A Record of a Mortal s Journey to Immortality คัมภีร์วิถีเซียน 1379

Now you are reading A Record of a Mortal s Journey to Immortality คัมภีร์วิถีเซียน Chapter 1379 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.
ภารกิจสำเร็จ

 

 

 

“ส่วนสาเหตุที่พวกเจ้าถูกดักซุ่ม ก็เพราะว่าชนชั้นสูงของเผ่าพฤกษาเปลี่ยนอาณาเขตการตรวจตราของต้นตาข่ายนิทราที่อยู่ตรงขอบของป่า เกรงว่าตั้งแต่ที่นายหญิงน้อยเข้ามาในป่าก็ถูกต้นไม้เหล่านี้พบเข้าแล้ว โชคดีที่ชนชั้นสูงของเผ่าพฤกษาไม่ได้ให้ความสำคัญกับป่าใบดำนัก จึงส่งแค่พฤกษาวิญญาณที่มีระดับต่ำกว่าขั้นเงินมาดูแลเท่านั้น มิเช่นนั้นหากเป็นป่าเถื่อน ถึงแม้ว่าข้าจะคอยรับมืออยู่ข้างใน พวกเจ้าหนีออกมาได้ยากแน่” หญิงสาวเอ่ยอย่างระมัดระวัง

 

 

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนั้นนี่เอง! พี่หญิงฉู่ พันกว่าปีที่ผ่านมากนี้ต้องรบกวนพี่แล้ว” หญิงสาวชักสีหน้า แล้วเอ่ยอย่างเชื่องช้า

 

 

“ไม่เป็นไร ข้าเองที่อยู่ในเผ่าพฤกษาก็ไม่ได้เสียเปล่า และได้ความลับของเผ่าพฤกษามาไม่น้อย นับว่ามีผลงานไปมอบให้เผ่า ทว่าตอนนี้ข้าคงถูกเปิดโปงแล้ว ไม่อาจอยู่ในเผ่าพฤกษาได้ต่อ” เยี่ยฉู่กลับมีท่าทีไม่ใส่ใจ

 

 

หานลี่ได้ยินแล้วพลันใจเต้น

 

 

“เมืองเทวะสวรรค์อาจจะมีสงครามปะทุขึ้นในทันที ต่อให้ไม่ปะทุ ผู้นำตระกูลก็เตรียมจะเรียกพี่หญิงกลับไปอยู่แล้ว จากพลังยุทธ์ของพี่หญิงในครานี้ แอบอยู่ในเผ่าพฤกษาต่อก็ดูจะไม่เหมาะสม” หญิงสาวชุดขาวหัวเราะน้อยๆ ออกมา

 

 

แต่การหัวเราะครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะกระทบกับอาการบาดเจ็บภายในของหญิงสาวผู้นี้ นางกระแอมไอออกมาเบาๆ ทันที สีหน้าซีดขาวขึ้นอีกหลายส่วน

 

 

“นายหญิงน้อยเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ เช่นนั้นกิน ‘ยาลูกกลอนหงส์วิญญาณ’ อีกสักเม็ดเถิด?” เยี่ยฉู่เห็นอาหารของหญิงสาว พลันเอ่ยแนะนำด้วยสีหน้าตึงเครียด

 

 

“ไม่ต้อง! ยาลูกกลอนหงส์วิญญาณเหลือไม่มากแล้ว ข้าจะเก็บเอาไว้ใช้กับเรื่องที่มีประโยชน์” หญิงสาวกลับสั่นศีรษะ

 

 

“เหตุใดแม่หญิงเยี่ยถึงบาดเจ็บหนักขนาดนี้หรือ?” หานลี่แววตาเปล่งประกาย

 

 

“ถูกเผ่าพฤกษาวิญญาณระดับเงินโจมตี เจ้าคิดว่าจะเจ็บหรือไม่?” หญิงสาวชุดขาวเบะปากให้หานลี่ ท่าทางไม่สบอารมณ์

 

 

“หากเป็นอาการบาดเจ็บภายในทั่วๆ ไป ข้าน้อยก็มียารักษาอยู่สองสามชนิด บางทีอาจจะมีประโยชน์ต่ออาการบาดเจ็บของสหาย” หานลี่เอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ สะบัดแขนเสื้อ โยนขวดยาลูกกลอนสองสามขวดไป

 

 

หญิงสาวชุดขาวเลิกคิ้วงาม มือหนึ่งตะปบออกไปกลางอากาศ ดูดขวดยาเข้ามาในมือ เปิดฝาออกเอามาจรดที่ปลายจมูก

 

 

“‘ยาลูกกลอนเห็ดอัศจรรย์’ ‘ยาลูกกลอนร้อยปราชญ์’ ‘วารีย้อนวิญญาณ’…พี่หานช่างใจกว้างนัก คิดไม่ถึงว่าจะมียาที่มีผลในการรักษาอาการบาดเจ็บที่มหัศจรรย์เช่นนี้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น น้องหญิงก็ไม่เกรงใจแล้ว” หญิงสาวดูเหมือนว่าจะมีความรู้ในเรื่องยาวิเศษไม่น้อย ชั่วพริบตาก็เอ่ยชื่อของยาสมุนไพรออกมา สีหน้าตกตะลึง

 

 

จากฐานะของหญิงสาวผู้นี้แน่นอนว่าต้องยาลูกกลอนเหล่านี้อย่างครบครันอยู่แล้ว แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเทพแปลงคนหนึ่งหยิบออกมาจำนวนมากได้ภายในครั้งเดียว แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อไปหน่อย

 

 

หลังจากที่หญิงสาวกะพริบดวงตาคู่งามปริบๆ แล้ว ก็รับขวดยาลงไปอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด และกินยาลงไปสองสามเม็ดด้วยท่าทีเชื่อใจหานลี่

 

 

หานลี่รู้สึกนับถือการตัดสินใจของสตรีผู้นี้อยู่หลายส่วน

 

 

แน่นอนว่าแปดเก้าส่วนคงเป็นเพราะสตรีผู้นี้มีเคล็ดวิชาลับอะไร จึงไม่กลัวว่าในยาลูกกลอนจะมีอะไรผสมอยู่

 

 

“ใช่แล้ว พี่หานหาน้องหญิงพบได้อย่างไร? หากดูไม่ผิดยันต์อำพรางกายเมื่อครู่คือยันต์ลูกอ๊อดสีเงินสินะ ไม่ทราบว่ามีชื่อเรียกว่าอะไรหรือ? ยันต์ลูกอ๊อดสีเงินชั้นสูงเช่นนี้ น้องหญิงเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก” หลังจากที่หญิงสาวกินยาลูกกลอนลงไป สีหน้าก็ดีขึ้นเป็นอย่างมาก แต่เมื่อกลอกตาไปมา ฉับพลันนั้นพลันเอ่ยปากถามถึงยันต์ชำระพิสุทธิ์

 

 

“ข้าน้อยมีประสบการณ์ในการสะกดรอยอยู่เล็กน้อย ส่วนยันต์ชำระพิสุทธิ์นั้น ข้าน้อยได้มาด้วยความบังเอิญ มีประสิทธิภาพด้านการอำพรางที่น่าอัศจรรย์ แม่หญิงเยี่ยมองออกได้ในปราดเดียว ก็ทำให้ข้าน้อยตกตะลึงแล้ว ไม่ทราบว่าสหายมองออกได้อย่างไร อานุภาพของยันต์ชนิดนี้แม้แต่ผู้บำเพ็ญ เพียรระดับหลอมสุญตาก็ยังไม่อาจมองออกได้” หานลี่หัวเราะน้อยๆ ออกมา แล้วกลับย้อนถาม

 

 

“เคล็ดวิชาที่น้องหญิงฝึกฝน มีประสิทธิภาพในเรื่องการมองทะลุผ่านการอำพรางตน มองยันต์ของสหายหานออกก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พี่หานไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”​หญิงสาวเม้มปาก ดูเหมือนว่าเอ่ยอย่างทีเล่นทีจริง

 

 

หานลี่ได้ฟัง แน่นอนว่าก็ทำได้เพียงหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา

 

 

ถึงแม้จะรู้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายเป็นคำลวง แต่ก็ไม่อาจสักถามอะไรต่อได้เช่นกัน

 

 

“ข้าไม่เป็นไรแล้ว! พี่หญิงฉู่ฉี่ ข้อมูลของเผ่าพฤกษา เจ้าน่าจะเอามาด้วยสินะ ถือโอกาสที่ไม่เป็นไร รีบนำคัมภีร์ไปให้เมืองเทวะสวรรค์เถิด จะได้ไม่เกิดอะไรขึ้นอีก” หญิงสาวเอ่ยกับเยี่ยฉู่

 

 

“เจ้าค่ะ นายหญิงน้อย”​ หญิงสาวผิวสีเขียวได้ฟังก็ตอบรับในทันที

 

 

หานลี่มีสีหน้าราบเรียบ แต่ในใจพลันรู้สึกดีอกดีใจยกใหญ่

 

 

ครานี้หญิงสาวชุดขาวได้ควักจานอาคมสีเงินออกมาจากย่ามเก็บของ หญิงสาวผิวสีเขียวกลับอ้าปากออก คัมภีร์สีเขียวมรกตพุ่งออกมาจากริมฝีปากบางๆ ของนาง

 

 

จานอาคมนั้นหานลี่ก็มีอยู่จานหนึ่ง สามารถส่งของเล็กๆ กลับไปยังเมืองเทวะสวรรค์ได้หนึ่งครั้ง หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ จานอาคมก็จะพังทลายใช้ไม่ได้อีก

 

 

ในเมื่อตอนนี้หญิงสาวใช้จานอาคมส่งตัวของตนเอง แน่นอนว่าหานลี่ก็ยังไงก็ได้อยู่แล้ว ว่ากันว่าอาวุธชิ้นนี้เป็นสิ่งที่เหล่าปรมาจารย์ด้านการหลอมยุทธภัณฑ์ของเมืองเทวะสวรรค์เพิ่งคิดค้นขึ้นได้ไม่นาน มิเช่นนั้นหงส์พฤกษาครึ่งปีศาจตัวนี้มีสักชิ้น ก็ไม่จำเป็นต้องให้หานลี่และพวกวิ่งมาถึงที่นี่แล้ว

 

 

หญิงสาวชูมือขึ้นร่ายอาคมสีขาวสายหนึ่งไปทางจานอาคม ชั่วขณะนั้นลำแสงสีขาวพลันเปล่งแสงสว่างวาบบนจานอาคม

 

 

โยนจานอาคมออกไปเบื้องหน้า ชั่วครู่ก็กลายเป็นเขตอาคมลำแสงสีขาวนวลขนาดสองสามฉื่อ หมุนติ้วๆ อยู่กลางอากาศไม่หยุด และเปล่งเสียงร้องคำรามต่ำๆ ออกมา

 

 

“รีบหน่อย ถึงแม้ว่าจะเป็นเขตอาคมส่งตัวขนาดเล็ก แต่ก็อาจจะดึงดูดคนของเผ่าพฤกษาได้” หญิงสาวเอ่ยอย่างรีบร้อน

 

 

เยี่ยฉู่เองก็รู้เหตุผลนี้ โยนคัมภีร์ในมือออกไปอย่างไม่ต้องคิด ชั่วขณะนั้นของสิ่งนั้นก็ร่อนลงในเขตอาคมลำแสง แล้วลอยขึ้นจากกลางอากาศ

 

 

หญิงสาวมีสีหน้าเคร่งขรึมพลางร่ายอาคมอีกครั้ง

 

 

ในเขตอาคมมีอักขระสีเงินปรากฏขึ้น หลังจากหมุนวนรอบหนึ่ง คัมภีร์พลันหายไปพร้อมเสียงร้อง

 

 

จากนั้นลำแสงก็หายวับตามไปในพริบตา เผยจานอาคมสีเงินดังเดิมออกมา

 

 

แต่ครานี้อักขระบนจานอาคมไม่เพียงจะพังทลายกลางอากาศ จานอาคมทั้งจานยังเป็นรอยแตกเต็มไปหมด ไม่อาจใช้การได้อีก

 

 

หานลี่กลับรู้สึกดีใจ มือหนึ่งพลิกฝ่ามือ ในมือมียันต์หยกสีเขียวก้อนหนึ่งปรากฏขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปยังมันอย่างไม่วางตา

 

 

ก่อนออกเดินทาง ชนชั้นสูงของเผ่าเทวะสวรรค์ได้มอบยันต์หมื่นลี้ให้ไว้ครึ่งก้อน!

 

 

หญิงสาวเห็นเช่นนั้นพลันฉีกยิ้ม หลังจากเก็บจานอาคมพังๆ ลงไปแล้ว ก็หยิบยันต์หมื่นลี้อีกก้อนหนึ่งออกมา ดวงตาสดใสดุจสายธารจับจ้องไป

 

 

เยี่ยฉู่กลับไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา แค่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

 

ครานี้ทั้งสามคนต่างเงียบกริบ ที่นั่นพลันตกอยู่ในความเงียบสงัด

 

 

หลังจากผ่านไปเป็นเวลาหนึ่งกาน้ำชา ยันต์หมื่นลี้ในมือของหานลี่และหญิงสาวพลันเปล่งแสงสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน ต่างมีอักษรเป็นกลุ่มๆ ปรากฏขึ้น

 

 

หานลี่พลันใจเต้นระรัว จดจำอักษรบนยันต์หยกทุกตัวเอาไว้ให้ขึ้นใจ

 

 

เมื่ออักษรที่หนาแน่นแทบจะเรียงตัวไปทั้งยันต์หยกแล้ว ลำแสงสีขาวพลันหม่นแสงลง ยันต์หยกหม่นแสงลงอีกครั้ง

 

 

หานลี่ในครานี้กลับมีสีหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม

 

 

ของที่เมืองเทวะสวรรค์ส่งมา คือวิธีการทำลายเขตอาคมบนขวดยากำจัดสิ่งโสมดังคาด เหมือนกับที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้าไม่มีผิดเพี้ยน ดูแล้วในเมืองคงจะยอมรับว่าพวกเขาทำภารกิจสำเร็จแล้ว ในที่สุดก็เขาก็กลับมาเป็นอิสระแล้ว

 

 

ด้วยความตื่นเต้นดีใจ หานลี่กวาดสายตาไปทางหญิงสาวชุดขาวที่อยู่บนก้อนหินยักษ์

 

 

เห็นเพียงหญิงสาวผู้นี้ยังคงจ้องยันต์หมื่นลี้ในมือเขม็ง ดูเหมือนว่าจะยังอ่านไม่จบ แต่มุมปากของหญิงสาวผู้นี้พลันหยักขึ้น เห็นได้ชัดว่าพึงพอใจในเนื้อหาบนยันต์หยกเป็นพิเศษ

 

 

หานลี่พลันใจเต้น

 

 

หญิงสาวผู้นี้ไม่มีทางต้องการยากำจัดสิ่งโสม ไม่รู้ว่าผู้บำเพ็ญเพียรชนชั้นสูงของเมืองเทวะสวรรค์ตกลงอะไรกับนางไว้ ถึงทำให้นางยอมเสี่ยงอันตรายขนาดนี้

 

 

“เป็นอย่างไรบ้าง พี่หานเองก็ได้ของที่อยากได้มาแล้วสินะ” ในที่สุดหญิงสาวก็อ่านเนื้อหาในยันต์หยกเสร็จ หลังจากเก็บของในมือแล้ว ก็เอ่ยกับหานลี่พร้อมกับหัวเราะคิกคัก

 

 

“ใช่แล้ว ได้ของที่อยากได้มาแล้ว” หานลี่ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มจางๆ

 

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็รีบออกจากที่นี่กันเถิด ต่อให้สหายมีแผนการอื่น แต่ก็คงไม่อยากอยู่ในอาณาเขตของเผ่าพฤกษาสินะ” หญิงสาวเอ่ยกับหานลี่อย่างมีเลศนัย

 

 

หานลี่พลันตกตะลึง หลังจากที่มองไปหญิงสาวด้วยความลังเลพักหนึ่ง ถึงได้พยักหน้าอย่างเชื่องช้า

 

 

หญิงสาวเห็นหานลี่ตอบตกลง ก็ดูเหมือนว่าจะพอใจมาก แล้วออกคำสั่งกับหญิงสาวผิวสีเขียวที่อยู่ด้านข้าง

 

 

หญิงสาวผิวสีเขียวพลันตอบรับ ชูมือขึ้นปล่อยสมบัติออกมา

 

 

เมื่อของสิ่งนี้ปรากฏขึ้น คิดไม่ถึงว่าจะเป็นหุ่นเชิดวิหคไม้สีเหลืองขนาดสองสามฉื่อตัวหนึ่ง

 

 

ภายใต้การร่ายอาคมกระตุ้นของหญิงสาว วิหคหกไม้พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ในเวลาเดียวกันร่างกายก็ขยายใหญ่ขึ้นท่ามกลางลำแสงที่เจิดจ้า ชั่วพริบตาก็มีขนาดยักษ์ประมาณสิบจั้งเศษ

 

 

ดูแล้วมีชีวิตชีวาเสมือนจริง ดุจม้าพันธุ์ดี

 

 

หญิงสาวและเยี่ยฉู่บินขึ้นไปบนนั้นโดยไม่พูดอะไร หานลี่ลังเลเล็กน้อยและพุ่งขึ้นไปบนนั้นเช่นกัน

 

 

เยี่ยฉู่ผิวปากออกคำสั่ง วิหคไม้ยักษ์สยายปีกออก ชั่วพริบตาก็กลายเป็นลำแสงสีเหลืองกลุ่มหนึ่งพุ่งออกไป

 

 

ตั้งแต่ที่หานลี่พบกับหญิงสาวทั้งสองจนทำภารกิจเสร็จสิ้นและออกจากที่นี่อีกครั้ง หานลี่และหญิงสาวชุดขาวกลับไม่เคยเอ่ยถึงหล่งตงและเสี่ยวหงเลย ราวกับว่าทั้งสองไม่เคยมีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น

 

 

หลังจากที่วิหคไม้ออกจากที่นี่ได้ครึ่งวัน สายรุ้งสีเงินสายหนึ่งพลันพุ่งมาจากขอบฟ้า

 

 

หลังจากหมุนวนโคจรสองสามรอบก็เปล่งแสงสว่างวาบและพุ่งแหวกอากาศออกไปเช่นกัน แต่ดูจากทิศทางที่จากไปแล้วนั่นก็คือทิศทางที่วิหคไม้บินไป

 

 

หนึ่งเดือนต่อมาลำแสงสีเหลืองกลุ่มหนึ่งบินแฉลบผ่านพื้นที่โล่งกว้างไป นั่นก็คือวิหคไม้ที่หานลี่และพวกโดยสารอยู่

 

 

ตั้งแต่ที่พวกเขาออกเดินทางในวันนั้น เยี่ยฉู่ก็ขับเคลื่อนวิหคไม้เต็มอัตรามุ่ง ไปข้างหน้าด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ไม่กล้าหยุดยั้งรอระหว่างทางเลยสักนิด

 

 

เช่นนั้นพวกเขาถึงได้มาถึงที่นี่ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เบื้องหน้าไม่ไกลนักคือทางเข้าเส้นทางสวรรค์

 

 

หานลี่และหญิงสาวทั้งสองอดที่จะรู้สึกผ่อนคลายไม่ได้

 

 

และในตอนนั้นเองเบื้องหน้าพลันมีพายุหมุนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ทันใดนั้นเมฆครึ้มพลันทอดตัวไปทั่ว เสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นระยะๆ ท้องฟ้าเปลี่ยนสีเป็นมืดครึ้มอย่างหาที่เปรียบ เมฆสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกหมุนวนเป็นเกลียว ปกคลุมไปเกือบครึ่งท้องฟ้า ท่ามกลางเสียงอึกทึกมีเสียงร้องคำรามทุ้มต่ำดังขึ้นรางๆ

 

 

เสียงคำรามนั้นไม่ดังมากนักแต่ทุ้มต่ำเป็นพิเศษ และเต็มไปด้วยความน่ายำเกรงที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก หญิงสาวชุดขาวและหญิงสาวผิวสีเขียวได้ยินเสียงคำรามนี้พลันหน้าเปลี่ยนสี

 

 

“นี่คือ… ” ม่านตาของหานลี่หดเล็กลง ใบหน้าเผยสีหน้าลังเลออกมา

 

 

 และในตอนนั้นเองกลางเมฆครึ้มมีประจุไฟฟ้าสีเงินขนาดยักษ์ประมาณสองสามสายฟาดลงมา ทันใดนั้นท่ามกลางเสียงดังสนั่นมีหัวขนาดยักษ์ราวกับภูเขายื่นออกมาจากเมฆหมอก ดวงตาสีทองอ่อนทั้งสองเปล่งประกาย จ้องเขม็งมายังเหล่าวิหคไม้ที่อยู่ไกลออกไป

 

 

ท่ามกลางสายตาถมึงทึงหานลี่รู้สึกเพียงว่าแผ่นหลังเย็นวาบ ชั่วพริบตาก็แผ่ไปทั่วเรือนร่าง ครานั้นร่างกายไม่อาจขยับตัวได้เลยแม้เพียงนิด

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด