หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! 21 : ศักยภาพระดับปรมาจารย์

Now you are reading หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! Chapter 21 : ศักยภาพระดับปรมาจารย์ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่ 21 : ศักยภาพระดับปรมาจารย์

ณ อาณาจักรเหมันต์แดนใต้

กลิ่นหอมไวน์คละคลุ้งไปทั่วอากาศภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

“วันนั้น เป็นวันที่หิมะตกหนักมากบนภูเขาอัสนีเหมันต์ หิมะโปรยปรายไม่หยุดหย่อน จนบดบังทัศนวิสัยของทุกคนที่อยู่ที่นั่น เหล่าผู้มีพรสวรรค์จากแต่ละสำนักได้มารวมตัวกันเพื่อแย่งชิงสมบัติในตำนาน ลูกแก้วอัสนีเหมันต์ แม้แต่จอมกระบี่เหมันต์เยือกแข็งอย่างเฉิงเยว่เฝยก็อยู่ที่นั่นอยู่ด้วยเช่นกัน”

นักเล่าเรื่องกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางใช้พัดที่อยู่ในมือ ลูกค้าแถวแล้วแถวเล่ายืนรายล้อมรอบนักเล่าเรื่อง เพื่อฟังเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบโลกใบนี้

“เหล่าจอมยุทธได้แต่ทนรอการปรากฎตัวของลูกแก้วอัสนีย์เหมันต์ แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีเด็ก 6 ขวบคนหนึ่งแอบเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ พวกเขาอย่างเงียบงัน และศิษย์คนหนึ่งจากสำนักหมัดเหล็กก็สังเกตเห็นเด็กคนนั้นเข้า เขาเลยขว้างมีดบินใส่เด็ก 6 ขวบคนนั้น จนเด็กคนนั้นไม่มีทางเลือกเลยต้องเผยตัวออกมา”

“เมื่อเหล่าศิษย์หันไปมอง ก็พบว่าผู้บุกรุกที่ว่านั้นเป็นเพียงแค่เด็กตัวน้อยที่มีใบหน้าที่หล่อเหล่าเท่านั้น ดูจากแค่รูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว เขาคนนั้นดูไม่มีพิษมีภัยเอาซะเลย”

เหล่าลูกค้าต่างฟังกันอย่างตั้งใจ ขณะที่กินเมล็ดทานตะวันไปด้วย

ที่มุมห้องบริเวณชั้นแรกของโรงเตี๊ยมนั้น มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่ ทั้งสองต่างมองกันและกัน บนโต๊ะนั้นมีเพียงจานที่มีเนื้อวัวหั่นบาง ๆ วางอยู่

ฝ่ายชายหนุ่มมีรูปลักษณ์ที่ทั้งสง่างามและหล่อเหลา เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีฟ้าที่แสนจะประณีต เห็นได้ชัดเลยว่าเขามาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย

ส่วนฝ่ายหญิงสวมกระโปรงและผ้าคลุมหน้าสีขาว รับกับผิวพรรณที่ขาวผ่องและเนียนใส ดวงตาของเธอช่างงดงามและตรึงใจ แค่รูปลักษณ์ของเธอเพียงอย่างเดียวก็มากพอจะกระตุ้นให้ความคิดตะเลิดได้

“หืม ดูเหมือนลูกชายของจาวฉวนที่ควรจะตายไปแล้วเลยนะ” ชายคนนั้นพูดพลางทำใบหน้าสงสาร

หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขา ก่อนจะถามขึ้น “เสี่ยวเฉิงเฟิง นี่เจ้าไม่อยากให้เขาตายงั้นหรอ?”

เสี่ยวเฉิงเฟิงยักไหล่ก่อนจะพูดขึ้น “องค์ราชินีเป็นคนออกคำสั่งมา ความคิดของข้ามันไม่สำคัญอะไรอยู่แล้ว ข้าเป็นเพียงแค่อาวุธเท่านั้น”

หญิงสาวในชุดสีขาวไม่ได้พูดอะไรอีก ทั้งสองยังคงอยู่ในความเงียบงัน และตกลงไปอยู่ในห้วงความคิด

นักเล่าเรื่องยังคงพูดต่อไป เมื่อเขาพูดถึงฉากการต่อสู้บนภูเขาอัสนีเหมันต์ น้ำเสียงของเขาบ้างก็ฟังดูหดหู่ บ้างก็ดูตื่นเต้น จนเหล่าลูกค้าต่างก็เริ่มรู้สึกอินไปกับเรื่องราว

หลังจากที่เขาเล่าจบ เหล่าลูกค้าต่างก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเล่านั้น

ชาววัยกลางคนที่ผิวมันเลื่อมถอนหายใจแรง “เจ้าก็แค่เล่าเรื่องขี้โม้ไปงั้นแหล่ะ เด็ก 6 ขวบที่ไหนมันจะไปเก่งขนาดนั้นได้ไงกันล่ะ?”

หลังจากที่เขาพูดแบบนั้น คนอื่น ๆ ก็เริ่มเข้ามาร่วมวงส่งเสียงเอะอะด้วย

“ใช่! ตอนข้า 6 ขวบ ข้ายังไม่รู้ภาษาเลยด้วยซ้ำ”

“ไอแก่หลี่ คนเล่าเรื่องเดี๋ยวนี้มันก็ใส่สีตีไข่ไปจนเกินจินตนาการงี้แหล่ะ นี่เจ้าเริ่มหยิ่งหรือค่าไวน์มันถูกเกินไปกันแน่?”

“จอมกระบี่เหมันต์เยือกแข็งเป็นถึงจอมยุทธระดับสร้างรากฐานเลยนะ เด็ก 6 ขวบไม่มีทางจะไปล้มเขาได้หรอก ต่อให้จะมีพรสวรรค์มากแค่ไหนก็ตาม”

“จริงด้วย! นี่เจ้าเข้าใจจริง ๆ รึเปล่าว่าจอมยุทธระดับสร้างรากฐานน่ะเป็นยังไง? แค่แรงกายอย่างเดียวก็ยังสามารถออกแรงยกมหาศาลได้มากกว่าหมื่นปอนด์เชียวนะ”

สีหน้าของนักเล่าเรื่องเริ่มแดงก่ำขึ้นเพราะคำบ่นของเหล่าฝูงชน เขาถอนหายใจก่อนจะพับพัดในมือของเขา

เขาให้เหตุผลอย่างจริงจังว่า “ข้าเคยโกหกเจ้าเมื่อไหร่กัน? เจ้าลองไปถามรอบ ๆ เอาเองสิ ข่าวเกี่ยวกับเด็กปีศาจที่ภูเขาอัสนีเหมันต์กระจายไปทั่วโลกแล้ว หลายสำนักเองก็เริ่มส่งคนออกไปตามหาเขาโดยเฉพาะแล้วด้วย”

เมื่อเสี่ยวเฉิงเฟิงได้ยิน เขาก็เริ่มครุ่นคิดก่อนจะบ่นพึมพำ “ถ้าลูกชายจาวฉวนยังมีชีวิตอยู่จริง ตอนนี้เขาก็น่าจะอายุ 6 ขวบพอดีนะ”

ขนตาของหญิงสาวในชุดสีขาวเริ่มสั่นไหว เธอถามอย่างใจเย็นว่า “เจ้าคิดอย่างนั้นจริง ๆ หรอ?”

เสี่ยวเฉิงเฟิงหัวเราะ “ถึงเรื่องนี้มันจะดูเว่อร์ แต่ถ้าเด็กนั้นอายุ 6 ขวบจริง เขาก็ไม่น่าใช่คนในจากจักรวรรดิอยู่ดี”

“คุณนายจือฉุย เจ้าต้องเข้าใจด้วย ลูกชายของแม่นางจาวฉวนควรจะตายไปนั่นล่ะดีแล้ว ไม่งั้นแม่นางสนมเฉินกับองค์หญิงหลิงหลิงคงจะเผชิญปัญหาแน่นอน”

เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแม่นางจาวฉวนทำให้จักรพรรดิเหยียนแห่งโจวโกรธมาก และไม่นานนักมันก็กลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งไปเลย ไม่เพียงแต่องค์ราชินีจะตรวจสอบปัญหานี้ด้วยตนเอง แต่ผู้มีอิทธิพลคนอื่น ๆ ในมหาจักรวรรดิโจวก็ร่วมสืบค้นด้วยเช่นกัน

พวกเขาทั้งหมดล้วนเข้าใจดีถึงพลังแห่งความแค้น

องค์ชายฉวนจีต้องตาย!

คุณนายจือฉุยหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “งั้นไปที่สันเขาสวรรค์พ่ายกันเถอะ” นางพูด

10 วันผ่านไปหลังจากการต่อสู้ที่ภูเขาอัสนีเหมันต์

โจวฉวนจีไม่ได้ออกไปผจญภัยอีก แต่หาที่ปลอดภัยในพื้นที่ราบนี้แทน

เมื่อกั๋วไป่หลี่รู้ว่า โจวฉวนจีไปแย่งลูกแก้วอัสนีเหมันต์มาจากจอมยุทธระดับสร้างรากฐาน 2 คน ตาของเขาแทบถลนออกมา

มันไม่ใช่ทั้งการลอบโจมตี หรือการใช้ประโยชน์ในตอนที่คนอื่นบาดเจ็บ

แต่มันคือการสู้กันซึ่ง ๆ หน้าเนี่ยแหละ!

ไอเด็กนี่มันแข็งแกร่งขนาดนี้แล้วหรอ?

ในวันนั้น กั๋วไป่หลี่ก็ต้องตกใจเกี่ยวกับโจวฉวนจีอีกครั้ง

เมื่อโจวฉวนจีดูดซับลูกแก้วอัสนีเหมันต์ และขึ้นไปยังระดับสร้างรากฐานได้สำเร็จ

ลูกแก้วอัสนีเหมันต์ใช้งานคล้ายกับหินวิญญาณ เขาแค่ต้องวางมันลงบนฝ่ามือแล้วใช้วิชาปราณในการกระตุ้นเอา และพลังงานที่อยู่ในลูกแก้วก็จะถูกดูดซึมเข้ามาโดยอัตโนมัติ

วู้วววว วู้วววว—

ปราณวิญญาณหลั่งไหลเข้ามาในร่างกายของโจวฉวนจีจากทั่วทิศทาง และก่อตัวเป็นวังวนเหนือศรีษะ

เจียงฉือน้อยที่ยืนอยู่ห่างจากเขา 10 เมตร ก็ประสานมือไว้ที่อก และคอยภาวนาให้โจวฉวนจีอยู่

ตามที่กั๋วไป่หลี่บอก เส้นทางแห่งวรยุทธ์นั้นมีทั้งโชคดีและโชคร้าย จอมยุทธจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากมากมายระหว่างการพัฒนาขึ้นไปสู่อีกระดับ และหลายคนก็ต้องตายเพราะความโชคร้ายที่พวกเขาเผชิญระหว่างก้าวข้ามระดับ

“อย่าห่วงไปเลย เจ้าเด็กนั่นมันโชคดีจะตาย”

กั๋วไป่หลี่หัวเราะพลางลูบเครายาว ทุกครั้งที่เขาเฝ้ามองโจวฉวนจีที่แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ๆ เขาก็รู้สึกทั้งประหลาดใจและโล่งอกในเวลาเดียวกัน

เมื่อเขาจากไป โจวฉวนจีก็คงจะได้มีชีวิตที่ดี

บางทีครั้งหน้าที่พวกเขาเจอกัน เด็ก 6 ขวบคนนี้อาจจะดังไปทั่วโลกแล้วก็ได้

ปุกปักๆๆๆๆ —

จู่ ๆ ร่างกายของโจวฉวนจีก็มีเสียงระเบิดที่ดังชัดเจนขึ้นมา ทำให้เจียงฉือน้อยเริ่มรู้สึกกังวล

โจวฉวนจีหรี่ตาลงและบ่นพึมพำ “กายาโลหะหรอ…”

เด็กคนนี้กำลังฝึกพลังปราณและร่างกายไปพร้อม ๆ กัน

การฝึกพลังปราณของเขาดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว แม้จะฝึกร่างกายไปด้วยก็ตาม มันคงจะจริงสินะที่บางคนเกิดมาเพื่อเป็นที่สุดน่ะ

พลังวิญญาณของโจวฉวนจีเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน คลื่นพลังปราณระเบิดออกจากร่างของเขา จนทำให้หญ้ารอบตัวเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง

ระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 1!

ในที่สุดโจวฉวนจีก็ผ่านมาได้ เขาสังเกตเห็นพลังวิญญาณที่ไหลเวียนภายในร่างของเขา จากลำธารแคบ ๆ กลายเป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ และเต็มไปด้วยพลัง

เขาทนไม่ได้กับความอยากที่จะกรีดร้องสุดเสียงเพราะความรู้สึกที่ท่วมท้น

อายุแค่ 6 ปี แล้วยังบรรลุระดับสร้างรากฐานอีก!

ในที่สุดเขาก็ทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ!

เขาไม่ต้องขายหน้าแล้ว!

ด้วยความตื่นเต้น โจวฉวนจีก็กระโดดขึ้นมาทันที และดาบคลื่นเหมันต์ก็ปรากฎขึ้นบนมือซ้าย ขณะที่ดาบมังกรสีชาดปรากฎขึ้นบนมือขวา

เขาก้าวออกไปด้วย 8 ก้าวทะลวงกระบี่ และใช้วิชาดาบกระเรียนขาวพร้อมกับวิชากระบี่เพลิงกัลป์ เขาพุ่งตัวไปรอบ ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดาบของเขาส่องประกายทุกครั้งที่เหวี่ยงดาบ

วู่มมมม! วู่มมมม! วู่มมมม…!

การฟันดาบของโจวฉวนจีทั้งดุร้ายและทรงพลัง ไม่มีทางที่จอมยุทธระดับรักษาปราณคนไหนจะตามความเร็วของเขาทันได้

เขาดูราวกับนกกระเรียนที่กำลังสยายปีก และมีประกายไฟจาง ๆ อยู่รอบตัว

“ดาบคู่?”

“แล้วยัง 2 วิชาดาบที่แตกต่างกันอีก?”

กั๋วไป่หลี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจราวกับเห็นผี

เขาเตือนตัวเองหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่าต้องไม่ตกใจกับอะไรก็ตามที่เด็กคนนี้ทำ แต่มาตอนนี้…

เจียงฉือน้อยอ้าปากค้างเล็กน้อยพร้อมทั้งเบิกตากว้าง ถึงเธอจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รู้สึกได้ว่าโจวฉวนจีแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม

ก็เหมือนกับคนธรรมดาที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ ความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังเลื่อนระดับนั้นแสดงให้เห็นกับตา และทำให้ถึงกับต้องตะลึง

ในเวลาเดียวกัน โจวฉวนจีก็จมลงสู่สภาวะปริศนาที่เขาไม่อาจอธิบายได้

“ติ๊ง! ยินดีด้วย! ท่านเจ้าของดาบได้บรรลุทักษะการทำหลายอย่างพร้อมกัน!”

“เนื่องจากท่านเจ้าของดาบเลื่อนขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานได้ ระบบกาชาเริ่มทำงาน!”

“ติ๊ง! ยินดีด้วย ท่านเจ้าของดาบได้รับ [ระดับเหล็ก] ดาบเด็ดสุกร อาคมซ่อนปราณ และหินวิญญาณระดับสาม 100 ก้อน!”

เสียงของจิตวิญญาณแห่งดาบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในใจของโจวฉวนจี แต่เป็นเพราะสติของเขากำลังอยู่ในช่วงของการบรรลุ เลยไม่ทันสังเกต

ดาบของเขากวัดแกว่งได้เร็วมากขึ้นและมากยิ่งขึ้น ท่วงท่าของเขาช่างหล่อเหลาและสง่างาม ราวกับท่าทางของคนที่เป็นปรมาจารย์

สายตาของกั๋วไป่หลี่ถูกสะกดไว้เมื่อได้เห็นเขา ราวกับโดนต้องมนต์เสน่ห์บางอย่าง

ขณะที่โจวฉวนจีตวัดดาบด้วยความเร็วที่ทำให้เสียงของดาบตัดผ่านอากาศได้ ก็กลบเสียงของกั๋วไป่หลี่ จนทำให้เจียงฉือน้อยไม่ได้ยินเลยว่าเขาพูดอะไร

เธอขยับตัวเข้าไปใกล้กั๋วไป่หลี่ก่อนจะฟังอย่างตั้งใจ

และทั้งหมดที่เธอได้ยินคือกั๋วไป่หลี่ที่เอาแต่พูดซ้ำ ๆ ว่า “ศักยภาพระดับปรมาจารย์ เขาต้องกลายเป็นจักรพรรดิกระบี่ได้แน่นอน!”

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด