว่าอะไรอยู่ในนั้น นีลเซ็นตอบเขาว่า “นี่คือน้ำยาเคลือบหิน นี่คืออุปกรณ์ขัดหิน น้ำยารักษาเนื้อไม้ ส่วนนี่คือแปรงขัดแก้ว…”

ฉินสือโอวเข้าใจได้ทันที เขาซื้อของมาครบครันพร้อมสรรพจริงๆ

ในเมื่อนีลเซ็นซื้อของมาครบทุกอย่างแล้ว ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะทำความสะอาดวิลล่าสักหน่อยแล้วกัน เขาเพิ่งจะเก็บของออกมาพ้นประตูได้ไม่เท่าไร ก็มีสายโทรศัพท์จากวินนี่โทรเข้ามา หลังจากกดรับสายวินนี่ก็พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงกระสับกระส่าย “คุณยังอยู่ที่นั่นหรือเปล่าคะ? รีบกลับมาที่นี่ทีค่ะ ตำรวจจากสำนักงานตำรวจม้านครเซนต์จอห์นเข้ามาตรวจค้นที่นี่ บอกว่าจะพาพวกฉงต้ากับฉงเอ้อไป”

พอได้ยินแบบนี้ ฉินสือโอวก็เกิดอาการกระวนกระวายขึ้นมาทันที นี่มันเรื่องอะไรกัน? จะพาฉงต้ากับฉงเอ้อไปเหรอ? จะทำแบบนั้นได้ยังไง เขาจึงให้นีลเซ็นไปเตรียมรถแล้วขับไปยังสนามบินลือเนนบูร์กเพื่อบินกลับไปที่นครเซนต์จอห์นทันที

น้ำเสียงของวินนี่ดูร้อนรนมาก เห็นได้ชัดว่าเป็นนี่เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจริงๆ ไม่บ่อยนักที่ฉินสือโอวจะได้ยินน้ำเสียงแบบนี้จากเธอ

ขณะเดินทางกลับ ฉินสือโอวก็โทรกลับไปหาวินนี่อีกครั้งแล้วถามเธอว่า “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมตำรวจถึงจะพาตัวฉงต้ากับฉงเอ้อไปล่ะ? พวกมันก่อนเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

วินนี่พูดด้วยอารามร้อนใจว่า “เปล่าค่ะ ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แต่พวกเราโชคไม่ดีเอง เมื่อไม่กี่วันก่อน สมาคมพิทักษ์สัตว์ของนครเซนต์จอห์นจับจระเข้จากสวนองุ่นแห่งหนึ่งได้เป็นฝูงเลย! ให้ตายเถอะ ไม่รู้ว่าใครมันช่างว่างจนมีเวลามาเลี้ยงจระเข้แบบนี้! ช่างเถอะค่ะ ฉันจะส่งลิงก์ข่าวไปให้คุณลองอ่านดูแล้วกันนะคะ ไม่มีเวลามาเล่าแล้ว พวกตำรวจยังอยู่ข้างนอกอยู่เลย”

ต่อจากนั้นลิงก์ข่าวก็ถูกส่งมา ฉินสือโอวกดเปิดลิงก์เข้าไปอ่าน เรื่องเกิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่เมืองนครเซนต์จอห์นมีคนโทรไปแจ้งตำรวจว่าสวนองุ่นข้างๆ เลี้ยงสัตว์ผิดกฎหมายไว้ข้างในทะเลสาบเล็กๆ ในสวนองุ่นแห่งนั้น

ตำรวจนึกว่ามีคนเลี้ยงปลาจำพวกปลาปิรันยาเอาไว้ เพราะเคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน แต่ปรากฏว่าคราวนี้พวกเขาถึงกับต้องตาค้าง เพราะสัตว์เลี้ยงผิดกฎหมายในครั้งนี้สุดยอดเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มาก เพราะพวกมันคือจระเข้ตีนเป็ดหลากสายพันธุ์!

เมื่อฉินสือโอวมองดูจระเข้ตัวเล็กใหญ่ท่าทางดุร้ายพวกนั้น เขาก็อดอุทานออกมาไม่ได้ เวรเอ๊ย เขาว่าที่เขาเลี้ยงหมี เลี้ยงหมาป่าแมวป่าไว้ก็สุดยอดมากแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมีคนเลี้ยงจระเข้ด้วย! แถมยังเลี้ยงไว้เยอะขนาดนี้อีก!

ตามการรายงานข่าว คนคนนี้เลี้ยงจระเข้ไว้ทั้งหมด 140 ตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นตะลึงมาก หลังจากนั้นต้องใช้กำลังและความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานกับตำรวจในพื้นที่กว่ายี่สิบคน กับเวลาอีกสี่วันถึงจะสามารถจับจระเข้พวกนี้ไปส่งไว้ที่สวนสัตว์สัตว์เลื้อยคลานแม่น้ำอินเดียนได้

หลังจากเรื่องนี้ถูกตีแผ่ในรัฐนิวฟันด์แลนด์ มันก็สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนหมู่มาก จนมีคนบางพวกที่ไม่มีการมีงานทำเขียนโพสต์รายงานลงไปบนเว็บบอร์ดชื่อดัง เพื่อเรียกร้องให้ทุกคนแจ้งตำรวจให้เข้าไปตรวจสอบเพื่อนบ้านหรือฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ผิดกฎหมายที่พวกเขาเคยพบ

การรายงานข่าวสิ้นสุดลงเท่านี้ ฉินสือโอวจึงเข้าไปค้นหาโพสต์การรายงานสัตว์ผิดกฎหมายอันนั้น โพสต์นี้ดังมากๆ หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้นมันก็แพร่กระจายจากนครเซนต์จอห์นจนเป็นที่รู้จักทั่วทั้งประเทศแคนาดา ทั้งยังมีคนเขียนความคิดเห็นตอบกลับมากกว่าหมื่นคน

เริ่มแรกสัตว์ที่ถูกรายงานในโพสต์นั้นคือพวกสุนัขพันธุ์ใหญ่ แต่หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แปลกประหลาดขึ้นไปเรื่อยๆ มีตั้งแต่กิ้งก่า แมวดาว งูหลาม แมวป่า ไปจนถึงสุนัขจิ้งจอก แถมยังเป็นสัตว์พันธุ์ดีอีกต่างหาก คนในท้องถิ่นของเมืองนครเซนต์จอห์นเลี้ยงจระเข้ตีนเป็ดเอาไว้ ส่วนที่รัฐออนแทรีโอก็มีคนเลี้ยงฮิปโปโปเตมัส ช้าง แรด เสือโคร่งเบงกอล สิงโตกับหมีไว้เหมือนกัน

ฉินสือโอวเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้างแล้ว นอกจากเขาก็ยังมีคนแคนาดาอีกไม่น้อยที่เลี้ยงหมีสีน้ำตาลเป็นสัตว์เลี้ยง คนที่เลี้ยงหมีขั้วโลกก็มีให้เห็นหนึ่งคน ส่วนคนที่เลี้ยงเต่าอัลลิเกเตอร์ก็ยิ่งมีเยอะขึ้นไปอีก

เพียงแต่ว่า คนที่เลี้ยงทั้งหมีขั้วโลกทั้งหมีสีน้ำตาลและเต่าอัลลิเกเตอร์กลับมีท่านชายฉินแค่คนเดียว ดังนั้นเขาจึงได้ขึ้นเป็นพาดหัวข่าวไปโดยปริยาย

โชคดีที่ทุกคนต่างก็คิดว่าหมาป่าขาวนิวฟันด์แลนด์ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว หลัวปอจึงถูกสรุปว่าเป็นเพียงหมาป่าที่กลายพันธุ์จนขนเป็นสีขาวเท่านั้น และโชคยังดีที่ผู้รายงานเรื่องนี้ไม่เคยเห็นสัตว์ดุร้ายอย่างนกอินทรีทองกับนกอินทรีหัวขาวของเขามาก่อน ไม่เช่นนั้นคราวนี้ท่านชายฉินคงจะรับผลที่ตามมาไม่หวาดไม่ไหวแน่นอน

เลี้ยงสัตว์อื่นๆ ยังไม่เท่าไร แต่กฎหมายของแคนาดาได้กำหนดไว้ว่าไม่อนุญาตให้เพาะเลี้ยงนกอินทรีทองกับนกอินทรีหัวขาวเด็ดขาด

ที่จริงก็เป็นอย่างวินนี่ว่าไว้ พวกเขาแค่ดวงไม่ดีก็เท่านั้น คนที่นำรูปของฉงต้าไปโพสต์ไม่ได้มีเจตนาจะแจ้งจับพวกเขา แต่แค่อยากจะโชว์คนอื่นก็เท่านั้น เขาเขียนบรรยายในโพสต์นั้นว่าเมืองนี้ก็มีคนเลี้ยงสัตว์ที่อาจจะเป็นอันตรายเหมือนกัน แต่ที่จริงแล้วพวกมันแสนรู้แล้วก็น่ารักมากๆ ไม่เป็นอันตรายเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่พวกตำรวจไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้หรอก พวกเขาแค่ออกค้นหาจากโพสต์นั้นตามหน้าที่ก็เท่านั้น

ที่สนามบินเล็กๆ ของเมืองลือเนนบูร์ก ในหนึ่งสัปดาห์จะมีเที่ยวบินไปนครเซนต์จอห์นแค่สองเที่ยวเท่านั้น

ฉินสือโอวจองตั๋วไม่ทัน ในตอนนี้เขาจึงนึกถึงบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรสที่ไม่ได้ใช้บริการมานาน  เขาแสดงบัตรให้ผู้ดูแลสนามบินดู หลังจากนั้นก็โทรไปหาเจนนิเฟอร์เพื่อแจ้งความต้องการของเขาให้เธอได้รู้

วางสายได้ไม่ถึงยี่สิบนาที ผู้ดูแลสนามบินก็มาบอกกับฉินสือโอวว่าพวกเขาได้จัดเตรียมเครื่องบินลำหนึ่งสำหรับเขาโดยเฉพาะแล้ว และจะสามารถขึ้นบินได้ทันที

เป็นอีกครั้งที่ฉินสือโอวได้สัมผัสกับผลประโยชน์ของอำนาจและเงินตรา ซึ่งนี่เป็นสาเหตุที่ชาวแคนาดาทำงานหาเงินอย่างบ้าคลั่ง สำหรับประเทศนี้ถ้ามีเงินคุณก็จะได้รับการดูแลดุจดั่งพระเจ้า

พอเครื่องบินลงจอดที่สนามบินนครเซนต์จอห์น บีบีซวงก็ขับเฮลิคอปเตอร์มารออยู่ที่นั่นแล้ว ฉินสือโอวนั่งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ที่ช้ากว่าเครื่องบินโดยสารตั้งไม่รู้เท่าไรก็ถึงกับส่ายหัวให้กับความเชื่องช้านี้ น่าเสียดายที่ช่วงนี้เขาหมดเงินไปกับการลงทุนหลายอย่างแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาต้องซื้อเฮลิคอปเตอร์ลำใหม่อย่างแน่นอน

รับสายโทรศัพท์เมื่อช่วงบ่าย พอถึงเวลาพลบค่ำฉินสือโอวก็กลับมาถึงฟาร์มปลาแล้ว ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังบินวนอยู่ในอากาศ เขาก็มองเห็นว่ามีรถตำรวจหลายคันกำลังจอดอยู่ที่ประตูทางเข้าฟาร์มปลา นอกจากนี้ยังมีรถติดกรงเหล็กสำหรับขนสัตว์ป่าโดยเฉพาะอีกด้วย ตำรวจพวกนี้กระจายตัวอยู่บริเวณรอบๆ ประตูทางเข้า

พอลงจากเฮลิคอปเตอร์เขาก็ยังไม่สามารถเข้าไปทักทายพ่อกับแม่ของเขาได้ ฉินสือโอวเดินไปยังประตูทางเข้าฟาร์มปลาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พวกฉงต้า ปอหลัว หลัวปอที่หลบอยู่ตรงประตูก็กำลังพากันยื่นหัวออกมา เมื่อเห็นว่าเขากลับมาแล้ว จึงพากันส่งเสียงร้องครวญครางพร้อมกับวิ่งออกมาจากที่ซ่อน ทางด้านหลังของพวกมันยังมีหมีโลลิอีกหนึ่งตัวที่กำลังยื่นหัวเล็กๆ มองออกไปข้างนอกด้วยความขลาดอาย

ฉินสือโอวโบกมือเพื่อบอกให้เหล่าสัตว์เลี้ยงพากันกลับไป บรรดาสัตว์เลี้ยงฝูงเล็กที่เพิ่งจะวิ่งออกมาจึงต้องถอยเท้าเดินหันหลังกลับด้วยความเศร้าสร้อย

บรรยากาศในบริเวณประตูทางเข้าเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด เกิงจุนเจี๋ยพาพวกชาวประมงมาขวางประตูเอาไว้ ทั้งยังใช้รถยนต์สองคันกั้นประตูใหญ่ไว้ด้วย รถพอร์ช 918 กับรถคาดิลแลควันต่างก็เป็นรถหรูราคาแพงทั้งคู่ ทำให้พวกตำรวจไม่กล้าใช้กำลังรุนแรงกับพวกเขาง่ายๆ

……………………………………

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด