ราชาโลกเบื้องหลัง 27

Now you are reading ราชาโลกเบื้องหลัง Chapter 27 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ปืนทุกกระบอกถูกชี้จ่อมาทางพวกเรา สีหน้าท่าทางของไอ้เจ้าแมวไม่ได้มีความเกรงกลัวหรือความกังวลเลยสักนิด แถมยังเผยรอยยิ้มท้าทายอีกต่างหาก

จากมุมมองของเหล่าคนชุดดำที่มาปิดล้อมแล้ว นี่เป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดมาก «ร่างทรง»ที่ไม่ใช่ฝ่าย ‘เฟ็นรีร์’ บุกเข้ามาถึงตัวคฤหาสน์ที่เปรียบเสมือนฐานหลักโดยไม่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่าย โชคดีที่ยังไม่เกิดการปะทะกันขึ้น ไม่งั้นคนข้างๆหรือตัวเขาเองอาจจะไม่รอดก็ได้…

 

“ จะคุยกันก็ไปคุยที่อื่นสิเฟ้ย! เอ็งจะมานั่งบนหัวตรูทำหอกไรฟะ!? ”

 

แต่แล้วสถานการณ์ชวนเหงื่อตกเมื่อครู่ก็มลายหายสิ้นไปทันที เมื่อเด็กผู้ชายที่อยู่กลางวงล้อมตะโกนขี้นด้วยท่าทางฉุนเฉียวพร้อมกับดึงหางของแมวขนสีเงินบนหัวลงมา

 

“ ทำบ้าอะไรของนายน่ะเมี๊ยว?! ”

“ ก็จะจับแกถอนขนตามที่เคยบอกไว้ไง! สฟิงซ์น่ะ สฟิงซ์ จำไม่ได้เหรอ ”

“ อ—เอ๊ะ ม—ไม่เอานะเมี๊ยวววว!? ฉันอุตสาห์ตั้งใจอาบน้ำทุกวันเพื่อให้ได้ขนที่สวยงามขนาดนี้แล้วแท้ๆ จะยอมให้มาตัดกันดื้อๆอย่างงี้ได้ไงเมี๊ยว! ”

“ ….เอ่อ…เมฆ…? ”

 

ระหว่างที่คนกับแมวกำลังทะเลาะกันอยู่นั้น หญิงสาวหน้าตาสละสลวยสวมชุดดูมีภูมิฐานคล้ายกับพวกผู้ดี เหมาะกับฉากคฤหาสน์หรูข้างหลัง เอ่ยปากอ้ำอึ้งแสดงสีหน้าเหมือนอยากถามว่า ‘เล่นอะไรกันอยู่’

ถึงตอนนี้จะยังไม่เช้า แต่แสงไฟจากโคมที่ติดบนเสาคฤหาสน์ก็ทำให้ฉันเห็นใบหน้านั้นชัดแจ๋วเลย เธอคือ ทราย ไคม์ พี่สาวของแก้วนั่นเอง 

 

“ อา จะว่ายังไงดีล่ะ…ไม่เป็นไรหรอกครับ ”

“ ….อย่างงั้นเหรอ ”

 

สายตาของพวกเราทั้งคู่สบกัน และพี่ทรายก็หลับตาลงด้วยความเข้าใจ เธอยกมือขวาขึ้นเพื่อส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นพวกที่แอบอยู่หลังเสาหรือพวกที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ก็โผล่หัวออกมากัน แต่ละคนล้วนถืออาวุธในมือแน่น

นี่ทำให้เห็นเลยว่าพี่ทรายกับคนพวกนี้ระมัดระวังตัวขนาดไหนเมื่อต้องมือกับ«ร่างทรง»เพียงคนเดียว

ปืนที่ชี้มาทางพวกเราก่อนหน้านี้ถูกลดลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงถอนหายใจของพวกเค้า ทั้งหมดรีบแยกย้ายกระจัดกระจายกันออกไปตามคำสั่ง

 

( หืม…ดูเหมือนจะยังให้ออกมาไม่หมดสินะ ดีแล้วล่ะ แค่ไม่ประมาทโอกาสรอดก็จะเพิ่มขึ้นเสมอแหละ )

 

เเต่เมื่อกี้ฉันก็เเอบเสียวนิดหน่อยนะ เพราะว่าถ้าเกิดการปะทะกันขึ้นจริงๆ ฉันซึ่งอยู่ตรงกลางสนามรบคงจะเละไม่เป็นท่าเเน่…

 

“ ปล่อยหางฉันสักทีสิเมี๊ยว! เลือดมันไหลลงหัวหมดแล้วนะ!? ”

 

ไอ้เจ้าแมวพยายามดิ้นรนในสภาพห้อยกลับหัวโตงเตง มันสบัดขาไปมาต้องการถีบมือฉันเพื่อสลัดให้หลุด แต่ขาของมันก็สั่นเกินไป จนทำได้แต่พยายาม

ฉันแบมือปล่อยหางของมันออกตามที่ต้องการ และหัวของไอ้เจ้าแมวก็โหม่งลงสู่พื้นทันที มันส่งเสียงร้อง ‘โอ๊ย!’ และเงยหน้ามาถลึงตาใส่

ฉันทำทีเป็นไม่เห็นสายตาโมโหคู่นั้น หันหน้าไปคุยกับพี่ทรายที่กำลังยืนดูอยู่ 

 

“ จะเข้าไปกันเลยไหมครับ? ”

“ อ่า นั้นสินะ เข้าไปกันเลยดีกว่า ทุกคนน่าจะรออยู่ในห้องโถงกันแล้ว ”

“ อ๊ะ? เดี๋ยวๆ รอฉันด้วยสิเมี๊ยว! ”

 

ไอ้เจ้าแมวที่ได้ยินว่าพวกเรากำลังจะเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว มันก็รีบพลิกตัวลุกขึ้นมา ไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดเหมือนก่อนหน้านี้อีก…

 

( ไอ้แมวตอแหลเอ้ย! เมื่อกี้แค่แกล้งเจ็บสินะ! )

 

เมื่อฉันคิดได้เช่นนั้น จึงส่งสายตาเคืองนิดๆไปทางไอ้เจ้าแมวที่ยิ้มแฉ่ง แต่มันก็ไม่สนใจเหมือนต้องการล้างแค้นคืนบ้าง มันเดินตรงไปหาพี่ทรายข้างๆฉันก่อนจะถูกหยุดไว้

 

“ คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาค่ะ ถ้าหากยังก้าวเท้าเข้ามามากกว่านี้ทางเราคงต้องขอเป่าหัวคุณจริงๆแล้วนะคะ แค่ยังปล่อยให้คุณหายใจแย่งออกซิเจนของพวกเราในอาณาเขตนี้ คุณก็สมควรตายแล้วค่ะ ”

“ อุว้า~น่ากลัวจัง แต่ฉันไม่ได้มาร้ายซะหน่อยเมี๊ยว อย่าเย็นชาใส่กันขนาดนั้นเลยหน่านังหนูน้อย~ ”

“ ….ฉันก็พอจะรู้นะคะว่าคุณอายุมากเเล้ว เเละคุณก็ยังเรียกฉันว่า ‘นังหนูน้อย’ อีก นี่ยิ่งเป็นการย้ำเตือนว่าคุณนั้นเเก่มากแค่ไหนแล้วค่ะ ”

“ โอ้โฮ?! เธอนี่ปากดีเหมือนกันกับยายของเธอเลยนะเมี๊ยว พูดแทงใจดำเก่งจริงๆ ”

 

ไอ้เจ้าแมวผงะไปเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำพูดของพี่ทราย มันไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด รอยยิ้มยังคงสดใสเหมือนเดิม

ฉันที่เห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อหวังว่าจะไม่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวด้วย แต่แล้วแขนขวาของฉันก็ถูกคล้องเกี่ยวเอาไว้โดยแขนเรียวยาวของพี่ทรายและถูกดึงเข้าไปแนบชิดติดตัว

แม้อายุของฉันกับเธอจะห่างกันมากประมาณ10ปี แต่ส่วนสูงของของพวกเราค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน เพราะงั้นเวลาถูกคล้องแขนและดึงมาชิดตัวแบบนี้จึงทำให้ใบหน้าของพวกเราใกล้กันสุดๆ แถมไอ้สองก้อนนั้นก็ถูกดันมาชิดแขนจนเหมือนตั้งใจอย่างงั้นแหละ…

 

“ นายจะไปไหนน่ะเมฆ พวกเรายังต้องเข้าไปในคฤหาสน์อยู่นะ…? ”

“ เอ่อ…ผมแค่จะถอยออกมาหาออกซิเจนสูดหายใจเล่นน่ะครับ ตอนนี้บรรยายกำลังดีเลยด้วย แหะๆ… ”

“ ….อืม งั้นเหรอ แต่ในเมื่อเสร็จแล้วงั้นพวกเราก็เข้าไปกันเถอะ จะให้คนข้างในรอนานก็ไม่ดีด้วย ”

“ อ๊ะ จริงๆก็ยังไม่เสร็จหรอกครับ…แต่ช่างมันก่อนก็ได้ ”

 

ฉันเผยรอยยิ้มคล้ายคนไร้ความรับผิดชอบพลางมองใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆของพี่ทราย คาดเดาไม่ถูกเลยว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกยังไงกันแน่ บางทีอาจจะกำลังโกรธอยู่ก็ได้ ถึงหยุดต่อล้อต่อเถียงและไม่ให้ความสนใจกับไอ้เจ้าแมวอีก

 

( เฮ้ยๆ จะใกล้กันเกินไปไหมเนี่ย ไอ้ภูเขาสองลูกนั้นมันโดนแขนฉันเต็มๆเลยนะ ก็รู้สึกดีอยู่หรอก แต่ที่นี่มันไม่ใช่โลกเลิฟคอมเมดี้สักหน่อย…เดี๋ยวสิ ก็ใช่นี่หว่า? )

 

ฉันตบมุกตัวเองในใจขณะถูกจูงเข้าไปข้างในคฤหาสน์ สายตาชำเลืองมองลงไปตรงนั้นเป็นระยะๆตามสัญชาตญาณของเด็กผู้ชาย

พี่ทรายน่ะเป็นคนที่สวยมาก สวยเป็นลำดับต้นๆเลยที่เห็นมาหลังจากได้เกิดใหม่ เสน่ห์ของเธอจะแตกต่างไปคนละทางกับแก้ว เธอให้ความรู้สึกเหมือน ‘พี่สาวอบอุ่นใจ’ ต่างจากของแก้วที่เหมือน ‘แฟนสาวสมบูรณ์แบบ’

ถ้าเกิดผู้ชายคนไหนได้มายืนอยู่ในจุดนี้ก็คงจะตายตาหลับแล้วแหละ

 

( 2คูณ1เท่ากับ2 2คูณ2เท่ากับ4…คัพ E…? อืม ไม่น่าใช่แฮะ คงจะคัพ D ละมั้ง…3คูณ7เท่ากับ21 )

 

ฉันตัดสินใจเงยหน้ามองฟ้าแล้วท่องแม่สูตรคูณเพื่อลบสิ่งสกปรกออกไปจากหัว แต่มันก็มักจะวกกลับเข้ามาบางช่วง ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลย 

แต่แล้ว พอฉันเหลือบมองไปทางไอ้เจ้าแมวอีกฝั่งนึงก็บังเอิญได้สบตากันเข้าพอดี มันเผยรอยยิ้มประหลาดพลางสับฝีเท้าเข้ามาใกล้ หลังจากนั้นมันก็กระโดดขึ้นมาบนไหล่ซ้ายของฉันและส่งเสียงกระซิบมาเบาๆ

 

“ นายเป็นพวกชอบหน้าอกสินะเมี๊ยว~ ”

 

หางคิ้วของฉันกระตุกเล็กน้อย แต่ก็หันไปกระซิบตอบกลับอย่างนิ่งเฉย 

 

“ ไม่ใช่เฟ้ย ฉันแค่กำลังมองดูการเจริญเติบโตของมนุษย์ต่างหาก เอาไว้ใช้อ้างอิงตอนทำรายงานวิชาการงานน่ะ ”

“ ข้ออ้างงี่เง่าจังนะเมี๊ยว~ ถ้าชอบก็บอกว่าชอบสิ จะยึกยักไปทำไมกัน บอกแค่ฉันคนเดียวเองเมี๊ยว ”

“ ก็เพราะเป็นแกนี่แหละ ฉันถึงจะไม่พูดเด็ดขาด… ”

“ อ้อเหรอ เอางั้นก็ได้เมี๊ยว แต่ของฉันคัพ H นะ ”

 

อืมมมม คัพ H เหรอ…แปลว่าเป็นผู้หญิงสินะ— 

 

“ —ห้ะ? ”

“ มีอะไรรึเปล่าเมฆ? ”

“ ป—เปล่าครับ แค่รู้สึกว่าอากาศมันเย็นๆ ”

“ งั้นเหรอ แต่ถ้ารู้สึกไม่สบายก็บอกฉันได้นะ เมื่อวานฝนตกด้วยนี่ ยังไงช่วงนี้ก็ระวังจะเป็นหวัดด้วยล่ะ ”

“ ขอบคุณครับ ”

 

ฉันรีบดึงสติกลับมาและหันไปตอบพี่ทรายที่ยังคล้องแขนอยู่ เสียงหัวเราะเยาะที่แผ่วเบาดังมาจากไหล่อีกฝั่งนึง…

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่ทรายกับฉันก็เหมือนผู้จัดการเเละนักเเสดง เธอจะคอยประสานงานต่างๆให้กับฉันในตอนออกไปทำงานต่างประเทศ ทั้งที่พักเเละมื้ออาหารล้วนถูกเธอจัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยเเล้วเสมอ…ถึงเเม้จะเอาไปเปรียบเทียบกับผู้จัดการและนักแสดง แต่มันจะเหมือนหมากับเจ้าของด้วยเช่นกัน

เเต่สำหรับฉันเเล้วมันค่อนข้างจะดีมากเลยทีเดียว เนื่องจากฉันต้องการเวลาจำนวนมากในการใช้อ่านหนังสือของโลกใบนี้ เพราะอย่างงั้นการที่ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเอาไว้เเล้วมันจึงเป็นประโยชน์สุดๆ…

 

( วุ่นวายกันจัง เกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ? )

 

เมื่อฉันเข้ามาภายในห้องโถงคฤหาสน์เเล้ว เสียงเอะอะโวยวายคล้ายกำลังทะเลาะกันอยู่ของผู้หญิงสองคนก็ดังสะท้อนไปทั่ว และต้นเสียงก็มาจากชั้นบน

ตรงบริเวณบรรไดทางขึ้น ฉันเห็นกลุ่มคนแก่แต่งตัวดูดี5คน ยืนคุยกันอยู่ และเมื่อทั้งหมดเห็นฉัน ท่าทางของพวกเขาก็เปลี่ยนไป…

 

“ โอ้! นั้นหลานเมฆนี่หน่า! ”

“ หือ? เเกแน่ใจนะไอ้แก่??? ”

“ ฉันจะไปจำผิดได้ไงเล่า! นั่นหลานเมฆเลยนะ!! ”

“ อ้า! ใช่จริงด้วย ”

 

พวกเขาโบกมือทักทายฉันและแสดงสีหน้าสดใสจนยากที่จะคิดว่าเป็นศัตรู

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันเเน่ ฉันยังไม่ทันได้พักหายใจก็ดันบังเอิญเจอกับผู้อาวุโสทั้ง5คนของตระกูลไคม์ซะได้ และถึงฉันจะไม่รู้ว่าตั้งเเต่เมื่อไร เเต่ฉันค่อนข้างจะสนิทกับพวกเขามากเลยทีเดียว

ตามจริงแล้ว ฉันค่อนข้างรู้สึกลำบากใจเวลาที่ต้องเรียกพวกเขาว่า ‘ผู้อาวุโส’ เหมือนในหนังจีนแนวจอมยุทธ์…และอีกอย่างนึง ต่อให้จะเอาอายุของพวกเขาทั้งหมดมารวมกันก็ยังต้องเป็นฝ่ายนั้นต่างหากที่ต้องเรียกฉันว่าผู้อาวุโส…

 

“ อา ยังมีชีวิตกันอยู่ครบสินะครับ ”

“ ฮะฮาฮ่า ก็ต้องเเน่อยู่เเล้วสิหลานรัก พวกเรายังไม่ได้อุ้มลูกของหลานเลยนะ จะรีบตายได้ไงกัน ”

“ นั่นเขาเรียกว่า ‘เหลน’ เว้ยไอ้เเก่!! ”

“ รู้อยู่เเล้วน่า! ไม่ต้องบอกหรอก! ”

 

พวกเขายังคงเป็นพี่น้องที่มีสีสันเหมือนเดิม นอกจากชายชรากับหญิงชราที่เข้ามาคุยกับฉันแล้ว คนที่เหลือก็ยืนดูอยู่เฉยๆคล้ายชินตากับภาพแบบนี้

แม้จะเห็นกระตือรือร้นอย่างงี้ อายุของพวกเขาแต่ละคนก็ไม่ใช่น้อยๆกันเลย อย่างต่ำก็90ปีแล้ว แน่นอนว่าร่างกายของพวกเขาก็ย่อมต้องเเก่ลงไปตามวัยด้วย แต่คงจะเป็นเพราะว่าพวกเขาเป็นจอมเวทระดับ6กันละมั้ง ถึงได้อึดกันซะขนาดนี้…

 

“ ด้านบนมีปัญหาอะไรกันเหรอครับ…? ”

“ …… ”

“ หืม?? ”

 

เมื่อฉันเอ่ยถามออกไป พวกผู้อาวุโสก็เงียบปากลงทันที แม้แต่หญิงชรากับชายชราที่เอะอะโวยวายเมื่อกี้นี้ก็ด้วย ไม่มีใครหันมามองหน้าฉันตรงๆสักคน 

 

( ….รู้สึกไม่ดีเลยแฮะ )

 

ฉันหันหน้าไปมองพี่ทรายที่ปลีกตัวถอยห่างออกไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ แต่ก็ได้รับความเงียบกลับมาเป็นคำตอบไม่ต่างกัน

ทันใดนั้นก็พลันมีเด็กผู้หญิงสองคนเดินลงมาจากชั้นสอง คนนึงเป็นคนที่ฉันรู้จักดี เธอก็คือเเก้วนั่นเอง ส่วนอีกคนเป็นเด็กผู้หญิงผมสั้นที่ตัวเล็กมากกว่าเเก้วซะอีก ส่วนสูงพอๆกับฟ้าเลย เเต่ใครจะไปเชื่อกันล่ะว่าเธอคนนี้เป็น ‘ยาย’ ของเเก้ว

ฉับพลันนั้นเอง ทุกคนรอบข้างฉันไม่ว่าจะเป็นพี่ทรายหรือเเม้เเต่พวกผู้อาวุโสต่างก็ก้มหน้าทำความเคารพเด็กผู้หญิงผมสั้นคนนั้นกันหมด ทำให้คนที่ยังยืนหัวโด่อยู่ก็มีเเค่ฉันกับเเก้วเท่านั้น…เเถมเเมวอีกหนึ่งตัวด้วย

สีหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นกับแก้วดูไม่ค่อยดีสักเท่าไร คล้ายจะกำลังทะเลาะกันอยู่ 

 

“ ไม่เอาอย่างนี้สิคุณยายคะ! ”

“ หึ ยายไม่สน ยังไงหลานก็ต้องทำมันอยู่ดี ”

“ เเต่คุณยาย— ”

“ —ไม่มีเเต่ ยายจะไม่พูดซ้ำสองอีก… ”

 

เมื่อเด็กผู้หญิงผมสั้นเดินลงบรรไดมาแล้ว เธอก็เดินตรงมาหาพวกเรา ดวงตาของเธอมองมาที่หน้าฉันก่อนจะมองผ่านไปที่พี่ทรายแทน

 

“ นี่ทราย หลานส่งคนไปรับพวกที่เหลือเเล้วใช่ไหม? ”

“ ใช่ค่ะคุณยาย…อีกไม่นานก็น่าจะมาถึงเเล้วค่ะ ”

“ ดี งั้นพวกเราก็ไปรอที่ห้องอาหารก่อนก็เเล้วกัน เเละฝากไปบอกเเม่ครัวด้วยว่าให้เตรียมอาหารมาเยอะๆ ”

“ ได้ค่ะคุณยาย ”

 

เด็กผู้หญิงผมสั้นหันหลังเดินจากไปทันทีที่คุยกับพี่ทรายเสร็จ ไม่มีท่าทีจะพูดคุยกับฉันเลยสักนิด 

 

( ใครคือคนที่เหลือกันฟะ? ฉันมาที่นี่เพื่อเเค่จะมาชดใช้บุญคุณเฉยๆเองนะเฟ้ย!? แล้วไหงมันถึงดูวุ่นวายจังเนี่ย? )

 

ฉันค่อยๆกระเถิบเท้าไปยืนอยู่ข้างๆพี่ทรายและเอียงตัวเข้าไปใกล้เล็กน้อย

 

“ นี่พี่ทราย พี่จะให้ผมมาทำอะไรกันเเน่เนี่ย? ผมได้วันหยุดมาแค่1อาทิตย์เองนะ ช่วยคิดจะเหลือให้กันบ้างสิครับ ”

“ อื้อ รู้อยู่แล้วล่ะ แต่ช่วยรออีกสักพักหน่อยนะ ตอนนี้นายตามน้ำไปก่อนได้ไหม..? ”

“ ….ก็ได้ครับ ”

 

ถึงจะยังไม่เข้าใจอะไรเลยก็เถอะ เเต่ในเมื่อพี่ทรายบอกมาเเค่นี้ ฉันก็คงต้องทำเเค่นี้ไปก่อน

ฉันพยักหน้าแสดงท่าทางเข้าใจและเดินตามหลังพี่ทรายเข้าไปในห้องอาหาร

 

“ โฮ๋~ อย่างอลังการเลยเมี๊ยว~ ”

 

ไอ้เจ้าแมวเงยหน้ามองดูโคมไฟระย้ารอบๆห้องอาหารพลางยิ้มชื่นชมคล้ายกับกำลังมาทัศนศึกษา น่าแปลก ทั้งๆที่ฉันดูยังไงไอ้เจ้าแมวนี่ก็น่าจะเด่นสะดุดตาแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครสนใจมันสักคนเลยนอกจากฉัน…

 

“ ฉันใช้เวทมนตร์น่ะเมี๊ยว ”

“ ยังไม่ได้ถามเฟ้ย ”

“ แค่บอกไว้เผื่อนายสงสัยไงล่ะ~ ”

“ จ้าๆ… ”

 

ฉันเดินมานั่งเก้าอี้ตรงฝั่งซ้ายของพี่ทราย ส่วนไอ้เจ้าแมวก็มานั่งบนตักฉันอีกที และตรงข้ามของพวกเราก็เป็นพวกผู้อาวุโสที่นั่งเรียงรายกันอยู่

ทันทีที่ก้นถึงเก้าอี้ ฉันก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา ดวงตาสีเขียวใสประกายคู่นั้นมันมีเสน่ห์พอที่จะทำให้หัวใจของฉันหยุดเต้นไปชั่วครู่หนึ่งเลย…

 

“ โฮ๋…เจ้าหนูเกรโมรี่นี่หน่า กลับมาทำอะไรที่นี่ล่ะ? ”

“ แล้วที่นี่มีกฏห้ามฉันกลับมาด้วยรึไงยัยเเก่ ”

“ ก็เปล่าหรอก เเค่ข้ารู้สึกดีใจนิดหน่อยน่ะ❤️ ”

 

เด็กผู้หญิงผมสั้น———ยัยแก่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะได้แสดงรอยยิ้มอันเปร่งประกายราวกับว่าจะสามารถแทนที่ดวงอาทิตย์ได้มาทางฉัน 

 

( ยัยนี่กะจะมามุกนี้งั้นเหรอ!? )

 

สีหน้าของคนอื่นรอบๆโต๊ะมีความกระอักกระอ่วนนิดหน่อย ผู้อาวุโสคนนึงอ้าปากต้องการพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกปิดปากเอาไว้โดยผู้อาวุโสอีกคนข้างๆ

ฉันส่งเสียงกระแอมไอออกมาทำราวกับว่าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

 

“ อ—เเฮม!! ตรงข้ามกันเลยนะ ฉันรู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่เเม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีเเล้วก็ตาม เธอก็ยังไม่สูงขึ้นเลยสักเซน ระวังไปสวนน้ำเเล้วคุณพนักงานไม่ให้เล่นสไลด์เดอร์นะยัยเเก่… ”

“ อื้ม เจ้าเองก็ระวังไว้ด้วยเหมือนกันล่ะ ตอนที่ว่ายน้ำอยู่อาจมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าเป็นศพขึ้นอืดที่ตายมาหลายวันเเล้วก็ได้นะ เผลอๆทางสวนน้ำอาจจะต้องถูกปิดชั่วคราวเลย ”

“ ขอบคุณที่เตือนก็เเล้วกัน… ”

“ ไม่เป็นไร ข้าทำเพื่อเจ้าได้อยู่แล้ว ”

 

ฉันที่แสดงสีหน้าไม่ถูกจึงตัดสินใจหันหน้าไปมองทางอื่นแทน ในใจพลางคิดว่า ‘ตบหัวแล้วลูบหลังนี่หว่า…’

 

“ เอาล่ะ ทักทายกันเเค่นี้ก่อนก็เเล้วกั— ”

“ —ยัยบ้า! นี่เธอเเกล้งทำเป็นมองไม่เห็นฉันงั้นเหรอเมี๊ยว!? ”

“ หือ…? ”

 

ทันใดนั้น ไอ้เจ้าแมวก็กระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะและตะโกนดังลั่น สายตาของทุกๆคนหันไปมองที่มันเป็นตาเดียวด้วยความตกใจ และคนที่ดูท่าจะตกใจมากที่สุดก็คงเป็นพวกผู้อาวุโสที่สัมผัสถึงตัวตนของไอ้เจ้าแมวไม่ได้จนถึงเมื่อกี้นี้นี่เอง

ดวงตาของพี่ทรายเบิกกว้างขึ้นทันทีคล้ายคนพึ่งจะนึกอะไรบางอย่างได้ แต่แล้วก็เปลี่ยนกลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

 

( เมื่อกี้นี้ฉันโดนผลของเวทมนตร์งั้นสินะ…ก็ว่าอยู่ ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ เหมือนถูกบังคับให้เลิกสนใจไปเฉยๆ แถมยังโดนเป็นหมู่ซะด้วย… )

 

ไม่ใช่แค่พี่ทรายที่คิดได้ ผู้อาวุโสหรือแม้แต่แก้วเองก็คิดได้

และในขณะที่พี่ทรายกำลังครุ่นคิดอยู่ ผู้อาวุโสคิ้วหนาก็ลุกยืนขึ้นชี้นิ้วไปทางไอ้เจ้าแมวด้วยท่าทีเป็นศัตรู ปากกำลังจะเอ่ยร่ายเวทย์โจมตีใส่ แต่แล้ว เขาก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยน้ำเสียงสุดเย็นชา แม้คำพูดนั้นจะไม่ได้เจาะจงพูดกับเขาตรงๆ แต่ทั้งร่างของเขาก็นิ่งแข็งเหมือนคนตายไปแล้ว…

 

“ หุบปากเเล้วกลับไปซะเเอนนา… ”

“ เดี๋ยวสิเมี๊ยว?! เพื่อนรักอุตส่าห์กลับมาเยี่ยมทักที ทำไมถึงไล่กันเฉยเลยล่ะ?! ”

“ ข้าจะไม่พูดซ้ำสอง… ”

“ ไม่เอาเมี๊ยว! ฉันจะไม่กลับ!! ”

“ ….เฮ้อ~ ”

 

เมื่อเห็นการยืนยันที่หนักแน่น ยัยแก่ก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับคล้ายบรรยากาศตรึงเครียดลง ร่างของผู้อาวุโสคิ้วหนาก็กลับมาขยับได้ตามปกติแล้ว เขารีบนั่งลงและทำตัวสงบเสงี่ยมทันที…

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด