โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ【之全能大師 】 358

Now you are reading โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ【之全能大師 】 Chapter 358 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.358 – ตระกูลซงถูกทำลาย  

 

 

 

 

 

สมาชิกตระกูลซงที่ยังเหลืออยู่ในตอนนี้ คนที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมไม่พ้นซงจินหลิน และซงจินรุ่ย  

 

 

 

 

 

ทั้งสองคือการดำรงอยู่ในรุ่นเดียวกับซงจินควง  

 

 

 

 

 

ที่เหลือก็มีเลเวล E อีก 7 คน , เลเวล F 26 คน , เลเวล G 53 คน และรุ่นเยาว์อีกสิบกว่าคนที่ยังไม่ได้รับการปลุกพลัง  

 

 

 

 

 

ในความคิดของฉินเฟิง พวกที่เหลืออยู่ ทั้งหมดช่องสอดคล้องกับสี่คำนี้ ‘ชรา , อ่อนแอ , ป่วย และพิการ’  

 

 

 

 

 

ท่ามกลางความมืดมิด ในที่สุดฝีเท้าของฉินเฟิงก็เริ่มก้าวออก มิได้เจตนาปกปิดตัวตนแต่อย่างใด  

 

 

 

 

 

“นั่นใคร?” ซงจินหลินตะโกนดุดัน  

 

 

 

 

 

กลุ่มคนที่เหลือ ทั้งหมดต่างหันไปมองฉินเฟิงเป็นสายตาเดียว  

 

 

 

 

 

“ขอสารภาพว่าการกระทำของพวกแกเมื่อครู่ มันช่วยให้ฉันไม่ต้องมือเปื้อนเลือดขึ้นเยอะเลย แต่ต่อไปก็ถึงตาพวกแก .. ได้เวลาตัดรากถอนโคนแล้ว!” ฉินเฟิงหัวเราะเย็นชา  

 

 

 

 

 

“เจ้ามันฉินเฟิง!”  

 

 

 

 

 

คนของตระกูลซง จะไม่รู้จักชายคนนี้ได้อย่างไร?  

 

 

 

 

 

เป็นเพราะเขา ตระกูลซงถึงได้ตกต่ำลง จนมีสภาพแบบนี้  

 

 

 

 

 

คนของตระกูลซงเกลียดชังฉินเฟิงเข้ากระดูกดำ  

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม พอฉินเฟิงปรากฏกายขึ้นต่อหน้าพวกเขาจริงๆ แม้จะเกลียดเข้ากระดูก แต่แท้จริงแล้ว พวกเขาหวาดกลัวฉินเฟิงมากยิ่งกว่า  

 

 

 

 

 

“รีบหนีไปเร็ว!”  

 

 

 

 

 

ซงจินหลินตวาดคำหนึ่ง ดั่งสายธนูถูกผละออก ผู้คนกระโจนหลบหนีทันที พริบตาเดียวไปไกลกว่า 10 เมตร  

 

 

 

 

 

สถานการณ์ของตระกูลซงในปัจจุบัน สมาชิกที่ยังเหลืออยู่ไม่อาจลดน้อยลงมากกว่านี้ได้อีกต่อไป  

 

 

 

 

 

แต่คนอย่างฉินเฟิง มีหรือจะยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ?  

 

 

 

 

 

“ไม่มีวันซะล่ะ!”  

 

 

 

 

 

หนึ่งมือถูกวาดออก ก้าวสะอึกเข้าหาซงจินหลิน  

 

 

 

 

 

“ทักษะลับกลืนดารา ปลดปล่อยแรงดูด!”  

 

 

 

 

 

ซงจินหลินคล้ายถูกหลุมดำกระชาก เทคนิคกลืนดาราของฉินเฟิงก่อตัวเป็นวังวนอันน่าพรั่นพรึง ฉุดลากซงจินหลินใกล้เข้ามา  

 

 

 

 

 

ซงจินหลินพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ก็ไม่อาจหลบหนีจากฝ่ามือของฉินเฟิงได้ เจ้าตัวพยายามถอยหนี กำลังภายในถูกเร่งเร้า พรั่งพรูราวกับภูเขาไฟปะทุ แต่สุดท้าย–  

 

 

 

 

 

–แปะ  

 

 

 

 

 

ฝ่ามือของฉินเฟิงแตะลงบนปราณกำลังภายในของซงจินหลิน กำลังภายในของซงจินหลินถูกดูดซับจนเหือดแห้ง กำลังภายในที่คอยคุ้มภัยภายนอกสลายไปทันที  

 

 

 

 

 

กล่าวได้ว่าหลังจากดิ้นรนต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญอย่างซงจินควงแล้ว พอได้มาเจอกับซงจินหลิน มันช่างง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ  

 

 

 

 

 

ฝ่ามือของฉินเฟิงประทับลงบนแผ่นหลังช่วงเอวของซงจินหลินที่กำลังหลบหนี  

 

 

 

 

 

เป๊าะ!  

 

 

 

 

 

กระดูกสันหลังของซงจินหลินถูกทำลายแยกจากกันในทันที ร่างของซงจินหลินดิ้นรนไม่กี่ครั้ง ราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ห่อเ**่ยวสิ้นเรี่ยวแรง  

 

 

 

 

 

อาวุโสหนึ่งของตระกูลซง จบชีวิตลงแล้ว!  

 

 

 

 

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวดเร็วเกินไป!  

 

 

 

 

 

“สารเลวฉินเฟิง! ข้าจะสู้กับเจ้าเอง!!”  

 

 

 

 

 

ซงจินรุ่ยคำรามเกรี้ยวกราด ตบฉาดด้วยฝ่ามือโลหิต  

 

 

 

 

 

ฉินเฟิงไม่คิดชักมีดกษัตริย์คราม ฟาดฝ่ามือสวนกลับไป  

 

 

 

 

 

“มังกรตะปบ!”  

 

 

 

 

 

กรรรร!  

 

 

 

 

 

ดั่งเสียงมังกรร้องคำราม ฝ่ามือกรีดผ่านสายลมอย่างรุนแรง ฝ่ามือโลหิตแตกสลายไปทันใด ร่างเงากรงเล็บขนาดใหญ่ฉีกกระชากปราณกำลังภายในของซงจินรุ่ยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระแทกเข้าใส่กายเขา  

 

 

 

 

 

ซงจินรุ่ยถูกแรงปะทะม้วนกลับหัวกลับหางไปในอากาศ กระเด็นกลับหลังตกลงท่ามกลางฝูงชนที่กำลังหลบหนี  

 

 

 

 

 

ไม่นาน เสียงร้องโหยหวนน่าเวทนาก็ดังขึ้น  

 

 

 

 

 

ทั้งคนทั้งร่างของฉินเฟิงปลดปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังออกมา  

 

 

 

 

 

คนตระกูลซงที่คิดหลบหนี ฝีเท้าชะงักงัน มิอาจขยับเขยื้อนได้เลย  

 

 

 

 

 

“อ๊าาาาา!”  

 

 

 

 

 

รุ่นเยาว์สิบกว่าคนที่ยังไม่ปลุกพลัง เริ่มมีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้ง 7 ภายใต้แรงกดดันนี้ ทั้งหมดจบชีวิตลงทันที  

 

 

 

 

 

ผู้ใช้พลังเลเวล G หมอบคลานอยู่กับพื้น เลเวล F ทำได้เพียงคุกเข่า ไม่อาจฝืนลากกายตน  

 

 

 

 

 

ส่วนเลเวล E สองขาของพวกเขาสั่นระริก เพียงสะกิดก็สามารถล้มได้ทุกเวลา  

 

 

 

 

 

ฉินเฟิงเริ่มก้าวไปข้างหน้า ฝูงชนดิ้นรน พยายามถอยหลังอย่างยากลำบาก สำหรับซงจินรุ่ย ไม่มีใครกล้าที่จะช่วยเขา!  

 

 

 

 

 

ฉินเฟิงเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าซงจินรุ่ย  

 

 

 

 

 

“ตระกูลซงจะต้องพินาศลงในวันนี้!”  

 

 

 

 

 

ว่าจบก็ย่ำฝ่าเท้าออกไป  

 

 

 

 

 

ลั่นกร๊อบ!  

 

 

 

 

 

หน้าอกของซงจินรุ่ยยุบลงเป็นหลุม หัวใจข้างใต้ถูกเหยียบจนแหลกเหลว  

 

 

 

 

 

กำลังภายในของอีกฝ่ายเริ่มถูกดูดซับโดยฉินเฟิง ศีรษะของซงจินรุ่ยเบนตกลงไปด้านข้าง เลือดทะลักออกจากปาก ตกตายอย่างไม่ยุติธรรม!  

 

 

 

 

 

คนอื่นๆในตระกูลซง ทั้งหมดจ้องมองฉินเฟิงด้วยความหวาดกลัว  

 

 

 

 

 

ในบรรดาทั้ง 100 คนในที่นี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าฉินเฟิง มิอาจต่อต้านขัดขืนเขาได้เลย  

 

 

 

 

 

ฉินเฟิงวาดมือออก เปลวเพลิงน่าสยองเกล้า โถมท่วมทับลงในฝูงชน  

 

 

 

 

 

“พรมโลกันต์!”  

 

 

 

 

 

ไฟอันร้อนแรงลุกไหม้แผดเผา  

 

 

 

 

 

“อ๊ากกกกก!”  

 

 

 

 

 

ผู้คนกรีดร้องน่าเวทนา สมาชิกตระกูลซงที่ยังเหลืออยู่อ่อนแอเกินไป พริบตาเดียวก็ถูกฉินเฟิงเผากลายเป็นขี้เถ้า  

 

 

 

 

 

ฉินเฟิงสะบัดมือ อุปกรณ์รูนมิติมากมายบินมาตกลงบนมือเขา เพียงชำเลืองมอง ก็พอจะทราบได้ว่านี่คือสมบัติทั้งหมดของตระกูลซง  

 

 

 

 

 

ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขากำลังคิดหลบหนี ดังนั้นจึงเก็บรวบรวมทุกอย่างติดมือมา  

 

 

 

 

 

แต่ตอนนี้ ทั้งหมดตกอยู่ในมือฉินเฟิง มูลค่าโดยประมาณคาดว่าน่าจะสัก 100,000 ล้านเหรียญ  

 

 

 

 

 

นับแต่นี้ ชื่อของตระกูลซงในสี่เมืองทะเลเหนือ จะถูกลบหาย ไม่มีอยู่อีกต่อไป!  

 

 

 

 

 

เมื่อบรรลุเป้าหมาย ฉินเฟิงเรียกเมฆครามออกมา ขับมันเดินทางกลับชาตง  

 

 

 

 

 

…  

 

 

 

 

 

ในค่ำคืนเดียวกัน อีกกลุ่มกองกำลังหนึ่งกำลังเคลื่อนไหว  

 

 

 

 

 

เวลานี้ กองกำลังของสามตระกูลผู้ใช้วรยุทธโบราณ กำลังปิดล้อมที่มั่นอื่นๆของตระกูลซง แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจก็คือ แม้จะบุกเข้ามาแล้ว แต่กลับไม่มีการต่อต้านใดๆจากตระกูลซงเลย ปกติเจ้าพวกนี้มักตอบโต้เร็วยิ่งกว่าใคร มักต่อสู้จนหัวชนฝา แต่คนที่คอยต่อต้าน บัดนี้ไม่โผล่มาเลยสักคนเดียว!  

 

 

 

 

 

จนตระกูลหยางไปเค้นถามถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากเชลยศึกตระกูลซงที่จับมาได้ก่อนหน้านี้ เขาถึงได้ทราบความจริง!  

 

 

 

 

 

ตระกูลซงทุกคนจะมีอุปกรณ์พิเศษเป็นของตัวเอง มันสามารถใช้รายงานถึงสัญญาณชีวิตของคนในตระกูลได้ และเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ทายาทสายตรงของตระกูลซง รวมไปถึงรุ่นเยาว์และผู้เฒ่าผู้แก่ ทั้งหมดจบชีวิตลงอย่างไม่คาดฝัน!  

 

 

 

 

 

ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตอยู่เลย!  

 

 

 

 

 

“ใครกันที่ทำแบบนี้?”  

 

 

 

 

 

“ตระกูลฉันยังไม่วางแผนถึงขั้นจะโจมตีฐานใหญ่ตระกูลซง เพราะยังไงซะที่นั่นก็มีเลเวล D ประจำการอยู่ ”  

 

 

 

 

 

“ส่วนฉัน ท่านผู้นำตระกูลก็ยังไม่ได้กลับมา ถ้าให้บุกตอนนี้คงยาก ทั้งยังอาจเกิดการสูญเสีย และมีโอกาสปล่อยให้ตระกูลซงอาจหลบหนีไป ฉะนั้นไม่ใช่ทางฝั่งฉัน”  

 

 

 

 

 

ทั้งสามให้เหตุผลแก่กันและกัน และต่างเอ่ยปากว่าฝ่ายตนไม่ได้ทำ แต่เมื่อจินตนาการถึงความมั่งคั่งของตระกูลซง ทั้งหมดก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ ขึ้นฮอลศึกบินไปยังฐานใหญ่ของตระกูลซง มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ  

 

 

 

 

 

ทว่าเมื่อมาถึง สิ่งที่พวกเขาพบ กลับเป็นศพมากมายของผู้หญิง คนแก่ และเด็ก  

 

 

 

 

 

“ตายด้วยฝีมือของตระกูลซง ส่วนใหญ่แล้วถูกโจมตีด้วยฝ่ามือละลายโลหิต”  

 

 

 

 

 

“ช่างอำมหิตนัก”  

 

 

 

 

 

“ทุกคนแยกย้ายกันดูเถอะ”  

 

 

 

 

 

ไม่นาน พวกเขาก็ค้นพบสถานที่ๆถูกเพลิงไหม้  

 

 

 

 

 

ช่วงเวลานี้ ในจิตใจของพวกเขา ปรากฏร่างเงาของคนๆหนึ่งขึ้นทันใด  

 

 

 

 

 

“เป็นฉินเฟิง! ที่แท้เรื่องนี้ก็เป็นฝีมือเขา!”  

 

 

 

 

 

คงไม่มีใครอื่นอีก เพราะในปราการชาตง ผู้ใช้อบิลิตี้ไฟมีไม่มากนัก แต่คนที่แกร่งเทียบเท่ากับฉินเฟิง ไม่มีอยู่เลย!  

 

 

 

 

 

ซี๊ด …. ฝูงชนสูดหายใจลึก  

 

 

 

 

 

“เจ้าฉินเฟิง มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว”  

 

 

 

 

 

“หลังจากเก็บกวาดตระกูลซง ให้ติดต่อฉินเฟิงอีกครั้ง แล้วแบ่งปันผลให้ตามที่เขาพอใจ” ตระกูลโหวไม่กล้ามองข้ามฉินเฟิงอีกต่อไป  

 

 

 

 

 

นั่นเพราะ หากฉินเฟิงสามารถทำลายตระกูลซงในวันนี้ได้ พรุ่งนี้ตระกูลโหวก็สามารถดับสูญได้เช่นเดียวกัน  

 

 

 

 

 

ระหว่างที่ทุกคนกำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ฉินเฟิงเพิ่งกลับถึงอพาร์ตเมนต์ในชาตง นอนกอดไป๋หลีผล็อยหลับไป  

 

 

 

 

 

…  

 

 

 

 

 

วันถัดมา ลู่หวันเปาติดต่อกับฉินเฟิง เอ่ยปากว่าเขาต้องการซื้อวัตถุดิบในมือของฉินเฟิง  

 

 

 

 

 

ฉินเฟิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจว่าทำไมเขาถึงรู้เรื่องนี้  

 

 

 

 

 

จากนั้น ทั้งสองก็ตกลงกันว่าจะพบกันที่อพาร์ตเมนต์  

 

 

 

 

 

ลู่วันเปาหอบเงินมามากมาย ทำข้อตกลงกับฉินเฟิงทันที   

 

 

 

 

 

ฉินเฟิงขายสิ่งของที่เขาได้รับจากตระกูลซงให้กับลู่หวันเปา  

 

 

 

 

 

ด้วยการซื้อขายในครั้งนี้ ในที่สุดฉินเฟิงก็สามารถทำลายสถิติเงินในกระเป๋าของตนเอง ครอบครองเม็ดเงินกว่า 300,000 ล้านเหรียญในที่สุด  

 

 

 

 

 

“ผู้จัดการลู่ ไม่ทราบว่ากลุ่มหวันซ่งของคุณ ตอนนี้สามารถระดมเม็ดยากระแสลมปราณได้สักกี่เม็ดกัน?” ฉินเฟิงเอ่ยถาม  

 

 

 

 

 

เม็ดยาก็เหมือนกับสัตว์ร้าย มันมีระดับเป็นของตนเอง และเม็ดยากระแสลมปราณ อยู่ในระดับเดียวกับราชันย์สัตว์ร้าย  

 

 

 

 

 

วัตถุดินี้ค่อนข้างขาดแคลน ต้องกลั่นในเตาหลอมขนาดเล็ก ปกติแล้วมักจะขายทีละชิ้นในห้องประมูล เม็ดหนึ่งมีค่าราวๆ 2,000 ล้านเหรียญ  

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด