หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! 47 : จ้าวมังกรเกล็ดทมิฬ

Now you are reading หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! Chapter 47 : จ้าวมังกรเกล็ดทมิฬ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

“ศัตรูมา!”
ฮวงเหลี่ยนชิ้นร้องเตือนเสียงดัง และอาใหญ่กับน้องสองก็ลุกขึ้นมาทันที

จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจรีบพุ่งตัวออกมาจากบ้านพร้อมชักดาบออกมา ก่อนจะถามด้วยเสียงต่ําว่า “ไหน?”

นางชี้ไปยังหัวของชายแก่ในชุดสีดํา แม้แต่จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจก็ยังรู้สึกหวาดกลัว เขามองไปรอบๆตามสัญชาตญาณ และคอยตั้งการ์ดเอาไว้เสมอเพื่อศัตรูจะโจมตีมา

ไม่นานนัก โจวฉวนจีและเลี้ยงฉือน้อยก็เดินออกมาจากหุบเขา

พวกเขาทั้งคู่ต่างก็ตกใจเมื่อได้เห็นหัวของชายแก่คนนั้น

โดยเฉพาะโจวฉวนจี เขาเป็นคนที่รู้สึกกังวลมากที่สุด
ก่อนหน้านี้ ชายแก่ในชุดสีดํายังตามหาเขาอยู่เลย แต่มาตอนนี้กลับถูกฆ่าซะแล้ว แถมหัวของเขายังถูกโยนมาแถวพวกเขาอีก
นี่มันทําให้เสียวเข้าไปยันกระดูกสันหลัง

คนที่ถึงขั้นสังหารจอมยุทธระดับผุดวิญญาณได้นี่ต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?

ทั้งกลุ่มต่างเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมสําหรับการปะทะ
“องค์ชายฉวนจี มันก็ 8 ปีแล้วนะตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่พวกเราเจอกันนะ ตอนนี้ท่านช่างดูน่าประทับใจเสียจริงนะ”

ในขณะนั้นเอง เสียงจอมยุทธแก่ๆคนนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาทั้งหมดต่างหันไปมองรอบๆด้วยความหวาดกลัว

หัวของชายแก่ยังอยู่บนหญ้าอยู่เลย แต่ดวงตาของเขากลับเบิกกว้างและจ้องมองมาทางโจวฉวนจี มันโครตจะน่ากลัวสุดๆ
เจียงฮือน้อยถามขึ้นด้วยความหวาดกลัว “นี่เขายังไม่ตายหรอ?”

โจวฉวนจีโบกมือขวา ก่อนจะเจาะหว่างคิ้วของชายแก่ด้วยดาบผ่าวายุ จนเลือดพุ่งกระจายออกมาบนพื้นหญ้า
แต่จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจดูจะโหดร้ายซะยิ่งกว่า เขาถึงขั้นระเบิดหัวนั่นด้วยปราณกระบี่ทันที ของเหลวสีแดงและสีขาวไหลทะลักออกมาจากหัวจนน่าสยดสยองชวนอ้วกสุดๆ

“นายท่าน พวกเราออกไปจากที่นี่กันดีกว่ามั้ยเจ้าคะ?” ฮวงเหลี่ยนหินถามด้วยเสียงค่อยกับโจวฉวนจี
หัวของชายแก่นั่นมันน่ากลัวสุดๆซะจนทําให้นางขนลุกไปทั้ง

โจวฉวนจีหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดตอบ “งั้นเรารีบเก็บของแล้วเตรียมตัวออกจากที่นี่กันเถอะ”
เขากลับเข้าไปในหุบเขาทันที พร้อมกับพาหนูทรายสามตาไปด้วย

สมบัติอย่างอื่นส่วนใหญ่จะอยู่ในสุดยอดช่องเก็บของ เพราะงั้น เขาเลยเก็บของเสร็จเร็ว
อีกด้านหนึ่ง เจียงฉือน้อยก็เริ่มเก็บเสื้อผ้าที่อยู่บนราวตากผ้า
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาทั้งหมดก็พร้อมจะออกไปจากที่นี่
เจียงฮือน้อยหันมองกลับไปยังทางเข้าหุบเขา และพูดขึ้นมา “ลาก่อนนะ บ้านของพวกเรา”

โจวฉวนจีดึงเธอเบาๆก่อนจะพูดว่า “อย่าไปคิดมากเลย เราไปกันเถอะ”
เจียงฉือน้อยหยักหน้า ยังไงซะบ้านของเธอก็คือที่ๆโจวฉวนจือยู่ เพราะงั้นเธอเลยไม่รู้สึกเศร้ามาก

ทั้งกลุ่มรีบออกเดินทางอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ได้เลือกที่จะบินออกจากป่า แต่เลือกเดินทางไปอย่างลับๆภายในป่าแทน
แต่อาใหญ่และน้องสองนั้นตัวใหญ่เกินไป พวกเขาเลยต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว
จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจเดินนําหน้า ขณะที่โจวฉวนจี เจียงฉือน้อย และฮวงเหลี่ยนชินอยู่ตรงกลาง
จู่ๆ หนูทรายสามตาก็ทําท่าหวาดกลัว ตัวมันสั่นไปหมดภายในอ้อมแขนของโจวฉวนจี

พอโจวฉวนจีเห็นแบบนั้น เขาก็ยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้นกว่าเดิม
หนูทรายสามตาต้องรับรู้ได้ถึงอันตรายบางอย่างแน่ ถึงได้ทําตัวแบบนี้ออกมา
หลังจากที่พวกเขาออกจากป่ามาได้ ตลอดทางพวกเขาก็ไม่ได้ถูกโจมตีหรืออะไร
โจวฉวนจีและเจียงฉือน้อยขึ้นขอาใหญ่ ส่วนฮวงเหลี่ยนชิ้นขึ้นขี่น้องสอง ขณะที่จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจขีดาบของตนเอง ทั้ง 4 บินตรงไปยังเส้นขอบฟ้าอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้
สรวงสวรรค์และโลกใบนี้กว้างใหญ่แค่ไหน แม่น้ําและภูเขาเชื่อมถึงกันได้อย่างไร? เมื่อมองไปข้างหน้า ภาพวิวที่เห็นช่างช่วยปลอบประโลมจิตวิญญาณและทําให้จิตใจสงบได้เสียจริง

เจียงฉือน้อยรู้สึกหลงใหลในทิวทัศน์ที่ได้เห็น พวกเขาจะไปที่ไหนกันต่อดีนะ?
ส่วนฮวงเหลี่ยนชิ้นนั้นไม่เคยมีใครให้พึ่งพามาก่อน ก่อนจะตัดสินใจติดตามโจวฉวนจีไปชั่วชีวิต นางเลยไม่เคยนึกคําถามแบบนั้นมาก่อน
ขณะที่จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจนั้นมีเพียงดาบที่เป็นคู่หูมาตลอดชีวิต เขาไม่มีทั้งครอบครัวหรือกระทั่งญาติมิตร ความคิดของเขาจึงค่อนข้างคล้ายนาง

โจวฉวนจีมองย้อนกลับไปยังที่ๆห่างไกล ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “งั้นกลับไปที่หมู่บ้านลําธารขจีกันก่อนเถอะ”
หลังจากที่พาเจียงฉือน้อยกลับไปดูบ้านเกิดของเธอแล้ว เขาก็ว่าจะเตรียมตัวย้ายเข้ามหาจักรวรรดิโจวต่อ

การคัดเลือกแห่งสวรรค์ของมหาจักรวรรดิโจวกําลังจะเริ่มขึ้นในอีก 2 ปี ด้วยชื่อในนาม เทพกระบีโจว มันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วที่เขาจะได้เข้ารับการคัดเลือกแห่งสวรรค์นะ ถ้ายังจะมีปัญหาอะไรอีก งั้นเขาก็จะทําสิ่งที่จะทําให้ทั่วทั้งโลกตกตะลึงมากกว่าเดิมเอง
มหาจักรวรรดิโจวนั้นต้อนรับเฉพาะผู้มีชื่อเสียงและผู้ทรงพลังเท่านั้น

ทุกคนในกลุ่มไม่มีใครค้าน ก่อนจะบินตรงไปยังเขตชายแดนอาณาจักรเหมันต์แดนใต้ทันที

ตลอดทาง โจวฉวนจีก็เอาแต่คิดเกี่ยวกับชายในชุดสีดํา
ชายคนนั้นมาจากไหนกัน? แล้วใครเป็นคนฆ่าเขา?
แล้วมังกรทมิฬนั่นอยู่ไหนกัน?
โจวฉวนจีรู้สึกเสียศูนย์ไปหมด และรู้สึกตลอดเวลาว่าเขากําลังเดินตามแผนของใครบางคนอยู่

หลังจากที่พวกเขาบินมาตลอด 3 วัน 3 คืน อาใหญ่และน้องสองก็ดูจะเหนื่อยล้าเต็มที่ จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจก็ดูท่าจะไม่ดีด้วย ดังนั้นพวกเขาเลยหยุดพักลงที่ริมแม่น้ํา
ภูมิประเทศรอบตัวพวกเขานั้นเป็นพื้นที่ภูเขาที่ทอดยาวต่อกัน เป็นลูกคลื่นและกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด บนยอดเขาที่อยู่ห่างออกไป มีฝูงหมาปาเทาคอยจ้องมองมายังพวกเขาอยู่ แต่วิหคมังกรทั้งสองก็ดูจะแข็งแกร่งเกินไป ปราณปีศาจของพวกมันแพร่กระจายไปทั่วพื้นที่ จนแม้แต่หมาป่าก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้

จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจทําความสะอาดดาบสุดรักสุดหวงของเขาที่ริมแม่น้ํา ขณะที่ฮวงเหลี่ยนชินและเจียงฉือน้อยก็คอยดูแลพวกวิหคมังกรทั้งสอง
โจวฉวนจีนั่งลงกับพื้นพลางลูบคาง เขายังคงเอาแต่คิดถึงเรื่องที่ชายแก่ถูกตัดหัว
เขาแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับพอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆกันแน่

ในขณะนั้นเอง หนูทรายสามตาก็กระโดดออกมาจากเสื้อของเขาและวิ่งตรงไปยังริมแม่น้ําอย่างรวดเร็ว

เขาจ้องไปทางมันก่อนจะดุว่า “เดี๋ยวก็ได้จมน้ําตายหรอกไอเจ้าตัวเล็ก!”

เมื่อหญิงสาวทั้งสองได้ยินเข้า ก็อดไม่ได้ที่จะขําพลางป้องปาก
แม้แต่จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจก็ยังเผลอยิ้มออกมาเหมือน

หนูทรายสามตาไม่สนใจก่อนจะกระโจนลงน้ําไปโดยที่ก้นเล็กๆของมันอยู่พ้นเหนือน้ํา พอโจวฉวนจีเห็นก็แทบอยากจะเอานิ้วดีดตูดมัน

น่าดีดตูดมันซะจริง จะได้หัดเรียนรู้ซะบ้าง
โจวฉวนจีคิดขึ้นมาพลางทําหน้าชั่วร้าย
ไม่ว่าไอเจ้าหนูนี้จะอยู่มานานสักแค่ไหน แต่มันก็ยังเหมือนกับลูกแมวอยู่ดี แถมพลังปีศาจของมันก็ยังน้อยมากอีกด้วย
ถ้ามันหนีไปละก็ เขารู้สึกได้เลยว่ามันคงอยู่รอดได้ไม่เกิน 3 วัน แหงๆ

เจ้าหนูหันหัวกลับมาทันที ก่อนจะวิ่งตรงมาหาเขาพร้อมทั้งมีงูสีดําตัวเล็กๆ ที่คาบอยู่ในปาก

เจ้างูนั่นตัวหนาเท่านิ้วเขา และบนหัวของมันมีเขาเป็นกิ่งเล็กๆ 2 อันยื่นออกมา

พอเห็นเจ้างูนั่น มันก็ทําให้โจวฉวนจีนึกถึงเจ้ามังกรทมิฬที่ตัว ยาวหลายร้อยหลานั่น

ถ้าหากเจ้านั่นไม่ใช่ศัตรูละก็ โจวฉวนจีก็รู้สึกจริงๆ ว่ามังกรทมิฬตัวนั้นมันทั้งเท่และทรงพลัง มันเทียบได้กับวิหคมังกรที่เป็นสัตว์ขี่เลยเชียวล่ะ

เจ้าหนูทรายสามตาวางงูสีดําตัวนั้นลงตรงหน้าโจวฉวนจี
“ปล่อยข้านะไอหนูตัวเหม็น ถ้าข้าไม่ได้บาดเจ็บหนักอยู่ล่ะก็ ข้าคงกลืนเจ้าเข้าไปทั้งตัวแล้ว จากนั้นข้าจะเบ่งเจ้าออกมาให้เป็นเศษขี้เลย!”

จู่ๆ เจ้างูสีดําตัวเล็กก็ด่าออกมาเป็นภาษามนุษย์ซะงั้น
เพราะมันตัวเล็กเอามากๆ เสียงของมันก็เลยเบาสุดๆ

แต่โจวฉวนจีและคนอื่นๆกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน
เจียงฮือน้อยดูจะตกใจ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความสับสน “มันพูดได้งั้นหรอ?”
จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจกระโจนเข้ามาหาและพูดขึ้นว่า “เจ้าตัวเล็กนี่ต้องเป็นปีศาจทรงพลังระดับ 5 แน่เลยครับ ข้าเคยได้ยินมาว่ามีปีศาจบางตนสามารถที่จะเกิดใหม่จากความตายได้ด้วย โดยถ้าพวกมันเจออันตรายถึงชีวิตเข้า มันจะกลับคืนร่างสู่วัยเยาว์ แต่ยังเก็บรักษาวิญญาณไว้อยู่ที่ระดับ 5 นะครับ”
โจวฉวนจียืนขึ้นและถามด้วยความประหลาดใจ “ทําไมถึงเป็นระดับ 5 ล่ะ?”
ทาสกระบี่พูดตอบ “ถ้ามันระดับสูงกว่านั้น พวกเราคงได้ตายไปแล้วล่ะครับ”

โจวฉวนจีพยักหน้า ก่อนจะถามขึ้นมา “งั้นตอนนี้มันยังอันตราย
อยู่มั้ย?”
“ถึงวิญญาณของมันจะแข็งแกร่ง แต่เนื้อหนังมังสาของมันก็ยังเป็นแค่ตัวอ่อนอยู่ แค่เหยียบก็ฆ่ามันได้แล้วล่ะครับ” จอมกระบี่แดนเหนือผู้องอาจตอบ

เจ้างูตัวจ้อยพอได้ยินเข้าก็รู้สึกโกรธสุดๆ

มันอ้าปากและร้องออกมาให้ดังที่สุดเท่าที่มันจะทําได้ “ข้าคือจ้าวมังกรเกล็ดทมิฬเชียวนะ ถ้าเจ้ากล้ากระทืบข้าตายล่ะก็ ข้าจะกินเจ้าเป็นพันๆครั้งในชาติหน้าแน่! ข้าจะ…”
แผละะะะ!

โจวฉวนจีเหยียบเข้าไปเต็มฝ่าเท้า และทั่วรองเท้าของเขาก็เปื้อนไปด้วยร่างของเจ้าตัวเล็ก

เขาบิดๆ ขยี้ซ้ําด้วยเท้าขวาเพื่อทําให้แน่ใจว่าไอจ้าวมังกรเกล็ดทมิฬจะตายแล้วจริงๆ
เขาหันกลับไปก่อนจะถามว่า “พวกเจ้าคิดว่าไง คิดว่าเจ้านี้ใช่มังกรดําที่เราเจอกันเมื่อวันก่อนรึเปล่า?”
ฮวงเหลี่ยนชิ้นพูดพึมพําออกมา “ก็เป็นไปได้…”
แต่ถ้ามันเป็นงั้นจริง…

แค่ฆ่ามันแบบนี้น่ะนะ?
นายน้อยจะไม่ดูชิวไปหน่อยหรอ?
โจวฉวนจียกเท้าขึ้นมาและมองลงไป เจ้างูสีดําตัวจ้อยแบนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวของมันแตกออกจนไส้ในทะลักออกมา ลิ้นของมันก็หลุดออกมาจากปาก ใครเห็นก็ว่าตายกันทั้งนั้น

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด