สายตาที่เหมือนโคลนนั่น กำลังคาดหวังสิ่งใด? (Nigoru Hitomi de Nani wo Negau) 3

Now you are reading สายตาที่เหมือนโคลนนั่น กำลังคาดหวังสิ่งใด? (Nigoru Hitomi de Nani wo Negau) Chapter 3 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

สหพันธ์การค้าลิเบอริโต้ ที่ถูกทำลายได้ร่นถอยออกไปจากพรมแดนที่เกิดข้อพิพาทและตั้งหลักใหม่รอบแม่น้ำ

คูน้ำและเขื่อนดินที่สร้างจากเวทมนตร์ประเภทดิน สิ่งของจากกระเป๋าเวทย์และรถม้าที่มารวมตัว
เป็นป้อมปราการที่เรียกได้ว่า ปราการชั่วข้ามคืน สหพันธ์การค้าลิเบอริโต้ซึ่งมีกำลังพลไม่พอและจักรวรรดิไฮเซิร์คซึ่งชอบสภาพที่เป็นอยู่ยังคงทำสงครามต่อไปอย่างไม่เต็มใจ

ในแนวหน้าที่ถูกปิดกั้นเช่นนี้เชลยได้รับการไถ่ตัว จากสหพันธ์การค้าลิเบอริโต้

การปล่อยตัวขุนนางและเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงเป็นไปตามที่ วอล์ม คาดไว้ แต่แม่แต่ทหารธรรมดาก็ได้รับการไถ่ตัวจากสหพันธ์การค้าลิเบอริโต้

โชคดีที่ขุนนางใหญ๋ที่เป็นเจ้าของดันเจี้ยนได้ ออกเหรียญเงินวิเศษจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ วอล์มและ
หน่วย ดูเวย จึงเฝ้าพื้นที่แลกเปลี่ยนเชลย
TL:magic silver coin อะ

“บางทีฉันอาจเกิดผิดประเทศ”

เมื่อ วอล์ม พึมพำเช่นนั้นเขาก็ถูกตีจากด้านหลัง

มันคือโจเซ่สหายของเขา

“โอ้ย โอ้ย นายโชคดีแล้วที่ได้อยู่ในหน่วยนี้ ถ้านายได้ไปอยู่ใต้หน่วยอื่น นายได้ไปในแม่น้ำแน่รู้ป่าว”

เรือข้ามฟากหลายเดินทางไปกลับแม่น้ำพาเชลยข้ามแม่น้ำ นักธนูและทหารที่สามารถใช้เวทมนตร์หลายคนประจำการอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเพื่อป้องกันการโจมตีเซอร์ไพรส์

มีแม้กระทั้งบัลลิสต้าขนาดใหญ่ด้วย
TL:เครื่องยิงศรยักษ์

อื่มม ฉันสงสัยจริงๆพวกเขาไปเอามาจากไหน?

เมื่อเห็นอย่างนั้น วอล์ม ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องประหลานใจ

ในทางกลับกันจักรวรรดิไฮเซิร์ค ก็มีกองกำลังที่สามารถโจมตีฝั่งตรงข้ามได้ หาสิ่งที่อยู่ตรงข้ามคือกองทัพปกติกองทัพที่อยู่ฝั่งของ วอล์ม ก็เป็นเพียงแค่กลุ่มโจรสวมอุปกรณ์ของกองทัพปกติ

หากคุณกำลังจะเข้าร่วมสงครามในฐานะทหารคุณอาจเลือกฝั่งจักรวรรดืไฮเซิร์ค แต่ถ้าอยากเป็นแค่พลเมือง สหพันธ์การค้าลิเบอริโต้อาจดีกว่า อย่างไรก็ตามคุณก็ไม่รู้ว่าผู้คนในประเทศอื่นอยู่อาศัยอย่างไร ไม่มีอะไรจะเอามาเปลียบเทียบ

เชลยศึก ผ่าน วอล์ม ไป

คุณสามารถเดาได้จากเสื้อผ้าและสภาพผิวว่าคนเหล่านั้นต้องเป็นระดับสูงที่สามารถไถ่เป็นรายบุคคลได้

ฝั่งตรงข้ามจะเห็นการแสดงของผู้คนเช่นถูกดุหรือผู้ที่กอดกัน มันถูกแสดงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด การแสดงที่น่าเบื้อนี้กำลังเล่นต่อหน้าของ วอล์ม รู้สึกราวกับว่าเขาอิจฉา แม้แต่เพื่อนร่วมงานของเขา
โจเซ่ ก็ยังหาว

วอล์ม ผู้ซึ่งไม่สามารถและทิ้งภารกิจของเขา ได้หันไปมองผู้คน ถัดใสมาเป็นเชลยที่มีสถาะต่ำมีเชลย
200 คน ต่อแถมยาวรอเรือข้ามฟาก

ขณะที่ วอล์ม มองไปรอบๆ เชลยคนที่หลุมฝักศพเมื่อวานก็ผ่านไป ทันทีที่มองดวงตาของพวกเขาก็สบตากัน ชายคนนั้นก็รีบหลับสายตา

ไม่เหมือนตอนนั้นไม่มีเลือดบนเกราะและหอกและดาบ เขากลัว

เชลยกลัวและไม่ได้กินอาหาร แม้จะทำอาหารที่พวกเขาย่อยได้ แต่ดูเหมือนเชลยจะคิดว่ามันมีพิษ ตอนนั้น วอล์ม บอกว่า “นายคิดว่าเราจะใช้วิธีการที่ใช้เวลานานแบบนั้นเหรอ” อย่างที่รู้แทนที่จะใช้ยาพิษซึ่งยุ่งยากจะดีกว่าไหมถ้าใข้ดาย―――

ที่บอกพวกเขา มีหลุมที่ว่างเปล่าไว้เพื้อฝังคนที่อาจตายเพราะบาดเจ็บร้ายแรงและไม่สามารถผ่านคืนนี้ได้ แต่เชลยดูไม่เชื่อใจคำอธิบายนั้น

เป็นคำสั่งของผู้บัญชาการของกองทันที่ให้เชลยขุดจัดการกับศพจำนวนมากเพื่อให้ผลาญพลังงานเพื่อป้องกันการจลาจลของเชลยกลับมา

หลังจากเห็นคนสุดท้ายจากการแลกเปลี่ยนสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ในที่สุดก็จบลง

วอล์ม หวังว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไป

แต่การต่อสู้ระหว่างจักรวรรดิไฮเซิร์ค ซึ่งต้องรักษาดินแดนของตนตรงตรงข้ามแม่น้ำ 
สหพันธ์การค้าลิเบอริโต้ ที่ต้องการผลักดันดินแดนของพวกเขากลับไปที่เดิม
มีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไป

เมื่อการตั้งค่ายที่ชายแดนดำเนินต่อไปกองทหารก็ต้องถูกย้ายออกไปทีลกอง กองพันของ วอล์ม เป็นอย่างแรก

เนื่องจากการเคลื่อนย้ายบุคลากร 2000 คนสร้างปัญหาดานการขนส่ง กองร้อยและกองพันบางกองต้องเปลี่ยนทางเมื่อต้องย้ายไปยังสถานที่อื่น

หลายกองร้อยและหลายหน่วยได้รับคำสั่งให้ย้ายจาก สหพันธ์การค้าลิเบอริโต้ ทางตะวันออกเฉียงใต้ไปยังดินแดนอดีตอาณาจักรคาโนอาที่ถวกผนวกไว้ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งข้อพิพาททางดินแดน
ยังไม่ได้ผลสรุป หน่วยของ ดูเวย เป็นหนึ่งในนั้น

วอล์ม ได้รับคำสั่งให้ปราบก็อบลินที่ทำรังอยู่ใกล้แหล่งน้ำแม้มันจะไม่คุ้นเคยกับการฆ่ามนุษย์ และวอล์มก็ไม่คุ้นเคยกับการฆ่ามอนสเตอร์เช่นกัน

ในสมานรบนั้นมีศพมากมายซึ่่ง พวกมอนสเตอร์ชอบ สำหรับพวกมันก็คงเป็นเหมือยกับบุฟเฟต์
การขับไล่พวกมันที่มากวนใจอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นงานที่คุ้นเคยของวอล์ม

หากศพถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้จัดการพวกมันจะกลายเป็น กูลหรืออันเดด คุณอาจต้องจัดการชีวิตของพวกเขาสองครั้งเพื่อส่งพวกเขาให้ได้พักผ่อนอย่างสงบ แต่อย่างที่รู้การฆ่าพวกเขาแค่ครั้งเดียวก็ดีแล้วสำหรับคุณที่จะต้องทำอีกครั้ง

ในประเทศส่วนใหญ่การปลาบมอนสเตอร์และการสำรวจดินเจี้ยนมันเป็นงานของ นักผจญภัย 
แต่ในบางประเทศเช่นจักรวรรดิ ปฏิเสธระบบนักผจญภัย

จักรวรรดิไฮเซิร์ค ซึ่งพูดได้ว่ามีกองกำลังมากกว่าที่อื่นๆ ไม่สามารถปล่อยให้ทหารพักผ่อนได้
ด้วยเหตุนี้ วอล์ม จึงถูกส่งไปทำหน้าที่ของนักผจญภัย

มันเหมือนกับว่ากองทัพที่ถูกส่งไปกำจัดศัตรูพืชเพราะพวกเขาอยู่ในทุ่งนา

แต่อย่างที่ใครๆ ก็คิด หน่วยพิเศษจะถูกส่งไปถ้าหากมีมอนสเตอร์ระดับสูงปรากฏตัว แต่ถ้าเป็นแค่กลุ่มก็อบลินที่มีอันตรายต่ำพวกมันจะถูกกำจัดโดยหน่วยหรือหมวดรอบๆ

ชาวบ้านบางคนที่ไม่ได้มีทักษะอาจต้องปราบก็อบลินด้วยตัวเอง แต่ออร์ค วอล์ม ยังมีช่วงเวลาที่ลำบากหลายครั้งในสมัยที่เขาอยู่ในหมู่บ้านและอุทิศตนเพื่อขับไล่ก็อบลินและออร์ค

ตามข้อมูลจากหมู่บ้านใกล้เคียงพบเห็นก็อบลินมากกว่า 50 ตัว และบางตัวถูกชาวบ้านจัดการ 
แค่วันหนึ่ง ชายและหญิงที่ทำงานใกล้แม่น้ำถูกโจมตีและถูกพาตัวไป

หลังจากนั้นก็อบลินที่ได้ลิ้มรสมนุษย์ก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นรอบๆหมู่บ้านและความเสียหายต่อปศุสัตว์ก็เพิ่มขึ้น เนื่องจากความว่าความเสียหายจะมากขึ้นเมื่อจำนวนก็อบลินเพิ่มขึ้นจึงตัดสินใจส่งกองทัพไป

นำโดยหัวหน้าหน่วย ดูเวย หน่วยออกจากหมู่บ้านและมุ่งหน้าไปยังป่า

ป่าเป็นพื้นที่ราบมีเนินเล็กน้อย ซึ่งต่างจากดินแดนปีศาจ ที่มอนสเตอร์ที่ทรงพลังอยู่ 
มีเพียงมอนสเตอร์ระดับต่ำเท่านั้นที่อยู่ที่นี่่

วอล์ม ยังคงเดินหน้าต่อไป แค่เมื่อเขาเห็นหัวหน้าหน่วยหยุดกะทันหันไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น 
ทุกคนก็เช่นกัน

“เห้ย ตั้งใจฟังและระวังด้วยอีกประมาณครึ้งชั่วโมงจะถึงรังของพวกมัน รอยเท้าและเส้นทางของสัตว์เพิ่มมากขึ้น อย่าประมาท”

หัวหน้าหน่วย ดูเวย ได้รับการกล่าวขานว่าสนใจในการต่อสู้ และมีทักษะเหนือกว่าผู้บัญชาการกองร้อย แต่ก็สามารถเห็นได้ง่ายๆว่าทำไมเขาถึงไม่ได้ถูกเลือกเป็นผู้บัญชากองร้อยกองร้อย

หัวหน้าหน่วย ดูเวย เป็นคนมองโลกในแง่ดีในด้านที่ดีเขาสามารถให้อะไรก็ได้ และในด้านที่ไม่ดีเขาหยาบคายเล็กน้อย วอล์ม เชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะเป็นผู้บัญชาการกองร้อยหรือสูงกว่า ซึ่งจำเป็นที่จะต้องทำงานที่เกี่ยวกับเอกสารภายในอาคารและพิสุจน์ให้เห็นถึงคุณค่า

ยิ่งไปกว่านั้นหัวหน้า ดูเวย เองก็เกลียดตำแหน่งผู้บัญชากองร้อยเนื่องจากการทำงานที่ซับซ้อน

ทุกคนก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังตามเส้นทางที่ทำโดยคนนำหน้าพวกเขาและค่อยๆจัดการกับกิ่งไม้ที่ข้างดาบและเกราะของพวกเขา

ผ้าถูกพันรอบที่ที่เป็นโลหะและอาจถูกกระแทกได้ วอล์ม ก็เหมือนกัน เขาใช้เป็นของของทหารที่เขาสู้ด้วยเมื่อวันก่อน

แม้ว่า วอล์ม จะไม่เต็มใจที่ใช้ผ้าของคนที่ตายแล้ว แต่ตอนนี้เขาคิดว่าถ้ามันจำเป็นเขาก็จะทำ

ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวลึงเขาไปในป่าพวกพีชพันธุ์ก็เริ่มหน้าขึ้นเช่นกัน

หน่วยกำลังย่องอยู่ แต่แล้วสายตาของทุกคนก็มองยังจุดหนึ่ง

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือมนุษย์ตัวเตี้ยสูงเท่าเด็ก มีเฟ็นเขี้ยวและหูที่แหลมกว่ามนุษย์และผิวสีเขียว และบางอย่างแปลกๆที่เห็นได้ชัด ไม่ต้องสงสัยเลย มันคือก็อบลิน ที่ วอล์มคุ้นเคย

หอกเห็นดั้งเดิม ไม้กระบองหรือเครื่องมือในฟาร์มที่อาจถูกขโมยมาอยู่ในมือของพวกมัน
อีกหนึ่งสิ่งที่ วอล์ฒ รู้ได้จากประสบการณ์มอนสเตอร์ที่ฉลาดจะลำบากเมื่อพวกมันอยู่กันเป็นกลุ่ม
TL:intelligent monsters were troublesome when they were in a group. มันฉลาดแหะ?

จะจัดการยังไงดี

เมื่อ วอล์ม กำลังคิดอยู่เขาก็ได้รับตำสั่งจากหัวหน้า ดูเวย

ด้วยสัญญาณ วอล์ม ได้รับคำสั่งให้จัด เขาพยักหน้าตอบแล้วออกจากกลุ่มไปที่ด้านหลังก็อบลินโดยระวังท่าทางของเขา

วอล์ม ระมัดระวังการวางเท้าของเขาไม่ให้โดนกิ่งไม้และใบไม้ เมื่อเข้าใกล้เรื่อยๆลมหายใจของเขาก็ค่อยๆเบาลงและสงบลง

เลียปากแห้งๆ วอล์ม ก็แทงหอกเจาะคอในครั้งเดียว

ก็อบลินที่ถูกหอกแทงตายในทันทีโดยไม่มีเสียงใดๆ ในขณะพยุงก็อบลินที่ตายด้วยหอกของเขาและวางมันลงกับพื้นและลากมัน สหายคนหนึ่งเข้าช่วยและซ่อนศพไว้ในร้มเงาต้นไม้

หัวหน้าหน่วยแตะไหล่ของ วอล์ม

“ทำได้ดี นี่เป็นเทคนิคที่ดีที่แสดงให้เห็น”

หลังจากนั้นหน่วยก็มาถึงที่หมายโดยไม่ถูกพบ

รังของก็อบลินอยู่ห่างจากยามก็อบลินหลายสิบเมตร มันเป็นหน้าถ้ำล็กๆ ที่ใช้กิ่งไม้และดินสร้างที่อยู่อาศัยและหน้าถ้ำทำรัง ถ้ามองเป็นมันยากที่จะคิดว่านี่เกิดจากธรรมชาติ ดังนั้นมันต้องถูกสร้างขึ้น

วอล์ม ที่มองต่ำๆค่อยๆมองผ่านช่องว่างของต้นไม้เพื่อมองดูพวกมัน

จะเห็นก็อบลิน 30 ตัวในระยะที่มองเห็นได้ กระดูกระจัดกระจายอยู่ใกล้กองไฟ กระดูกเช่นควายและแพะสามารถเห็นได้ นอกจากนี่ยังมีหมูป่าที่เป็นมอนสเตอร์ชนิดหนึ่งผสมอยู่
และสุดท้ายกระโหลกมนุษย์ผสมอยู่ด้วย

ต้องเป็นของช้าวบ้านที่ถูกพาตัวไป

วอล์ม ไม่แปลกใจอะไรเพราะสุดท้ายสำหรับมนุษย์ที่ถูกปีศาจพาตัวไปจะถูก ข่มขืน ฆ่า และกิน…..
นั่นคือพฤติกรรมพื้นฐานของพวกมัน

“วิลลาร์ทจัดการซะ”

หัวหน้าหน่วยสั่งชายคนหนึ่ง ไม่มีการตอบกลับ แต่ทุกคนรวมถึงวอล์มรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

วิลลาร์ทเดินไปข้างหน้าโดยไม่ได้ตอบกลับ เขาเป็นคนเงียบๆที่มีงานอดิเรกในการโกนขนทั่วร่างกายของเขาเมื่อมีเวลาว่าง แต่เขาเป็นคนหนึ่งที่มีความสามารถและได้รับความเคารพจากคนอื่นๆ

วิลลาร์ทจ่อจ่อกับมานาของเขาในมือและในไม่ช้าก็มีลูกไฟลอยออกมา เขาเป็น’นักเวทย์’ เพียงคนเดียวในหน่วย และเป็นที่พึ่่งในหลายๆด้าน ตั้งแต่การต่อสู้ไปถึงการทำอาหาร

ลูกไฟพุ่วเข้าใส่กล่างรังทำให้เกิดการระเบิด กระดูกกระจัดกระจายไปด้วยแรงระเบิดและก็อบลินก็เช่นกัน แม้แต่ก็อบลินที่อยู่รอบๆ ก็ถูกเผา

ก็อบลินตกใจแข็งทื่อชั่วขณะ ในการกับกันสมาชิกในหน่วยคนอื่นๆ ก็เข้าใจว่าต้องทำอะไรต่อไป
สำหรับวอล์ม มันเหมือนกับดองไม้ไฟเริ่มงานเลี้ยง

สมาชิกของหน่วยปิดรยะห่างในครั้งเดียวโดยไม่ส่งเสียงและใช้อาวุธฆ่าเหยื่อของพวกเขา

วอล์ม ก็เหมือนกัน เขาเจาะหน้าท้องของก็อบลินที่ตกใจสองครั้งด้วยหอกและบดขยี้หัวที่ล้มด้วยเท้า

หนึ่งในก็อบลินที่สับสนไม่รู้จะหนีหรือต่อสู้และไรป้องกันแล้วหอกก็ตรงผ่านจากด้านหลังไปที่ท้อง

ก็อบลินมอนสเตอร์ที่มังกำลังเยอะแม้จะอยู่ในระดับต่ำสุดก็ตาม 
แม้จะทิ้งบาดแผลที่ปกติมนุษย์จะหยุดการเคลือนไหว แต่ก็อบลินก็ยังสามารถคลานพยายามหนีได้
ถ้ามันหนีไปได้มันอาจฉลาดขึ้นและกลายเป็น่คู่ต้อสู้ที่ลำบากในอนาคต ดังนั้นวอล์มจังขะไม่พลาดพวกมันไป

วอล์ม ถือหอกด้วยมืออีกช้างแล้วเหวี่ยงลงไปที่คอของมัน หลังจากสักครู่ก็อบลินก็หยุดเคลื่อนไหว

เมื่อควันเรื่มจางลงเงาก็ปรากฏขึ้นที่ของการมองเห็นของ วอล์ม มันเป็นก็อบลินที่มี
กระบองทุบลงบนพื่น

วอล์มฟันหอกในแนวนอนตัดตาทั้งสองข้างของมันทำให้มันขยับไปมาด้วยความเจ็บปวดแล้ววอล์มก็แทงฆ่าก็อบลินที่ถือไม่กระบอง

สมาชิกหน่วยคนอื่นๆ ก็จัดการอยู่เช่นกัน

หัวหน้าหน่วย ดูเวย ใช้ทักษะของเขา《จู้โจม》เพื่อตีกลับก็อบลินสามตัว ตัวหนึ่งร่างถูกแยกออกเป็นสองส่วนบางตัวหัวปล้วหายไป

ก็อบลินที่เหลือออกมาจากถ้ำ แต่ทันทีที่ออกมาพวกมันก็กลายเป็นเหยื่อของใบมีดและอาวุธ

“ไรนัส ทิเบิร์ด ดานฟาน จัดการครึ่งหนึ่่งและจัดการที่เหลือด้านนนอก คนที่เหลือมากับฉัน หอกไม่มีประโยชน์ ใช้ดาบแทน วิลลาร์ทสร้างแสงสว่างให้กับเรา”

วอล์มได้ถูกเลือกให้เป็นกลุ่มที่เข้าไปในถ้ำ ส่วนคนที่เหลือด้านนอกคือเหลาคนที่ถูกเรียกว่า 
‘คนโง่ทั้งสาม’ ที่มีประสบการณ์การต่อสู้มากมาย

เนื่องจากถ้ำแคบหอกจึงถูกแทงปักอยู่กับพื้นด้านนอกและกลุ่มก็ก้าวเข้าไปในถ้ำด้วยดาบในมือและโล่

“《คบเพลิง》” TL:Torch

มันเป็นก็อบลินที่แปลกใจ ก็อบลินที่คุ้นเคยกับความมืดแกว่งอาวุธของมัน แต่สิ่งที่รออยู่คือการโจมตีดั่งพายุของหัวหน้าดูเวย

ในท้ายที่สุดสิ่งที่วอล์มต้องทำคือจัดการก็บก็อบลินที่ซ่อนอยู่หรือแกล้งตายและมันกำลังจะตายจริงๆด้วยดาบในมือของเขา ที่ด้านหลังมีพิ้นที่เปิดโล่งขนาดเท่าห้องเรียน

เนื่องจากการระบายอากาศนั้นไม่ดีในไม่ช้ากลิ่นก็ไปถึงจมูกของวอล์ม

วอล์ม ต้องบ่นออกมาก แต่เขาไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีก็อบลินเหลืออยู่และหัวหน้าของมันก็ด้วย

หวัหน้าของพวกมันเป็นก็อบลินขนาดเท่ามนุษย์ผู้ใหญ่――ฮ็อบก็อบลิยกดาบขึ้นสนิมขึ้นอย่างกล้าหาญซึ่งอาจหยิบมาจากสักที่ ไม่ว่าฮ็อบก็อบลินจะกล้าหาญแค่ไหน วอล์มก็อดสงสารมันไม่ได้

ท้ายที่สุดคู้ต่อสู้ของมันคือหัวหน้าดูเวย

แม้ขนาดจะใหญ่ขึ้น แต่เวลาที่ใช้ก็เท่าๆกับตัวอื่น

ฮ็อบก็อบลินล้มลงกับพื้นและถูกเทงอีกครั้งเผื่อไว้ และตามคาดมันตายแล้ว

ในขณะวอล์มกำลังสำรวจอยู่เขาเเห็นเงาหนึ่งหลังกองฟางที่ดูเหมือนจะเป็นเตียงของฮ็อบก็อบลิน

มันคือ … มันไม่ใช่ก็อบลิน แต่เป็นผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้น รอยขีดข่วนที่ถูกสลักไว้บนร่างกายของเธอ และรอยบันไหล่ที่ร้ายแรงเป็นพิเศษ

วอล์ม เดาได้ว่าทำไมเธอถึงยังรอดในเมื่อผู้ชายอีกคนถูกกิน มันเพราะก็อบลินสามารถใช้ท้องของสิ่งมีชีวิตอื่นในการผสมพันธ์ุได้

“นี่ ยังอยู่ไหม เรามาช่วยแล้ว”

วอล์มเรียกเธอแต่เธอไม่ขยับ สิ่งที่ได้กลับมาคือคำตอบสั้นๆว่า

“ฆ่าฉันที”

มันต้องใช้เวลาเล็กน้อยที่จะเข้าใจความหมายของคำที่ออกมา เขาเรียกอีกครั้งและเขย่าไหล่ของหญิงสาว แต่คำตอบก็เหมือนเดิม เขามองไปรอบๆแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร

“ขอร้องละฆ่าฉันที”

มีเพียงหัวหน้าดูเวยเท่านั้นที่พยักหน้า สูญชาตญาณและหัวใจของ วอล์มพยายามจะหยุดพวกเขา
แต่ในขณะเดียวกัน” เหตุผล”ในใจของเขาก็ชัดเจน

แขนขาที่ถภูกบดขยี้และถูกใช้เป็นที่ให้กำเนิดก็อบลิน แน่นอนจะไม่มีทางหายเป็นปกแม้จะใช้เวทมนตร์รักษามันก็จะไม่หาย

ฉันคิดว่าบาดแผลที่สลักบนทั้งร่างกายจะไม่หายไปจิตใจก็เช่นกัน

ถ้าฉันกลับไปฉันจะสามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม?

――วอล์มต้องการใครสักคนทำแทน แต่ไม่ว่าใครจะทำ ถ้าสวอล์มไม่ทำคนหนึ่งในทีมจะอยู่สถานะเดียสวกันกับเขาตอนนี้

ดังนั้นวอล์มจึงตัดสินใจ

เมื่อวอล์มชักดาบออกมาและแมงเข้ากับผิวหนังองหญิงสางเธอก็ส่งเสียงคร่ำครวญต่ำออกมา
ปลายดาบแทงจากช่องว่างระหว่างซี่โครงทะลุถึงหัวใจในครั้งเดียว

วอล์มต้องมองเธอหยุดเคลื่อนไห สีหน้าแดกดันยนใบหน้ายังนิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาฆ่าผู้หญิงคนหนึ่ง
แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะอยู่ที่ประตูมรณะและขอบคุณเขา――เขาก็อดไม่ได้ที่มองไปที่ดาบที่เปื้อนและเธอที่หยุดหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่จะรู้ตัวหัวหน้า ดูเวย ก็มายืนอยู่ข้างๆเขา

“ฉันจะจัดการต่อเอง มันจะลำบากถ้านายยังยืนอยู่ตรงนี้ ออกไปข้างนอกดื่มมันและหยุดพัก”

สิ่งที่ยื่นให้คือเหล้ากลั่นราคาแพงจากขวดที่สะโพก

วอล์ม ไม่เคยคิดว่าคำดังกล่าวจะออกมาจากปากของหัวหน้าดูเวย ที่เขามันจะดื่มเหล้าเหมือนดื่มน้ำ

วอล์ม เดินโซเซออกมาแล้วนั้งลงโดยหลังพิงต้นไม้ใหญ่

คนโง่ทั้งสามที่รักการต่อสู้ไม่ได้พูดอะไรกับ วอล์ม เพราะพวกเขาอาจสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดกับเขา

วอล์มวางมือบนสายรัดหมวกแล้วถอดมันออกวางไว้บนพื้น เสียงโซ่ดังขึ้นรากับจะปฏิเสธ
หนังศีรษะท่สัมผัสกับอากาศภายนอกนั้นรู้สึกสบาย ในขณะที่ลูบหัวและเกา เขาก็เปิดฝาขวดแล้วจึงนำมันไปที่ปาก

กลิ่นเหล้าเขาไปในจมูกแล้วลำคอและท้องของเขาก็ร้อนขึนทันที แต่ไม่ช้ารสชาติก็หายไปทิ้งรสหวานจางๆไว้บนลิ้น

เวลายังเช้าอยู่เหนือต้นไม้นั้นไร้เมฆ ตรงข้ามกับหัวใจของเขาที่มีเมฆหนาปกคลุม

หลังจากสบถหนึ่งคลึ่งวอล์มก็ดื่มเหล้าอีกครั้ง

****
จบไปแล้วกับตอนที่สามวันนี้ช้่หน่อยเพราะปัญหาเยอะ เริ่มตอนห้าโมงแปลได้ครึ่งหนึ่งไฟดับแปลใหม่รอบนี้คอยกดเซฟพอแปลเสร็จกำลังจะลงกดเซฟแล้วรีหนึ่งครั้งใช่ครับมันไม่เซฟ ทำใหม่
แล้วก็มีปัญหาเรื่องกองพลนิดหน่อยตรง squad = หน่วย,ทีม แต่มันจะมี Platoon ที่แปลว่า 
หมวดหรีือกองร้อย แล้วทีนี้มันมีประเด็นตรงตอนก่อนที่มันมีคนเรียก platoon commander ตอนที่รบกันอยู่ตอนนั้นเลยแปลไปว่าหนวมเพราะจะใช้ผู้บัญชากองร้อยก็ยังไงๆหรือ
หัวหน้ากองร้อยก็ยังไงๆ เลยใช้หมวด แต่ตอนนี้พอเวลาพูดถึงกองพลแล้วมันจะมีกองพันBatlion แปลว่า กองทัพหรือ(กองพัน?ถูกมะ?) แล้วก็ company ที่แปลว่ากองพัน เลยไม่รู้จะเอายังไงเวลากล่าวถึงเรื่องกองพลเลยแปลไปว่ากองร้อย ตอนนี้ควรจัดการไงดีครับ
ทั้งนี้ขอขอบคุณ ENG จากKinokura Translation  
เพจผู้แปล (1) เหนื่อยน้อ การแปล | Facebook
***
นักผจญภัยในประเทศอื่น
 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด