สายตาที่เหมือนโคลนนั่น กำลังคาดหวังสิ่งใด? (Nigoru Hitomi de Nani wo Negau) 12

Now you are reading สายตาที่เหมือนโคลนนั่น กำลังคาดหวังสิ่งใด? (Nigoru Hitomi de Nani wo Negau) Chapter 12 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

วินส์ตัน เฟอร์เรียส กำลังมองไปที่กองทัพของไฮเซิร์คจากเนินเขา

ไกลออกจากกองทัพของเฟอร์เรียส กองทัพไฮเซิร์คกำลังมุ่งหน้าไปยังตีนเขาที่ ยูท แกรนด์ดยุคไมยาร์ดอยู่

“คร่าวๆ ก็เป็นไปตามที่คาดไว้”

ตามแนวโน้มของกองทัพจักรวรรดิไฮเซิร์ค จนถึงตอนนี้ที่พลิกความด้อยกว่าโดยใช้ประโยชน์จากความคล่องตัวและความต่างของทหารที่มีประสบการณ์

“ใช่ ดูเหมือนว่า ทัพจักรวรรดิไฮเซิร์คจะตั้งใจมาเผชิญหน้าตัดสินกับเราหลังจากกวาดล้างกองทัพของไมยาร์ดที่อ่อนแอก่อน”

รอบๆวินส์ตัน จะมีกลุ่มนักยุทธศาสตร์จากประเทศบ้านเกิดของเขาเรียงรายอยู่รอบแแผนที่

“พวกมันนั้นระวังพื้นที่รอบๆเนินเขา  คร่าวๆนี่คือตำแหน่งของพวกมัน แต่ที่แน่ๆพวกมันจะเข้าโจมตีพวกไมยาร์ดเหล่านั้นก่อน พวกมันมีทหารราบ2000คนจำนวนสามกองอยู่ด้านข้าง บางทีพวกมันอาจใช้เพื่อถ่วงเรา”

วินส์ตันพยักหน้าอย่างพอใจหลังจากได้รับรายงานจากนักยุทธศาสตร์

“แม้ว่าพวกมันจะแข็งแกร่ง แต่สำหรับเบเกอร์คนนั้นที่จะใช้แค่ทหาร 6000 คน เพื่อถ่วงทหารเฟอร์เรียสของเราช่างน่าตลก ฉันจะเป็นคนจบเรื่องราวของแกเอง” TNเปลี่ยนชื่อนิดหน่อย Berger อ่านหลายรอบแล้วหิว

วินส์ตันกลับมาดูแผนที่อีกครั้งและจินตนาการถึงพัฒนาการของการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ไมยาร์ดจะสูญเสียกองกำลังไปมาก จากนั้นพวกเจาจะมาพึ่งพากองทัพของเฟอร์เรียสและจากนั้นกองทัพของจักรวรรดิไฮเซิร์คจะถูกทำลายหลังจากนั้น

มันเป็นพัฒนาการที่ดีสำหรับวินส์ตัน

“ไม่มีอะไรผิดปกติกับฐานของพวกเขา”

“ที่ฐานของไมยาร์ด นั้นมีรั้วกันม้า โล่ และแม้แต่คูน้ำแบบลวกๆที่ทำจากเวทย์ดิน  แม้ว่าจะรวมกองกำลังกันแล้ว ก็ยังต้องใช้เวลาในการเข้ายึดเนินเขาที่ได้รับการป้องกันจากทหารมากกว่า10000 นาย”

“สิ่งที่ต้องระวังที่เหลืออยู่ก็คือกองพันหทารม้าจาฟฟ์หรือเปล่า?”

กองพันทหารม้าจาฟฟ์นั้นเป็นหนึ่งในกองกำลังทหารม้าที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศทางตอนเหนือ  มันเป็นที่รับรู้ร่วมกันในหมู่วินส์ตันและนายพลคนและทหารคนอื่นๆว่าเป็นกองกำลังที่สนับสนุนความก้าวหน้าอันรวดเร็วของจักรวรรดิไฮเซิร์ค

“เมื่อเราเริ่มเดินหน้ารุกผลกระทบที่เราจะได้รับจากทหารม้าคาดการว่าจะทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายพันคนออกมาแน่”

“ชัยชนะนั้นมาพร้อมกับการเสียสละ กองพันทหารม้าไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน หากทหารราบส่วนใหญ่ถูกทำลายพวกมันก็จะได้รับความเสียหาย หากไม่มีทหารราบชัยชนะก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้”

วินส์ตันตัดคำพูดและเคาะลงบนโต๊ะ

“จงนำชัยชนะกลับไปสู่องค์ราชาบัลลิสตัน สู้เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของเรา อย่าการ์ดตก เมื่่อทั้งไฮเซิร์คและไมยาร์ด หมดแรงเราจะเป็นคนที่ตัดสินชัยชนะ”

 
สำหรับการต่อสู้ตัดสินของทั้งสองกองทัพได้มารวมกันในที่ราบใกล้เมืองหลวง ไอเดนเบิร์ก หน่วยของดูเวยได้รวมพลกับกองพันลิกูเรียและกำลังรอคำสั่งที่ฐานที่ถูกสร้างขึ้น

“จากข้อมูลของหน่วยสอดแนมดูเหมือนว่ากองทัพจากอาณาจักรเฟอร์เรียสได้เข้าสมทบแล้ว จำนวนของพวกมันคือประมาณ 14000 นาย นอกจากนี้กองทัพของไมยาร์ดนั้นเป็นทหารอาสา 7000 นาย และทหารประจำการ 4000 นาย โดยรวมแล้วมีทหารมากกว่า 20000 นาย”

ดูเหมือนว่าการประชุมของทหารระดับนายพลจะได้รับการตัดสินแล้ว เหล่าเจ้าหน้าที่ระดับล่างรวมถึงหัวหน้าหน่วยดูเวยที่ไม่ได้รับคำสั่ง ก็ได้มารวมตัวกันและรับข้อมูลโดยจะได้รับจากบนลงล่าง 

จำนวนทหารของไฮเซิร์คนั้นมีน้อยกว่ามีทั้งหมด 18000 นาย เนื่องจากการสูญเสียระหว่างทาง เมื่อเทียบกับทหารศัตรูที่มี 25000 นาย แล้วดูเหมือนการต่อต้านที่ชายแดนของทหารไมยาร์ดจะไม่ได้ไร้ประโยชน์

“เมื่อฉันคิดว่าจำนวนที่ศัตรูออกมานั้นผิดปกติ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสินะ เฮอะ”

โจเซ่พยักหน้าราวกับว่าเข้าใจแล้ว ตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มโจมตีอาณาเขตของไมยาร์ด นั้นมีการต่อสู้ภาคสนามที่ดีไม่กี่ครั้ง มันใช้เวลานานและความพยายามอย่างมากในการทำให้ทุกอย่างสำเร็จ ทั้งการปิดร้อม การตามล่า และการกวาดล้าง ทั้งหมดนั่นสร้างความเสียหายได้อย่างมาก

“พวกมันเรียกเจ้านายคนสำคัญของมันในขณะที่เรากำลังเหนื่อยล้า?”

“เราต่อสู้มา5 ปีแล้วกับพวกมัน เราไม่สามารถปล่อยให้การ์ดเราตกลงได้จากศัตรูแบบนี้..”

โจ่เซ่โผล่ออกมาหลอกนัวร์ แล้วก็ได้มีเสียงเบาๆดังมาถึงหูของวอล์ม

“จักรวรรดิไฮเซิร์ค ที่อยู่ในสงครามมาห้าปีแล้วและยังสามารถใช้ทหารจำนวนขนาดนี้ได้  ที่ประเทศ…ด้วยข้อยกเว้นบางประการ เราค่อยๆพัฒนากองทัพของเราและตอนนี่กองทัพที่นี่ก็เป็นกองทัพของทหารประจำการที่มีประสบการณ์ทั้งหมด แม้ว่าจะมีความแตกต่างถึง 6000ไม่ 7000 แต่ก็ไม่ได้ต่างขนาดที่สามารถคว่ำเราได้” 
TN:domestically นั่งน้ำลายยืดเลย 

“มันทำให้คุณอยากที่จะชนะพวกมันใช้ไหม?”

“ฉันว่านายจะหดลงอีกแล้วใช่ไหม เฮ้อ”

เมื่อโจเซ่พยายามจ่าคว้าอะไรบางอย่าง บาริโต้ก็หลบออกไปอีกทาง บาริโต้ยังจำได้ไม่ลืมว่าเขาเคยถูกจับตรงนั้นมาก่อน

“ยกโทษให้ผมด้วย”

โจ่เซ่ทำให้บาริโต้ดูโง่ แต่วอล์มไม่ได้เห็นด้วย ไม่ได้พูดเกินจริงเลยที่ทั้งสองมีประสบการณ์การต่อสู้หลายครั้งแล้วไม่ได้เป็นมือใหม่อีกต่อไป พลังโดยรวมของหน่วยดูเวยนั้นพูดได้ว่าสูงเกินไป

“หยุดตรงนั้นเลย ฉันได้รับคำส่งมาแล้ว กองพันลิกูเรีย จะรออยู่ข้างหลังโดยจะมีกองพันทหารม้าจาฟฟ์ด้วย”

หัวหน้าหน่วยดูเวย ได้บอกแผนการราวกับจะระเบิด เท่าวอล์มรู้ จักรวรรดิไฮเซิร์คโดยเฉพาะจอมพลเจอราร์ด เบเกอร์ ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเก่งในกลยุทธ์ทั้งประจันหน้าและตลบหลังเขาได้จัดการกองทหารที่เหนื่อกว่าด้วยการเจาะทะลวงและโอบข้างด้วยปีกเดียว

แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือกองพันทหารม้าจาฟฟ์ที่มีชื่อเสียงว่าแข็งแกร่งที่สุดในประเทศตอนเหนือ พวกเขานั้นมีชื่อเสียงในฐานะปลายหอกของจักรวรรดิและยังเป็นแขนขวาของเจอราร์ด เบเกอร์อีกด้วย พวกเขาชอบที่จะเอาชนะกองพันทหารม้าของศัตรูและทำลายแนวป้องกันของทหารราบ

ที่ด้านหลังมักจะเป็นที่รวมตัวของกองพันทหารราบที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุน

“…ทำไมถึงต้องเป็นกองพันลิกูเรียด้วย ฉันหมายถึงเราไม่เคยร่วมงานกับหน่วยทหารม้าใดๆในการต่อสู้กับลิเบอริโต้เลยนะ”

โจเซ่ถามออกมาอย่างจริงจัง แม้แต่วอล์มที่ถูกบอกให้ร่วมมือกับทหารม้าก็สับสนมาก

มีหน่วยทหารม้าจำนวนน้อยที่เข้าร่วมแนวหน้าเพื่อต่อต้านลิเบอร์โต้ แต่ก็ไม่ได้มีขนาดเท่ากองพัน ทหารราบนั้นเป็นกองกำลังหลักในการต่อสู้มาโดยตลอด จนถึงตอนนี้วอล์มได้พูดคุยกับทหารม้ามาหลายครั้งเพื่อส่งสาส์นและขอความช่วยเหลือในการรบกวนศัตรู

“มันน่าอัปยศ แต่กองพันทหารราบเบาที่นำร่องมาก่อนนั้นเหนื่อยล้ามากเกินไป และไม่สามารถดึงพลังที่แท้จริงออกมาเผชิญหน้ากับไมยาร์ดได้ ดังนั้นกองพันลิกูเรียที่ทหารที่มีประสบการณ์จึงได้ถูกจัดให้อยู่ในความเจ็บปวดในแนวหลัง”

หัวหน้าหน่วยดูเวยหัวเราะออกมาในขณะที่มีใบหน้าขมขื่น วอล์มได้รับรู้ว่าใบหน้าแบบนี้อาจเป็นลางไม่ดี

“ม มันอันตรายขนานนั้นเลยเหรอ”

บาริโต้ถามออกมาและหงอนไก่ของเขาก็หมดพลัง

“ใชมันอันตราย นายจะต้องตามความเร็วของทหารม้าไป และหัวใจและปอดของนายจะระเบิดและขาของนายจะสั่นจนถึงขีดจำกัด แต่ถ้านายหยุดนายจะถูกกลืนโดยทหารคนต่อไปและหน่วยจะยุ่งเหยิงและุถ้านายล้มลงนายจะถูกบดขยี้ และศัตรูที่อยู่ด้านหน้าต้องถูกฆ่าในขณะที่วิ่งไปด้วย”

คำพูดของหัวหน้าดูเวยนั้นหนักแน่นและจริงจัง ฉากเหล่านั้นสามารถจินตนาการได้อย่างง่ายดาย

“และหน่วยของเราจะได้อยู่ที่แนวหน้านะรู้ไหม? มันเป็นเพราะวอล์มมักจะอาละวาดด้วย《จู่โจม》มันเป็นเพราะวอล์มทั้งหมด!!”

หัวหน้าหน่วยที่มักจะอาละวาดมากที่สุดได้ตำหนิวอล์ม

“ไม่ไม่ไม่มันเป็นหัวหน้าดูเวยที่ชอบอาละวาดต่างหาก!!”

วอล์มเถียงกลับทันที แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน

“ถ้าฉันใช้มันคนเดียวก็คงดี แต่เรามีสองคนที่มี《จู่โจม》และเวทมนตร์ของวิลลาร์ทก็ด้วย คงเป็นไปไม่ได้ที่หัวหน้าหมวดโคซูรุจะซ่อนมันได้อีกต่อไป”

จากที่วอล์มรู้ หัวหน้าหมวดที่อ้วนนั่นมักจะชอบอะไรในระดับปานกลาง เขาเกลียดการประสบความสำเร็จที่มากเกินไปและถูกวางไว้ที่แนวหน้าที่อันตราย บางทีเขากำลังเหงื่อท่วมตัวในตอนนี้

“ฉันถูกตบที่ไหล่โดยผู้บัญชาการกองพันลิกูเลียและบอกว่า “ฉันคาดหวังอย่างมากจากหน่วยของนาย”ฉันว่ามันแปลก มันควรจะเป็นการประชุมของหัวหน้าหน่วยและหัวหน้าหมวดเท่านั้น แต่ทันใดนั้นก็ได้มีผู้บัญชากองพันอยู่ที่นั่น อะไรน่ะ “หน่วยที่ดีที่สุด ที่กองพันของฉันภาคภูมิใจ” นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้คุยกับผู้บัญชาการกองพันนะ รู้ไหม”

ปัญหากำลังมากขึ้นและหัวหน้าหน่วยก็กำลังเดือด มันไม่ได้เป็นปัญหาของใครอื่น แต่สิ่งที่วอล์มทำได้เท่านั้นก็คือพักให้เต็มที่จนกว่าการต่อสู้จะเริ่ม

*****
จบไปแล้วกับตอนที่12 ลองแปล2ตอนดูอยากให้มันทันมังงะเร็วๆ อีกไม่กี่ตอนแล้ว 
แล้วก็ตอนนี้เป็นตอนที่ศัพท์ยากๆเยอะม๊วกก บรรยายก็เยอะเมาสุดๆไปเลย ผิดพลาดตรงไหนบอกได้นะครับ ผมอ่านตลอด
แล้วก็ว่าจะเอาที่แปลลงเพจด้วยเผื่อจะมีคนแวะมามากขึ้น
ขอขอบคุณสำหรับทุกๆCommentครับ
ทั้งนี้ขอขอบคุณ ENG จากKinokura Translation  
เพจผู้แปล (1) เหนื่อยน้อ การแปล | Facebook
 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด