สายตาที่เหมือนโคลนนั่น กำลังคาดหวังสิ่งใด? (Nigoru Hitomi de Nani wo Negau) 29

Now you are reading สายตาที่เหมือนโคลนนั่น กำลังคาดหวังสิ่งใด? (Nigoru Hitomi de Nani wo Negau) Chapter 29 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ในโลกนี้ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการระเบิดครั้งใหญ่แล้วพ่ายแพ้ในการถล่มเพียงครั้งเดียวเนื่องจากฟอร์เมชั่นพังทลายลงจากเวทมนตร์ เกิดชุลมุนนับไม่ถ้วนและกลุ่มเล็กๆมักถูกใช้นำหน้ากลุ่มหลัก ในศึกป้องกันนี้ มีการสร้างชั้นป้องกันจำนวนมากเป็นเนินดินที่ด้านหน้าของปราการ และพวกมันถูกสร้างขึ้นด้วยพลังเต็มที่ของเหล่านายช่างของกองทัพจักรวรรดิไฮเซิร์ค 

โดยเฉพาะ ชั้นสุดท้ายที่เป็นรั้วรูปทรงตัว U ที่ป้องกันทางเข้าเล็กๆของป้อม และชั้นที่ 6 ที่สูงพอจะเรียกว่าปราสาทเล็กๆ สามารถรองรับได้ถึง 2 กองพัน และมีทั้งคูน้ำว่างเปล่า รั้วม้า กับดักเสาเข็ม(stake trap) เนินดิน และแม้แต่กำแพงไม้ เป็นการผสมผสานที่ซับซ้อน วอล์มไม่เคยเห็นรูปแบบการป้องดังกล่าวที่สร้างขึ้นอย่างระมัดระวังนี้มาก่อน

จากมุมมองของศัตรู นี่จะเป็นจุดสำคัญที่ต้องกำจัดในขั้นแรกของการยึดปราการ ถ้าวอล์มต้องบอกถึงปัญหาของมัน หนึ่งในกองพันที่ได้รับมอบหมายให้สร้างชั้นที่ 6 คือกองพันลิกูเรีย ทหารราบถูกใช้ดั่งคนงานก่อสร้างที่ไม่เคยต่อสู้ วอล์มก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขาย่ำลงบนเนินดินด้วยเครื่องมือและเท้า เจาะเสาเข็มลงบนพื้นและเหลาปลายของมัน

ผู้ชำนาญการผสมร่วมกับนายช่างเพื่อช่วยเสริมแกร่งกำแพงและตั้งเสา ดินที่ถูกขุดขึ้นมาถูกใส่ลงในถุงฟางหรือถังและนำไปที่ฐานเพื่อสร้างเนินดินให้สูงขึ้น หินสำหรับขว้างและลูกธนูถูกแจกไปทั่วเชิงเทิน งานใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่จำนวนของนายช่างที่ไปมานั้นส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชั้นที่ 6

“ถึงอย่างนั้น นี่มันก็กว้างและสูงมากจริงๆเลยนะ”

เนินดินยังสูงและกว้างกว่าชั้นอื่นๆ สองสามก้าว วอล์มสงสัยว่าไปเอาดินมาจากไหน และเมื่อพระอาทิตย์ตกและประกาศเวลาหยุดทำงาน แล้วควันก็ลอยขึ้นมาแต่ไกล

“อ่าาา ตอนนี้พวกมันอยู่ห่างออกไปแค่อีกสองสามวันเท่านั้นเอง”

โจเซ่ที่ทำงานกับวอล์มพูด

“พวกเราจะต้องรับมือกับหน่วยร่วงหน้าก่อน ฉันเดาว่าการต่อสู้เต็มรูปแบบจะมาถึงในอีกสามหรือสี่วันจากนั้น”

“เรื่องนั้น ฉันว่าทหารศัตรูจะมีมากกว่า 50,000 ปราการนี่คงจะเต็มไปด้วยศพแน่เลย”

ชายหนุ่มผิวคล้ำมองไปรอบๆ และถอนหายใจอย่างชัง

“หวังว่าศพของฉันและคนในหน่วยจะไม่ปนไปทั่วนะ”

“ใช่ มันยังเร็วสำหรับมือสุดท้าย แต่ได้เวลาสำหรับข้าวเย็นมื้อใหญ่แล้วสิ”

“ไมต้องรีบนะ ถ้านายไม่ล้างมือให้สะอาด ม่าม๊าจะโกรธเอานะ”

“หุบปากน่า รีบไปกันเถอะ”

หลังจากที่โจเซ่พ่นคำว่าร้ายออกมา วอล์มก็มุ่งหน้าไปที่ที่มีหม้อขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ กองพันได้มารวมตัวกันในขนาดของหมวด หม้อทั้งหมดถูกระดมออกมาและเตรียมอาหาร ต้มทุกอย่างที่สามารถกินได้ แม้ว่ามันจะเสียหายเล็กน้อย ทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขเมื่อมันสุกแล้ว มันจะไม่เป็นอะไร ไฟเขียวที่จะกิน ส่วนผสมถูกใส่ลงไปโดยไม่ได้สนใจอะไรเลย

ตามการรับรองของวอล์มก่อนหน้า ส่วนผสมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละหม้อ ไก่ หมู ออร์ค ถั่ว กะหล่ำปลี ผักกาด แครอท มันฝรั่ง และอื่นๆจำนวนหนึ่งถูกต้มแบบส่ม วอล์มหยิบชามไม้ออกจากกระเป๋าของเขา ยื่นให้ทหารที่รับผิดชอบการทำอาหาร ซุปถูกเทใส่ชาม รสชาติคือ――ก็ดี มันอุ่น แต่มันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย บางทีอาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าและความหิว ลิ้นจึงถูกหลอกและมันมีรสชาติดีกว่าที่ควรจะเป็น

ต่อด้วยขนมปังแข็งๆที่ยังไม่ได้กิน นำมันเข้าปากแล้วส่งไปที่ท้อง เหรียญทองแดงและเหรียญเงินถูกเก็บจากหน่วย เหล้าผลไม้ที่ซื้อมาถูกเทใส่ชาม  จากนั้นวอล์มก็สูบบุหรี่แล้วพ่นควันสีม่วงขึ้นไปบนฟ้า ดวงตันทร์ทั้งสองดวงกำลังลอยขึ้นสู่ฟากฟ้ายามค่ำคืนและเริ่มไล่ตามกัน ไม่เหมือนกับโลก่อนของวอล์ม ท้องฟ้าที่นี่เต็มไปด้วยดวงดาว โลกนี้ไร้ซึ่งมลผิษเช่นก๊าศหริอไอเสีย มันคือท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ดีที่สุดที่วอล์มเคยเห็นมา มันอาจเป็นหนึ่งในข้อดีที่วอล์มได้รับเมื่อเขามาที่โลกนี้ ถึงอย่างนั้นอาจมีอีกหลายอย่างที่เขาได้สูญเสียไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องถูกโยนเข้าไปในสงคราม มันกำลังค่อยๆเปลี่ยนวอล์มไปในทางที่ดีหรือาจแย่ลง

“อะไรน่ะนั่น ดูดื่มด่ำจังเลยนะ”

ขณะที่วอล์มเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรี ที่มุมหนึ่งของเชิงเทินโจเซ่ก็ได้ขึ้นมาหลังจากกินอาหารเสร็จ

“เปล่า ฉันแค่สงสัยว่าสงครามจะอีกนานแค่ไหนกันน่ะ”

“ก็ จนกว่าจะชนะมั้ง”

“จนกว่าชนะ”

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะไฮเซิร์คเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะชนะ ทีต้องการจะสื่อคือ ในความคิดเห็นของวอล์ม จักรวรรดิไฮเซิร์คที่ซึ่งได้รับทุกอย่างจากชัยชนะ ไม่รู้จักคำว่า “สันติภาพ” พวกเขาได้เชื้อเชิญประเทศอื่นๆเข้ามา และเมื่อประเทศอื่นพ่ายแพ้ พวกเขาจะตีกลับและปราบปรามอย่างถีถ้วน นั่นคือจักรวรรดิไฮเซิร์ค ผลที่ได้คือ การทำสงครามกับทั้งสี่ประเทศในเวลาเดียวกัน มันเป็นโลกที่ถ้าคุณเผยความอ่อนแอคุณจะถูกกลืนกิน วอล์มอาจไร้เดียงสาและอ่อนหวาน ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นความจริงที่ว่าสงครามยังไม่สิ้นสุดลงแม้หลังจากได้รับชัยชนะมากมาย ราวกับสงครามเป็นช่วงเวลายามสงบในโลกนี้ วอล์มรู้สึกเหมือนเขาถูกขังอยู่ในวันโลกาวินาศ

“อะไรน่ะ นายเกิดกลัวขึ้นมาหรือไง? มีศัตรูมากมายก็จริง แต่เราล้อมรอบไปด้วยการป้องที่แข็งแกร่ง เราจะไม่พ่ายแพ้เพียงฝ่ายเดียว”

วอล์มก็เห็นด้วย โจเซ่พูดถูกแล้วในฐานะของคนในกองทัพไฮเซิร์ค

“ใช่ ก็ถูก”

วอล์มตอบกลับไปอย่างลวกๆ แต่โจเซ๋ก็ไม่ได้ว่าอะไร

เพื่อให้วอล์มจะไม่ตายในอีกไม่กี่วัน เขาจะต้องฆ่าให้มากขึ้นไปอีก  เขาไม่ใช่ทั้งคนใจอ่อนหรือคนนิสัยดี เขาจะฆ่าเพื่อไม่ให้ถูกฆ่า

วอล์มถือเหล้าผลไม้ไปที่ปากของเขา รสเปรี้ยววิ่งผ่านลิ้นลงที่คอของเขา เมื่อวอล์มขมวดคิ้วโจเซ่ก็หัวเราะอย่างมีความสุข

จุดเริ่มต้นของการต่อสู้คือแสบวาบอันแพรวพราวและการระเบิดอันดังก้อง พื้นฐานของศึกปิดล้อมมักจะเปิดด้วยการโจมตีจากผู้ใช้เวทมนตร์ แต่การสู้ด้วยเวทมนตร์ระหว่างทหารนับหมื่นนั้นสรุปเป็นคำคำเดียวว่า “โหดร้าย” เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นทุกหนแห่ง แขนขากระจายขึ้นไปในอากาศและเหล่าทหารที่โดนก้อนหินกระแทกก็ได้ล้มลง เมื่อดอกไม้น้ำแข็งเบ่งบาน เลือดก็ได้หยดออกมาจากทหารที่ถูกแทงแล้วดองไม้ก็ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงสด ทหารที่โดนกระสุนดินเข้าที่หัวโดยตรงก็ได้สูญเสียสมดุลแล้วล้มจมลงบนพื้น

กองทัพไฮเซิร์คที่อยู่ในการป้องกันที่สร้างขึ้นมาพิถีพิถันยังได้เปรียบและต่อสู้ต่อไป แต่ได้มีทหารบางคนของพันธมิตรสี่ดินแดนที่เปิดการโจมตีพิเศษ มันเป็นเวทมนตร์ธาตุศักดิ์สิทธ์ที่ได้ขูดเนินดินออก แสงได้ลบเหล่าทหารจักรวรรดิไฮเซิร์คที่ได้หลบอยู่หลังเนินดิน

ในจุดที่มีเวทมนต์คุณสมบัติทั้งสี่ได้ลอยออกมาอันแล้วอันเล่า ได้มีส่วนหนึ่งของเนินดินได้ถูกทำลายลงโดยการโจมตี ด้วยการสนับสนุนของเหล่าผู้ใช้เวทมนตร์ พันธมิตรสี่ดินแดนได้เริ่มรุดหน้า โดยใช้โกเลมที่สร้างขึ้นจากเวทย์ดินเป็นโล่

เพื่อสกัดกั้นการรุดหน้า ธนูนั้นได้ผลเพียงเล็กน้อยต่อโกเลม แต่ก็ยังคงยิงต่อไปที่เหล่าทหารที่อาจอยู่ด้านหลังด้วยวิถีโค้ง นอกจากนี้ยังมีทหารบางคนที่มีทักษะเช่น《ยิงหนัก》 และได้สำเร็จในการทำลายโกเลมด้วยลูกธนูที่มีพลังทำลายล้างที่ซึ่งไม่สามารถพบใด้ในคนธรรมดา เหล่าทหารที่ได้สูญเสียกำบังไปได้หลบตัวอยู่หลังโล่และคลื่นผู้คน แต่จำนวนผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากการโถมเข้ามาของการโจมตี เพื่อตอบสนองต่อการต่อต้านที่คาดไม่ถึง พันธมิตรสี่ดินแดนได้ย้ายไปยิดชั้นขณะที่สร้างสร้างสนามเพลาะและกำแพงดิน

“ได้เวลาผลัดแล้ว ย้ายหมวดไปที่ชั้น 9 !!”

ชั้นที่ 9 ที่ที่กองพันลิกูเรียได้รับมอบหมายไว้ในตอนแรก ตั้งอยู่เป็นศูนย์กลางของชั้น และยังทำหน้าที่เป็นเครื่อข่ายการขนส่่งสำหรับแต่ละชั้นและรวบรวมเสบียง ในวันที่สามหลังจากการปะทะกัน กองพันที่เหนื่อยล้าที่แนวหน้าและหมวดอื่นๆของกองพันลิกูเรียที่ซึ่งเป็นกองกำลังสำรองที่รออยู่ในชั้นที่ 9 ได้ถูกแทนที่กัน มีทหาร 6,000 นายบนแนวหน้าของชั้นศูนย์กลางและทหาร 4,000 นายอยู่ที่แนวหลัง ที่แนวหน้าของปราการที่ซึ่งเป็นคอขวดศัตรูไม่สามารถส่งทหาร 50,000 นายเข้ามาพร้อมกันได้ จำกัดอยู่ที่ 8,000 ถึง 10,000 คน ศัตรูได้ผลัดเปลี่ยนกองกำลังกันทุกวันและโจมตีกองทัพไฮเซิร์คเป็นระยะๆ 

หมวดโคซูรุได้รับมอบหมายให้อยู่ที่ชั้นที่ 3 ที่สร้างขึ้นที่ปีกซ้าย

“ขอให้โชคดี”

ครึ่งหนึ่่งของหมวดที่ถอนกลับได้รับบาดเจ็บ คาดว่าจะต้องมีการต่อสู้ที่ดุเดือนเนื่องจากการขาดกองกำลัง

วอล์มมองไปที่พื้นราบจากเนินดิน บนพื้น สนามเพลาะที่ขุดซิกแซกที่ขยายจากส่วนนอกของชั้น และจากพวกนั้นมีเนินดินต่ำและโล่ถูกตั้งไว้ตลอดทางเข้าหาชั้น มีทหารมากมายที่นอนเผยร่างบนทางลาด

“ฮะ นี่มันสุสานทหารหรือไง”

โจเซ่พูดอย่างเยาะเย้ย

“มีศพของทั้กห้าประเทศเลยค่ะ”

นัวร์กล่าวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว

“แม้แต่บนพื้นก็มีอัศวินแห่งไครซิท มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

ต่อหน้าสายตาของบาริโต้ มีอัศวินแห่งภาคีอัศวินเรฮาเซนที่ได้สูญเสียหัว และครึ่งหนึ่งถูกฝังอยู่ในดินและล้มลงอยู่

“ฉันว่ามันน่าจะจากการโจมตีครั้งใหญ่เมื่อคืนนี้ ถ้าปล่อยมันไว้อย่างนั้นมันอาจเป็นดูลาฮานก็ได้นะ”

แต่ละคนในหน่วยหัวเราะกับคำพูดของหัวหน้าดูเวย แต่วอล์มไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องตลก ทหารที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการปีนเนินดินถูกยิงด้วยลูกไฟของวอล์มและหอกน้ำแข็งกับบอลน้ำของวิลลาร์ท และรอบๆก็ได้กลายเป็นโคลนสกปรก นัวร์และบาริโต้ก็ได้ปาซ้ำๆไปที่หัวของเหล่าทหารได้สูญเสียโล่ไป

ต่อความระแวงของวอล์ม หัวหน้าดูเวยได้ขว้างท่อนซุงใส่พวกมันด้วยคนๆเดียว ถึงอย่างนั้นแม้ว่าหน่วยของดูเวยและหน่วยอื่นๆจะสามารถบดขยี้การเดินหน้าของศัตรได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกที่

“วอล์ม วอล์มอยู่ไหน!!?”

คนส่งสารคนหนึ่งตะโกนชื่อของวอล์ม น่าเสียดาย วันเกิดของเขายังอีกนานกว่าจะถึงเขาจึงไม่สาามารถที่จะมีความสุขกับมันได้ วอล์มได้รับรู้ว่าส่วนใหญ่มักจะมีแต่ข่าวร้ายเท่านั้น 

“ตรงนี้!! เกิดอะไรขึ้น?”

คนส่งสารที่ได้พบคนที่เขากำลังตามหาก็ได้วิ่งเข้ามาและเริ่มอธิบายอย่างรวดเร็ว

“คำสั่งจากหัวหน้าหมวดโคซูรุ เขาบอกนายให้ไปบดขยี้ความก้าวหน้าของศัตรูที่ค่ายของหน่วย 8 ด้วย《เพลิงปีศาจ》มา ฉันจะนำทาง”

“เอ ฉันต้องดับไฟอีกแล้วสินะ เฮ้อ”

“ถ้าจะมีอะไร ก็เป็นการลอบวางเพลิงแล้วล่ะ”

ขณะที่สหายผิวคล้ำยิงธนูเขาก็รั่วสิ่งที่ต้องทำออกมา มันไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับวอล์ม

“มันใช่เวลามาเล่นตลกนะรู้ไหม”

วอล์มต้องการจะปฏิเสธ แต่น่าเศร้าเขาเป็นเพียงทหารที่ไม่ได้มีอำนาจขัดขืนดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำแนะนำ สถานที่ที่เขารีบเรงไปอย่างเร็วนั้นเต็มไปด้วยหน่วยสำรองภายใต้หัวหน้าหมวดโคซูรุ แต่ดูเหมือนศัตรูจำนวนมากกำลังเติมเต็มเนินเนินดิน มันเป็นเหมือนดั่งฝูงมดที่รุมล้อมอาหาร ศัตรูดูเหมือนจะไม่พลาดโอกาศที่ดีในการเปิดความก้าวหน้า

ในยุคของการต่อสู้ระยะประชิดการโจมตีด้วยการรวมตัวอันหนาแน่นที่ทรงพลัง แต่เวลาก็มีความสำคัญเนื่องจากมีบางคนที่มีการโจมตีระยะไกลอันทรงพลังเช่น《เวทมนตร์》และ《ทักษะ》หากมานาของวอล์มหมดหรือเขามาไม่ทันเวลาที่จะช่วยเหลือ มันจะเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับศัตรูและเขาจะไม่สามารถโจมตีอย่างไม่ระมัดระวังได้

อย่างไรก็ตามศัตรูยังคงไม่สามารฝ่ามาได้และมันเป็นการรวมตัวที่หนาแน่นไม่เหมือนใคร มันที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับ《เพลิงปีศาจ》ของวอล์ม แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการป้องกันอย่างดีจากโล่ก็ตาม

“ขอยืมโล่สองอันทีสิ”

ทหารที่กำลังรอเขา คิดถึงความตั่งใจและได้ยื่นโล่ให้ วอล์มวางฮาลเบิร์ดไว้ที่ด้านหลัง แล้วตรวจสอบสภาพของโล่ จากนั้นก็นำหน้ากากออกจากประเป๋าคาดเอวแล้วใส่ หน้ากากรูปปีศาจสั่น บางทีมันอาจตั้งตารอสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น สูดหายใจผ่านช่องว่างของหน้ากากและเกาะกับเนินดินที่ดาบและหอกปักอยู่

ทหารที่ต่อสู้ระยะประชิดจนถึงตอนนี้ถอยห่างจากเนินดินทั้งหมดในครั้งเดียวราวกับคลื่นลูกเล็กๆซัดออกมา ขณะที่ดู วอล์มเปิดใช้งาน《เพลิงปีศาจ》เหล่าทหารศัตรูตกตะลึง การตอบสนองของทหารลิเบอริโต้ที่เคยฆ่ากันทุกวันที่เหมืองตอบสนองรวดเร็วและผมกระทบจึงลดลงครึ่งหนึ่ง แต่วันนี้คู่ต่อสู้คือเหล่าทหารของอาณาจักรไครซิท พวกเขาตอบสนองได้หลากหลาย บางคนมองไปที่หน้าของเหล่าคนที่เร่งรีบและเหล่าคนที่พยายามจะฟันเขามา การเปลี่ยนท่าทีไปโจมตีทันทีนั้นน่าชื่นชมในสายตาของวอล์ม แต่ก็ไม่ได้แตกต่างจากการฆ่าตัวตายมากนัก

“อ๊ากกกกกกกกก!!!”

“มันไม่ยอมดับ! เอามันออกไป!!”

“ออกไป เร็ววว!!!”

เพลิงสีฟ้าทีปะทุออกมาในทันทีเกาะติดกับทหารศัตรูราวกับมันเป็นกาว จากนั้นก็กระจายออกเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว การผสานของเสียงกรีดร้องดังออกมาเมื่อเปลวไฟลุกลาม เสียงสบถ เสียงโกรธและเสียงกรีดร้องไม่เคยหยุดลงในสนามรบ แต่เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นต่อหน้าวอล์มเป็นเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่เคยได้ยินในสนามรบจนถึงตอนนี้ คนที่อยู่ในรัศมี 10 เมตรกลายเป็นคบเพลิงมนุษย์ทีละคน แม้ว่าจะต่างกันออกไปตามแต่มานาของแต่ละคน ใครที่กลิ้งลงเนินได้ก็โชคดี

“ถอนทัพ ถอนทัพ!!”

ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระเนื่องจากการรวมกันที่หนาแน่น เหล่าคนที่ถูกเผา มีกล้ามเนื้อที่ไหม้และแข็งทื่อ พวกเขาได้สูดไฟเข้าไปในปอดและพวกเขาก็เริ่มดิ้นจากการหายใจไม่ออก

“ช-ช้าก่อน!!”

“อ่า..อากก อ”

เมื่อสวมหน้ากาก วอล์มก็ไม่ได้หวั่นไหว บางทีอาจเป็นเพราะคนอื่นมองไม่เห็นหน้าของเขาหรือเพราะเขาสามารถสวมบทบาทเป็นคนอื่นได้ อย่างไรก็ตามวอล์มขยายระยะโดยเปลี่ยน《เพลิงปีศาจ》จากรูปพัดเป็นเส้นตรง ที่ลาดชันรอบๆเริ่มไหม้ ถ้าเกินมันไม่ใช่ดินมันก็จะไหม้า”

“มันคือ《เพลิงปีศาจ》มันมีอยู่จริง เหมือนที่คนของลิเบอริโต้พูด”

วอล์มกระโจนไปที่ที่ลาดและยังคงปล่อยไฟและลมร้อนรอบๆตัวเขา แต่ทหารบางคนเริ่มฟื้นสติของพวกเขาและพยายามจะโจมตีจากระยะไกล ลูกธนูจำนวนมากลอยมา แต่ลมแรงทำให้ลูกธนูเบนออกไปและความร้อนก็ทำให้เข้าถึงได้ยาก มันจึงไม่โดน เวทมนตร์มากมายก็ถูกรบกวนโดยการระเบิดและลมร้อน และแม้แต่ช่องว่างที่เล็กน้อยที่สุดของโล่ก็แซกเข้าไป และไฟก็กระจายอย่างดุเดือนในที่ที่ดูเหมือนจะมีผู้ใช้เวทมนตร์และนักธนู เป็นเวลา 40 วินาที ก่อนที่มานาของเขาจะหมด วอล์มกลับไปที่ยอดของเนินดิน ห่างไกลจากความสุขที่ได้ขับไล่ศัตรู ทุกคนได้สูญเสียคำพูดกับเหล่าศพที่ถูกเผาและกลิ้งไปทั่วเนิน

“ฮอฟ ฮอฟฟ ฮะ”   (เสียงหายใจหอบ)

วอล์มที่ใช้มานาส่วนใหญ่ไปและหายใจหอบได้รับการต้อนรับจากใครบางคน

“ทำได้ดีวอล์ม ขอบคุณ พวกมันล้มเหลวในการสร้างความก้าวหน้าแล้ว”

เป็นหัวหน้าหมวดโคซูรุที่มองดูอยู่ที่ไหนสักแห่งทักทายวอล์มด้วยเสียงปรบมือ โดยไม่คำนึงถึงโศกนาฏกรรม เขาเป็นหัวหน้าที่ดีเขาไม่ลืมที่จะชื่นชมลูกน้องของเขาสำหรับความสำเร็จ

“ขอบคุณ”

เมื่อวอล์มถอนหน้ากากและขอบคุณ ทหารคนอื่นๆก็ขอบคุณเขาเช่นกัน ความเสียหายที่เกิดจาก《เพลิงปีศาจ》ที่โจมตีโดยตรงในขณะที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นนั้นมหาศาล และทหารศัตรูมากกว่า 100 นายถูกสังหารและจำนวนเท่ากันหรือมากกว่านั้นได้รับบาดเจ็บและกองกำลังจำนวนมากถูกผลักกลับไปที่สนามเพลาะ กลิ่นไหม้ของเนื้อยังคงติดจมูก หน้ากากก็หยุดสั่นราวกับว่ามันพอใจแล้ว

――――――――――――――――――――――――――――――――――――
จบ – ช่วงนี้มันยาวเหลือเกิน
ขอขอบคุณ ENG จากKinokura Translation  
เพจผู้แปล (1) เหนื่อยน้อ การแปล | Facebook

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด