หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! 42 : โปรดให้ข้าได้เป็นทาสของท่านไปชั่วชีวิต

Now you are reading หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! Chapter 42 : โปรดให้ข้าได้เป็นทาสของท่านไปชั่วชีวิต at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

เมื่อรู้ว่าตัวเองกําลังเสียเปรียบอยู่ ฉวงฮัยเฉิงก็อยากจะหนีไปในทันที

พร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่ในมือ เขาก็รีบหันกลับและหนีไป ทําให้โจวฉวนจีฟันพลาดอีกครั้ง

เขากระโดดขึ้นไปบนอากาศ และเหยียบลงบนกลุ่มก้อนลมสีดําที่ปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขา ก่อนที่เขาจะเอาชายหนุ่มหน้าตาดีบินหนีออกจากเมืองไปพร้อมกับเขาด้วย

เมฆาตามบัญชามังกร สายลมตามบัญชาพยัคฆ์

“เทพกระบี่โจว วันนี้เจ้ากล้าสังหารทาสของข้า ซักวันข้าจะกลับมาทําลายทุกสิ่งทุกอย่างข้างกายเจ้า! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

ฉวงซุ้ยเฉิงคํารามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดเสียจนดัง ก้องไปทั่วฟากฟ้าเมืองกลืนเมฆา และความเงียบก็เข้าปกคลุมเมืองที่พังทลาย

ปีศาจที่ทรงพลังขนาดนั้นยังต้องหนีเทพกระบี่โจวงั้นหรอ?

ตั้งแต่ที่ฉวงฮัยเฉิงเริ่มโจมตีเมืองกลืนเมฆาจนถึงตอนนี้ ยังไม่ถึง 15 นาทีด้วยซ้ํา

และมีคนอีกเป็นแสนที่ยังหนีออกจากเมืองไม่ได้
ในตอนนี้ ผู้คนต่างรู้สึกเหมือนฝันไปเมื่อได้ยินคําพูดของฉวงซุ้ยเฉิง

“แกจะไม่มีโอกาสแบบนั้นแน่!”

โจวฉวนจีตะโกนกลับไปด้วยน้ําเสียงที่เย็นชา ก่อนที่เสียงบินตัดผ่าอากาศเหนือท้องฟ้าเมืองกลืนเมฆา

ดาบราชาโลกันตร์พุ่งตรงไปยังเจ้าชายปีศาจราวกับกระสุน มันเร็วมากเสียจนไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ฉวก!

ดาบราชาโลกันตร์เสียบทะลุหน้าอกฉวงฮุ้ยเฉิง และลมปีศาจที่อยู่รอบตัวเขาก็สลายไปในทันที

เขาเบิกตากว้างขณะมองไปยังดาบราชาโลกันตร์ที่พุ่งทะลุผ่านตัวเขาไป เขาตกอยู่ในความสับสน

“เมื่อกี้เขาใช้วิชาดาบอะไรกัน…”

ร่างของเขาร่วงตกลงมา มือขวาของเขาคลายออกโดยไม่รู้ตัว และปล่อยให้ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นก็ร่วงตกลงมาพร้อมกัน

ต่างจากฉวงฮุ้ยเฉิง ใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

นี่เขากําลังจะร่วงตกไปตายอย่างงั้นหรอ?

ในตอนนั้นเอง โจวฉวนจีก็บินขึ้นไปพร้อมกับดาบของเขา

เด็กหนุ่มรู้สึกมีความหวัง เทพกระบี่โจวมาช่วยเขาจริงๆ

เทพกระบี่โจวผู้มีเมตตาและความเที่ยงธรรม เขาเป็นอย่างที่เคยได้ยินจริงๆด้วย

โจวฉวนกระโดดลงมาจากดาบมังกรสีชาดก่อนจะเหยียบลงบนหลังของฉวงฮุ้ยเฉิงก่อนจะบินทิ้งดิ่งลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว โดยมีหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่ข้างๆ

ตลอดเวลานั้น โจวฉวนจีไม่แม้แต่จะชายตามองเขาเลยสักนิด

ชายหนุ่มคนนั้นรู้สึกตกอยู่ในความสิ้นหวังทันที

ตู้มมมมม!

พร้อมกับฉวงซุ้ยเฉิงที่อยู่ใต้เท้าของเขา โจวฉวนจีก็กระแทกลงกับพื้นถนนและทําลายพื้นข้างล่างจนแตกไม่มีชิ้นดี เลือดกระจายไปทั่วพื้นที่ ด้วยความหวาดกลัว เหล่าฝูงชนและจอมยุทธมากมายก็รีบถอยห่างออกอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นน้ํา

ในพริบตาเดียว โจวฉวนจีก็ตัดหัวของฉวงฮัยเฉิงออกจนเลือดพุ่งออกมาจากคอของเขา

โชคดีของชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้น เขาร่วงลงบนต้นไม้ยักษ์ข้างๆ และไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงอะไร

โจวฉวนจีเรียกดาบคลื่นเหมันต์ขึ้นมาในมือขวา ก่อนจะแทงเข้าไปที่หัวใจของเจ้าปีศาจซ้ําหลายสิบครั้ง

เท้าของเจ้าชายปีศาจกระตุกหลายครั้ง จนในที่สุดเขาก็หยุดเคลื่อนไหวไป

โจวฉวนจีหยุดลง และค่อยๆลุกขึ้นหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าเจ้าชายปีศาจตายแล้วจริงๆ

ในตอนนี้ เขายังคงสวมวิญญาณราชาโลกันตร์อยู่ และราชาโลกันตร์ก็กําลังสูบปราณพลังชีวิตของฉวงฮัยเฉิงออกมาพลางอ้าแขนกว้างรับ ราวกับปีศาจที่น่าเกรงขาม

ขณะที่ทุกคนกําลังมองไปยังโจวฉวนจีที่ยังคงเหยียบอยู่บนร่างของเจ้าชายปีศาจ ทุกคนที่อยู่บนถนนต่างก็ตกตะลึงและสั่นกลัวในสิ่งที่เห็น

ปีศาจที่ทรงพลังขนาดนั้นตายแล้วจริงๆน่ะหรอ?

ดาบราชาโลกันตร์บินลอยกลับไปข้างโจวฉวนจําอย่างรวด

เขาฉีกเสื้อของเจ้าชายปีศาจออก ก่อนจะเอามันมาเช็ดเลือดที่เปื้อนดาบคลื่นเหมันต์และดาบราชาโลกันตร์

เขามองลงไปยังเจ้าชายปีศาจด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะหันหลังกลับและจากไป

ในตอนนั้นเอง คลื่นแสงสีขาวก็ยิงพุ่งออกมาร่างของเจ้าชายปีศาจ และหายวับไปบนท้องฟ้า

แต่โจวฉวนจีไม่ทันสังเกตเห็น

เหล่าจอมยุทธและฝูงชนมากมายที่อยู่รอบๆ ต่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาตื่นเต้นและเริ่มโห่ร้องตะโกนเรียกชื่อเทพกระบี่โจว

“ท่านเทพกระบี่โจว! ท่านเทพกระบโจว!”

“เท่สุดๆไปเลย! ปีศาจที่ทรงพลังขนาดนั้นก็ยังไม่เทียบเท่ากับเทพกระบี่โจวเลย!”

“เขายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดในการต่อสู้กับจอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจเลยด้วยซ้ํา!”

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทําไมเขาถึงกล้าเรียกตัวเองว่าเทพกระบี่น่ะ”

“เขาคือวีรบุรุษแห่งเมืองกลืนเมฆาของพวกเรา!”
“เขาทรงพลังสุดๆ เมื่อกี้เจ้าเห็นแววตาของเขาเมื่อกี้มั้ย? นั่นแหละจิตวิญญาณที่ข้าตามหาเลยล่ะ!”

ผู้คนต่างตื่นเต้นกันสุดๆ จนบางคนถึงกับหลั่งน้ําตาออกมาด้วยความดีใจ

ในเมื่อฉวงฮัยเฉิงตายแล้ว พวกเขาก็ไม่จําเป็นต้องหนีออกจากเมืองกลืนเมฆาอีกต่อไป ยังไงซะเมืองแห่งนี้ก็เป็นบ้านของพวกเขา

ดูเหมือนโจวฉวนจีจะนึกอะไรบางอย่างออก ก่อนจะรีบหันกลับไปและค้นทั่วร่างของเจ้าชายปีศาจ

และแล้ว เขาก็เจอแหวนเก็บของ 2 วง และกระเป๋าเก็บของ 3 ใบ
หลังจากที่เก็บทั้งหมดใส่สุดยอดช่องเก็บของ เขาก็บินกลับไปโดยใช้ดาบของเขาและไปยังที่ๆเจียงฉือน้อยอยู่

ผู้สูงอายุบางคนถึงกับคุกเข่าลงเคารพเขาเมื่อพวกเขาเห็นโจวฉวนจีบินจากไป ราวกับว่าพวกเขากําลังเคารพบูชาเทพเจ้า

ชายหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่บนต้นไม้ จ้องมองไปยังเขาด้วยความรู้สึกสิ้นหวังอยู่ภายในใจ

“เออ พี่ชาย พอจะช่วยข้าหน่อยได้มั้ย?”

ช่างน่าเสียดายที่เขาพูดออกมาไม่ทัน เขาเลยไม่ได้เรียกให้เทพกระบี่มาช่วย

โจวฉวนจีรีบกลับไปหาเจียงฉือน้อย และปลดวิญญาณราชาโลกันตร์ออกจากร่าง เขาทรุดเข่าลงก่อนจะนั่งลงข้างเจียงฉือน้อย

“เจ้าไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

เจียงฉือน้อยถามด้วยความกังวลทั้งดวงตาที่แดงก่ํา

โจวฉวนจีรู้สึกอ่อนแรง และพลังวิญญาณแห้งเหือด อวัยวะภายในของเขาตอนนี้มันปวดร้าวไปหมด

เขาหัวเราะอย่างขมขื่นและพูดว่า “ผลข้างเคียงมันหนักสุดๆเลยล่ะ”

เจียงฉือน้อยรีบหยิบยาออกมาและป้อนให้เขา

บนสนามฝึก จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจมองไปยังโจวฉวนจีด้วยความตื่นเต้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความร้อนแรง

เทพกระบี่โจวฆ่าฉวงฮุ้ยเฉิงและตาแก่ชิงแล้วจริงๆ!

ไม่อยากจะเชื่อเลย!

จางหรูหยูวิ่งไปหาโจวฉวนจีด้วยความตื่นเต้น

แต่เจียงฮือน้อยก็รีบหยิบพัดอัคคีออกมา เพื่อจะใช้พัดกั้นทางเอาไว้

เขาหยุดลงตรงหน้าเธอก่อนจะโบกมือให้ และพูดว่า “นี่ข้าเอง! พวกเราเคยเจอกับที่ป้อมปราการเงาภูผาแล้วครั้งนึ่งไง! ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก! เทพกระบี่โจวเป็นถึงจอมยุทธทรงพลังที่ข้าเคารพเชียวนะ พอดีข้ามียาบางอย่างที่พอจะช่วยเขาฟื้นพลังวิญญาณได้นะ”

หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็หยิบขวดหยกเล็กๆออกมา 2 ขวด

เจียงฉือน้อยระแวงสุดๆ และไม่คิดจะรับมันไว้

จางหรูหยูเลยโยนทั้ง 2 ขวดไปให้ใบหน้าของเขา เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจและดีดสุดๆ ราวกับคนที่พึ่งเสพยามา

โจวฉวนจีหยิบขวดเล็กๆขึ้นมา และถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “จิตวิญญาณแห่งดาบ นี่เป็นยาพิษรึเปล่า?”

“มันไม่ใช่ยาพิษ นี่คือยาฟื้นฟูพลังวิญญาณอย่างแน่นอน และมันค่อนข้างจะมีประโยชน์กับท่านในสถานการณ์เช่นนี้”

จิตวิญญาณแห่งดาบตอบ และโจวฉวนจีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

โดยไม่พูดอะไรต่อ เขาก็เปิดขวดออกและกินยาทันที

เจียงฮือน้อยเบิกตากว้างและถามขึ้นมา “นี่เจ้าเชื่อใจเขามากขนาดนั้นเลยหรอ?”

กลับกัน จางหรูหยูก็รู้สึกดีใจสุดๆ ราวกับว่าตนเองเลื่อนขึ้นระดับบรรลุญาณได้เลยทีเดียว

โจวฉวนจีพูด “ข้าตรวจสอบได้ว่ามันมีพิษรึเปล่าน่ะ”

จางหรูหยูมั่นใจสุดๆ เทพกระบี่นั้นทรงพลังมากอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!

หลังจากนั้นไม่นาน โจวฉวนจีก็ขอให้เจียงฉือน้อยกินยาด้วย

อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเฉิงเฟิงที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด ก็รู้สึกลังเลว่าจะเดินหน้าต่อไปดีหรือไม่

ในตอนนั้นเอง เขาก็รู้สึกได้ถึงเงาที่อยู่เหนือบ้านพักอาศัยของท่านเจ้าเมือง

“นั่นเขานี่”

ด้วยความหวาดกลัว เสียวเฉิงเฟิงก็รีบถอยออกมา

บ้านพักของท่านเจ้าเมืองนั้นหันหน้าเข้าสนามฝึกโดยตรง และบนหลังคามีใครบางคนที่ดูมั่นใจยืนอยู่อย่างสันโดษ

เขาคือ เสี่ยวจิงหง นั่นเอง

จอมกระบี่ผู้สูงศักดิ์มองไปยังอาจารย์ของตนที่กําลังรักษาตัวอยู่ด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจสุด ๆ

อาจารย์ตัวน้อยที่เคารพของเขานั้นแข็งแกร่งโดยแท้จริง และคงจะเหนือกว่าเขาได้ภายในไม่กี่สิบปี

เสี่ยวจิงหงเหลือบมองไปที่ตรอกแห่งหนึ่ง ก่อนจะเห็นเสี่ยวเฉิงเฟิงอยู่ตรงนั้น ประกายแสงเย็นวาบส่งผ่านมาทางสายตาของเขา และเขาก็หายตัวไปทันทีจากบนหลังคา ราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่ที่นั่นมาก่อน

หลังจากนั้นสักพัก เหล่าฝูงชนและจอมยุทธมากมายก็เริ่มมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขานั้นไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับโจวฉวนจี และเริ่มเข้าไปช่วยเหลือคนบาดเจ็บแทน

แม้แต่จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจก็ยังได้รับการช่วยเหลือ ยังไงซะก็ยังคงมีคนอีกมามากที่ยังเคารพเขาอยู่

หลังจากที่โจวฉวนจีฟื้นพลังวิญญาณบางส่วนคืนมาได้แม้ร่างกายจะยังบาดเจ็บอยู่ เขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นและตั้งใจจะจากไปพร้อมเจียงฉือน้อย

ตอนนั้นเอง จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจก็ผลักคนที่กําลังช่วยเหลือเขาอยู่ออกไป ก่อนจะฟาดหน้าผากตัวเองลงพื้นอย่างแรง

เขาตะโกนให้ดังที่สุดเท่าที่จะทําได้ “ท่านเทพกระบี่โจว! ได้โปรดขอให้ข้าได้เป็นทาสของท่านไปชั่วชีวิต! ได้โปรดกรุณาพาข้าไปด้วย! และได้โปรดสอนวิชาดาบให้แก่ข้าด้วยเถิด!”

ในช่วงเวลานี้ ทุกคนต่างหันมามอง และสายตาจํานวนนับไม่ถ้วนก็จับจ้องไปยังเขา

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด