ยามดอกวสันต์ผลิบาน 424 ขอบคุณ

Now you are reading ยามดอกวสันต์ผลิบาน Chapter 424 ขอบคุณ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ห​ลี่​ซื่อ​ย่อม​เห็นด้วย​เป็นธรรมดา​ นอกจาก​จะมอบ​ลิ่ม​เงิน​สิบ​กว่า​ก้อน​ให้​นาง​ตกเป็น​รางวัล​แก่​คน​ข้าง​กาย​ของ​เฉิงฉือ​แล้ว​ ยัง​หยิบ​กล่อง​ไม้สน​สอง​กล่อง​ให้​โจว​เสาจิ่น​อีกด้วย​ กล่าวว่า​ “ใน​กล่อง​นี้​มีโสมร้อย​ปี​สอง​ราก​ ประเดี๋ยว​ตอนที่​เจ้าไป​ก็​มอบให้​ท่าน​น้า​ฉือ​ของ​เจ้า ข้า​ก็​รู้ดี​ว่า​ ที่​ท่าน​น้า​ฉือ​ของ​เจ้าช่วย​พี่ชาย​ใหญ่​ของ​ข้า​มิใช่เพื่อ​สิ่งนี้​ ของ​เล็กๆ น้อยๆ​ เหล่านี้​ไม่เพียง​พอที่จะ​แสดง​ความ​ซาบซึ้งใจ​ที่​ตระกูล​ห​ลี่​มีต่อ​ท่าน​น้า​ฉือ​ของ​เจ้าเลย​ แต่​นี่​เป็นน้ำ​จิต​น้ำใจ​เล็กน้อย​ของ​ตระกูล​ห​ลี่​ ข้า​ก็​เพียง​ยืม​ดอกไม้​มาถวาย​พระ​ ไม่ว่า​อย่างไร​ต้อง​ให้​ท่าน​น้า​ฉือ​ของ​เจ้ารับ​ไว้​”

โจว​เสาจิ่น​ไม่รู้​ว่า​เพราะเหตุใด​เฉิงฉือ​ถึงช่วย​พี่ชาย​ของ​ห​ลี่​ซื่อ​

ของขวัญ​ที่​ตระกูล​ห​ลี่​มอบให้​ย่อม​แล้วแต่​ท่าน​น้า​ฉือ​จะจัดการ​

นาง​เพียง​ช่วย​นำ​ไป​มอบให้​เท่านั้น​

โจว​เสาจิ่น​รับคำ​แล้ว​พา​ซางมามานั่ง​เกี้ยว​ไป​ที่​ประตู​เฉาหยาง​

เฉิงฉือ​ไม่ได้​เจอ​นาง​มาหลาย​วัน​เช่นกัน​ พอ​ได้ยิน​ว่า​นาง​จะมา ก็​เลื่อน​งาน​สังสรรค์​ต่างๆ​ ออก​ไป​แล้ว​รอ​นาง​อยู่​ที่​บ้าน​

โจว​เสาจิ่น​รู้สึก​ขวยเขิน​ใน​ใจ ไม่กล้า​บอ​กว่า​ตนเอง​คิดถึง​คน​เบื้องหน้า​ผู้​นี้​เหลือเกิน​ ถ้อย​คำขอบคุณ​เหล่านั้น​ล้วน​เป็น​ข้ออ้าง​ ความจริง​ก็​แค่​อยาก​มาเจอ​เขา​ ด้วยเหตุนี้​พอได้​พบ​เฉิงฉือ​จึงตื่นเต้น​เล็กน้อย​ หยิบ​กล่อง​ไม้สน​ที่​ห​ลี่​ซื่อ​ฝาก​นาง​มาให้​ออกมา​ยัด​ใส่มือ​ของ​เฉิงฉือ​ กล่าวว่า​ “นี่​เป็น​ของ​ที่​ฮูหยิน​ฝาก​ข้า​เอา​มาให้​เจ้าค่ะ​ บอ​กว่า​ขอบคุณ​ที่​ท่าน​แนะนำ​หลิว​หย่ง​ให้​ท่าน​ลุง​ตระกูล​ห​ลี่​รู้จัก​เจ้าค่ะ​!”

เฉิงฉือ​เห็น​นาง​ดู​ขัดเขิน​ระคน​ขลาดกลัว​ งดงาม​ราว​ดอกไม้​ ดวงตา​คู่​โต​สุกใส​วาววาม​หลุบ​ลง​มอง​เท้า​ มุมปาก​ก็​กระตุก​อย่าง​ห้าม​ไม่อยู่​ ใน​ใจพลัน​นึก​สนุก​ขึ้น​มา ค่อยๆ​ ค้อม​กาย​ลง​ เป่า​ลมหายใจ​ร้อน​รด​ใบ​หู​ของ​นาง​พลาง​กล่าวว่า​ “นาย​ท่าน​ใหญ่​ตระกูล​ห​ลี่​นั่น​เกี่ยว​อะไร​กับ​ข้า​ด้วย​ ข้า​เพียง​อยาก​จะเอาใจ​เสาจิ่น​ของ​ข้า​สักหน่อย​เท่านั้น​… ใคร​จะรู้​ว่า​เมื่อ​พบ​หน้า​กัน​นาง​กลับ​ไม่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ​แม้ประโยค​เดียว​ แต่​ยัดเยียด​กล่อง​สอง​ใบ​มาให้​ข้า​…ข้า​รอคอย​อยู่​ที่​บ้าน​มาตั้ง​นาน​เสียเปล่า​…”

ลมหายใจ​ที่​คุ้นเคย​นั้น​ อ่อนหวาน​อย่าง​น่าประหลาด​ ทำให้​โจว​เสาจิ่น​หน้า​แดงเถือก​ ริมฝีปาก​อ้า​ๆ หุบ​ๆ ไม่รู้​จะพูด​อะไร​ดี​ นาน​ครู่ใหญ่​กว่า​จะเงยหน้า​ขึ้น​มา กลับ​เห็น​รอยยิ้ม​ใน​ดวงตา​ของ​เฉิงฉือ​

โจว​เสาจิ่น​โกรธ​จน​ผลัก​เฉิงฉือ​ออก​ไป​

เฉิงฉือ​ระบาย​ยิ้ม​อย่าง​อ่อนโยน​ ทว่า​ใน​ใจกลับ​เหม่อลอย​

ในที่สุด​เด็กน้อย​ของ​เขา​ก็​รู้จัก​ผลัก​เขา​เสียแล้ว​ ไม่รู้​ว่า​ต่อไป​เวลา​ที่​ไม่พอใจ​เล็กน้อย​จะชักสีหน้า​ให้​เขา​เห็น​หรือไม่​กัน​นะ​

อย่างไรก็ตาม​ เมื่อ​เทียบ​กับ​ความสุข​ชั่วครู่​ชั่วคราว​ ไม่สู้ให้​โจว​เสาจิ่น​แสดง​อารมณ์​ของ​ตน​ออกมา​ได้​อย่าง​ง่ายดาย​เสีย​ยัง​จะดีกว่า​ ต่อ​จากนี้ไป​เวลา​ที่​ทั้งสอง​คน​อยู่​ด้วยกัน​ยังมี​อีก​ยาว​ไกล​ เขา​มิอาจ​คาดเดา​ความรู้สึกนึกคิด​ของ​นาง​ได้​เสมอ​ นาง​ก็​มิอาจ​รอ​ให้​เขา​มาช่วยเหลือ​นาง​ได้​อยู่​เรื่อย​เช่นกัน​ ปฏิเสธ​หรือ​ยืนยัน​อย่าง​พอเหมาะ​พอดี​ จึงจะทำให้​ความสัมพันธ์​ของ​ทั้งคู่​ยิ่ง​ยืนยาว​

เขา​ฉวยโอกาส​ถอย​ไป​สอง​ก้าว​พลาง​ดึง​มือ​ของ​โจว​เสาจิ่น​ กล่าวว่า​ “เจ้ามาได้​พอดี​ ช่วง​ก่อน​ข้า​วาดรูป​ไก่ฟ้า​สีทอง​รูป​หนึ่ง​ อยาก​จะมอบให้​กวน​เก​อ​ใน​พิธี​ครบ​ร้อย​วัน​ของ​เขา​ เจ้าช่วย​ข้า​ดู​ที​ว่า​เป็น​อย่างไร​”

โจว​เสาจิ่น​ถูก​เขา​จูงไป​ที่​หน้า​โต๊ะเขียนหนังสือ​

บน​กระดาษ​เซวียนจื่อ​ที่​ไม่ใหญ่​นัก​มีภาพ​ดอก​โบตั๋น​เบ่งบาน​สอง​ดอก​และ​ไก่ฟ้า​สีทอง​ยื่น​หัวออก​มาจาก​ใต้​ดอก​โบตั๋น​ ชูคอ​ระหง​มอง​ผีเสื้อ​ร่าย​ระบำ​คู่​หนึ่ง​ที่​มุมซ้าย​บน​ ท่าทาง​สนอกสนใจ​ ดู​น่ารัก​งดงาม​

โจว​เสาจิ่น​นึกไม่ถึง​ว่า​ภาพ​ของ​เฉิงฉือ​ก็​วาด​ได้​สวยงาม​ถึงเพียงนี้​

นาง​ยืน​อึ้ง​งัน​ไป​ชั่ว​เสี้ยว​หนึ่ง​ แล้ว​ถึงได้​คืนสติ​กลับมา​ กล่าวว่า​ “ท่าน​น้า​ฉือ​ ข้า​ได้ยิน​คน​กล่าว​กัน​ว่า​ ผู้​ที่​มีทักษะ​วิทยา​ยุทธ์​ดี​ ปกติ​มักจะ​ต้อง​ทุ่มเท​เวลา​ใน​การฝึกฝน​มาก​ ไฉน​ท่าน​ถึงยังมี​เวลา​อ่าน​ตำรา​ วาดภาพ​ และ​สอบ​จิ้น​ซื่อ​ด้วย​เล่า​…”

โจว​เสาจิ่น​มอง​เฉิงฉือ​ตา​ปริบๆ​

นี่​ยัง​จะทำให้​คน​ซาบซึ้งใจ​มากกว่า​ชมภาพวาด​ของ​เขา​ตรงๆ​ ว่า​สวย​เสีย​อีก​

เฉิงฉือ​หัวเราะ​เริงร่า​ กล่าวว่า​ “หากว่า​เจ้าอยาก​ทำ​อะไร​สัก​อย่างหนึ่ง​ ย่อ​มหา​เวลา​มาได้​เสมอ​”

ถ้าหาก​ไม่ฉลาด​ปราดเปรื่อง​ ต่อ​ให้หา​เวลา​มาได้​ก็​คง​มิอาจ​เก่งกาจ​เท่า​ท่าน​น้า​ฉือ​กระมัง​

สายตา​ที่​โจว​เสาจิ่น​มอง​เฉิงฉือ​เปี่ยม​ไป​ด้วย​ความ​ยกย่อง​ชื่นชม​อย่าง​ไม่ปกปิด​

เฉิงฉือ​ยิ่ง​อารมณ์ดี​เข้าไป​ใหญ่​ กล่าวว่า​ “ถึงเวลา​นั้น​ก็​มอบ​ภาพ​นี้​ให้​แล้วกัน​”

โจว​เสาจิ่น​พยัก​หน้ายิ้ม​ๆ เห็น​บน​โต๊ะเขียนหนังสือ​วาง​แปรง​ทาสี​ แป้งเปียก​และ​เครื่องมือ​อื่นๆ​ ก็​อด​เอ่ย​ถามอย่าง​สงสัย​ไม่ได้​ว่า​ “ท่าน​น้า​ฉือ​ ท่าน​ต้อง​กา​ร.​..เข้า​ม้วน​ภาพวาด​เอง​หรือ​เจ้าคะ​”

ดังที่​มีคำกล่าว​ไว้​ว่า​ ความงดงาม​ของ​ภาพ​ขึ้นอยู่กับ​ภาพวาด​สามส่วน​ การ​เข้า​ม้วน​ภาพ​เจ็ด​ส่วน​ ภาพ​เช่นไร​เข้ากับ​แกน​ไม้ ผ้าไหม​หรือ​กระดาษ​ที่​เข้า​ม้วน​เช่นไร​ ล้วน​เป็น​ทักษะ​ฝีมือ​ชั้นสูง​ ปกติ​ยอด​ฝีมือ​การ​เข้า​ม้วน​ภาพ​หา​ยาก​ยิ่งยวด​ บางครั้ง​ต้อง​รอ​นาน​กว่า​ครึ่ง​ปี​ถึงจะเข้า​ม้วน​ภาพ​ของ​เจ้า

เฉิงฉือ​กล่าว​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “ภาพ​ที่​ข้า​วาด​เอง​ ก็​ไม่จำเป็นต้อง​วุ่นวาย​ขนาด​นั้น​ ข้า​เข้า​ม้วน​ภาพ​เอง​ดีกว่า​!”

แต่​หาก​ไม่มีฝีมือ​ ก็​คง​ไม่กล้า​ทำ​เอง​หรอก​กระมัง​

หาไม่​แล้ว​หาก​มิได้​เข้า​ม้วน​ภาพ​ให้​ดี​ ภาพ​ที่​เข้า​ม้วน​ปี​นี้​ ก็​อาจ​เสีย​ปีหน้า​ เช่นนั้น​จะมีความหมาย​อะไร​!

เมื่อ​นึกถึง​ตรงนี้​ โจว​เสาจิ่น​ก็​อยาก​ลองดู​สักหน่อย​อย่า​งอด​ไม่ได้​ กล่าวว่า​ “ท่าน​น้า​ฉือ​ ให้​ข้า​ช่วย​ท่าน​เข้า​ม้วน​ภาพ​เถอะ​นะ​เจ้าคะ​”

เฉิงฉือ​ประหลาดใจ​เล็กน้อย​ แต่​เมื่อ​มองเห็น​ดวง​หน้า​น้อย​ๆ ของ​โจว​เสาจิ่น​ที่​เปล่งปลั่ง​เพราะ​มีความสุข​ เขา​ก็​พลัน​รู้สึก​ว่า​อย่างนี้​ก็​ไม่เลว​เหมือนกัน​ วัน​หลังเขา​วาดภาพ​แล้ว​ ก็​ให้​นาง​เข้า​ม้วน​ภาพ​ได้​ นอกจากนี้​เขา​ยัง​ชื่นชอบ​พวก​งาน​หิน​และ​โลหะ​เป็นอย่างมาก​อยู่แล้ว​ เสาจิ่น​เป็น​คน​ที่​ละเอียดลออ​ ถ้าหาก​นาง​สนใจ​การ​เข้า​ม้วน​ภาพ​ พวกเขา​ยัง​ซ่อมแซม​ตำรา​โบราณ​ที่​มีอยู่​เล่ม​เดียว​ด้วยกัน​ได้​

ครั้น​นึกถึง​เรื่อง​เหล่านี้​แล้ว​ เฉิงฉือ​ก็​เปลี่ยนเป็น​กระตือรือร้น​ขึ้น​มา

ทั้งสอง​คน​เลือก​วัตถุดิบ​ ทา​แป้งเปียก​ ตัด​ขอบ​ ติด​ภาพ​ด้วยกัน​ เฉิงฉือ​ด้าน​หนึ่ง​อธิบาย​ข้อควรระวัง​ให้​แก่​โจว​เสาจิ่น​ อีก​ด้าน​หนึ่ง​ก็​บอก​ให้​นาง​หยิบ​มีด​กด​กระดาษ​ ระหว่าง​นี้​ยัง​โอบ​โจว​เสาจิ่น​ใน​วงแขน​ จับมือ​สอน​นาง​ฝึก​ใช้เศษขอบ​ติด​กระดาษ​อย่างไร​

ดวง​หน้า​ของ​โจว​เสาจิ่น​ร้อน​ผะ​ผ่าว​ ทว่า​กลิ่น​ที่​แนบติด​เสื้อ​ของ​นาง​กลับ​สะอาดสะอ้าน​ อุณหภูมิ​ร่างกาย​ก็​อบอุ่น​ถึงเพียงนั้น​ ทำให้​นาง​มึนเมา​เสมือน​ดื่มด่ำ​สุรา​ขาว​ดอก​สาลี่​ที่เก็บ​มานาน​หลาย​ปี​ ดวง​หน้าแดง​เรื่อ​ ไอ​ร้อน​พลุ่ง​ขึ้นหน้า​โดยตรง​

ส่วน​เฉิงฉือ​มองดู​โจว​เสาจิ่น​ที่​หลุบ​เปลือกตา​ลง​ ดู​คล้าย​ดวง​หน้า​น้อย​ๆ ที่​ว่าง่าย​และ​สงบสุข​เป็น​อย่างยิ่ง​ เขา​แทบ​อยาก​จะโอบกอด​นาง​แล้ว​จุมพิต​สัก​สอง​ที​ นวด​เคล้น​นางแนบ​ติดกับ​ร่าง​ของ​ตนเอง​แรง​ๆ

มีเด็กสาว​ที่​เชื่อฟัง​และ​รู้ความ​ขนาด​นี้​ได้​อย่างไร​

เขา​หักห้าม​ใจถึงได้​ไม่จูบ​โจว​เสาจิ่น​ แต่​ระบาย​ยิ้ม​พลาง​ปล่อย​นาง​ เดิน​ไป​ข้าง​หนึ่ง​แล้ว​เข้า​ม้วน​ภาพ​ไก่ฟ้า​สีทอง​ที่​ตน​วาดภาพ​นั้น​ต่อ​ และ​ให้​โจว​เสาจิ่น​ฝึก​ติด​ภาพ​ด้วย​ตนเอง​

ต้น​ไผ่​เขียวชอุ่ม​ข้างนอก​ห้อง​โยก​ไหว​ ร่มรื่น​และ​เงียบสงบ​ ทำให้​คน​เห็น​แล้ว​รู้สึก​เสมือน​เวลา​หยุดนิ่ง​อย่างไร​อย่างนั้น​ ผ่อนคลาย​และ​สงบสุข​ยิ่ง​

โจว​เสาจิ่น​ลอบ​เงยหน้า​มอง​เฉิงฉือ​เขา​กำลัง​เข้า​ม้วน​ภาพวาด​อย่าง​ตั้งใจ​

แขน​เสื้อ​ผ้าไหม​ซงเจียง​สีขาว​พระจันทร์​ถลก​ขึ้น​เหนือ​ศอก​ เผย​ให้​เห็น​แขน​ขาว​หมดจด​กำยำ​ของ​เขา​ ยิ่ง​ทำให้​นิ้ว​เรียว​ยาว​ของ​เขา​ดู​มั่นคง​แข็งแกร่ง​

เปลือกตา​ของ​โจว​เสาจิ่น​ซับ​สีแดง​จางๆ รู้สึก​อารมณ์​อ่อนไหว​เล็กน้อย​

ท่าน​น้า​ฉือ​มักจะ​หา​ข้ออ้าง​ ‘กลั่นแกล้ง​’ นาง​เสมอ​ ทำไม​วันนี้​ถึงได้​…เงียบ​เช่นนี้​เล่า​

เป็น​เพราะ​วันนี้​เขา​มีงาน​ยุ่ง​ หรือว่า​เพราะ​นาง​ผลัก​เขา​ออก​ไป​ทำให้​เขา​รู้สึก​เก้อ​กระดาก​เล็กน้อย​กัน​นะ​

โจว​เสาจิ่น​รู้สึก​ขัดแย้ง​ใน​ตัวเอง​เป็นอย่างมาก​

ทั้ง​อยาก​ให้​เฉิงฉือ​ปฏิบัติ​ต่อ​นาง​ดัง​เก่า​ และ​คิด​ว่า​ถ้าหาก​ในอนาคต​อยู่​เป็นเพื่อน​ท่าน​น้า​ฉือ​อย่าง​เงียบๆ​ เฉกเช่น​ตอนนี้​ได้​ก็​คง​ดี​… ขณะที่​ใจลอย​อยู่​นั้น​ ก็​ทำ​กระดาษ​ที่​ต้อง​ติด​ยับ​

โจว​เสาจิ่น​กระดากอาย​เหลือแสน​ ไม่กล้า​เงยหน้า​มอง​เฉิงฉือ​

เฉิงฉือ​เข้ามา​กอด​นาง​พลาง​หอม​แก้​มอม​ชมพู​ของ​นาง​อย่าง​รักใคร่​ กล่าว​เสียง​อบอุ่น​ว่า​ “ไม่เลว​ๆ จะดี​จะร้าย​ก็​ติด​กระดาษ​เป็น​แล้ว​ ดีกว่า​ที่​ข้า​คาด​ไว้​มาก​!” ขณะที่​กล่าว​ก็​ตัด​กระดาษ​เซวียนจื่อ​ให้​นาง​อย่าง​คล่องแคล่ว​ กล่าวว่า​ “ฝึก​ต่อไป​อีก​ ข้า​ยัง​คาดหวัง​ว่า​เมื่อ​ถึงเวลา​เจ้าจะช่วย​ข้า​เข้า​ม้วน​ภาพ​ จะได้​ประหยัด​เงินทอง​!”

ท่าน​น้า​ฉือ​เริ่ม​พูดจา​เลื่อนเปื้อน​กับ​นาง​อีกแล้ว​

โจว​เสาจิ่น​มุ่ย​ปาก​พลาง​กล่าวว่า​ “ท่าน​น้า​ฉือ​ขาด​แม้กระทั่ง​เงิน​เพียง​เล็กน้อย​เชียว​หรือ​เจ้าคะ​ แค่​อยาก​ลาก​ข้า​มาใช้แรงงาน​เท่านั้น​ต่างหาก​!”

เฉิงฉือ​ก็​เย้าแหย่​นาง​ว่า​ “ไม่เลว​เลย​! ในที่สุด​ก็​คิดบัญชี​คืน​เป็น​แล้ว​ รู้​ด้วยว่า​ข้า​ลาก​เจ้ามาใช้แรงงาน​!”

โจว​เสาจิ่น​จึงต่อปากต่อคำ​กับ​เขา​ว่า​ “ข้า​คิดบัญชี​ไม่เป็น​ตั้งแต่​เมื่อใด​เจ้าคะ​ เพียงแค่​เมื่อก่อน​ยอมให้​ท่าน​ หลีกเลี่ยง​ไม่ให้​ทำลาย​ความสัมพันธ์​ระหว่าง​ญาติ​เท่านั้น​เจ้าค่ะ​!”

“ตอนนี้​ไม่กลัว​ทำลาย​ความสัมพันธ์​แล้ว​อย่างนั้น​หรือ​” เฉิงฉือ​กล่าว​ยิ้ม​ๆ “เห็น​ได้​ว่า​ขง​จื่อ​กล่าว​ได้​ถูกต้อง​ มีเพียง​อิสตรี​กับ​คน​ถ่อย​ที่​เข้า​ด้วย​ได้​ยาก​ เข้าใกล้​เกินไป​ก็​ไม่เกรงใจ​ ทว่า​พอ​ตีตัวออกห่าง​กลับ​ขุ่นเคือง​”

พูด​เหมือนกับ​ว่า​นาง​ยโส​โอหัง​อย่างไร​อย่างนั้น​

โจว​เสาจิ่น​จึงแอบซ่อน​มีดตัดกระดาษ​ใต้​กอง​กระดาษ​เซวียนจื่อ​เสีย​เลย​

เฉิงฉือ​แสร้ง​ทำเป็น​มองไม่เห็น​ ผ่าน​ไป​สักพัก​ก็​ค้นหา​ไป​ทั่ว​ “มีดตัดกระดาษ​ของ​ข้า​ไป​ไหน​แล้ว​”

โจว​เสาจิ่น​ก้มหน้า​ลง​ เม้มปาก​กลั้น​ยิ้ม​

เฉิงฉือ​จึงสั่งนาง​ว่า​ “เสาจิ่น​ เจ้าไป​ที่​ห้อง​หนังสือ​เล็ก​ใน​เรือน​ชั้นใน​แล้ว​ช่วย​เอา​มีดตัดกระดาษ​มาให้​ข้า​ที​”

โจว​เสาจิ่น​เบิก​ดวง​ตาโพลง​

เฉิงฉือ​กล่าว​อย่าง​เป็นจริงเป็นจัง​ว่า​ “รีบ​ไป​เร็ว​! ประเดี๋ยว​ข้า​ต้อง​ใช้! คลับคล้ายคลับคลา​ว่า​วาง​ไว้​บน​ชั้นวางของ​มีค่า​ใน​ห้อง​หนังสือ​เล็ก​ของ​เรือน​ชั้นใน​ ถ้าไม่มี เจ้าก็​หา​ดู​ใน​ลิ้นชัก​โต๊ะเขียนหนังสือ​ ถ้าไม่มีอีก​ อาจจะ​วาง​ไว้​ที่​หัว​เตียง​ห้อง​ชั้นใน​ ข้า​เหมือน​จะใช้เมื่อคืน​…”

โจว​เสาจิ่น​ลอบ​ถลึงตา​ใส่เฉิงฉือ​ครั้งหนึ่ง​ เดิน​กระฟัดกระเฟียด​ออกจาก​ห้อง​หนังสือ​ไป​

เฉิงฉือ​กลั้น​หัวเราะ​เอาไว้​ไม่อยู่​ หัวร่อ​ออกมา​อย่าง​ไร้​สุ้มเสียง​

โจว​เสาจิ่น​เดิน​ออก​ไป​ที่​ป่าไผ่​

แสงแดด​ต้น​ฤดู​ร้อนที่​สาดส่อง​บน​เรือนร่าง​ทำให้​คน​เหงื่อ​ซึมออกมา​ได้​

ชิงเฟิงกับ​หลั่ง​เย่ว์​กำลัง​ยืน​คุย​อะไร​กัน​อยู่​ที่​ปาก​ประตู​

รูปร่าง​ของ​ทั้งสอง​คน​เปลี่ยนไป​แล้ว​ ชิงเฟิงสูงกว่า​หลั่ง​เย่ว์​หนึ่ง​ช่วง​ศีรษะ​ เครื่อง​หน้า​เด่นชัด​ สีหน้า​ดู​เคร่งขรึม​ ส่วน​ดวง​หน้า​กลม​มน​ของ​หลั่ง​เย่ว์​ ยิ้มแย้ม​นำ​ก่อน​จะเอ่ยปาก​พูด​ เห็น​แล้ว​ดู​สุภาพ​น่ารัก​

โจว​เสาจิ่น​กลอกตา​ไปมา​ ยิ้ม​พลาง​เรียก​ “ชิงเฟิง” แล้ว​กล่าวว่า​ “ท่าน​น้า​ฉือ​ไม่รู้​ว่า​เก็บ​มีดตัดกระดาษ​ไว้​ที่ไหน​ เจ้าช่วย​ไปหา​ให้​หน่อย​!”

ชิงเฟิงขานรับ​ว่า​ “ขอรับ​” แล้ว​หมุน​กาย​ออก​ลาน​ไป​

หลั่ง​เย่ว์​จึงเอ่ย​ทัก​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “คุณหนู​รอง​” ขณะ​ก้าว​ไป​ทำความเคารพ​ให้​นาง​

นาง​นั่งลง​ข้าง​โต๊ะ​หิน​ใน​ป่าไผ่​

เพียงแต่​นาง​ยัง​ไม่ทัน​นั่งลง​ไป​ หลั่ง​เย่ว์​ก็​ตะโกน​ขึ้น​มาใน​ทันใด​ว่า​ “คุณหนู​รอง​ เก้าอี้​หิน​เย็น​ยิ่งนัก​ ข้า​จะให้​คน​ไป​เอา​เบาะ​รอง​นั่ง​สัก​เบาะ​หนึ่ง​มาให้​ท่าน​นะ​ขอรับ​”

จะได้​ให้​เฉิงฉือรอ​อยู่​ที่นี่​ได้​พอดี​!

โจว​เสาจิ่น​หัวเราะ​คิก​ พลาง​กล่าวว่า​ “ถ้าอย่างนั้น​ช่วย​ชงชาจอก​หนึ่ง​ให้​ข้า​ด้วย​ ข้า​จะรอ​ชิงเฟิงเอา​มีดตัดกระดาษ​มาให้​แล้ว​ค่อย​เข้าไป​”

หลั่ง​เย่ว์​มิได้​สงสัย​อะไร​ ไม่เพียง​หยิบ​เบาะ​รอง​นั่ง​มา ยัง​ยก​จอก​ชาเข้ามา​ตามที่​นาง​สั่งไว้​ และ​คุย​สัพเพเหระ​อยู่​เป็นเพื่อน​โจว​เสาจิ่น​อีกด้วย​

เฉิงฉือ​ไหน​เลย​จะให้​โจว​เสาจิ่น​ไปหา​มีดตัดกระดาษ​จริงๆ​ รอ​ให้​นาง​ออกจาก​ห้อง​หนังสือ​ไป​ก็​ตั้งใจ​จะทำที​ว่า​หา​เจอ​โดยบังเอิญ​ ใคร​จะรู้​ว่า​พอ​เงยหน้า​ขึ้น​มา โจว​เสาจิ่น​ก็​เลี้ยว​ออก​ไป​ที่​ป่าไผ่​เสียแล้ว​ ตอนที่​เขา​เดิน​ไป​ตาม​ออก​ไป​ กลับ​เห็น​โจว​เสาจิ่น​กำลัง​บอก​ให้​ชิงเฟิงช่วย​ไปหา​มีดตัดกระดาษ​ให้​นาง​อย่าง​ยิ้มแย้ม​

เขา​เห็น​รอยยิ้ม​เบิกบาน​ของ​โจว​เสาจิ่น​แล้วก็​คลี่​ยิ้ม​ตาม​ไป​ด้วย​ ลอบ​ส่าย​ศีรษะ​ ปล่อย​ให้​นาง​เล่น​สนุก​ไป​ แล้ว​หมุน​กาย​กลับ​ห้อง​หนังสือ​

ไม่นาน​ โจว​เสาจิ่น​ก็​กลับมา​แล้ว​ ร้อง​บ่นว่า​ “ร้อน​จริงๆ​” ไป​ด้วย​ พลาง​ยื่น​มีดตัดกระดาษ​ให้​เฉิงฉือ​ไป​ด้วย​

เฉิงฉือ​หลุด​หัวเราะ​ ยื่นมือ​ไป​แตะ​หน้าผาก​นาง​ พลาง​กล่าวว่า​ “ร้อน​ตรงไหน​หรือ​ ข้า​จะช่วย​ซับเหงื่อ​ให้​เจ้า!”

โจว​เสาจิ่น​รู้ตัว​ว่า​เผย​พิรุธ​ออกมา​เสียแล้ว​ หัวเราะ​พลาง​วิ่งหนี​ไป​ข้าง​หนึ่ง​

เฉิงฉือ​ก็​เจอ​มีดตัดกระดาษ​เล่ม​นั้น​ใน​กอง​กระดาษ​เซวียนจื่อ​ กล่าว​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “ไอ้​โหย​ว​ ทำไม​ใน​ห้อง​นี้​ถึงมีมีดตัดกระดาษ​อีก​เล่ม​!”

โจว​เสาจิ่น​หัวเราะ​ไม่หยุด​

เฉิงฉือ​จึงแย้ม​รอยยิ้ม​ขณะ​จับ​นาง​ ละเลียด​จูบ​นาง​อย่าง​ร้อนแรง​ที​หนึ่ง​ แล้วจึง​กด​นาง​นั่งลง​บน​เก้าอี้​มีเท้าแขน​หน้า​โต๊ะเขียนหนังสือ​ กล่าวว่า​ “รีบ​ฝึก​ติด​กระดาษ​เร็ว​ ไม่อย่างนั้น​คืนนี้​ไม่ต้อง​กินข้าว​!”

ริมฝีปาก​ของ​โจว​เสาจิ่น​เปล่งปลั่ง​สดใส​ จ้องมอง​เขา​อย่าง​แง่งอน​

ราวกับ​ดอกไม้​ที่​บรรจง​วาด​อย่าง​ประณีต​และ​ลงสี​อย่าง​สวยงาม​ดอก​นั้น​พลัน​มีชีวิตชีวา​ขึ้น​มา

เฉิงฉือ​ใจเต้น​ไม่เป็น​ส่ำ

หรือ​ว่าที่​ลอง​หยั่งดูท่าที​และ​ทะนุถนอม​ไว้​เช่นนั้น​ ล้วน​เพื่อให้​นาง​ผลิบาน​ได้​ใน​ชั่ว​ขณะนี้​กระมัง​

เขา​ผลิ​ยิ้ม​น้อย​ๆ ออกมา​

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด