LN Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 17.2

Now you are reading LN Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend Chapter 17.2 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

 

ถึงจะบอกว่าแต่งงาน แต่ในเกมก็เป็นอะไรที่เรียบง่าย แค่เอาไอเท็มที่ระบบกำหนดส่งให้อีกฝั่ง  แล้วอีกฝั่งตอบรับคำขอ จากนั้นไปโบสถ์ เกมส์จะตัดภาพเป็นอีเว้นงานแต่งไม่กี่นาทีก็จบแล้ว

ไอ้ที่คาดหวังตื่นเต้น พอเล่นจริงดันดูง่อยกว่าที่คิดซะงั้น

ทว่าขณะกำลังคิดว่าง่อย พอถึงหน้าโบสถ์ ปรากฏว่ามีหลวงพ่อที่เป็นNPC กล่าวว่า

“คุณสัญญาว่า ไม่ว่าจะยามสุขและยามยาก ในยามไข้ ทั้งสองคนจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะรักเธอและให้เกียติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่”

 

เออเว้ย แอบสมจริงและเริ่มตื่นเต้นนิดๆ 

“แต่งงานในเกมก็ดูง่ายเนอะ”

“ม่า ก็เป็นเกมอะนะ แต่ดูแล้วอีกไม่นานน่าจะจบอีเว้นละมั้ง”

“พอใกล้จบแล้วก็แอบเหงานิดๆนะ”

“งั้นเหรอ แต่ชั้นว่าไม่เหงาหรอก เพราะสิ่งสำคัญคือเราสองคนแต่งงานกันแล้วไง”

“งั้นเหรอ นี่เราสองคนเป็นสามีภรรยาแล้วสินะ”

พอกล่าวจบ ยุยส่งยิ้มให้

“ไม่รู้สิ ชั้นคิดว่านี่เป็นพรจากตัวละรชวาร์สนะ”

“พรเหรอ?”

“ใช่ ชั้นเล่นตัวละครนี้มานานมาก ทุ่มเทและตั้งใจปั้นมันสุดๆ สุดท้ายตัวละครนี้ก้ตอบแทนให้ชั้นได้บังเอิญเจอยูมะ  ได้เจอกัน ทำกิจกรรม ผ่านการผจญภันยหลายอย่าง พอคิดแบบนี้มันก็โรแมนติกดี”

ก็นะ …จริงๆยูมะก็คิดเหมือนยุยนั่นแหละ

 

ยุยพิมพ์แชทในเกมหาเพราะความเขิน

“ต่อจากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะคะ”

 

ยูมะอ่านจบ  ส่งยิ้มให้เธอ แม้จะอายนิดหน่อย  แต่บรรยากาศตอนนี้ดีมาก เขารู้สึกถึงความนุ่มฟูอมหวาน

***สรุปรวบรัดนะครับ

หลังจากนี้ทั้งสองคนจะเล่นเกมกันอย่างสนุกสนาน เพราะสนิทกันมากกว่าสมัยเพิ่งเจอกันครั้งแรก ยุยจะตะโกนมากขึุ้น มีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเก่า ยูมะเลยรู้สึกดีที่ชวนเธอมาเล่นที่บ้าน แน่นอนว่าความรู้สึกสนุกแบบนี้ ยูมะคิดว่า ตอนนี้ลืมเรื่องความรักแล้วสนุกกับเกมให้เต็มที่แบบเพื่อนสนิทกันก่อนดีกว่า

 

ทีนี้หลังจากเคลียเควสต์พวกอีเว้นแต่งงาน ระบบจะให้แชร์ของกันได้ ยุยเลยกล่าวว่า

“ไหนๆเราก็แต่งงานกันแล้วอยู่ร่วมบ้านเดียวกันแล้ว  ต่างคนต่างขายบ้านตัวเองแล้วรวมเงินไปซื้อบ้านใหม่หลังใหญ่กว่านี้ดีกว่ามั้ย”

“อืม เอาสิ”

ยูมะกับยุยเลยเอาบ้านไปขาย จากนั้นก็ไปซื้อบ้านหลังใหญ่กว่าเดิม  ช่วยกันตกแต่งบ้านให้สวย

“แฮะแฮะแฮะ”

“หือ เป็นอะไรรึ”

“พอคิดว่าต่อจากนี้จะได้อยู่บ้านหลังเดียวกับยูมะแล้วรู้สึกมีความสุขมากๆน่ะ”

“ง..งั้นเหรอ”

 

ท่องไว้โว้ย ยูมะที่ยุยพูด มันคือตัวละครที่ชื่อยูมะในเกม ไม่ใช่หมายถึงเรา 

แต่ช่วยไม่ได้ อย่างน้อยตอนนี้ ขอจินตนาการเล่นๆก็ยังดีวะ  คิดแล้วมีความสุขจะไปหยุดคิดทำไม

“พวกเครื่องเรือนว่าจะวางไว้ตรงนี้นะ คิดว่ามีอย่างอื่นที่อยากได้อีกมั้ย”

“อยากได้เตียงนะ ชั้นเล่นอาชีพนักดาบเวทย์ ก็อยากได้ของบัฟซะหน่อย”

เกมส์มันมีไอเท็มให้เลือกซื้อและตกแต่งบ้าน โดยไอเท็มก็จะช่วยบัฟสถานะต่างกันไปตามอาชีพตัวละคร

แม้ว่าจะเป็นแค่แต่งบ้านในเกม แต่ทั้งสองก็แอบรู้สึกว่านี่คือบ้านของเราสองคน ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง

ทีนี้ พอยูมะไปดูโซนห้องนอน เห็นเตียง จู่ๆก็ทำสีหน้าเหยเก

“เป็นอะไรเหรอยูมะ”

“ป…เปล่า..ไม่มีอะไร”

จะให้บอกได้ไงว่าพอเห็นเตียงปุ๊บ ดันไปคิดเรื่องว่า  บ้านนี้ออกจะกว้าง ทำไมมันมีแค่เตียงเดียว  แปลว่าตอนนอน เราสองคนจะนอนเตียงเดียวกันนี่หว่า

แน่นอนว่า ถ้าแต่งงานกันแล้ว สามีภรรยานอนบนเตียงเดียวกันมันก็เป็นเรื่องปกติอะนะ

 

แล้วพอนอนเตียงเดียวกันมันก็…

 

โอ้ย พอๆ เลิกฟุ้งซ่าน ยูมะรีบส่ายหัวขับไล่ความมโน ว่าไปทางยุยที่อยู่ข้างๆก็เหมือนจะนึกอะไรออก เธอหันมาถาม

“นี่ ยูมะ”

“หือ”

“มาทำลูกกันมั้ย?”

ยูมะแทบจะสำลักกับคำพูดยุย 

 

เออ ใช่ ก่อนหน้านั้น ในอัพแพทซ์ก็อธิบายอยู่ว่าระบบแต่งงาน มันมีระบบทำเด็ก

ไอ้สัส ดีนะนึกออก ไม่งั้นมโนหนักกว่าเดิมแหง

“มันเร็วไปรึเปล่า จะเลี้ยงเด็กสักคนมันต้องใช้เงินเยอะนะ”

“เรื่องเงินไม่มีปัญหาหรอก ชั้นเก็บออมไว้เยอะ มาทำลูกกันนะ ชั้นอยากทำมากๆเลย”

ฟังยุยพูดจบ ทำไมมันรู้สึกสองแง่สามง่ามจังวะ  ท่องไว้โว้ย ยุยพูดถึงเกม

“ถ้าอยากขนาดนัันก็จัดให้”

 “อืม ชั้นอยากเลี้ยงลูกของเราสองคนแล้วล่ะ”

ยิ่งพูดยูมะยิ่งฟุ้งซ่าน ตอนนี้ภาพในหัวของยูมะจินตนาการถึง ยุยที่โตเป็นแม่คนกับลูกหนึ่ง  ตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่บนม้านั่งที่สวนสาธารณะ  ยุยที่โตเป็นผู้ใหญ่ มีลูกหนึ่งคนกำลังนั่งบนตัก สายตาที่ยุยมองเด็กคนนั้นเปี่ยมด้วยความรัก เธออุ้มและกอดเด็กคนนั้นอย่างอ่อนโยน  

เด็กที่กำลังเล่นกับยุยที่เป็นแม่อย่างสนุกสนาน สักพักหันมามองทางยูมะ สีหน้าดีใจยิ้มแป้นเรียก ปาป๊า พลางโบกมือหาเขา

 

(เชี่ย แค่คำพูดไม่กี่ประโยค กุคิดไปไกลได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ)

ยุยกำลังมองมาที่ยูมะด้วยสีหน้างุนงงว่าเขาเป็นอะไร ทำไมดูเหม่อลอย

“เป็นอะไรรึเปล่า”

“ป..เปล่า..ไม่มีอะไรครับ ..งั้นเรามาทำลูกกันเถอะ”

“อืม เราสองคนจะช่วยกันเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดเนอะ”

“อืม ได้เลย”

ในขณะที่ยุยกับยูมะจะทำลูกกัน ทันใดนั้นเอง……..

****

 

ย้อนกลับไปตอนยุยเข้ามาบ้านได้ไม่กี่นาที

พี่สาวยูมะ สุงิซากิ เนเน่ ตอนนี้เธอเพิ่งเดินทางกลับมาถึงบ้าน พอเธอเปิดประตู ได้ยินเสียงดังจากข้างในแปลว่ายุยคงมาถึงบ้านแล้ว เธอค่อยๆปิดประตูเพื่อไม่ให้เสียงไปรบกวนทั้งสองคน

(ป่านนี้ทั้งสองคนน่าจะเล่นสนุกกันอยู่ ก็ไม่อยากจะไปเป็นก้างขวางคอทั้งสองคน)

จริงๆตอนนี้เป็นเวลาทำงานของเธอเพราะต้องไปดูร้าน แต่ว่าเนเน่ลืมมือถือไว้ที่บ้านเลยต้องกลับมาเอา

เนเน่เดินย่องฝีเท้า เพื่อไม่ให้เสียงจากเธอไปรบกวนทั้งคู่

ทว่าก่อนที่เธอจะเดินไปถึงห้องตัวเอง ก็เกิดความคิดแว่บหนึ่งว่า เมื่อยูมะกับยุยอยู่ด้วยกันสองต่อสอง จะคุยอะไรกันบ้าง

แน่นอนว่าเนเน่รู้ทั้งรู้ว่าการแอบฟังมันเป็นเรี่องเสียมารยาท แต่ความอยากรู้อยากเห็นของเธอก็ชนะ  เพราะสิ่งที่เธอโปรดปรานมากสุดๆคือเรื่องโรแมนติกนี่แหละ

เนเน่กลั้นหายใจ เอาหูแนบห้องยูมะ 

“มาทำลูกกันมั้ย?”

เนเน่ฟังจบเธอตะลึงกับคำพูดยุย เธอฟังต่อเรื่อยๆ

“มันเร็วไปรึเปล่า จะเลี้ยงเด็กสักคนมันต้องใช้เงินเยอะนะ”

“เรื่องเงินไม่มีปัญหาหรอก ชั้นเก็บออมไว้เยอะ มาทำลูกกันนะ ชั้นอยากทำมากๆเลย”

“ถ้าอยากขนาดนัันก็จัดให้”

 “อืม ชั้นอยากเลี้ยงลูกของเราสองคนแล้วล่ะ”

(เอ๊ะ? เอ๊ะ?..เดี๋ยวนะ  นี่ปล่อยให้อยู่สองต่อสองแปบเดียว ทั้งสองคนพัฒนาไปถึงขั้นนี้เลยเหรอ  แล้วเลี้ยงเด็กน่ะ ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนแต่ตอนนี้มันยังเร็วเกินไปนะ)

เนเน่คิดในใจ เอาหูแนบประตูฟังต่อเรื่อย

 

“เป็นอะไรรึเปล่า”

“ป..เปล่า..ไม่มีอะไรครับ ..งั้นเรามาทำลูกกันเถอะ”

“อืม เราสองคนจะช่วยกันเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดเนอะ”

“อืม ได้เลย”

 

 

“ส…สต๊อปปปปปป!!”

เนเน่เปิดประตูพรวดออกมา เดินเข้าไปในห้องยูมะ  เธอเป็นคนที่สนับสนุนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จริงแต่ว่าไม่สนับสนุนถึงขั้นให้เด็กยังไม่บรรลุวุฒิภาวะท้องก่อนวัยอันควรแน่

ทางด้านยูมะกับยุยก็สะดุ้งเฮือกตกใจกับเสียงของเนเน่ที่ตะโกนลั่นและเปิดประตูเข้ามา 

“อ้าว เนเน่?”

“พี่บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามทำอะไรแปลกๆ ถ้าอยากจะมีลูก พวกเธอสองคนต้องแต่งงานก่อนนะ แต่ถ้าทนไม่ไหวจริงๆอย่างน้อยช่วยป้องกันก่อนก็ยังดี  ….หือ …อาเร๊ะ?”

เนเน่ที่รีบพูดห้ามยูมะ เริ่มสังเกตสิ่งแวดล้อมก็เริ่มทะแม่งๆ เพราะในห้องมันมีคอมพิวเตอร์  แล้วจากที่สองคนนั่งอยู่ตอนนี้ ก็ไม่ได้มีทีท่ากำลังจะทำเรื่องอย่างว่าเลย

“อ้ออออออ”

เธอสังเกตไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เห็นภาพเกมส์ก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมดทันที

“…เอ่อ…ฮะฮะ…อะแฮ่ม …ขอโทษที่รบกวนนะ เชิญทั้งคู่ตามสบายนะ…”

เนเน่ส่งยิ้มให้ทั้งสองคนก่อนจะเดินออกจากห้องกลับไปยังห้องตัวเอง

 

*****

จบ CH 17-2

 

ตอนนี้ใครชอบเนเน่น่าจะถูกใจนะ 55  ส่วนตอนหน้าก็มาลุ้นกันว่าพวกยูมะจะมีปฏิกริยายังไงหลังจากเนเน่เพิ่งเข้ามาว่ากล่าวตะกี้

 

ถ้ารอตอนใหม่ได้ก็อ่านที่นี่พรุ่งนี้ แต่ถ้าทนไม่ไหว จัดไปได้ที่เพจ คลิกตรงนี้เลยจ้า  kurakon 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด