หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! 71 : ท้าทายพวกสํานักเสี่ย เพื่อดับสิ้นความโกรธาในใจเขา

Now you are reading หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! Chapter 71 : ท้าทายพวกสํานักเสี่ย เพื่อดับสิ้นความโกรธาในใจเขา at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

นิยาย หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ THave Countless L… ตอนที่ 71 : ท้าทายพวกสํานักเสียเพื่อดับสินความโกรธาในใจเ…

ตอนที่ 71 : ท้าทายพวกสํานักเสี่ย เพื่อดับสิ้นความโกรธาในใจเขา

หลังจากที่ได้เรียนรู้วิชาดาบหยาดพิรุณกังวานแล้ว โจวฉวนจีเลยใช้โอกาสนี้เรียนวิชาดาบระดับปฐพี่ขั้นต่าต่อพายุหะฟาดฟัน!

เขาไม่ว่าอะไรถ้าจางเถียนเขียนและเหล่าลูกชายของเขาจะคอยเฝ้ามองเขาอยู่ข้าง ๆ เพราะยังไงเขาก็ไม่มีทางเรียนรู้วิชาดาบระดับนี้ได้จากการดูแค่อย่างเดียวอยู่แล้ว

ยังไงซะก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเก่งกาจเหมือนเขา

พอเห็นว่าโจวฉวนจีเริ่มฝึกต่อ ทุกคนจึงหันกลับมาสนใจเขาอีกครั้ง

นี่เขาคิดจะบรรลุจิตดาบอีกรอบงั้นหรอ?

จางเถียนเจียนรู้สึกสับสนไปหมดจริง ๆ เขาก็อยากจะเป็นทาสกระบี่ของโจวฉวนจีแต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะขอยังไงดี

วิชาพายุหะฟาดฟันนั้นมีเพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น แต่เทคนิคในการร่าย พลังงานนั้นช่างร้ายกาจ

ในตอนที่เขาฝึกครบ 6 รอบ โจวเฉิงซินก็มาพอดี

จางเถียนเจียนชี้บอกให้เขาเงียบเอาไว้และคอยดู

โจวเฉิงซินตกตะลึงนี่เทพกระบี่โจวกาลังฝึกวิชาดาบอยู่งั้นหรอ?

หลังจากที่เขาเห็นยอดกระจาวฉง จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจ และคนอื่น ๆ เขาก็เรียกให้เหล่าอารักขามาข้าง ๆ และให้มาคอยเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ ด้วย

ในตอนแรกที่เขาได้ยินมาว่าเทพกระบี่โจวชักชวนให้ยอดกระบี่จาวฉงมาเป็นลูกศิษย์ของเขา มันก็ทําให้เขารู้สึกตกใจมากพออยู่แล้ว

แต่ความความสงสัยของเขาที่มีต่อเทพกระบี่โจวในตอนนี้มันมากซะยิ่งกว่าก่อนหน้านั้นอีก

โจวฉวนจีสังเกตเห็นว่าโจวเฉิงซินมา แต่ก็ไม่ได้หยุดอะไร
เพราะมันเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้ประโยชน์จากโจวเฉิงซินยังไงล่ะ!

หลังจากที่ฝึกเสร็จที่ละรอบ ๆ ความเร็วของเขาก็ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ

จนเมื่อครบ 50 รอบ เขาก็ได้บรรลุวิชาดาบพายุหะฟาดฟันไปได้ประมาณนึงแล้ว!

จิตใจของทุกคนต่างสั่นไหว

หลังจากที่ครบ 100 ครั้ง เขาก็บรรลุวิชาดาบพายุหะฟาดฟันได้สําเร็จ

โจวเฉิงซินและเหล่าอารักขาต่างก็อ้าปากตาค้าง ราวกับคนเห็นผี

ส่วนยอดกระบี่จาวฉงยังคงพยายามทําเป็นนิ่งไว้อยู่

ขณะที่เขาเฝ้ามองโจวฉวนจี ทิฐิภายในใจของเขาก็ค่อย ๆ มลายหายไป

ข้อได้เปรียบที่เขามีมากที่สุดนะคือพรสวรรค์!

แต่พอมาเทียบกับโจวฉวนจีแล้ว เขากลับดูธรรมดาไปเลย
อีกด้านหนึ่งเจียงฉือน้อยก็กําลังยิ้มอย่างมีความสุด เธอน่ะชอบช่วงเวลาที่ได้เฝ้ามองดูโจวฉวนจีฝึกดาบมากที่สุดแล้ว

ส่วนบนโต๊ะหินนั้น เจ้างูสีด่านอนอยู่บนหลังเจ้าหนูทรายสามตา และบ่นพึมพําเบา ๆ ออกมาพลางแลบลิ้นแฉกของมัน “น่ากลัว… จะน่ากลัวเกินไปแล้วนะ… ใครมันจะไปกล้าสู้กับไอปีศาจแบบนี้เนี่ย?”

ยามพลบค่ามาถึง

หลังจากฝึกครบ 500 รอบ ก็บรรลุจิตดาบพายุหะฟาดฟันได้สําเร็จ!

รอบตัวโจวฉวนล้อมรอบไปด้วยพายุ ก่อนที่เขาจะฟันมันขึ้นไปยังบนท้องฟ้า

สายลมพัดโหมกระหน่ําระเบิดคารามขึ้นไปยังบนท้องนภาพร้อมกันกับปราณกระบี่จนทําให้ต้นไม้รอบข้างต่างสั่นไหว แม้แต่กระเบื้องหลังคาของอาคารใกล้ ๆ ยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ทุก ๆ คนต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบในทันที

โจวฉวนเก็บดาบกลับไปและมองไปยังยอดกระจาวฉง ก่อนจะพูดว่า “นี่คือวิชาดาบพายุหะฟาดฟัน เป็นอีกหนึ่งวิชาระดับปฐพีขั้นต่ํา และเป็นหนึ่งในวิชาดาบที่ทรงพลังที่สุดในหอสมุดกระบี่ เจ้าอยากจะเรียนรู้มันมั้ยล่ะ?”

ยอดกระบี่จาวฉงยอดจํานนต่อเขาหมดหัวใจ

เขาหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะคุกเข่าลงโดยมีโจวเฉิงซินเป็นประจักษ์พยานเต็มตา “นายท่าน ข้าอยากจะเรียนมันครับ!” เขากําหมัดเคารพพลางพูด

ในตอนนี้นั่นเองที่เขาได้ตระหนักแล้วว่าช่างโชคดีแค่ไหนที่จะได้ติดตามโจวจวนจีไป

พรสวรรค์เช่นนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพวกที่จดจําได้ภายในพริบตาเดียวซะอีก เขาสามารถที่จะเรียนรู้สุดยอดวิชาต่าง ๆ ในโลกได้ผ่านเจ้านายของเขาไงล่ะ

โจวฉวนจีพยักหน้าและพูด “ข้าจะสอนเจ้าให้เองในอนาคต เก็บข้าวเก็บของของเจ้าซะและเตรียมตัวออกเดินทางได้!”

เจียงจือน้อยจอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจ และฮวงเหลี่ยนชิ้นรีบไปเก็บของกันทัน

จางเถียนเจียนเดินตรงไปหาอย่างรวดเร็วแล้วถามขึ้นว่า “นี่ท่านก่าลังจะไปที่ใดกัน? ท่านจะไม่อยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกสักหน่อยหรือ?”

โจวฉวนจีพูด “เทียบกับเมืองหรูหราไฮโซเช่นนี้แล้ว ข้าชอบอยู่ตามเขาตามแม่น้ํามากกว่านะ แต่ก็ขอบคุณเจ้ามากสําหรับการต้อนรับที่ดีนะ ยังไงก็ให้ข้าได้มอบวิชาดาบระดับทมิฬขั้นต่าให้เจ้าด้วยเถอะ หวังว่ามันจะไม่น้อยเกินไปนะ?”

เขาหยิบต่าราที่มีปกสีน้ําเงินออกมาแล้วโยนให้จางเถียนเจียน

เขาได้มันมาหลังจากที่โค้นศัตรูลงได้

จางเถียนเจียนรับตําราวิชาดาบนั้นเอาไว้ และคุกเข่าลงทันทีพร้อมกําหมัดค่านับ ให้ “ท่านขาปรารถนาจะเป็นทาสกระบี่ของท่านยิ่งนัก โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยได้หรือไม่?” เขาถาม
เมื่อเห็นแบบนั้นจางหรูถานและจางหรูหูต่างก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

ในที่สุดท่านพ่อก็ยอมพูดออกมาตรง ๆ จนได้!

โจวฉวนจีเหลือมองไปยังเขาและพูดว่า “การจะมาเป็นทาสกระปของข้านั้น หมายความว่า เจ้าต้องยอมละทิ้งซึ่งทุกสิ่งอย่างไว้ ณ ตรงนี้ พวกข้าน่ะสูญเสียกันมามากมายและจบลงด้วยการเดินทางไปรอบโลกเพื่อใฝ่หาการล้างแค้นของพวกข้าเองการเข้าร่วมกับพวกข้านั้นเจ้าจะได้เรียนรู้วิชาดาบ แต่เจ้าก็อาจจะตายได้เช่นกัน”

จางเถียนเจียนรู้สึกตกใจและไม่รู้จะตอบกลับไปยังไงดี

โจวเฉิงซินเดินเข้าไปและถามว่า “ท่านครับ นี่ท่านกําลังจะไปที่ไหนกัน?”

ฟังจากน้ําเสียงของโจวเฉิงซินแล้ว เขาฟังออกเลยว่าสถานะของโจวจวนจีภายในใจโจวเฉิงซินนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว

เขาพูดออกมาอย่างหนักแน่นว่า “ไว้เจอกันที่งานการคัดเลือกแห่งสวรรค์ของมหาจักรวรรดิโจว!”

ตอนแรกเขาก็วางแผนที่จะไปเข้าร่วมการคัดเลือกแห่งสวรรค์ของมหาจักรวรรดิโจวโดยให้โจวเฉิงซินเป็นคนเสนอชื่อให้

แต่การต่อสู้ระหว่างองค์ชายนั้นก็ดูจะดุเดือดเกินไป เขาเลยไม่อยากจะถูกดึงเข้าไปมีเอี่ยวด้วย

เพราะงั้นข้าจะไปหาเหมิงเทียนหลางแทน!

“การคัดเลือกแห่งสวรรค์ของมหาจักรวรรดิโจวหรอ?”

โจวเฉิงซินรู้สึกตกใจ เป็นไปได้มั้ยว่าโจวฉวนจอยากจะเข้าร่วมการคัดเลือกแห่งสวรรค์น่ะ?

ในไม่ช้า เจียงฉือน้อยและอีก 3 คนที่เหลือก็ค่อย ๆ เดินออกมาทีละคน

เจ้าหนูทราบสามตาลากเจ้างสีดาตัวจ้อยมาด้วยก่อนจะกระโดขึ้นไหล่โจวฉวนจี หลังจากนั้น โจวฉวนจีก็พาทุกคนออกไปยังทางออกของลานกว้าง

โจวเฉิงซินเดินตามไปด้วยและเตรียมที่จะพาเขาออกไป

จางเถียนเขียนก็ตามไปด้วยเช่นกันพร้อมกับเหล่าลูกชาย

สีหน้าของเขาดูสับสนมากทีเดียว เขาลังเลใจอยู่ว่าจะไปกับโจวฉวนจีดีรึเปล่า

แต่จริง ๆ แล้วโจวฉวนจไม่ได้อยากจะเอาเขาไปด้วย

เขาน่ะมีแผนเตรียมไว้อยู่แล้ว

ทาสกระปในอนาคตทั้งหมดที่เขาจะรับมาอยู่ด้วยนั้น อย่างน้อยก็ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ําในด้านพรสวรรค์ซะก่อน

คนที่ดีที่สุดนั้นต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งมากพอจะล้มทั้งกองทัพด้วยตัวเองได้ เพื่อที่ว่าต่อให้เขาจะไปที่ไหนก็ตาม เขาจะได้ไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังยังไงล่ะ

หลังจากที่เขาแก้แค้นได้แล้ว เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะเดินทางไปผจญภัยในเขตรกร้างแดนเหนือ

โลกใบนี้มันทั้งงดงามและมีสิ่งต่าง ๆ ตั้งมากมาย ทําไมข้าจะไม่ก้าวออกไปดูล่ะ?

หลังจากที่เดินออกมาจากคฤหาสต์ตระกูลจางแล้ว จางเถียนเขียนก็ยังคงตัดสินใจไม่ได้สักที

บางทีนี่คงเป็นสาเหตุที่ว่าทําไมจักรพรรดิกระบี่ถึงไม่รับเขาเป็นศิษย์

เขาไม่อาจจะละทิ้งความร่ํารวยและความมั่งคั่งของตนเองไปได้ เพราะงั้นแล้วจิตใจของเขาจึงไม่ใช่จิตใจที่ใฝ่หาในกระบอย่างแท้จริง

ทุกคนต่างถอนหายใจขณะที่มองส่งโจวฉวนจี เจียงฉือน้อย ยอดกระบี่จาวฉง จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจ และฮวงเหลี่ยนชินจากไป

โจวเฉิงซินพูดขึ้นว่า “ข้ารู้สึกได้ว่าสักวันหนึ่ง พวกเขาจะเป็นคนที่ทําให้มหาจักรวรรดิโจวต้องพลิกกลับตาลปัตรแน่”

เหล่าอารักขาต่างก็พยักหน้าตาม

แต่มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่จักรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

พวกเขาต่างก็ไม่เคยคิดกันมาก่อนเลยว่าจะมีคนที่สามารถบรรลุจิตดาบได้ง่ายหยั่งกับปลอกกล้วยแบบนี้

ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้แล้ว บางทีแม้แต่จักรพรรดิกระบี่แห่งมหาจักรวรรดิโจวและ โจวหยาหลงก็คงไม่อาจจะสู้เขาหรือบางที่อาจจะเทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ํา

จางเถียนเจียนรู้สึกเศร้านิดหน่อย และแอบรู้สึกเสียใจค้างอยู่ภายในใจ

“นายท่าน ท่านกําลังจะไปเข้าร่วมการคัดเลือกแห่งสวรรค์ของมหาจักรวรรดิโจวร?”

ยอดกระจาวฉงทนไม่ไหวก่อนจะถามออกมา เขาไม่ชอบความคิดอย่างการกลายเป็นข้าราชการ เพราะงั้นเขาเลยหวังว่าโจวฉวนจจะไม่ไปเป็นทหารหรือข้าราชการ

โจวฉวนจีพยักหน้าและพูดขึ้นว่า “หลังจากจบการคัดเลือกแห่งสวรรค์แล้ว ข้าอยากจะฆ่าใครบางคนน่ะ และหลังจากที่ข้าทําได้สําเร็จแล้ว พวกเราถึงจะออกจาก มหาจักรวรรดิโจวกัน”

ยอดกระบี่จาวฉงยักไหล่ตอบ ใครกันนะ ที่เขาอยากจะฆ่าหลังจากเข้าร่วมการคัดเลือกแห่งสวรรค์ของมหาจักรวรรดิโจวแล้วน่ะ?

เทียบกับการคัดเลือกแห่งสวรรค์ของมหาจักรวรรดิโจวแล้ว งานประชุมกระบี่นั้นเทียบไม่ได้เลยสักนิด เพราะองค์จักรพรรดิเป็นผู้จัดเองเลยยังไงล่ะ

เขาเหลือบมองไปยังจอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจและคนอื่น ๆ ก่อนจะรู้ได้ว่าพวกเขาไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจอะไรกันออกมาเลย

ดังนั้นเขาเลยเก็บความสงสัยของเขาเอาไว้ และตามโจวฉวนจไปยังประตูเมืองจ้าวกระบี่

หลังจากนั้นชั่วโมงนึ่ง ทั้งกลุ่มก็เดินทางออกจากเมืองจ้าวกระบี่มาและมาถึงยังถิ่นทุรกันดาร

โจวฉวนจีปล่อยอาใหญ่และน้องสองออกมา วิหคมังกรทั้งสองกางปีกออกมาพร้อมกับส่งเสียงคารามยาวออกมาจนดึงดูดความสนใจเหล่าทหารมากมายเข้า

ดวงตาของยอดกระบี่จาวฉงเปล่งประกายขึ้นมา ช่างเป็นสัตว์ที่เท่อะไรขนาดนี้เนี่ย!

โจวฉวนจีหยุดเดินกระทันหัน “ไม่สิ!” เขากัดฟันแน่นและพูดว่า “ข้าจะปล่อยพวกมันไว้แบบนี้ไม่ได้”

ทั้งกลุ่มต่างตกใจ

โจวฉวนจมองไปยังยอดกระบี่จาวฉงและถามว่า “เจ้าคิดว่าเจ้าล้มเสี่ยหรูโหยวไหวมั้ย?”

“ไม่ไหวครับ” ยอดกระบี่จาวฉงพูดพิมพ์ออกมา “แต่เขาก็ไม่อาจหยุดข้าได้เช่นกัน”

“งั้นไปซะ ช่วยข้าเผาหอสมุดกระบี่นั่น!”

โจวฉวนจถอนหายใจอย่างไม่พอใจออกมา “แค่ไปจุดไฟเผาก็พอ ไม่ต้องเผามันทุกอย่างหรอก เอาแค่บางส่วนพอ ใครมันใช่ให้มาหลอกข้ากันล่ะ!”

“นี่เจ้าคิดจะไปมีเรื่องกับเขางั้นหรอ?” เจียงฉือน้อยถามขณะที่จ้องไปทางเขา

โจวฉวนจตะหวัดสายตาจ้องกลับไป “เขามาหาเรื่องข้าก่อนตั้งหากละ!” เขาตอบกลับ

“งั้นได้เลย!”

ยอดกระบี่จาวฉงหันกลับไปทันทีและพุ่งตรงไปยังเมืองจ้าวกระบี่

ความตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา การท้าทายสานักเสี่ยนเป็นบททดสอบที่โหดหินสําหรับเขาโคตร ๆ เลยล่ะ

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด