เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอบทที่ 621 ปิดฉาก (1)

Now you are reading เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ Chapter บทที่ 621 ปิดฉาก (1) at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่ 621 ปิดฉาก (1)

Ink Stone_Fantasy

จางเหวินป๋อได้ยินคำพูดของผู้อำนวยการก็งงไปเลย!

เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่! ช่วงก่อนหน้านี้ยังบอกว่าต้องโฟกัสกับการบ่มเพาะเราอยู่เลย ตอนนี้ทำไมจู่ๆ ก็ให้ออกเสียแล้ว

หน่วยงานรัฐเป็นถึง ‘งานมั่นคง’ ปกติถ้าคุณไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไรจะไม่ไล่คุณออก แต่…ตอนนี้ความจริงกางอยู่ตรงหน้า ผู้อำนวยการบอกเขาเอง นี่จะเป็นเรื่องหลอกได้หรือ

จางเหวินป๋อรู้สึกว่าตนเองสับสนเสียแล้ว เขามองผู้อำนวยการอย่างร้อนรน “ผู้อำนวยการ ตกลงผมทำไม่ดีตรงไหน หรือผมทำอะไรผิดกันแน่ครับ หวังว่าคุณจะเตือนผมด้วยครับ!”

ผู้อำนวยการนิ่วหน้าเล็กน้อยแล้วถอนหายใจ จางเหวินป๋อคนนี้ไม่เคยทำให้สบายใจเลย หลังจากมาที่แผนกก็ทำตัวรับมือยาก เดิมทีอาจารย์ที่ปรึกษาของจางเหวินป๋อก็เป็นหัวหน้าแผนกศัลยกรรมกระดูก แถมจางเหวินป๋อก็เป็นศิษย์ปิดสำนักด้วย เขาเลยปฏิบัติกับจางเหวินป๋ออย่างดี ว่ากันตามหลักแล้วนี่เป็นไพ่ที่ดีใบหนึ่ง! แต่จางเหวินป๋อคนนี้ดันเล่นไพ่ดีในมือเสียเละเทะ

จางเหวินป๋อเย่อหยิ่งไม่เห็นหัวคนอื่นจากสมัยที่อาจารย์ของตนยังเป็นหัวหน้าจนเคยตัว แม้ทุกคนก็ไม่พูดอะไรเพราะถึงอย่างไรก็เป็นคนในแผนกเดียวกัน สุดท้ายก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี จะกระทบกระทั่งกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถึงไม่พูด ในใจกลับมีคำพูดขุ่นเคืองมากมาย ติดที่ไว้หน้าหัวหน้า ทุกคนจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเขาเท่าไร ต่อมาหัวหน้าคนเก่าเกษียณแล้ว จางเหวินป๋อคนนี้ไม่เพียงไม่อ่อนข้อ กลับกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งแบบนี้

หัวหน้าคนใหม่เห็นว่าเขากระทบต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในแผนกจึงให้เขาไปแผนกฉุกเฉิน จางเหวินป๋อให้อาจารย์ของเขามาโวยวายทุกวัน บอกว่าแผนกศัลยกรรมกระดูกใช้อำนาจกลั่นแกล้งเขา

ตอนนั้นเรื่องพวกนี้ก็ดังมากเหมือนกัน แต่หัวหน้าแผนกศัลยกรรมกระดูกอย่างไรก็ไม่ยอม ไม่ให้เขากลับเข้าแผนก บอกว่าเขาทำให้การทำงานในแผนกดำเนินไปตามปกติไม่ได้ นี่เป็นเรื่องภายในแผนก ทางโรงพยาบาลจึงแทรกแซงได้ยาก

เมื่อหัวหน้าคนเก่าเห็นว่าสถานการณ์กลายเป็นแบบนี้จึงจนใจ สนับสนุนให้เขาไปต่อปริญญาเอก ทั้งยังแนะนำรุ่นน้องของตนให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอกให้เขาด้วย

ต่อมาจางเหวินป๋อเรียนปริญญาเอกจึงลาศึกษาต่อโดยหยุดรับเงินเดือน จบปริญญาเอกยังไปทำวิจัยหลังปริญญาเอกที่อเมริกา โรงพยาบาลจำเป็นต้องพัฒนา คนก็ไม่พอ ตอนนี้ตำแหน่งบุคลากรภายในสังกัดโรงพยาบาลมีจำกัด บางคนกินตำแหน่งแต่ไม่ทำงาน ก็โทรหาเขาให้เขากลับมาทำงานให้เร็วที่สุด

ไปทำวิจัยหลังปริญญาเอกในช่วงที่อยู่โรงพยาบาลก็เป็นเรื่องไม่ดีนักอยู่แล้ว วิจัยหลังปริญญาเอกไม่ใช่หน่วยงานการศึกษา แต่เป็นหน่วยงานการทำงาน

ทว่าคิดไม่ถึงว่าจางเหวินป๋อจะเริ่ม ‘ถือตัวว่ามีความสามารถ’ เสียแล้ว จึงยกเงื่อนไขมาต่อรองกับโรงพยาบาล แต่ตอนนั้นโรงพยาบาลก็จำเป็นต้องพัฒนาจึงรับเงื่อนไขไป กลับคิดไม่ถึงว่าช่วงสองวันนี้โรงพยาบาลจะเสียชื่อเสียงเพราะจางเหวินป๋อ นี่เป็นสิ่งที่ผู้อำนวยการไม่อยากเห็นที่สุด จึงตัดสินใจไล่แกะดำตัวนี้ออกทันที

เมื่อประชุมองค์กร เรื่องที่น่าตกใจก็คือถึงกับไม่มีใครออกเสียงคัดค้านสักคน มิหนำซ้ำหมอทุกคนในแผนกศัลยกรรมกระดูกยังเห็นด้วยทั้งหมด!

คราวนี้จางเหวินป๋อเหมือนจะก่อเรื่องกับทุกคนเสียแล้ว

ตอนนี้จางเหวินป๋อก็คือเผือกร้อนลวกมือลูกหนึ่ง ถ้าผู้อำนวยการรับเขาไว้ จะไม่เป็นการดีกับทั้งในและนอกโรงพยาบาล การให้ออกจึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเพียงทางเดียวแล้ว

ผู้อำนวยการเอ่ยว่า “โรงพยาบาลของพวกเรามีมาตรฐานเรื่องคุณธรรมความประพฤติของบุคลากรทางการแพทย์ค่อนข้างสูง และพวกเราเองก็รับเรื่องอย่างการนอกใจไม่ได้ ดังนั้น…จางเหวินป๋อ คุณยังไม่เข้าใจหรือ”

คราวนี้จางเหวินป๋ออึ้งไปเลย!

นอกใจเหรอ ใครพูดกัน! เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นี่!

จางเหวินป๋อรีบร้อนเอ่ย “ผู้อำนวยการ นี่เป็นการใส่ร้าย ใส่ร้ายทั้งเพเลย คุณฟังผมอธิบายก่อน อีกอย่างพวกเราเป็นหน่วยงานรัฐ ไล่ออกไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ตามใจขนาดนั้นใช่มั้ยครับ”

พอผู้อำนวยการได้ยินก็ส่ายหัว “เป็นการใส่ร้ายหรือไม่ ผมพูดไม่ได้ว่าไม่ใช่ นี่เป็นเรื่องในครอบครัวคุณ แต่ส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของหน่วยงานของพวกเราอย่างร้ายแรงไปแล้ว อีกอย่าง…ที่ประชุมองค์กรคราวนี้ก็เพื่อลดจำนวนบุคลากรในสังกัด ต้องสั่งถอนตำแหน่งบางตำแหน่งออก ดังนั้นคุณควรยอมรับแผนขององค์กรด้วย”

“คุณมีเงื่อนไขในการให้ออกครบทั้งสองข้อ ข้อแรกคือปฏิบัติภาระงานในการประเมินตำแหน่งให้สำเร็จไม่ได้ติดต่อกันเป็นเวลาสองปี ทั้งยังปฏิบัติภาระงานให้ลุล่วงตามการประเมินแยกหรือการประเมินใหม่จากองค์กร ภายในหนึ่งปีไม่ได้

ข้อสองถ้าหน่วยงานเราดำเนินการควบรวมและลดจำนวนบุคลากรในสังกัด จำเป็นต้องลดคนลง ก็คือบุคคลที่ปฏิเสธแผนขององค์กร”

จางเหวินป๋ออึ้งไปเลย

ดูท่าโรงพยาบาลตัดสินใจหนักแน่นแล้ว แต่…เรื่องที่เรานอกใจมันยังไงกันแน่

จางเหวินป๋อโมโหจนหันขวับออกไปทันที

เขาดูออกแล้วว่าผู้อำนวยการเอาจริง ตนอยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว!

พอออกมาจากโรงพยาบาล จางเหวินป๋อก็โมโหจนระเบิด! เขาคิดไปคิดมาว่าที่ตนโดนให้ออกเป็นลูกไม้ของใครกันแน่! มิหนำซ้ำเรื่องนอกใจจะเป็นฝีมือใคร คิดไปคิดมาก็มีแค่คนเดียว นั่นก็คือสือน่า! เมื่อคิดถึงตรงนี้จางเหวินป๋อก็บึ่งรถไปโรงพยาบาลอันดับสองด้วยความเดือดดาล

……

……

เวลาตกทุกข์ได้ยากจึงได้เห็นความจริงใจ หลังจากเกิดเรื่องสือน่า หมอและพยาบาลทั้งแผนกฉุกเฉินต่างก็ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ยากของเธอ ทำเรื่องที่พอทำได้ตามความสามารถ

ตอนนี้คนในแผนกฉุกเฉินก็มีมาก สือน่าเป็นหัวหน้าทีม คนไข้ที่อยู่ในมือมีไม่น้อย ไม่มีเวลาร่ำไรมากเท่าไร เธอจึงจดจ่อกับการทำงานต่อไป ส่วนเรื่องนอกใจ หวงเหว่ยเหยียนก็ไปสืบมาได้โดยแทบไม่เปลืองแรง

“คุณสือ ดูท่าคุณจะซื่อเกินไปจริงๆ ช่วงที่จางเหวินป๋อคนนี้เรียนปริญญาเอกก็เคยมีพฤติกรรมนอกใจมาสองครั้ง มิหนำซ้ำยังประกาศกับคนข้างนอกว่าตัวเองโสด นี่ข้อมูลครับ”

“คนที่ยืนยันว่าเขาหย่าจริงๆ คือคุณผู้หญิงที่รู้จักกันที่อเมริการคนนี้จริง แต่…บังเอิญโชคร้ายคุณจางจำคนไม่ค่อยเก่งเท่าไร”

“ผู้หญิงคนนี้เป็นนักต้มตุ๋น เจาะจงลงมือกับนักศึกษาต่างชาติ แสร้งใช้ชีวิตหรูหราอย่างลูกสาวเจ้าหน้าที่ระดับสูง ลูกเศรษฐี สามีคุณทยอยให้เงินผู้หญิงคนนี้ใช้ประมาณสองแสนดอลลาร์ได้แล้วมั้ง”

ขณะที่สือน่าเห็นจำนวนเงิน มือก็สั่นระริก!

รายได้ทั้งปีของนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่อเมริกาค่อนข้างสูง ปกติอยู่ที่ประมาณแปดหมื่นถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นดอลลาร์ แต่หลายปีนี้จางเหวินป๋อไม่เคยส่งเงินมาให้ที่บ้านเลย!

สือน่าดูรูปแต่ละรูป รู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจแต่ก็จนปัญญา มาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่สำคัญแล้ว เดิมทีเธอไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ถึงอย่างไรเจอกันด้วยดีก็ขอจากกันด้วยดี

แต่พอเธอเห็นพฤติกรรมชั่วร้ายของจางเหวินป๋อก็ออกจะโกรธเคืองจริงๆ

ส่วนทำไมต่อมาผู้อำนวยการของหน่วยงานใหญ่ภายในมณฑลแต่ละหน่วยถึงรู้ข่าวนี้ ก็เป็นเพราะหลี่เป่าซานโมโหจนทนไม่ไหว ให้เพื่อน หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานเหล่านี้กระจายข่าวกันภายใน

สือน่าเป็นอย่างไร คนในแผนกฉุกเฉินต่างรู้ดี ผู้หญิงที่ขยันจริงใจอย่างนี้ถึงกับถูกคนแบบนี้หลอกลวง

จางเหวินป๋อจะรู้ได้อย่างไรว่าพฤติกรรมน่ารังเกียจของตนถูกสืบจนทะลุปรุโปร่ง ขนาดบันทึกการเปิดห้องในโรงแรมยังหาออกมาได้หลายหน้ากระดาษ

หลังจากจางเหวินป๋อมาถึงห้องฉุกเฉิน ก็จ้องสือน่าอย่างก้าวร้าว กล่าวว่า “สือน่า! คุณทำร้ายผม! คุณใส่ร้ายผม!”

ฉินเยว่ตามสือน่ามาราวน์วอร์ดพอดี สือน่าอยากเลี่ยงไม่อยากสนใจเขา เพียงแค่พูดกับเขาเรียบๆ ว่า “นี่โรงพยาบาล อย่ามาโวยวายที่นี่เลย หลังเลิกงานฉันจะไปหาคุณพร้อมทนาย”

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด