แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย 743 ต้องดูให้ได้

Now you are reading แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย Chapter 743 ต้องดูให้ได้ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

“เป็นชาวต่างชาติชื่อเรียกยากมาก เชื่ออคาซืออะไรซักอย่าง ฉันเลยเรียกอาข่าไปเลย” หลิวเหมยเคยเจอเพื่อนบ้านคนนี้หลายครั้ง เคยทักทายกันบ้าง สมัยนี้ชาวต่างชาติที่มาอยู่พูดภาษาจีนกันคล่องปร๋อ อาเหม็ดภาษาจีนดี อาข่าก็ดีเหมือนกัน  

 

 

“พี่เคยเห็นเขา” อวี๋หมิงหลางจำได้  

 

 

ครั้งแรกตอนที่อวี๋หมิงหลางได้ประลองฝีมือกับอาเหม็ด เขารู้สึกได้ว่ามีคนแอบถ่ายรูปอยู่ฝั่งตรงข้าม ถึงจะเป็นเวลามืดค่ำแล้วก็ตาม อยู่ห่างจากเขาค่อนข้างไกลเลยเห็นหน้าไม่ชัด แต่อาศัยแสงไฟนีออนก็พอจะเห็นลักษณะเด่นๆของอีกฝ่ายได้  

 

 

ผมทองสวมหมวกแก็ป วันนี้ตอนเจอกันเขาจำได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น คนๆนี้ก็คือคนที่แอบถ่ายรูปอยู่บนยอดตึกในวันนั้น  

 

 

“พวกเราสนิทกับเขาไหม” อวี๋หมิงหลางถาม  

 

 

“อาข่าเป็นคนอัธยาศัยดี ทุกครั้งที่เจอกันเขาจะคุยเป็นกันเองกับฉัน” หลิวเหมยรู้สึกว่าเพื่อนบ้านคนนี้นิสัยใช้ได้  

 

 

“สายตาที่เขามองพี่มันแปลกๆ”  

 

 

“คงไม่ได้ชอบพี่หรอกนะ”  

 

 

“…ไม่ใช่ซะหน่อย พี่รู้สึกว่าสายตาที่เขามองมา มันค่อนข้าง…ลามก” อวี๋หมิงหลางพยายามค้นคลังคำศัพท์แล้ว เจอคำที่พอจะถูไถได้หนึ่งคำ  

 

 

ใช่ มันดูลามก  

 

 

ถึงจะไม่ได้พูดคุยกัน แต่ตอนที่เจอหน้าเขารู้สึกได้อย่างแรงเลยว่าผู้หญิงคนนั้นมองเขาด้วยสายตาที่ดูติดเรท  

 

 

เขาไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อคืนคนผมทองแอบฟังเขากับเสี่ยวเชี่ยนทำบางอย่างที่ไม่อาจบรรยายออกมาได้…  

 

 

ด้วยเหตุนี้พอเจออวี๋หมิงหลางจึงอดไม่ได้ที่จะจินตนาการเตลิดไปไกล พฤติกรรมแบบนี้บวกกับที่แอบถ่ายรูปก่อนหน้า ทำให้อวี๋หมิงหลางปลูกต้นน่าสงสัยขึ้นในใจ  

 

 

เซ้นส์ของเขาบอกเขาว่า คนผมทองที่ไม่ทราบประวัติแน่ชัดคนนี้ เขาต้องไปสืบดูให้ละเอียด ถึงจะเป็นแค่เรื่องตอนเจอหน้ากันไม่นานเมื่อเช้า แต่อาศัยอยู่บ้านตรงข้ามกับเมียเขา ถ้าไม่สืบให้ละเอียดเขาไม่วางใจ โดยเฉพาะอีกฝ่ายเป็นคนต่างชาติเสียด้วย ถ้าเกิดคนๆนี้เกี่ยวข้องกับอาเหม็ดขึ้นมาล่ะ  

 

 

อวี๋หมิงหลางเข้าไปในห้องนอน เสี่ยวเชี่ยนยังคงนอนอยู่ เขาย่องเข้าไปสำรวจทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจอเครื่องดักฟัง  

 

 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยแล้ว  

 

 

ถ้าอีกฝ่ายใช้เครื่องดักฟังแบบดักฟังจากห้องข้างๆได้โดยที่ไม่ต้องเข้ามาติดตั้งภายในนี้ล่ะ  

 

 

อวี๋หมิงหลางครุ่นคิด เขาหรี่ตามองกำแพงเหมือนกำลังคิดหนักว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี  

 

 

เรื่องเมียเขาถูกคุกคามเขาไม่เคยมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก เขาตัดสินใจแล้วว่าจะหาโอกาสแอบเข้าบ้านตรงข้ามเพื่อดูว่ามันเรื่องอะไรกันแน่  

 

 

เสี่ยวเชี่ยนยังคงนอนหลับสบาย ไม่รู้ว่าฝันเห็นอวี๋หมิงหลางหรืออย่างไรถึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ อวี๋หมิงหลางเอานิ้วเขี่ยแก้มเธอ เธอขยับจมูกเล็กน้อยเหมือนแมวเหมียวที่กำลังดมกลิ่น ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม มีแต่กลิ่นของผู้ชายตัวเอง ครั้นแล้วเธอจึงหลับต่ออย่างสบายใจ  

 

 

ถึงตอนนี้อวี๋หมิงหลางจะไม่ได้เป็นมือสไนเปอร์แล้ว แต่นิสัยที่ไม่ใช้อุปกรณ์อาบน้ำที่มีกลิ่นหอมก็ยังคงอยู่ แทบจะไม่ได้กลิ่นอะไรเลยจากตัวเขา ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำให้เสี่ยวเชี่ยนรู้ได้ว่าเป็นเขา ต่อให้กำลังอยู่ในห้วงความฝัน ขอแค่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ไร้กลิ่นกาย ก็รู้ได้ว่าเป็นเขา  

 

 

ครั้นแล้วเธอจึงเอาหน้าไปซบมือเขาแล้วหลับต่อ  

 

 

อวี๋หมิงหลางรู้สึกสนุก เขากวาดตามองไปรอบๆเห็นพวกเครื่องสำอางที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งจึงหยิบเอามาขวดหนึ่ง จากนั้นก็เอาขวดเย็นๆแนบหน้าเธอ เสี่ยวเชี่ยนลืมตาตื่นทันที  

 

 

จากสะลึมสะลือเป็นระแวง พอเห็นหน้าเขาก็โล่งใจ ไม่กี่วินาทีต่อมาพอได้สติก็โมโหที่ถูกอวี๋หมิงหลางแกล้ง ช่วงที่อารมณ์แปรเปลี่ยนนี้ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที จากนั้นขวดเครื่องสำอางของกลางก็ลอยเข้าไปที่หัวอวี๋หมิงหลาง  

 

 

“ไส หัว ออก ไป”  

 

 

“โหดร้าย…” อวี๋หมิงหลางรู้ว่าตัวเองผิด จึงหอบเสื้อผ้าที่ใส่แล้วของเธอออกไปด้วย ผู้หญิงที่เพิ่งตื่นนอนนี่ยั่วโมโหไม่ได้เลยนะ  

 

 

สุ่ยเซียนเองก็ตื่นแล้ว เธอเดินหาวเข้าห้องน้ำ ตอนที่เห็นอวี๋หมิงหลางกำลังนั่งซักผ้าให้เสี่ยวเชี่ยนอย่างขยันขันแข็งเธอก็ตกใจถอยหลังไปชิดประตู  

 

 

“หวัดดี” อวี๋หมิงหลางยืนขึ้นเอาน้ำล้างฟองผงซักฟอก แล้วผายมือให้สุ่ยเซียนอย่างสุภาพ  

 

 

สุ่ยเซียนมองกะละมังแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ คุณพระช่วย นี่มันสุดยอดพ่อบ้าน ถ้าเธอมองไม่ผิดในกะละมังมีเสื้อชั้นในของประธานเชี่ยนด้วยไม่ใช่เหรอ เขาซักให้ด้วย  

 

 

“ฝีมือซักผ้าของจูขี้บ่นเป็นอันดับหนึ่งในค่ายเรา ผมก็เรียนมาจากเขา” ก่อนอวี๋หมิงหลางเดินออกไปยังไม่ลืมสะกิดแผลสุ่ยเซียน  

 

 

“จะพูดถึงเขาทำไม พวกเราเลิกกันไปแล้ว” สุ่ยเซียนถูกทิ่มแทงใจอีกรอบ  

 

 

“เหรอ” อวี๋หมิงหลางถามกลับ ประสบความสำเร็จในการตีคลื่นในใจสุ่ยเซียน  

 

 

อวี๋หมิงหลางหันเดินออกอย่างภูมิใจ นอกจากลูกเชี่ยนที่สามารถเอาชนะเขาได้แล้ว คนอื่นไม่มีทาง~  

 

 

“เสี่ยวเฉียง มานี่”  

 

 

พอได้ยินเสี่ยวเชี่ยนเรียกเขาก็รีบไปที่ห้องนอน เสียวเหม่ยที่ยังคงนอนแช่อยู่บนเตียงหลับตาถามเขา  

 

 

“อาหารเช้ามีอะไร”  

 

 

“ผมซื้อซาลาเปาน้ำไข่ปูที่คุณชอบมาให้”  

 

 

“ฉันไม่อยากกินซาลาเปาน้ำไข่ปู”  

 

 

“งั้นผมทำโจ๊กให้เอาไหม”  

 

 

“ไม่เอา ฉันอยากกินเค้กชาเขียวกับถั่วแดงต้มน้ำตาล”  

 

 

“กินของหวานขนาดนี้มันจะดีเหรอ ไม่กลัวอ้วน—อย่าเขวี้ยงนะ ไปซื้อเดี๋ยวนี้แหละ ถ้าคุณเขวี้ยงมาอีกก็ไม่มีหมอนนอนแล้วนะ”  

 

 

หลังจากที่อวี๋หมิงหลางเจรจาให้เสี่ยวเชี่ยนวางหมอนได้แล้วเขาก็วิ่งออกไปซื้ออาหารเช้าให้เธอ  

 

 

“เค้กเอาของร้านรสเด็ด ถั่วแดงต้มน้ำตาลเอาของร้านโจ๊กหวาน” เสี่ยวเชี่ยนเพิ่มเติมรายละเอียด ซึ่งทั้งสองร้านอยู่กันคนละทาง เธอจะให้เขาขับรถอ้อม  

 

 

ใครใช้ให้เขารบกวนการนอนของเธอ เกลียดที่สุดกำลังนอนหลับสบายแล้วถูกรบกวน มันก็ต้องเอาคืนแบบนี้นี่แหละ  

 

 

สุ่ยเซียนเห็นอวี๋หมิงหลางวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วประดุจสายลม เธอมองอย่างอึ้งๆ แล้วก็เห็นเสี่ยวเชี่ยนลุกมาเข้าห้องน้ำพอดี เธอจึงถามขึ้น  

 

 

“เธอมีเคล็ดลับอะไร เชื่องสุดๆ สอนฉันบ้างสิ”  

 

 

ผ้าก็ซักให้ อาหารเช้าก็ซื้อให้ ขนาดยาสีฟันยังถูกบีบไว้บนแปรงเรียบร้อย ชีวิตเสี่ยวเชี่ยนสบายไม่ต่างอะไรกับเทพ  

 

 

“อันที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก สรุปได้สั้นๆง่ายๆว่า นานวันยิ่ง…รู้ใจ”  

 

 

สุ่ยเซียนหน้าแดง ทำไมเสี่ยวเชี่ยนต้องหยุดด้วยนะ เธอคิดไปในทางอื่นแล้ว…  

 

 

อวี๋หมิงหลางออกไปซื้ออาหารเช้าให้เสี่ยวเชี่ยนกลับมา เขายืนรอลิฟท์อยู่ พอประตูเปิดคนผมทองสะพายเป้ใบใหญ่ก็เดินออกมา วินาทีที่เห็นอวี๋หมิงหลางก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องเมื่อคืน จึ๊ๆ  

 

 

อันที่จริงเธอได้ยินแค่ช่วงเริ่มแล้วก็ไม่ได้ฟังต่อ เพราะยังมีศีลธรรมประจำใจ แต่ขนาดฟังแค่นิดเดียวก็ยังได้เปิดโลกทัศน์ นึกไม่ถึงว่าผู้ชายที่ดูเคร่งขรึมคนนี้ เรื่องบนเตียงจะหวือหวาได้ขนาดนั้น ใครได้ยินก็หน้าแดง  

 

 

อวี๋หมิงหลางวางมาดเย็นชาเหมือนเช่นปกติ ไม่สนใจคนผมทอง ทั้งสองคนเดินสวนกัน อวี๋หมิงหลางเข้า คนผมทองออก  

 

 

พอไปถึงหน้าบ้านตัวเองเขาก็ไม่รีบร้อนเคาะประตู แต่กวาดสายตาไปมองที่บ้านตรงข้าม  

 

 

เจ้าของบ้านออกไปแล้ว งั้นก็แสดงว่าเวลานี้ในบ้านไม่มีคนอยู่  

 

 

อวี๋หมิงหลางเอาอาหารเช้าวางไว้ด้านข้างแล้วหยิบเส้นลวดออกมาจากกระเป๋า เดินไปที่ประตูบ้านนั้น  

 

 

พอแหย่เส้นลวดเข้าไปเขาก็หน้านิ่ว  

 

 

ลูกบิดนี่ไม่ธรรมดา  

 

 

ถ้าเป็นลูกบิดทั่วไปเขาแหย่เส้นลวดบิดๆเล็กน้อยก็เปิดได้แล้ว แต่นี่ไม่ได้  

 

 

ไส้ลูกบิดนี้ซับซ้อนมาก ใช้เทคนิคแบบแผ่นเหล็กเข้าซ้อนกัน อีกทั้งน่าจะมีการดัดแปลงด้วย จากบันทึกการทดสอบของสถานีตำรวจ ให้บริษัทรับทำพวกกลอนล็อคประตูมาสะเดาะลูกบิดแบบนี้ใช้เวลาถึง 270 นาที ใช่ว่าอวี๋หมิงหลางจะเปิดไม่ได้ แต่มันต้องใช้เวลานานมาก  

 

 

เขาไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะกลับมาเมื่อไร เกิดมาเจอตอนเขากำลังสะเดาะกลอนแล้วจะวุ่น  

 

 

แต่ลูกบิดประตูที่ถูกดัดแปลงมาพิเศษนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความอยากรู้อยากเห็นของอวี๋หมิงหลาง กลับยิ่งเป็นแรงกระตุ้นความสนใจของเขา เข้าต้องเข้าไปดูให้ได้  

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด