Advent of the Archmage 368: ผู้คนนับล้าน

Now you are reading Advent of the Archmage Chapter 368: ผู้คนนับล้าน at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

Chapter 368: ผู้คนนับล้าน

 

“รายงาน รายงาน! เรือเหาะกําลังจะตก!”

 

เสียงร้องโวยวายระเบิดขึ้นกลางอากาศในขณะที่เรือเหาะลําสุดท้ายบนท้องฟ้าปล่อยควันสีม่วงออกมา, และกําลังจะโหม่งพื้น มันกระแทกเข้ากับพื้นหญ้าข้างนอกป้อมโอริด้า

 

ตูม! หลังจากนั้นในทันที, คริสตัลเวทมนตร์ที่เป็นพลังงานของเรือเหาะก็ระเบิด, ทําให้เกิดหมอกควันสีม่วงเข้มรัศมีกว้าง 90 ฟุตลอยขึ้นมาจากซากปรักหักพัง

 

ปีศาจปีกโหยหวนประมาณสิบตัวหรือมากกว่านั้นที่กําลังบินออกไปจากซากปรักหักพังถูกปกคลุมด้วยควันในทันที และพากันล้มตาย

 

พอมองไปรอบๆ, ศพของกองทัพแห่งความมืดนั้นมีจํานวนอย่างน้อยหนึ่งพันศพ อย่างไรก็ตาม, นั่นก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆในกองกําลังแห่งความมืด ที่ทางเข้าป้อม, กองทัพแห่งความมืดเป็นเหมือนกับกระแสน้ําสีดํา, ที่กําลังหลั่งไหลไปที่ป้อม

 

มีคนอยู่ 30,000 คนประจําอยู่ที่กําแพงชั้นแรก ในตอนนี้เหลือแค่ 8,000 ชีวิตเท่านั้น คนที่เหลือได้ตายไปในการต่อสู้

 

“ธนู!”

 

“ยิง!”

 

“สะกัดกั้นพวกมันเอาไว้! ยิงไอพวกปีศาจปีกโหยหวนลงมา!”

 

จากกําแพงชั้นที่สอง, เหล่านายกองได้ตะโกนสั่งอย่างต่อเนื่อง, ทําให้สนามรบวุ่นวายมากๆ ทุกคนที่สามารถต่อสู้ได้กําลังสู้อยู่

 

ในฐานะที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพแห่งแสง, ดยุคอาเบลควบคุมทิศทางการต่อสู้ไม่ได้อีกแล้ว

 

ตูม! ฟูว, เกร้ง, เกร้ง!

 

เวทมนตร์ระเบิดอย่างต่อเนื่อง กําแพงที่สองเองก็ได้รับการป้องกันด้วยปืนใหญ่เวทมนตร์พร้อมทั้งมีแบทเทิลเมจประจําการอยู่บางส่วน มีเวทมนตร์มากมายกระจายลงมายังสนามรบเหมือนกับห่าฝน

 

บางส่วนก็ได้ผล, แต่ที่เหลือนั้นทําได้แค่ถากผิวของปีศาจกับกลู, มันไม่ได้สร้างบาดแผลร้ายแรงเลย แม้ว่าอุปกรณ์ระดับพระเจ้าจะหายไปแล้ว แต่กลูก็ยังแข็งแกร่งมากอยู่ดี พลังชีวิตของพวกมันนั้นสูงมาก, และจนถึงตอนนี้ ก็ยังมีเหลืออยู่ถึง 20,000 ตัว

 

ในส่วนของปีศาจระดับสูงเอง, พวกมันยังเหลืออยู่ 300 ตัว, จากตอนแรก 500 ตัว พวกมันทุกตัวมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยเลเวล 7 พวกมันป่วนไปทั่วทั้งสนามรบ, และไม่มีใครสามารถหยุดพวกมันได้

 

ตูม, ตูม, ตูม!

 

ปีศาจเพลิงโฟดอร์กําลังโจมตีป้อม กําแพงเวทมนตร์ที่หนาเกินหนึ่งฟุตค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างอย่างช้าๆ 

 

ก๊าซซ! ปีศาจปีกโหยหวนบินโฉบจากท้องฟ้าเข้ามาในป้อมปราการ, พวกมันส่งเสียงร้องและแกว่งดาบใหญ่ที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงปีศาจสีดํา เมื่อไหร่ก็ตามที่มันออกมา, ไม่มีใครสามารถป้องกันได้

 

แต่ก็ยังถือว่ามีโชคอยู่ เพราะการต่อสู้กับเรือเหาะยับบ้า ก่อนหน้านี้, ปีศาจปีกโหยหวนจึงเหลืออยู่ไม่มากนัก พวกมันเหลือแค่สิบตัวเท่านั้น ถ้ามีมากกว่านี้, การต่อสู้นี้ก็คงจะชนะหวังอย่างแท้จริง

 

“ยิง! ยิงพวกมันลงมา!”

 

การเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของปีศาจปีกโหยหวนนั้น, วิธีเดียวที่จะจัดการพวกมันได้ก็คือการใช้ปืนใหญ่มังกรและนักแม่นปืนยับบ้าโจมตีจากที่ไกลๆ

 

ซึ่งมันก็ได้ผลอยู่บ้าง แต่โชคร้ายที่, ปีศาจแข็งแกร่งเกินไป โดยเฉพาะพวกปีศาจที่มีตัวยาวเกินกว่า 9 ฟุต, ปีกของพวกมันนั้นแข็งมากและสามารถใช้แทนโล่ได้ แม้ว่าพวกมันจะถูกโจมตีจากที่ไกลๆ, พวกมันก็คงจะไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก

 

ปีศาจปีกโหยหวนจัดการเคลียร์พื้นที่บนกําแพงป้อมอย่างรวดเร็ว และช่วยให้พวกกลูและปีศาจที่อยู่ข้างล่างปืนขึ้นมาหาที่มั่นของตัวเองได้

 

กองทัพแห่งแสงสูญเสียความได้เปรียบในการต่อสู้ไปอย่างรวดเร็ว และที่แย่ยิ่งกว่านั้น, ความเสียหายระหว่างกองทัพแสงสว่างและความมืดนั้นแทบจะพอๆกัน อย่างไรก็ตาม, ในการต่อสู้ป้องกันนี้ เมื่อรวมพวกยับบ้ากับคนแคระไปด้วยแล้ว, กองทัพมีทั้งหมดแค่ 80,000 คนเท่านั้น

 

ในขณะที่, กองทัพแห่งความมืดนั้นมีเอลฟ์ 80,000 คน ปีศาจระดับสูงกว่า 500 ตัวและปีศาจระดับต่ำจพนวนนับไม่ถ้วนกว่า 90,000 ตัว ซึ่งแทบจะมีขนาดเป็นสองเท่าของกองทัพแห่งแสง, และนอกจากนี้ พวกมันก็แข็งแกร่งกว่าด้วย

 

ถ้าอัตราความสูญเสียยังคงอยู่ในสภาพนี้, กองทัพแห่งแสงก็จะถูกกําจัดในที่สุด และส่งมอบชัยชนะให้กับกองทัพแห่งความมืด ป้อมโอริด้าจะถูกตีแตกในเร็วๆนี้

 

ในหอคอยเล็กๆที่อยู่ข้างหลังกําแพง, ดยุคอาเบลและราชาคนแคระริเอลได้มารวมตัวกัน ในส่วนของผู้บัญชาการเรือเหาะยับบ้านั้น, เขาได้ตายไปนานแล้ว ไม่จําเป็นต้องพูดถึงไฮเอลฟ์นักเวทย์ พวกเขาต่างก็พากันสลบไสลและคงไม่สามารถทําอะไรได้ไปสักพัก

 

ราชาคนแคระริเอลตรวจสอบจากด้านบนสุดของกําแพงเมือง, ดวงตาของเขาแดงก่ำ, ในความคิดของเขา, มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นก่อนที่กําแพงที่สองจะถูกฝาเข้ามาได้

 

“อ้ากก! ฆ่าพวกมันซะ!”

 

“ช่วยพวกเราด้วย!”

 

มีเสียงการต่อสู้ทุกรูปแบบลอยมายังหอคอย, ราชาคนแคระริเอลถอนหายใจออกมาอย่างช้าๆ เขาพูด “ท่านดยุค, ข้าทนนั่งเฉยๆต่อไปไม่ไหวแล้ว ข้าจะออกไปต่อสู้!”

 

เขาเป็นนักรบเลเวล 7 และอยู่ในสิบอันดับนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของคนแคระ อาวุธของเขานั้นคือขวานสงครามคู่ โดยไม่รอการตอบกลับของดยุคอาเบล, เขาก็วิ่งออกไปจากหอคอย, แล้วตะโกนด้วยความเดือดดาล “นักรบของข้า! ค้อนเทพริเอลมาแล้ว!”

 

ในขณะที่เขาตะโกน, เขาก็วิ่งไปหาปีศาจปีกโหยหวนตัวนึง ค้อนของเขาเปล่งแสงสีเหลืองออกมาในขณะที่เขาอัดมันใส่ปีศาจ

 

แม้ว่าคนแคระจะเป็นเผ่าตัวเล็ก, แต่ร่างกายของพวกเขาก็แข็งแกร่ง, และพลังชีวิตของพวกเขาก็เหลือล้น ไม่เพียงแค่นั้น, พวกเขายังมีพละกําลังมหาศาลด้วย ราชาคนแคระริเอลเอี้ยวตัวหลบการสบัดปีกของปีศาจปีกโหยหวนและเข้าไปอยู่ข้างหน้าปีศาจในทันที จากนั้นเขาก็เหวี่ยงค้อนไปที่ กระดูกหัวเข่าของปีศาจ

 

ผัวะ! ขาของปีศาจทรุด, และมันก็ร่วงลงมาที่พื้น,

 

ราชาคนแคระริเอลวิ่งไปหาร่างของปีศาจ, พร้อมกับเหวี่ยงค้อนของเขา ค้อนกระหน่ำใส่หัวของปีศาจเหมือนกับห่าฝน, และภายในสามวินาที, หัวของปีศาจก็ถูกทุบจนแบน

 

เขาวิ่งไปหาปีศาจปีกโหยหวนตัวอื่นในทันที ครั้งนี้, เขาเจอกับปีศาจเลเวล 8

 

ฝ่ายตรงข้ามของเขานั้นรวดเร็วและมีการรับรู้ที่ดี มันสะบัดปีก, แล้วพัดนักรบมนุษย์ที่อยู่รอบๆกระเด็นไป 10 คน จากนั้นมันก็เอาดาบออกมาปัดลูกธนูบาริสต้าที่พุ่งเข้ามาจากนั้น, มันก็หันมาเผชิญหน้ากับราชาคนแคระริเอล, มันพุ่งเข้ามาแล้วเหวี่ยงดาบ

 

“ตายซะ, ไอ้คนแคระ!”

 

แม้ว่ามันจะยังไม่ถึงตัวราชาคนแคระ, แต่แรงลมจากการโจมตีของมันก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับราชาคนแคระริเอลแล้ว, ริเอลไม่สามารถลืมตาได้ คลื่นพลังปีศาจหนาแน่น ทําให้เขารู้สึกอึดอัด การต่อกรกับความเร็วและความแข็งแกร่งนี้, ราชาคนแคระริเอลไม่มีทางป้องกันหรือหลบ ได้เลย

 

นี่มันอะไรกัน? ราชาคนแคระริเอลลูบจมูกของเขา เขาไม่ได้พยายามหลบเลยด้วยซ้ำ แต่กลับวิ่งไปข้างหน้า, แล้วส่งเสียงดังลั่น “มาตายด้วยกันเถอะ!”

 

อย่างไรก็ตาม, เขาดูถูกความแข็งแกร่งของปีศาจเลเวล 8 มากเกินไป ด้วยคลื่นจากดาบของมันแค่ครั้งเดียว, ปีศาจก็ตัดเส้นทางของราชาคนแคระริเอลได้แล้ว จากนั้น, ด้วยคลื่นที่สอง, ดาบก็ฟันตรงต่อไปทางริเอล

 

“ตายด้วยกันหรอ? กําลังฝันอยู่รึไง!” ปีศาจหัวเราะ

 

ดาบของปีศาจยาวหกฟุต, กว้างสิบนิ้ว, และมันก็อาบด้วยเพลิงปีศาจสีดํา การถูกมันฟันนั้นคงส่งผลให้กลายเป็นเศษเนื้ออย่างไม่ต้องสงสัย

 

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดจบสินะ ราชาคนแคระริเอลถอนหายใจ สุดท้ายแล้ว, ทั้งหมดที่เขาทําได้ก็คือการยกค้อนขึ้นมาป้องกันข้างหน้าเขา

 

เปรี้ยง! ทันใดนั้นเองราชาคนแคระริเอลก็เห็นแสงวาบที่หางตาของเขา หลังจากนั้นในทันที, ริ้วสายฟ้าก็โจมตีใส่ปีศาจปีกโหยหวน

 

ไฟฟ้านั้นน่ากลัวมาก, และมันก็ทําให้ปีศาจเป็นอัมพาตในทันที

 

กําลังเสริมหรอ? หัวใจของราชาคนแคระริเอลจุดประกายความหวังขึ้นมาอย่างกระทันหัน เขาหันไปมองแล้วเห็นนักรบมนุษย์ในชุดต่อสู้สีขาวเงิน เขาถือดาบมือเดียวซึ่งอาบไปด้วยสายฟ้าและกําลังวิ่งเข้ามา

 

“นักดาบรุ่งอรุณคาร์โนส!” ราชาคนแคระริเอลจําคนๆนี้ ได้ในทันที

 

คาร์โนสเองก็จําเขาได้ เขาหัวเราะ “ท่านผู้บัญชาการ, ปล่อยปีศาจตัวนี้ให้ข้าจัดการเอง!”

 

ในขณะที่หัวเราะ, คาร์โนสก็พุ่งไปข้างหน้า, แล้วไปปรากฏตัวที่ข้างๆปีศาจเลเวล 8

 

เปรี้ยง เกิดประกายสายฟ้าขึ้น, และปีศาจที่เพิ่งฟื้นจากอาการชาก็ถูกทําให้เป็นอัมพาตอีกครั้ง คาร์โนสเหวี่ยงดาบออกไป, ตัดขาของปีศาจ

 

ปีศาจเสียสมดุลแล้วคุกเข่ากับพื้น, เผยให้เห็นคอของมัน จากนั้นคาร์โนสก็เหวี่ยงดาบยาวของเขา, แล้วตัดหัวปีศาจ

 

เขาไม่ได้หยุดหลังจากที่สังหารปีศาจตัวนี้แล้ว แต่เขากลับมองหาปีศาจตัวอื่นบนกําแพงป้อมในทันที

 

ราชาคนแคระมองไปที่เขา, พร้อมกับอ้าปากค้าง “นักดาบรุ่งอรุณสินะ ช่างแข็งแกร่งจริงๆ!”

 

คาร์โนสเป็นคนแรกที่มาถึงสนามรบ ถัดจากเขาก็คือนานะ, ตามมาด้วยนักรบโล่ขาวเงิน 2,000 คนที่มีหน้าที่ในการคุ้มการลิงค์และรูปแบบเวทมนตร์

 

นักรบทุกคนที่ว่านี้ต่างก็เป็นพวกระดับสูงของอาณาจักร, และการเพิ่มพวกเขาเข้ามาในสนามรบก็ทําให้กระแสการต่อสู้เกิดความระส่ำระส่าย

 

นานะไม่ได้ทําการเคลื่อนไหวด้วยความตั้งใจของตัวเอง, แต่มันเป็นเพราะว่าเธอได้รับคําสั่งบางอย่าง, และเธอก็ตามหลังคาร์โนสไปติดๆ, และฆ่าปีศาจที่หนีเขา

 

พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นยอดฝีมือระดับต้นๆ แม้ว่าพวกเขาจะร่วมมือกันเป็นครั้งแรก, แต่หลังจากที่ฆ่าไปศาจไปได้ประมาณสิบตัว, การร่วมมือของพวกเขาก็เริ่มพัฒนาขึ้น ในขณะที่พวกเขาต่อตามเส้นทางไปยังกําแพงป้อม, พวกปีศาจก็พากันล้มตายด้วยฝีดาบของพวกเขาไม่มีใครสามารถขวาง ฝทางพวกเขาได้จากที่ไกลๆ, มันดูเหมือนกับว่าพวกเขากําลังแหวกคลื่น

 

พอนักดาบรุ่งอรุณมาถึง, ทหารชาวมนุษย์ก็มีกํา ลังใจเพิ่มขึ้น ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่บรรยากาศอันน่าสลดเริ่มพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม, นี่ก็เป็นแค่การระเบิดพลังครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตายเท่านั้น

 

พวกที่เข้าใจกระแสสงครามนั้นต่างก็รู้ดีว่าต่อให้เพิ่มคาร์โนสและนักรบโล่ขาวเงินเข้ามาก็ยังทําได้แค่ยื้อเวลาให้กําแพงแตกช้าลงเท่านั้น พวกเขาไม่สามารถพลิกกระแสสงครามได้

 

ในหอคอยหลังป้อมปราการ, ดยุคอาเบลเองก็ตื่นเต้นอย่างไรก็ตาม, หลังจากนั้น, น้ําเสียงอันเยือกเย็นก็ลอยเข้ามาในหูของเขา “ดยุค, หากยังอยู่ในสภาพนี้, พวกเราต้องแพ้แน่ๆ”

 

ดยุคหันกลับมาแล้วเห็นลิงค์กําลังเดินเข้ามา

 

ลิงค์ใช้เวลาห้านาที่ในการเดินจากจุดสูงสุดของป้อมมาที่นี่ในเวลาห้านาทีนี้, ลิงค์ฟื้นพลังมังกรกลับมาได้ 3,000 แต้ม พลังมังกรที่อยู่ในร่างเขาเกือบจะเต็มแล้ว, และภายใต้อิทธิพลของพลังมังกรบริสุทธิ์, ความเหนื่อยล้าที่เขาได้รับจากการควบคุมรูปแบบเวทมนตร์เองก็หายไปด้วย

 

ดยุคอาเบลไม่ได้สงสัยคําพูดของลิงค์เลยแม้แต่นิดเดียว อันที่จริง, เขาเองก็รู้แก่ใจดีว่าป้อมปราการแห่งนี้จะถูกตีแตกในที่สุด

 

“แล้วพวกเราควรจะทํายังไงดีครับท่าน?”

 

ลิงค์มีแผนอยู่ในใจแล้ว “พวกเราเหลือทหารแค่ 15,000 คนเท่านั้น ซึ่งคนพวกนี้ต่างก็เป็นเมล็ดพันธุ์อันล้ำค่าในหมู่นักรบของพวกเรา พวกเราต้องลดความสูญเสียลงให้ได้มากที่สุด และที่สําคัญ, คาร์โนส, ราชาคนแคระริเอล, และพวก ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นคนอื่นๆต้องรอด…ตอนนี้, ให้ทุกคนเริ่มถอยเข้ามาในป้อมแล้วทยอยเข้าไปที่หอคอยเวทมนตร์เถอะ”

 

ลิงค์ตัดสินใจที่จะใช้พลังโจมตีหมู่ของดาบเวทมนตร์ราชามังกรพิโรธและทักษะดาบที่เขาพบล่าสุด ด้วยความได้เปรียบทางพื้นที่, เขามั่นใจว่าเขาสามารถปิดกั้นกองทัพดาร์คเอลฟ์ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวได้

 

แน่นอนว่า, เหตุผลที่เขากล้าทําแบบนี้ก็เพราะกองทัพแห่งความมืดไม่มียอดฝีมือที่สามารถสั่นคลอนสนามรบได้ด้วยตัวคนเดียวอีกแล้ว นักเวทย์ระดับสูงทุกคนต่างก็พากันถอยหนี, และไม่มีใครสามารถขัดขวางเขาได้ด้วยพลังมังกรอันไร้ขอบเขตของเขา, จะบอกว่าเขามีพลังงานไม่จํากัดก็ว่าได้

 

ตอนนี้เขาอาจจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสนามรบ!

 

“คือว่าท่าน…” ดยุคอาเบลแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

 

“เชื่อฉันสิ ตอนนี้, กองทัพแห่งความมืดมารวมตัวที่สนามรบกันหมดแล้ว และฉันก็มีเวทมนตร์อยู่เวทย์นึง, มันคือเวทย์อันแข็งแกร่งที่สามารถจัดการพวกมันได้ แต่ถ้าทหารของพวกเรารวมอยู่ในนั้นด้วย, พวกเขาก็จะโดนลูกหลงไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

 

พอมาถึงจุดนี้, ดยุคอาเบลก็ไม่มีข้อโต้แย้งอะไรอีก เขาพูด, “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเราจะเริ่มทําการล่าถอยเดี๋ยวนี้”

 

จากนั้น, เขาก็หันไปหารองผู้บัญชาการ “เป่าแตรส่งสัญญาณถอยซะ”

 

ครึ่งนาทีต่อมา, ว้าวววว, เสียงแตรดังก้องไปทั่วพื้นที่ นี่คือสัญญาณล่าถอย ทหารบนกําแพงไม่รู้ว่ากําลังเกิดอะไรขึ้น, แต่นี่เป็นคําสั่งทางทหาร พวกเขาเริ่มถอยกลับจากกําแพงเมืองในทันที

 

“เร็ว! เร็วเข้า! ถอยเข้าไปในป้อม!” หัวหน้ากองคนนึงตะโกน, บอกเหล่าทหาร

 

ในป่าทมิฬ, ลอนเดลได้กลิ่นบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง “เกิดอะไรขึ้น? ก็เห็นๆอยู่ว่าพวกมันสามารถป้องกันป้อมได้: ทําไมตอนนี้พวกมันถึงถอยหล่ะ?”

 

เด็กสาวผมดําพูดอย่างสงสัย “หรือว่าพวกมันกําลังเตรียมตัวปล่อยเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งออกมาอีก? แต่ว่านักเวทย์ของพวกมันน่าจะหมดสภาพจากการจัดการกับอสรพิษทมิฬแล้วไม่ใช่หรอ?”

 

ในตอนที่นักเวทย์ระดับสูงของสภาซิลเวอร์มูนใช้เวทย์ระดับตํานาน, พวกเขา 100 คนที่เข้าร่วมในเวทย์นี้ต่างก็พากันหมดสภาพ

 

แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีไฮเอลฟ์นักเวทย์ที่มากพรสวรรค์, แต่พวกเขาก็กําลังต่อกรกับอุปกรณ์ระดับพระเจ้า พวกเขาน่าจะต้องใช้พลังไปมากแล้วอย่างแน่นอน ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจะมีพลังพอที่จะปล่อยเวทมนตร์ที่ทรงพลังอีกได้ยังไงกัน?

 

เธอไม่เข้าใจเลย ลอนเดลก็เช่นกัน

 

ลอนเดลพูด “ถ้าพวกมันอยากถอยตอนนี้, นี่ก็คงจะเป็นโอกาสให้พวกเราทะลวงป้อมเข้าไปในคราเดียว!”

 

“ไม่, มีบางอย่างไม่ถูกต้อง พวกเราไม่สามารถโจมตีได้, พวกเราต้องถอยพวกมันต้องมีอุบายบางอย่างแน่ๆ!” เด็กสาวผมดําส่ายหัว เธอสั่งปีศาจปีกโหยหวนตัวนึงที่อยู่ข้างเธอ “ไปส่งคําสั่งของข้า, ให้ทหารทุกนายถอย!”

 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด