สามีข้า คือพรานป่า 405 แทงใจดํา

Now you are reading สามีข้า คือพรานป่า Chapter 405 แทงใจดํา at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่ 405 แทงใจดํา

หลี่เสียวเหอถึงกับอ้าปากค้าง นางไม่รู้เลยว่าควรจะกล่าวคําใดตอบ แต่ไม่นานนักนางก็กลั้นใจตอบกลับ “ถูกต้องแล้ว! เพราะข้าเป็นแม่ที่ไม่ดี และยังไม่อาจให้กําเนิดน้องชายให้เจ้าได้ เช่นนี้จึงไม่มีผู้ใดเหลียวแลเจ้า!”

“แต่สาวน้อย ข้ามอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเจ้าแล้ว ตอนนี้เจ้าเป็นสาวสะพรั่ง เจ้าควรจะเข้าใจในความเจ็บปวดของแม่บ้าง…”

ต้าหยายิ่งคิดก็ยิ่งโกรธเคืองนางสะบัดมือหลี่เสี่ยวเหอออกพร้อมกับก้มศีรษะร้องไห้อีกครั้ง

หลี่เสี่ยวเหอไม่รู้จะทําอย่างไร “ลูกสาวข้า เจ้าโตแล้ว… และข้ารู้ดีว่าถึงเวลาที่เจ้าควรได้สวมเสื้อผ้าดี ๆ ควรมีดอกไม้ปักสวยงามบนเสื้อผ้า เอาล่ะ แม่ยังมีสินเดิมที่ติดตัวมาจากครอบครัวเก่าเดี๋ยวข้าจะรีบไปหยิบมาให้เดี๋ยวนี้ บ่ายนี้เจ้าจะต้องงดงามที่สุดในหมู่บ้าน!”

ได้ยินอย่างนั้นตาหยาเผยรอยยิ้ม ดวงตาของนางเป็นประกายออก “อย่างนั้นหรือ? ขอบคุณท่านแม่ยิ่งนัก!”

หลี่เสี่ยวเหอเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสาวอย่างเบามือ จากนั้นนางรีบเข้าไปหยิบของในบ้านออกมา

ถึงแม้ว่านางจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่อย่างไรแล้วของพวกนี้ก็ย่อมต้องถูกส่งต่อให้ลูกสาวอยู่วันยังค่ําเพราะอย่างนั้นการให้นางในวันนี้ก็คงไม่ผิดอะไร

หลีเสียวเหอกําลังวุ่นวายอยู่กับการค้นหาเสื้อผ้า ส่วนตาหยากําลังมองผ้าปักลายของตนเองแม่นางจะไม่มีฝีมือเท่ากับผู้เป็นแม่ แต่นางก็สามารถเย็บปักดอกไม้เล็ก ๆ ลงบนเสื้อผ้าได้

บรรยากาศของสองแม่ลูกอบอวลไปด้วยความรัก

ในขณะที่บ้านของหลี่เสี่ยวเหอกําลังมีความสุข ในอีกด้านหนึ่ง ลานบ้านของเฉินซึ่งกําลังมีไฟแผดเผา! เฉินเต่ออันทํางานอยู่ในทุ่งนาและต้องกลับมาที่บ้านเป็นระยะเพื่อเฝ้าดูอาการผู้เป็นพ่อ

ตอนนี้เขาถูกผู้เป็นแม่เรียกหา แม้จะแยกขาดออกจากกันแล้ว แต่ความจริงเฉินเต่ออันไม่อาจละเลยผู้เป็นแม่ได้จริง ๆ

เขาจึงเดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่ด้วยความเชื่อฟัง

ทันทีที่เดินเข้ามา ผู้เป็นแม่เปิดฉากสนทนาอย่างเกรี้ยวกราด “ข้าได้ยินว่าจางชิงเฟิงอยู่ในขั้นจวเหรินแล้วงั้นหรือ? อีกทั้งข้ายังได้ยินว่าตอนนี้เขากําลังยืนอยู่ในบ้านของนังแพศยาหยุนเถียนเถียน!”

เฉินเต่ออันได้ยินอย่างนั้นจึงกล่าวออกอย่างไม่อดทน “แล้วอย่างไร? เราควรจะใช้ชีวิตของเราให้ดี เหตุใดจึงต้องวิ่งอิจฉาผู้อื่นไปทั่ว? ข้ารู้แล้วว่าความมั่งคั่งเคยจดจ่อเราเพียงปลายนิ้วสัมผัสแต่เราก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ นั่นหมายความว่าพวกเราทั้งหมดพลาด! และจะไม่มีวันหวนคืนได้!”

“ตอนนี้ข้าเป็นบุตรชาย และข้าก็ทําได้เพียงดูแลพวกท่าน! เพียงเท่านี้ก็เหนื่อยล้าเต็มทน แต่ท่านแม่กลับคาดหวังให้บุตรชายผู้นี้ออกไปต่อสู้กับคนด้านนอกอีกงั้นหรือ? ท่านไม่เคยคิดว่าข้าคนนี้จะเหน็ดเหนื่อยเท่าใด เคยคิดจะห่วงใยลูกหลานในบ้านบ้างหรือไม่?”

“ในบ้านหลังนี้ยังมีลูกสะใภ้และหลานชายของท่านอยู่ เหตุใดจึงไม่คิดสนใจเรื่องของพวกเขาบ้าง!”

ภรรยาเฉินซึ่งได้ฟังถึงกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย “เอาล่ะ งั้นแสดงว่าสิ่งที่หลี่เสี่ยวเหอกล่าวออกทั้งหมดเป็นเรื่องจริงสินะ”

ทันใดนั้น เฉินเต่ออันคล้ายกับนึกบางอย่างได้ ใบหน้าเขาเคร่งขรึมพร้อมถามอย่างเจ็บปวด “ท่านแม่หมายความว่าอย่างไร?”

“ไอ้คนพวกนั้นมันรวมหัวกันฆ่าน้องสาวของเจ้า แล้วเจ้ายังมายืนบื่ออยู่ตรงนี้ได้อย่างไร? เจ้าคู่ควรแล้วหรือสําหรับตําแหน่งลูกชายของข้า? ลูกชายข้าไม่ใช่คนเยี่ยงนี้!”

เฉินเต่ออันได้ฟังก็โกรธจัด ก่อนจะเดินออกไปเขากล่าวทิ้งท้าย “แล้วจะให้ข้าทําอย่างไร? หากจะกล่าวโทษก็กล่าวโทษตนเองเถิดที่ให้กําเนิดบุตรชายที่ไม่เอาไหน ไม่มีปัญญาจะไปสู้รบปรบมือกับผู้อื่นได้!”

เฉินเต่ออันเดินออกไปแล้ว ทว่าภรรยาของเฉินซึ่งยังไม่คิดยอมแพ้ นางไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้เช่นนี้ได้

ท้องฟ้าเริ่มมีฝนโปรยปราย ภรรยาเฉินซ่งนั่งอยู่หน้าบ้านเป็นเวลานานก็ยังไม่อาจผ่อนลมหายใจให้ราบเรียบได้ดังเดิม

นางรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของจางชิงเฟิงและหยุนเถียนเถียนค่อนข้างซับซ้อน เหตุใดกันจางชิงเพิ่งจึงเชื่อฟังหยุนเกียนเถียนนัก? หรือว่าเขาตกหลุมรักหญิงสาวที่งดงามผู้นี้เสียแล้ว?

ใช่แล้ว! ทั้งสองอาจกําลังแสดงละครตบตาผู้คนอยู่! เช่นนี้ก็เพื่อซุกซ่อนความจริงจากหยุนเคอ!

จางชิงเฟิงไม่เต็มใจที่จะดูแลลูกสาวของนาง เพราะเขาตกหลุมรักหยุนเกียนเถียน! เพราะนั่งหญิงแพศยาคนนี้ทําให้จางชิงเฟิงละทิ้งเฉินไฉ่อ!

ตอนนี้ภรรยาเฉินซึ่งได้เหตุผลที่จะคิดเข้าข้างตนเองแล้ว ความคิดมุ่งร้ายฝังลึกในจิตใจยากที่ จะดึงออกยิ่งนางคิดแค้นเท่าไหร่ ในใจก็ยิ่งเต็มไปด้วยเปลวไฟร้อนรุ่ม!

เพราะเหตุผลนี้ ลูกสาวข้าจึงถูกล่อลวงให้แต่งงานกับหลินหู แน่นอนว่านังเถียนเถียนจะต้องสมรู้ร่วมคิดกับนังหยางยู่หรงนั้นแน่นอน พวกมันทั้งสองร่วมมือกันหักขาหลินหู!

ตอนนี้หยุนเคอไม่อยู่ นั่งสารเลวหยุนเกียนเถียนจึงพาชายอื่นเข้ามาที่บ้านโดยไม่สนปากชาวบ้าน ทั้งสองจะต้องประพฤติผิดในกามแน่!

ยิ่งคิดก็ยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อง ๆ ภรรยาเฉินซ่งไม่ยอมปล่อยวางสิ่งใดและยิ่งโกรธจัดอย่างไม่ยอมผ่อนคลาย

ไม่ได้การ! จะปล่อยให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ไม่ได้ ทุกคนจะต้องได้เห็นธาตุแท้ของพวกมันทั้งสอง ให้โลกได้รับรู้ความชั่วของพวกมัน!

จวเหรินที่ชื่อเสียงย่าแย่ จะไปมีประโยชน์ใดเล่า? เป็นเพราะเขาคือผู้ฆ่าลูกสาวของนาง เขาก็จะต้องชดใช้ในราคาที่ควรจ่าย!

ตอนนี้ไม่มีผู้ใดให้หยิบยืมมืออีกแล้ว นางจะต้องลงมือด้วยตนเองเท่านั้น

ภรรยาเฉินซึ่งค่อย ๆ คิดแผนการอย่างมุ่งร้าย ก่อนที่จะมองซ้ายขวาและใช้ช่วงเวลาที่ลูกสะใภ้เผลอเดินออกจากบ้าน

ลานบ้านของหยุนเวียนเถียนเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งหมดช่างชื่นมื่นเป็นบรรยากาศที่สนุกสนาน เป็นเพราะตอนนี้บัณฑิตระดับจวเหวินยืนอยู่ที่นี่ หญิงสาวมากมายในหมู่บ้านจึงแวะมาเผยโฉมหน้าเผื่อว่าฝ่ายชายจะเกิดปังปังขึ้นมา

ทว่าจวเหวินผู้นี้ยกยิ้มแผ่วเบาอย่างไม่สนใจผู้ใด เขาเพียงยกไวน์ในแก้วดื่มอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง

ภรรยาเฉิงซ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด นางอดไม่ได้ที่จะอารมณ์เสียเมื่อเห็นอีกฝ่ายกําลังมีความสุข

นางหันศีรษะตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบ และมองไม้กวาดที่พิงอยู่ข้างกรอบประตูอย่างมุ่งมั่น แม้จะไม่เคยลงมือกับผู้ใดมาก่อน นางก็สามารถฉกฉวยไม้กวาดได้อย่างมั่นเหมาะจากนั้น จึงพุ่งตัวออกไปพร้อมกับเหวี่ยงไม้กวาดไปด้านหน้า ทั้งไวน์ อาหารรสเลิศต่าง ๆ พลิกคว่าลงจาก โต๊ะหมดสิ้น

จางชิงเฟิงจดจําสตรีผู้นี้ได้ทันที นางคือมารดาของเฉินไฉ่อมิใช่หรือ? แม้ว่าจะเพิ่งเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นก่อนหน้า แต่จางชิงเพิ่งกลับควบคุมสติได้อย่างยอดเยี่ยมเขาเพียงลุกขึ้นและเผยรอยยิ้มออกมาเท่านั้น

“โอ! นี่มันเรื่องอันใดกันหรือ? พวกเรากําาลังดื่มกินอยู่ในบ้านของแม่นางหยุน แล้วมีสิ่งใดให้ท่านป้าเดือดร้อนหรือไม่? พวกเราไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใดก่อน!”

ภรรยาเฉินซึ่งคิดว่าตนเองทําถูกแล้ว นางจึงยึดคอขึ้นพร้อมกล่าวอย่างมั่นใจ “จางชิงเฟิง! เจ้ามันสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์! เจ้ากับหยุนเถียนเถียนมีสัมพันธ์ลับกันมาเนิ่นนานแล้วใช่หรือไม่? เจ้าใช้ลูกสาวข้าปิดบังความจริงเพื่อเข้าใกล้หยุนเสียนเถียน!”

จางชิงเฟิงนิ่งค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวตอบอย่างสบาย ๆ “ข้าไม่เข้าใจว่าท่านป้ากล่าวสิ่งใดวันนั้นข้าแต่งงานกับลูกสาวท่านด้วยความจริงใจ แม้นางจะไม่ได้ปฏิบัติต่อข้าอย่างดี แต่ข้าก็ให้เกียรตินางเสมอมา มันเป็นลูกสาวท่านเองที่ทําตัวเองจนไม่อาจเงยหน้าขึ้นพบผู้ใดได้”

“อีกทั้งตอนนี้ลูกสาวของท่านก็ตายตกไปแล้ว มันยากที่จะบอกกล่าวว่าคนตายรู้สึกอย่างไร แต่อย่างนั้นความสัมพันธ์ของเราชัดเจนยิ่ง ทั้งข้าและท่านต่างชดใช้กันหมดสิ้น ไม่มีสิ่งใดติดค้างต่อกันแล้ว! ตอนนี้ท่านบุกมาที่นี่อย่างโจ่งแจ้ง และกล่าวหาว่าข้ามีสัมพันธ์กับแม่นางหยุนอีก…

ท่านคิดว่ามันง่ายดายดั่งเช่นเมื่อก่อนงั้นหรือ? ตอนนี้ข้าเปลี่ยนไปแล้ว มิใช่คุณชายจางที่ท่านรู้จัก!”

“หากท่านคิดใส่ร้ายข้า อย่างนั้นเราคงต้องไปที่สํานักงานปกครองด้วยกัน! ท่านป้าควรคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะกล่าวคําใดออกมา หากท่านยอมออกไปแต่โดยดี ข้าจะถือซะว่ามันไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแล้วข้าก็จะกล่าวขอโทษแม่นางหยุนด้วยตนเองมิให้นางคิดเอาเรื่องท่าน!”

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด