Dungeon Defense (WN) 366 สงครามดอกเบญจมาศ ครั้งที่ II (7)

Now you are reading Dungeon Defense (WN) Chapter 366 สงครามดอกเบญจมาศ ครั้งที่ II (7) at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บทที่ 366 – สงครามดอกเบญจมาศ ครั้งที่ II (7)

 

 

 

* * *

 

 

 

กองทัพจักรวรรดิเดินทัพต่อไปไม่หยุด

 

ลอร่าสั่งทหารเดินทัพต่อหลังจากประสบความสำเร็จในการซุ่มโจมตี

 

พาเวียร์นั้นมีกำแพงเมืองล้อมรอบอยู่บนพอสมควร

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า พวกเขามีทหารคอยคุ้มกันอยู่น้อยนิด คงจะราว 400 คนได้

 

ในขณะที่ฝ่ายเรามีทหารถึง  6,000 นาย และยังมีนักเวทย์อยู่ 11 คน

 

ถ้าให้พูดกันตามตรง ศัตรูไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย

 

แถมผู้บัญชาการฝ่ายเราอย่าง ลอร่าเองก็ ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องสงครามการปิดล้อมเสียด้วย

 

อย่างไฮเดลเบิร์กเองก็เป็นเมืองป้อมปราการโดยแท้ ส่วนปารีสเองก็เป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่ของฟรานเคีย ก็ยังพังพาบลงใต้เท้าของลอร่า

สำหรับเธอแล้วพาเวียก็คงเป็นเหมือนของกินเล่นตอนบ่ายๆนั่นแหละ

 

ลอร่าสั่งการไป

 

“เอาหัวเอิร์ลไปแสดงให้พวกนั้นเห็น ”

 

 

ทหารรับจ้างต่างเสียบหัวของศัตรูที่พ่ายแพ้ไว้บนปลายหอกของตน

 

เมื่ออรุณรุ่งมาถึง ทหารที่ป้องกันกำแพงเมืองอยู่นั้นก็ต้องเห็นภาพที่สยดสยองหัวนับพันหัวเสียบอยู่ที่ปลายหอก

 

หัวของเอิร์ลพาเวียก็อยู่ท่ามกลางในหมู่นั้นด้วย

กำลังใจของพวกทหารศัตรูต่ำติดดอนพอล่วงรู้ถึงการตายอันน่าเอน็จอนาถของเจ้านายตน

 

ลอร่าไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอยไป

 

นักเวทย์ทั้งสิบเอ็ดคนต่างระดมยิงเวทย์มนตร์ใส่ประตูพร้อมเพรียงกัน

ประตูพังทลายลงชั่วพริบตาและทหารม้าฝ่ายเราก็พุ่งเข้าอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ ในทันทีที่เสียงแตรลั่น

 

 

ในขณะที่กำลังใจของพวกดิ่งต่ำ แถมประตูเมืองยังพังทลายลงอีก มันทำให้ทหารทั้งหลายหมดแรงใจในการต่อสู้

พวกเขาไม่ยอมป้องกันเมืองตามแผนที่วางไว้แล้วหาทางหนีเอาชีวิตรอดกันเอง

 

ด้วยเหตุนี้ ทหารม้ากว่า  6,000 นายของเราจึงทะลุผ่านตัวเมืองได้อย่างสบายๆไม่ต่างจากทุ่งราบกว้าง

 

ลอร่าออกคำสั่งที่โหดร้าย

 

“อย่าทำร้ายเด็กและคนแก่ ”

 

หากพูดอีกนัยหนึ่ง หากเป็นชายและหญิง อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ

แถมลอร่ายังอนุญาตให้พวกเขาปล้นชิงได้ตามใจปรารถนาอีกด้วย

เธอให้สัจจะกับหัวหน้าหน่วยทั้งหลายแล้วว่า จะไม่ขัดขวางการปล้นของพวกเขา

 

พาเวียจึงกลายเป็นขุมนรก

 

พวกทหารรับจ้างทำอะไรได้ตามใจตามสิทธิ์ของผู้ชนะ

พวกเขาทำลายประตูบ้านของพวกคนรวยและคฤหาสถ์ชนชั้นสูง ทุบหัวข้ารับใช้ หรือแม้แต่ฟันคอผู้ชายที่ขวางทางด้วยขวานในมือ

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกก !”

 

“ไว้-ไว้ชีวิตด้วย ! ปล่อยข้าไปเถอะ !”

 

ทั้งผู้ชาย ทั้งผู้หญิงโดนข่มขืนฆ่าทิ้งไม่มีแบ่งแยก

 

มีแม้กระทั่งกลุ่มที่ฆ่าคนแล้วจุดไฟเผาพวกเพื่อความบันเทิงส่วนตัวด้วย

 

ความมั่งคั่งที่สั่งสมกันมาของชาวเมืองในพาเวีย ไม่สิ น่าจะสั่งสมกันมาหลายต่อหลายรุ่น โดนปล้นชิงไปจนหมด

การที่สูญเสียความมั่งคั่งไปยังนับเป็นเรื่องดีนะ

 

“ประชาชนที่รอดชีวิตก็กลายเป็นทาส ”

 

ลอร่ายิ้มหยันอย่างเย็นชา

 

“ไม่จำเป็นต้องแสดงความเห็นอกเห็นใจกับไอ้พวกที่มันขายฉันไปเป็นทาส

ซาร์ดิเนียและพาเวียเองสมควรรับผิดชอบการกระทำของตนเอง ”

 

คำพูดเพียงคำเดียวนั้น เป็นคำชี้ชะตาของพลเมืองชาวพาเวีย  15,000 คน 

 

ทหารจักรวรรดิเปลี่ยนพาเวียให้กลายเป็นฐานทัพแล้วพักอยู่ที่นั่น

บ้านพักส่วนตัวโดนทำให้กลายเป็นฐานบัญชาการ เพื่อทหารของฝ่ายเรา ในขณะที่ชาวเมืองก็กลายเป็นทาสและข้ารับใช้ทหารรับจ้าง

 

ตอนนี้พวกเรามีทั้งความมั่งคั่งร่ำรวยและเสบียง ตอนนี้พวกเราก็หลับสบายกันแล้ว

 

พาเวียล่มสลาย

 

ข่าวดังกล่าวทำเอาราชอาณาจักรซาร์ดิเนียต้องสั่นสะเทือน

 

กองทัพหลวงของราชอาณาจักรถึงกับตกตะลึงที่รู้เรื่อง เอิร์ลพาเวียตายในการสู้รบและ ทหารม้า  5,000 นาย โดนกวาดล้างจนหมดภายในการรบเพียงครั้งเดียว

 

ดยุคมิลาโน่ยอมจำนนต่อเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง หลังจากออกไปสู้นอกกำแพงแล้วต้องสูญเสียทหารม้าจำนวนมากของตนไป เขาเลือกที่เก็บตัวอยู่แต่ในเมืองหลังกำแพง

 

 

ลอร่พูดกับตัวเองหลังจากได้รับรายงาน

 

“หืมมม ออกจะเป็นปัญหาสักหน่อยหากเขาเลือกที่จะเก็บตัวแบบนั้นน่ะ

ดูท่า ดยุคมิลาโน่จะฉลาดกว่าเอิร์ลพาเวียในแง่ของกลยุทธการสงคราม”

 

“ไม่มีทางที่หมอนั่นจะออกมาหลังเสียทหารม้าไปหรอก ”

 

“อืมหืมมม…….”

 

ลอร่าใช้นิ้วม้วนปอยผมตัวเอง

 

“นายท่าน , มีไอเดียอะไรไหม ?”

 

“การลากใครออกจากหลุมหลบภัยโดยไม่เต็มใจมันยากเกินไปน่ะ

แต่ถึงอย่างนั้นก็พอมีวิธีที่จะทำให้แผนของดยุคมีปัญหาได้อยู่ ”

 

“มันคืออะไร ?”

 

ผมยิ้มสดใส

 

“ก็บอกกับดยุคไปแบบเปิดเผยว่า

หากเขาอยากได้ตัวทาสชาวพาเวียกลับไป ก็ต้องยอมจ่ายในราคาที่เหมาะสม ”

 

“……โอ้ ฉันเข้าใจแล้ว

แล้วเราก็แกล้งทำเป็นว่าไม่ขายให้ดยุคโดยการตั้งราคาให้สูงเกินเอื้อม ”

 

ลอร่าพยักหน้าเพราะเข้าใจ

 

“ดยุคที่ไม่สนใจชีวิตผู้คน ไม่คิดที่จะปลดปล่อยพวกเขา ก็ย่อมต้องโดนด่า ”

 

“ไม่เลย คราวนี้เราทำตรงข้ามกันด้วยซ้ำ เราจะขายให้พวกนั้นด้วยราคาที่ถูกแสนถูก ”

 

“หืมมม ?”

 

ลอร่าเอียงหัว

 

ต่อให้เธอเป็นศิษย์คนเก่งของผม แต่หากเป็นเรื่องแบบนี้เธอก็ยังล้าหลังไปหลายก้าวอยู่

จะพูดว่า ระดับความสามารถในการวางแผนของเธอยังห่างไกลก็ว่าได้

 

“ขายเจ้าพวกนั้นราคาคนละ 30 ไลบร้า ไม่ว่าจะเป็นสามัญชนหรือชนชั้นสูง ทุกคนราคาคนละ  30 ไลบร้าเท่ากัน”

 

“เห? ท่านพูดอะไรของท่านน่ะ ?”

 

ลอร่าขมวดคิ้ว

 

“มันไม่ถูกไปหน่อยหรือ ? การทำแบบนั้นก็จะทำให้มิลาโน่ซื้อพวกเขากลับไปได้ง่าย —”

 

“แต่อย่างไรก็ดี พวกเราก็มีเงื่อนไขเล็กน้อย นั่นคือ เราจะขายเฉพาะแบบเหมารวมเท่านั้น การแยกซื้อเฉพาะชนชั้นสูงรายคนนั่นห้ามเด็ดขาด”

 

“อืมมมม……?”

 

“หากเขาคิดจะซื้อกลับไป ก็ต้องจ่ายเงินซื้อถึง 15,000 คนในครั้งเดียว เราถึงจะยอมรับเงื่อนไขนั้น ”

 

ลอร่ายังดูงงๆอยู่

ผมหัวเราะ

 

“ลองคิดดูสิ การขายชนชั้นสูงราคาแค่  30 ไลบร้า น่ะมันบ้ามากใช่ไหม แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังเลือกที่จะทำแบบนั้นอยู่ดี …….”

 

“…….”

 

“ดยุคมิลาโน่เองก็จะเริ่มสงสัยและตั้งคำถามแล้วว่า ทำไมพวกเราถึงสนใจที่จะซื้อขายแบบเหมารวมเหมาโหลแบบนั้นกัน

เขาก็จะเริ่มคิดแล้วว่า “อ๋อ กองกำลังของพวกนั้นน่ะกำลังต้องการเงินยังไงล่ะ” ”

 

ลอร่าทุบโต๊ะเพราะนึกขึ้นมาได้

 

“เข้าใจแล้ว ! พวกเราจะหลอกให้เขาคิดว่า พวกเรามีเงินทุนไม่เพียงพอ !”

 

“ดยุคมิลาโน่ทีไม่รู้เรื่อง สถานการณ์การเงินทางฝ่ายเราก็จะสรุปไปว่า ที่พวกเราทำการปล้นพาเวียนั้นก็เพราะเรามีปัญหาเรื่องการเงิน ”

 

 

การทำเช่นนั้นจะทำให้ดยุคมิลาโน่คิดว่า :   

เราะจะได้เปรียบกว่าหากเราทำสงครามยืดเยื้อ ดึงเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

กองทหารฝ่ายศัตรูมีหวังต้องแตกทัพกลับไปเพราะไม่อาจจ่ายเงินค่าจ้างของพวกทหารรับจ้างได้ไหว…….

 

ยิ่งไปกว่านั้น จักรวรรดิฮับบวร์กเองก็เพิ่งจบสงครามหุ่นเชิดไปมิใช่หรือ ? 

พวกนั้นย่อมต้องสูญเสียเงินไปกับการสงครามเยอะแล้วแน่

 

ตอนนี้จักรวรรดิเองก็คงไม่เหลือเงินพอที่จะทำสงครามใหญ่สองครั้งติดต่อกันอย่างแน่นอน

 

ไม่หรอก ไม่มีทางเหลือเป็นแน่

นั่นแหละ เป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมพวกเขาถึงพยายามระดมเงินด้วยการขายทาสและนักโทษ……!

 

ผมยิ้มออกมา

 

“มันเป็นนิสัยเสียของมนุษย์น่ะ

พอได้ข้อสรุปมาแล้ว พวกนั้นก็จะพยายามตีความสิ่งต่างๆที่พบที่เห็นมาให้ตรงกับข้อสรุปนั้น

ดยุคมิลาโน่อาจสงสัยแล้วปฏิเสธไป

แต่อย่างไรก็ดี เราก็จะยอมลดราคา ลดสัก 20% และยื่นข้อเสนอไปใหม่อยู่ดี”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

 

ลอร่าจับแขนตั้งเองแล้วหัวเราะออกมา

 

“อย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ นายท่านนี่ยอดเยี่ยมที่สุดเลย นายท่าน ! 

ท่านช่างเป็นผู้ชายที่ต่ำทรามชั่วร้าย เน่าหนอนที่สุดในโลกไปเลย !”

 

 

ลอร่าลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วกอดผมไว้

แถมยังจูบผมก่อนที่ผมจะบ่นอีก

 

เอาจริงๆนะ มันเป็นเรื่องลี้ลับชะมัด ทำไมผู้หญิงที่ผมคบหาด้วยเนี่ยกลับมองว่า ผมชั่วร้ายกันทั้งนั้นกันนะ

หรือที่เขาบอกกันว่า เป็นแบดบอยแล้วจะมีเสน่ห์กว่าสำหรับพวกเธองั้นหรือ ……? 

เรื่องนั้นผมไม่เข้าใจจริงๆ และไม่มีวันเข้าใจด้วย

 

 

พวกเราดำเนินแผนการตบตาดยุคมิลาโน่ทันที

 

“หากเจ้าอยากได้ทาสเมืองพาเวียคืนไปก็ต้องจ่ายให้สมราคา ”

 

ราคาก็ไม่แพง แค่ 30 โกลด์ ต่อคน ถือว่าถูกมากๆสำหรับราคาของเสรีภาพของคนๆหนึ่ง และแทบจะเหมือนได้เปล่าด้วยซ้ำสำหรับชนชั้นสูง

 

จะบอกว่า เป็นช่วงลดแลกแจกแถมก็ว่าได้

 

แต่เราขอเพิ่มเงื่อนไขว่า พวกเจ้าต้องซื้อทุกคนในคราวเดียว

ชาวเมืองทั้งหมด  15,000  คน ที่โดนจับเป็นทาส ดังนั้นก็ต้องจ่ายมา 450,000 โกลด์

มันอาจเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ก็คุ้มค่ากับการแลกกับการได้กลุ่มแรงงานขนาดใหญ่ ถึง  15,000 คน แถมยังเป็นหนี้ประเทศด้วย

 

ดยุคมิลาโน่ส่งทูตมาและปฏิเสธดีลนั้นอย่างนุ่มนวล

 

พวกเราก็เลยส่งนักเจรจาต่อรองไปอีกครั้ง และเสนอราคาที่ถูกลงลดเหลือ  350,000 ไลบร้า พวกเราขายพวกนั้นเพื่อหวังเงิน!

 

และในการเสนอราคาครั้งต่อมา ดยุคมิลาโน่ก็ปฏิเสธอีก แต่คราวนี้ยืนกรานหนักแน่น ว่าเขาจะไม่ตอบรับข้อเสนออะไรทั้งนั้น

เขาย่อมต้องเชื่อสุดใจแล้วว่า พวกเรานั้นมีปัญหาทางการเงินจริงๆ

 

 

ไม่เพียงแต่เขาจะปฏิเสธอย่างเดียว เขายังกล่าวประณามพวกเราที่ทำการฆ่าล้างปล้นฆ่าครั้งใหญ่ด้วย

แถมยังตำหนิเรื่องที่จับคนไปทำเป็นทาสว่า มันเป็นเรื่องไม่น่าให้อภัยหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ

…….ไม่จำเป็นที่ผมต้องไปจำคำพูดที่เขาพูดชัดๆหรอก

เพราะคำพูดหมอนั่นมันหาได้ตามตำรับตำราเรียนเรื่อง ศีลธรรมทั่วไป

 

ผมกับลอร่า เราสองคนอ่านจดหมายที่เต็มไปด้วย ‘คำสัตย์สาบาน เปี่ยมไปด้วยมารยาท’ อยู่ข้างๆกันพลางหัวเราะคิกคัก

 

“นายท่าน, เท่านี้พอแล้วไหมคะ ?”

 

“ใช่ , แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ”

 

 

ทิ้งทหารฝ่ายเราไว้   3,000 นาย ที่พาเวีย และส่วนที่เหลือมุ่งหน้าขึ้นเหนือ

 

 

ขณะเดียวกันเราก็เรียกทหาร   20,000 นาย ที่ส่งไปยังมิลาโน่กลับมา ให้รวมกลุ่มกัน

รวมตอนนี้มีทหารราว  25,000 นาย พวกเราก็ทำการบุกโจมตีค่ายทหารที่โนวาร่า(Novara)

 

เนื่องจากฐานทัพของโนวาร่าบริหารกันได้ดี จึงยากที่จะยึด

ทหารรับจ้าง  5,000 นาย ที่จักรวรรดิซาร์ดิเนียรีบซื้อมา ก็ได้เข้ามาปกป้องเมือง

 

ต่อให้พวกนั้นเก่งฉกาจไร้เทียมทานอย่างไรก็ไม่อาจปกป้องเมืองด้วยการเผชิญหน้ากับกองทัพที่มีจำนวนมากกว่าถึง 5 เท่าได้นานนักหรอก

 

และเมื่อพวกเราตรวจสอบตำแหน่งของกองทัพศัตรูแล้ว มันก็เป็นไปตามลำดับตามนี้ :

 

โนวาร่า – กองทัพพวกเรา – มิลาโน่

 

 

ใช่แล้ว พวกเราอยู่ท่ามกลางฐานศัตรูสองฐาน

 

 

หากมิลาโน่ออกมาจากกำแพง เข้าโจมตีจากด้านหลังพวกเรา เราย่อมตกอยู่ในอันตราย

หรืออย่างน้อยๆก็ทำให้การยึดเมืองโนวาร่าล่าช้าลงเป็นอย่างมาก

 

ยิ่งไปกว่านั้นกองทัพเกณฑ์ทหารที่มาจากทางใต้ของซาร์ดิเนียก็จะตามมาทัน

 

 

แต่อย่างไรก็ดี ดยุคมิลาโน่ไม่ทำอะไร

แม้จะมีการติดต่อมาอย่างต่อจาก ขอเรียกกำลังเสริมจากการสื่อสารด้วยเวทย์มนตร์ของโนวาร่า ทั้งเรื่องกำแพงที่โดนพังไปแล้ว

ดยุคไม่ก้าวออกมาจากมิลาโน่แม้แต่ก้าวเดียว เขาเลือกที่จะทิ้งทหารรับจ้างพวกนั้นแล้ว

 

ทหารรับจ้างของโนวาร่าตกอยู่ในสถานการณ์อันสิ้นหวัง

พวกเราไม่เรียกร้องขอความช่วยเหลือ 

พวกเขาร้องขอให้ทางมิลาโน่ช่วยก่อกวนแนวหลังกองทัพจักรวรรดิให้หน่อย ก็แค่นั้น

 

แต่อย่างไรก็ดี ดยุคมิลาโน่ไม่สนใจแม้แต่คำของ่ายๆแค่นั้น

แหม ต้องขอบคุณเรื่องนั้นเลยนะ เลยทำให้พวกเราไม่ต้องระวังแนวหลังแล้วมุ่งเป้าไปโจมตีโนวาร่าได้เต็มกำลัง

 

 

“ดยุคตีความผิดไป คิดว่าการกระทำของเรานั้นเป็นไปเพื่อพยายามล่อเขาออกมา ”

 

ขณะที่ผมมองโนวาร่าจากมุมไกลๆ ผมก็พูดขึ้นมา

ทหารรับจ้างฝ่ายศัตรูนั้นดิ้นรนกันอย่างสุดกำลัง

 

แม้กำแพงจะพังไปแล้วสองจุด แต่พวกนั้นก็ยังพยายามขัดขวางไม่ให้ทัพเราบุกเข้าไปข้างใน โดยส่งทหารเข้าไปเติมจุดนั้น

 

“เขาเชื่อว่า พวกเราพยายามที่จะจบศึกอย่างรวดเร็วอยู่ การล่อเขาออกมาเพื่อรบระยะสั้นเป็นแผนที่เราเล็งไว้เพราะเราเหลือเงินไม่มากแล้ว

เอาล่ะ การคิดแบบนั้นก็ถือว่า สมเหตุสมผลอยู่น่ะนะ ”

 

“แต่เขาคิดผิด”

 

ลอร่ายิ้ม

 

“ดยุคมิลาโน่อาจป้องกันเมืองตัวเองได้สำเร็จ หรืออย่างน้อยๆเขาคงคิดแบบนั้นจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องสูญเสียทหารม้า  5,000 นายและทหารรับจ้างอีก  5,000  คน

ตอนนี้มิลาโน่เหลือแต่ทหารชาวเมืองแล้ว ”

 

 

ถูกต้องแล้วล่ะ

 

 

เราอาศัยแผนการของราชอาณาจักรซาร์ดิเนียเพื่อรับมือเขา

หากเขาอยากป้องกันเมืองใหญ่ พวกเขาก็ต้องพยายามสุดกำลัง

 

 

และในขณะที่พวกเขาสาละวนอยู่กับการทำแบบนั้น พวกเราก็เลือกที่จะกวาดล้างทหารชั้นเลิศ ทำการฆ่าล้างพาเวีย ล้วก็ยังสามารถได้เติมเสบียงและเงินมาด้วย

 

ดยุคมิลาโน่ได้ปกป้องเมืองแต่สูญเสียทุกอย่างไป

ทั้งทหารม้า,ทหารชั้นเลิศ,ฐานทัพทหาร รวมถึงชื่อเสียง และเกียรติยศ , สูญเสียมันไปหมดทุกอย่าง…….

 

การที่เขาไม่สนใจพลเมืองพาเวีย ไม่คิดจะปลดปล่อยพวกเขา แล้วยังปล่อยให้ฐานทัพทหารโดนทำลายไปต่อหน้า

ก็จะเกิดเสียงวิพากย์วิจารณ์ครั้งใหญ่ขึ้นมาในเรื่องแผนการของดยุคมิลาโน่และแผนการของราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย

 

ฐานทัพที่โนวาร่าพังทลายภายในเก้าวัน

 

ทหารรับจ้างฝ่ายศัตรูสู้สุดกำลังจนกระทั่งประตูเมืองถล่มลงมา และเมื่อเห็นดังนั้นแล้วพวกเขาก็หมดกำลังใจสู้ เมื่อกำลังเสริมไม่มาเป็นแน่แล้ว

 

พวกเขาพร้อมใจกันยอมจำนนต่อพวกเรา

 

 

ลอร่าเมตตาปรานีให้กับการยอมจำนนของพวกนั้น ทั้งยังสรรเสริญการสู้สุดใจขาดดิ้นทั้งยังยินดียอมรับการสวามิภักดิ์

หลังจากประหาร ผู้บัญชาการที่ปฏิเสธที่จะสวามิภักดิ์กับฝ่ายเรา กองกำลังฝ่ายเราก็ได้ทหารเพิ่มมาอีกถึง  2,000 นาย 

 

 

สุดท้ายแล้ว ราชอาณาจักรซาร์ดิเนียก็ทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจของเหล่าทหารรับจ้าง

 

 

แถมราชอาณาจักรยังสูญเสียทหารแนวหน้าไปอีก   10,000 นาย

แต่ถึงกระนั้น ดยุคมิลาโน่เองก็ยังยืนยันกับตัวเองหนักแน่นแล้วว่า นั่นเป็นการสูญเสียน้อยเพื่อให้ได้รับชัยชนะและประโยชน์ทางยุทธการ

 

 

แบบนั้นก็ดีเหมือนกันนะ

ปลอบใจตัวเองได้ตามสบายเลย

เวลาให้คิดว่า ตัวเองจะชนะในท้ายที่สุดน่ะ เหลือไม่มากแล้วล่ะ …….

 

 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด