หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! 20 : ได้รับลูกแก้วอัสนีเหมันต์

Now you are reading หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! Chapter 20 : ได้รับลูกแก้วอัสนีเหมันต์ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่ 20 : ได้รับลูกแก้วอัสนีเหมันต์

ข้าทำอะไรอยู่ตอนที่ข้า 6 ขวบวะเนี่ย?

ภาพในอดีตผุดขึ้นในใจของเฉิงเยว่เฝย ตอนนั้นเค้ายังเล่นว่าวอย่างมีความสุขอยู่เลย

หลูหลี่ก็เริ่มนึกย้อนกลับไปเมื่อตอน 6 ขวบเช่นกัน เขายังแอบดูแม่ชีอาบน้ำอยู่เลย

ถึงโจวฉวนจีจะทำให้ทั้งคู่รู้สึกตกใจ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาชะลอความเร็วลงเลยสักนิด

ทั้งคู่ใกล้ถึงยอดเขาเต็มที

ระยะห่างระหว่างทั้ง 2 นั้นน้อยกว่า 3 ช่วงตัวคน เเละเฉิงเยว่เฟยเองก็เป็นคนที่อยู่ใกล้กับยอดเขามากที่สุด

แต่เพียงพริบตาเดียว คนที่นำหน้าโจวฉวนจีอยู่ก็เหลือเพียงเฉิงเยว่เฝยและหลูหลี่เท่านั้น

จอมยุทธ์ทั้งหมดที่โจวฉวนจีแซงหน้าไปต่างรู้สึกผวา

เป็นไปได้ยังไงกัน…

เหล่าจอมยุทธ์ต่างตกใจมากจนไม่มีใครพูดออกสักคำ ก่อนที่พวกเขาจะใช้แรงฮึดทั้งหมดที่มีและพุ่งตัวไปข้างหน้าราวกับชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย

ในที่สุดโจวฉวนจีก็เริ่มมองเห็นยอดเขา สายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนฟาดลงมาอย่างรุนแรงและน่าหวาดกลัว

เขาใจสั่นด้วยความกลัวขึ้นมาทันที นี่เขาจะโดนสายฟ้าฟาดและถูกเผาจนกรอบมั้ยเนี่ย?

อย่างไรก็ตาม เฉิงเยว่เฝยและหลูหลี่ก็ไม่ชะลอความเร็วลงเลยสักนิด ทำไมพวกเขาถึงได้ดูไม่กลัวกันเลยล่ะ?

“สายฟ้าพวกนั้นไม่เป็นอันตราย แม้แต่คนธรรมดาก็ไม่ตายแน่นอนแม้จะสัมผัสมัน” เสียงของวิญญาณแห่งดาบดังก้องขึ้นในใจโจวฉวนจี เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

และเขาก็เร่งความเร็วขึ้นทันที!

ดาบคลื่นเหมันต์ดูดกลืนปราณเยือกแข็งจากพายุหิมะ และความเร็วก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนแซงหน้าหลูหลี่ไปในทันที

สายตาของหลูหลี่ชะงักอยู่ที่โจวฉวนจี เขาดูตัวแข็งไปเลย

และถัดมาคือเฉิงเยว่เฝย

ความเร็วของเขานั้นใกล้เคียงกับหลูหลี่ และเขาเป็นคนที่อยู่หน้าสุดเพราะออกตัวเป็นคนแรก แต่เขาก็ไม่อาจตามโจวฉวนจีทัน

“นี่มันปีศาจชัด ๆ …”

เฉิงเยว่เฝยกัดฟันจนเลือดขึ้นตา

เมื่อดาบคลื่นเหมันต์บินขึ้นมาถึงยอดเขา เขาก็กระโดดลงจากดาบจนหน้าล้มกลิ้งก่อนจะได้ถึงพื้นอย่างสง่างาม

โจวฉวนจีหันไป และสิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือลูกแก้วอัสนีเหมันต์

บนยอดเขาเป็นพื้นที่ราบเรียบที่มีขนาดใหญ่เท่าสนามบาสเก็ตบอลและมีหินกองระเกะระกะอยู่แถวขอบภูเขา ลูกแก้วอัสนีเหมันต์นั้นตั้งอยู่ใจกลางเขา หน้าตาของมันเหมือนแซฟไฟร์ 3 ก้อนที่แต่ละก้อนมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้นผู้ใหญ่ กำลังลอยอยู่กลางอากาศ ส่องแสงสีฟ้าพิสุทธิ์ และมีสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฎขึ้นกระจายอยู่ทั่วพื้นผิวสีฟ้าสว่างไสว

โดยไร้ซึ่งความลังเล โจวฉวนจีใช้ 8 ก้าวทะลวงกระบี่พุ่งไปยังลูกแก้วอัสนีเหมันต์ทันที เขาหยิบอัญมณีขึ้นมาด้วยมือขวาก่อนจะเก็บลูกแก้วอัสนีเหมันต์ทั้ง 3 ก้อนลงในสุดยอดช่องเก็บของ

ตุบ! ตุบ!

เฉิงเยว่เฝยและหลูหลี่ขึ้นมาถึงยอดเขาพร้อมกัน หลูหลี่วิ่งไปอีกด้าน ขณะที่เฉิงเยว่เฝยใช้โอกาสนี้วิ่งไปยืนล้อมอีกฝั่ง สร้างรูปแบบการโอบล้อมโจมตี

เมื่อลูกแก้วอัสนีเหมันต์หายไป ประกายสายฟ้าสีฟ้าก็หายไปด้วย สิ่งเดียวที่เหลืออยู่มีเพียงลมหนาวและหิมะที่ร่ายรำไปมา

“ส่งลูกแก้วอัสนีเหมันต์มา ไม่งั้นเจ้าจะได้ลงไปนอนตายใต้กองหิมะและน้ำแข็ง!” เฉิงเยว่เฝยสบถพร้อมส่งสายตาอย่างเกรี้ยวกราด

การที่โจวฉวนจีแกล้งทำเป็นเด็กใสซื่อก่อนหน้านี้ ทำให้เฉิงเยว่เฝยเกลียดเขาเข้าไส้

หลูหลี่ถือดาบยาวไว้ในมือ เขาหรี่ตาลงและพูดข่มขู่ว่า “เจ้าเป็นใคร? เจ้าต้องเลวขนาดไหนกันถึงเข้าสิงร่างของเด็ก 6 ขวบได้? งั้นวันนี้ ข้าจะเป็นคนพิพากษาเจ้าในนามของตัวแทนแห่งสรวงสวรรค์เอง!”

โจวฉวนจียกมือขึ้น และดาบคลื่นเหมันต์ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าสู่มือของเขา

เขาพูดพลางยิ้ม “ข้าไม่ได้ถูกเข้าสิงหรอก ข้าก็แค่มีพรสวรรค์มากไปหน่อยเท่านั้นเอง แต่คนธรรมดาอย่างเจ้าก็คงไม่เข้าใจหรอกมั้ง?”

ใบหน้าของหลูหลี่เริ่มกระตุก เขาเป็นถึงอัจฉริยะแห่งสำนักฉวนวายุ แต่มาตอนนี้กลับถูกเรียกว่าคนธรรมดา เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เฉิงเยว่เฝยชักดาบของเขาออกมา แสงจากดาบที่กระทบลงบนใบหน้าของเขายิ่งทำให้เขาดูดุร้ายและดุดันมากขึ้น และเขาก็พูดท้าทายออกมา “ในเมื่อเจ้าไม่ส่งมาแต่โดยดี งั้นพวกเราก็ต้องตัดสินกันผ่านดาบแล้วล่ะ”

อย่างงี้สิข้าชอบ!!

โจวฉวนจีแอบรู้สึกตื่นเต้น เพราะวรยุทธ์ของเขาที่อยู่ระดับรักษาปราณขั้นที่ 10 และกำลังจะขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานแล้ว อีกทั้งเขายังบรรลุถึง 2 จิตดาบด้วย การต่อสู้ครั้งนี้จึงน่าตื่นเต้นมาก และถือเป็นการทดสอบความสามารถของเขากับจอมยุทธ์ระดับสร้างรากฐานทั้ง 2 คนนี้

โจวฉวนจีเริ่มเคลื่อนไหวก่อนด้วย 8 ก้าวทะลวงกระบี่ ในแต่ละก้าวนั้นไปไกลกว่า 10 หลา และเขาก็เหวี่ยงดาบขึ้นเหนือหัว ปราณเยือกแข็งนั้นราวกับมีดที่ตัดลงบนใบหน้าของเฉิงเยว่เฝย

เฉิงเยว่เฝยยกดาบขึ้นมากันตามสัญชาตญาณ เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกระเรียนขาวพุ่งเข้าใส่

ด้วยการตอบสนองอย่างทันท่วงที เขาก็กันการโจมตีไว้ได้

โจวฉวนจีโยกไปมาก่อนจะอ้อมไปข้างหลังเฉิงเยว่เฝย และฟันเข้าใส่แนวขวาง

แต่เป็นเพราะเขาตัวเตี้ยเกินไปเลยโจมตีถึงแค่ช่วงเอวเฉิงเยว่เฝยเท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้เฉิงเยว่เฝยทำอะไรได้ลำบากกว่าเดิม เพราะต้องคอยรับแรงกระแทกและต้องก้มตัวลงไปพร้อมกัน

หลูหลี่พุ่งเข้าสู่การต่อสู้พร้อมกับดาบของเขา

แกร๊ง! แกร๊ง! แกร๊ง!

การโจมตีถูกหลบได้อย่างว่องไว ไม่ก็ถูกกันในทันที เสียงคมดาบที่ปะทะกันแม้แต่สายลมและหิมะก็ไม่อาจบดบังได้

โจวฉวนจีนั้นว่องไว้มากเพราะร่างกายที่เล็ก เขาสามารถสู้กับทั้งสองได้อย่างนุ่มนวลและสง่างามราวกับนกกระเรียนขาว

แต่เฉิงเยว่เฝยและหลูหลี่กลับแอบรู้สึกรำคาญอยู่ในใจ

ด้ามดาบของพวกเขาเย็นสุด ๆ การที่พวกเขายังทนต่อออร่าที่หนาวเย็นไปยันกระดูกได้นั้นเป็นเพราะพลังวิญญาณ และถึงพวกเขาจะยังกวัดแกว่งดาบได้ แต่ความเร็วก็ยังลดลงมากอยู่ดี

นี่คือพลังของดาบคลื่นเหมันต์ยังไงล่ะ

อีกด้านหนึ่ง โจวฉวนจีกำลังมีความสุขเอามาก ๆ ความรู้สึกของการที่ทุ่มเททุกสิ่งให้กับอะไรบางอย่างมันช่างอิ่มอกอิ่มใจซะจริง

ด้วยวิชาดาบกระเรียนขาวและดาบคลื่นเหมันต์ เขาจึงสามารถยืนหยัดสู้กับจอมยุทธ์ระดับสร้างรากฐานทั้ง 2 ได้

“เดี๋ยวนะ…หรือว่านี่จะเป็น…?” และเฉิงเยว่เฝยก็นึกถึงอะไรบางอย่างได้ทันที จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความระส่ำระส่าย

ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่หลูหลี่ก็เริ่มรู้สึกตัวเช่นกัน

ระหว่างที่ทั้ง 2 โอบล้อมโจมตีโจวฉวนจี พวกเขาก็สบตากันทันที

แม้จะเพียงชั่วครู่ แต่พวกเขาก็เข้าใจกันและกันได้

ได้ยังไงกัน?!

เป็นไปไม่ได้!

ข้าชักจะกลัวแล้วนะ!

เด็ก 6 ขวบบรรลุจิตดาบได้ยังไงกัน?!

ทั้งสองกระโดดถอยหลังเกือบจะพร้อมกัน และออกห่างจากโจวฉวนจีทันที

เมื่อโจวฉวนจีรู้ว่าโจมตีพลาดก็รู้สึกไม่พอใจทันที เขาหยุดลงก่อนจะทำหน้ามุ่ย

“นั่นมันวิชาดาบอะไรน่ะ” เฉิงเยว่เฝยถามพลางทำหน้าบึ้ง

ถึงจะเป็นได้แค่ฝัน แต่เขาก็ปรารถนาจะบรรลุจิตดาบบ้าง

โจวฉวนจีชี้ปลายดาบไปยังเฉิงเยว่เฝยก่อนจะหัวเราะคิกคัก “วิชาดาบกระเรียนขาวยังไงล่ะ”

ทั้งที่การโจมตีที่ผ่านมาของทั้งสองนั้นไร้ซึ่งความเมตตา และเล็งแต่จุดถึงตายทั้งหมดแท้ ๆ

“แล้วนั่นมันดาบอะไร?”

“ดาบคลื่นเหมันต์”

“แล้วเจ้าเป็นใครกันแน่?”

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”

“…”

เฉิงเยว่เฝยถอนหายใจและพยายามสงบสติอารมณ์สุด ๆ

หลูหลี่ไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขาจ้องไปยังโจวฉวนจีและพูดขึ้น “ข้า หลูหลี่ แห่งสำนักฉวนวายุ ได้โปรดเห็นแก่หน้าข้า และมอบลูกแก้วอัสนีเหมันต์ให้ซักลูกเถอะ แล้วข้าจะถือว่าติดหนี้เจ้าครั้งนึงนับจากนี้ไป”

โจวฉวนจีเหลือบมองไปหาเขาและตอบอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน?”

“การที่เจ้าไร้ซึ่งความกลัวขนาดนี้เป็นเพราะมีคนหนุนหลังใช่มั้ยล่ะ แล้วเจ้ามาจากสำนักไหนกัน?”

“สำนัก โครตเหง้า ของเจ้าไงล่ะ”

“นี่เจ้า…”

“หุบปาก!”

หลูหลี่แทบอยากจะอ้วนเป็นเลือด ไอเด็กนี่มันไม่มีความฉลาดทางสังคมเลยรึไงกัน? นี่เขาไม่กลัวที่ตัวเองจะต้องเผชิญหน้ากับสำนักฉวนวายุเลยหรอ?

โจวฉวนจีกระโดดพร้อมกับโยนดาบคลื่นเหมันต์ขึ้นต่อหน้าเขา

ดาบคลื่นเหมันต์หมุนอยู่กลางอากาศก่อนจะร่อนลงใต้เท้าของเขา และพาเขาบินไปยังเส้นขอบฟ้า ท่วงท่าทั้งหมดนั้นช่างรวดเร็วและสง่างาม

หลูหลี่ฟันดาบไปข้างหน้า แต่ปราณกระบี่ของเขาก็ไม่แม้แต่จะแตะถึงดาบคลื่นเหมันต์ได้

เฉิงเยว่เฝยไล่ตามเขาจนถึงขอบผา เขาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของโจวฉวนจี และคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “เจ้ามันเป็นใครกันแน่วะ?”

“ข้าคือ พ่อของเจ้า” โจวฉวนจีพูดเยาะเย้ยจากเส้นขอบฟ้า ก่อนจะค่อย ๆ ห่างออกไป

ใบหน้าของเฉิงเยว่เฝยบิดเบี้ยวไปตามอารมณ์ที่แปรปรวน เขาฟาดมือลงบนพื้นและทุบหินที่กองอยู่จำนวนมากจากระยะไกลแตกละเอียด

จอมยุทธ์ที่อยู่อีกด้านของภูเขาต่างมองกันด้วยความตกใจ

พวกเขาต่างรู้ดีว่าเฉิงเยว่เฝยและหลูหลี่แข็งแกร่งแค่ไหน

หนึ่งในนั้นเป็นถึงจอมกระบี่เหมันต์เยือกแข็ง และอีกหนึ่งก็เป็นถึงศิษย์คนโตแห่งสำนักวายุเหมันต์

แต่พวกเขากลับสู้เด็กไม่ได้เลยเนี่ยนะ?

ไม่!

มนุษย์นั่นไม่ใช่แค่เด็ก 6 ขวบแล้ว นั่นมันปีศาจชัด ๆ!

ลมหนาวพัดโหยหวน โจวฉวนจีนั่งลงบนดาบคลื่นเหมันต์ และเล่นกับลูกแก้วอัสนีเหมันต์บนมือเขา

เขารู้สึกได้ถึงพลังรุนแรงที่ซ่อนอยู่ภายในลูกแก้วอัสนีเหมันต์ ถ้าเขาดูดซับมันละก็ มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานได้แน่นอน รวมถึงอาคมกายทองคำระดับ 2 กายาโลหะด้วย

ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาก็เกินหนึ่งหมื่นปอนด์ไปแล้ว และก็คงจะไม่มีใครในระดับรักษาปราณที่จะสู้กับเขาได้อีก

เรื่องหนึ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับคนที่มีระดับรักษาปราณขั้นที่ 5 และ 6 ก็คือ พวกเขาจะเก่งกว่าพวกที่มีศิลปะการต่อสู้ในโลกเดิมมากแบบเทียบไม่ติดเลยทีเดียว

“การผจญภัยครั้งนี้คุ้มค่าสุด ๆ” โจวฉวนจีคิดอย่างมีความสุข

เมื่อเขาขึ้นสู่ระดับรักษาปราณเมื่อไหร่ พลังของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแน่นอน

เขายังเป็นแค่เด็ก 6 ขวบ และชีวิตข้างหน้าของเขายังอีกยาวไกลนัก

 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด