Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก 63 ภาระหนักอึ้งหนทางยังอีกยาวไกล

Now you are reading Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Chapter 63 ภาระหนักอึ้งหนทางยังอีกยาวไกล at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บทที่ 63 ภาระหนักอึ้งหนทางยังอีกยาวไกล

เจ้าของ เหมิงเหล่ย

เผ่าพันธุ์ มนุษย์ (มีสายเลือดมังกรและสายเลือดมารเพลิง)

ความมั่งคั่ง 1,007,835 เหรียญทอง

ค่าร่างกายนักรบระดับ 7 (15123/50000)

พลังวิญญาณจอมเวทระดับ 7(10128/50000)

พลังเวทจอมเวทระดับ 7(10032/50000)

เวทมนตร์เยอะมาก

วิชาออร่าสงครามวิชามังกรไฟ

ทักษะการต่อสู้เยอะมาก

“ค่าพลังเวทของฉันมันเพิ่มขึ้นเยอะมากถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะมีน้อยสุดแต่พลังทําลายของมันตอนนี้มีมหาศาลค่าพลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นไปอีกจอมเวทระดับ 7 หุหุตอนนี้ฉันได้เป็นจอมเวทระดับ 7 แล้ว 555 จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ยังไงละ”

เหมิงเหล่ยตื่นเต้นมากตอนที่เขานั่งดูค่าความสามารถของตัวเอง

การฝึกเวทมนตร์นั้นจําเป็นจะต้องขยันหมั่นเพียรทําจิตสมาธิและค่อยๆเพิ่มพูนวิชาไปอย่างช้าๆทุกวันทุกคืน มันยากกว่าการฝึกออร่าสงครามของนักรบมาก

แต่ด้วยความที่กระบวนการร่ายต่างๆ ในการใช้เวทมันกินเวลาเยอะเพราะงันจอมเวทก่อนระดับ 7 จึงมีพลังในต่อสู้ที่จํากัดพวกเขาไม่ค่อยต่างอะไรจากนักรบเท่าไรแต่เมื่อไรก็ตามที่จอมเวทคนนั้นกลายเป็นระดับ 7 ได้ สถานการณ์จะต่างออกไปโดยสิ้นเชิงระดับ 7 นั้นสามารถร่ายเวทระดับ 3 แบบฉับพพลันได้แถมยังสามารถร่ายเวทขั้นสูงที่ซับซ้อนได้อีก ทําให้ความเสียหายที่จอมเวททําได้มีมากกว่านักรบในระดับ เท่ากันมาก

และเพราะแบบนั้นทําให้จอมเวทระดับ 7 มีค่ามากกว่านักรบระดับ 7 มากทางอาณาจักรเองเลยตบรางวัลให้กับจอมเวทระดับ 7 ให้เป็นขุนนางหรือมีที่ดินเป็นของตัวเองเพื่อสร้างบุญคุณไว้เรียกใช้งานยามศึกสงคราม

ในขณะที่นักรบระดับ 7 ยังไม่ได้อะไรเลย

สิทธิพิเศษต่างกันราวฟ้ากับเหว

“ถ้าฉันกลับไปเมืองหลวงตอนนี้ ถ้าโชคดี ใครจะไปรู้ บางทีฉันอาจจะได้ยศเป็นบารอนเลยก็ได้ 5555”

เหมิงเหล่ยพอใจกับผลงานในวันนี้มาก เงิน 570000 กับสมบัติอีกมากมายรวมถึงอุปกรณ์มิติที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 30 ล้าน นี้เรียกว่าบุญหล่นทับของจริงการมาที่ป่าสัตว์วิเศษรอบนี้ไม่เสียเปล่าแล้ว

“ยังไงก็เถอะ ถ้าฉันอยากจะพัฒนาต่อ ก็คงต้องหาเงินเพิ่มมากกว่านี้อยู่ดี”

ค่าร่างกายยังขาดอีก 34877 แต้ม ถ้าจะไปให้ถึงระดับ 8 ก็ต้องใช้เงินประมาณ 3แสน 4 ค่าวิญญาณกับค่าพลังเวทเองก็ยังต้องการอีกอย่างละ 3แสน 9 รวมๆแล้วถ้าอยากจะไปให้ถึงระดับ 8 ทั้งหมดจริงๆต้องใช้เงินรวม 1,120,000 เหรียญทอง

เหมิงเหล่ยตอนนี้พึ่งมีอยู่ล้านเดียวยังไม่พอเลย

แค่เล้านเดียวมันไม่ใช่ปัญหาหรอก เหมิงเหล่ยสามารถหาเงินแค่นั้นได้โดยการขายแกนเวทมนตร์เพรชพลอยของมีค่าทั้งหมดที่เขาเก็บมาได้

แต่ปัญหาหลักก็คือ หลังจากนั้นแล้วจะเอายังไงต่อ

ขนาดจากระดับ 7 ไประดับ 8 ยังต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้ แล้วถ้าระดับ 8 ไประดับ 9 ละ แล้วระดับ 9 ไประดับเซียนเทพละ ต้องใช้เงินเท่าไรกัน

10,000,000 เหรอ ?

50,000,000 เหรอ ?

หรือมากกว่านั้น

เหมิงเหล่ยเองก็ตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆคือ ยิ่งพัฒนาไปมากเท่าไรก็ยิ่งต้องการมากเท่านั้นตัวเลขจํานวนมันอาจจะเกิดขอบเขตจินตนาการของเขาไปเลยก็ยังได้

“ยังไม่พอแหะ แค่นี้ยังไม่พอ”

เหมิงเหล่ยหายใจออกมา ความรู้สึกดีใจมันหายวับไป มันกลับแทนที่มาด้วยภาระที่หนักอึ้งหัวใจ และเส้นทางที่ยังห่างไกลจากความเป็นจริง

“ต้องทาเงินให้ได้มากกว่า ต้องการเงินมากกว่านี้”

เหมิงเหล่ยออกเดินทางต่อเข้าไปในป่าใหญ่อย่างไม่ลังเล

“มีสัตว์เวทมนตร์ที่ 1 นาฬิกา”

“ติ้ง ท่าการสังหารแมวผี ได้รับ 3200 เหรียญทอง”

“อีกตัวที่ 4 นาฬิกา”

“ติ้ง ทําการสังหาร แรดหนาม ได้รับ 8300 เหรียญทอง”

เขาเข้าไปลึกขึ้น ลึกขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าสัตว์เวทมนตร์จะยังโดนเขาฆ่าแต่พวกมันก็แกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สัตว์เวทมนตร์ระดับ 4

สัตว์เวทมนตร์ระดับ 5

สัตว์เวทมนตร์ ระดับ 6

เหมิงเหล่ยค่อยเดินเท้าเข้าไปยังส่วนลึกจนกระทั้งเข้าถึงเขตที่มีสัตว์เวทมนตร์ระดับ 6 อยู่ ตอนนั้นมันค่ําพอดี ป่าสัตว์วิเศษก็เริ่มเข้าสู่ความมืดมิด

“มืดแล้วแหะ หาที่ปลอดภัยพักก่อนดีกว่า”

สัตว์เวทมนตร์ส่วนมากนั้นจะซ่อนตัวอยู่ในรังช่วงเช้า และออกล่าตอนกลางคืน ดังนั้น ป่าสัตว์วิเศษจะอันตรายขึ้นหลายเท่าตอนช่วงกลางคืน และเพราะแบบนี้ ตอนกลางคืนจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการล่าสัตว์เวทมนตร์มากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นเหมิงเหล่ยก็ไปปต่อไม่ไหวแล้วหลังจากที่วิ่งๆเดินๆมาทั้งวันเขาเหนื่อยล้าและต้องการการพักผ่อนเพื่อเติมพลังงาน

แต่ไม่ว่ายังไง ในป่าส่วนลึกแบบนี้ เขาจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

ในป่าอันตรายยามค่ําคืนแบบนี้จะไปหาที่พักได้ที่ไหนกันละ

เหมิงเหล่ยเลยกางพรมวิเศษและลอยตัวขึ้นเหนือป่า หาที่ตั้งแคมป์ดีๆ พอเขาขึ้นมามองบนที่สูงบนฟ้า เขาก็มองเห็นได้กว้างไกลขึ้น ทําให้เขาหาได้ง่ายขึ้น

“หุบเขานั้นดูดีเลยนะ”

เขาเห็นรอยแยกของป่าไม้เหมือนกับว่ามีใครตัดมันออก และตรงกลางของมันคือหุบเขาที่เหมือนโดนแซนวิชด้วยภูเขาลูกใหญ่ 2 ลูก

“ลองไปดูดีกว่า” เหมิงเหล่ยใช้พรมวิเศษเดินทางบินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วไม่นานเขาก็ได้มาถึงบนยอดของหุบเขา เขาเห็นลําธารไหลลงในหุบเขาส่วนล็กมีพืชผักต่างๆรอบๆขึ้นรกไปหมดถ้าเกิดใครตาไม่ดีคงมองข้ามไปแน่ๆ

เหมิงเหล่ยเดินตามล่าธารไปแล้วลงมายังส่วนลึกของช่องลมหุบเขา ในตอนนั้นเองจากพื้นที่หุบเขาที่เคยแคบ พอหลุดออกมาได้มันกลับกว้างขวางพื้นที่ไม่สม่ำเสมอยิ่งเข้าไปล็ก ก็ยิ่งเห็นกว้าง

ณ ส่วนลึกที่สุดของหุบเขานั้น มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ไอควันสีขาวลอยออกมาจากผิวน้ำดูไปดูมาเหมือนเป็นถ้ําของเทพยังไงอย่างนั้น

“นั้นมัน บ่อน้ำพุร้อนเหรอ”

ตอนที่เขาลอยอยู่บนอากาศเหมิงเหลยรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่มากระทบที่หน้าของเขามันทําให้เขารู้สึกดีมาก น้ำข้างล่างนั้นน่าจะอ่นกาลังดี

“ถ้ามันเป็นบ่อน้ำพุร้อนก็ดีซินะ”เหมิงเหล่ยร่อนลงจอดก่อนจะเอื้อมมือไปแตะน้ำกระแสน้ำอุ่นๆทําให้กล้ามเนื้อและกระดูกของเขาผ่อนคลายลงได้อย่างเหลือเชื่อผิวหนังดูเต่งตึงขึ้นรู้สึกสบายสุดๆ

“บ่อน้ำร้อนนี้ ของโคตรดีเลยนี่หว่า”

หลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน อะไรมันจะไปดีไปกว่าการได้แช่บ่อน้ำร้อน ไม่ว่าใครก็อดใจไม่ไหวแน่นอน เหมิงเหล่ยเองก็แทบร้องเหมือนกัน เขาถอดผ้าคลุมออกแล้วจ่มตัวเองลงไปทันที ก่อนที่เขาจะร้องออกมา

“โอ๊ย ร้อน ร้อนเกิน… แต่ก็สบายจริงๆเลย”

ด้วยอุณหภูมิของน้ำในตอนนี้ มันสามารถต้มคนธรรมดาให้สุกเป็นหมูได้แต่เหมิงเหล่ยนั้นไม่ใช่ ค่าร่างกายของเขาเป็นนักรบระดับ 7 แถมเขายังมีสายเลือดธาตุไฟอีก 2 สายเลือด ทําให้เขาไม่ต้องกลัวความร้อนเลยอุณหภูมิน้ำ 70-80 องศาก็ไม่ต่างอะไรจากบ่อน้ำพุร้อนแถวบ้านเขาเลย

“5555 เยี่ยมไปเลย”

เหมิงเหล่ยกางแขนกางขาเตะน้ำเล่นว่ายไปมาในบ่อ เขาสามารถว่ายด้วยความเร็วที่เท่ากับปลาได้เลย

ตู้ม!!!ตู้ม!!! เสียงน้ำกระเซนจากการเตะขาดังก้องไปทั่ว

เริ่มด้วยท่าฟรีสไตล์ที่ส่ายได้เร็วสุดๆ ตามมาด้วยท่ากบเน้นประหยัดพลังงาน

แล้วก็ต่อด้วยท่าผีเสื้อสวยงาม …. เขาจะไปว่ายเป็นได้ไงวะ

หลังจากที่ว่ายอย่างบ้าคลั่งไปกลับรอบสระอยู่หลายรอบเขาก็พิงหลังลงบนโขดหินข้างบ่อแล้วหลับตาลง ความรู้สึกของน้ำอุ่นๆชําระล้างความเหนื่อยล้าของผิวหนังค่อยๆไหลเวียนผ่านร่างของเขาไปเขารู้สึกดีมากๆทีเดียว

ตู้ม!!!

ทันใดนั้นเอง บางอย่างก็เกิดขึ้น

เสียงน้ำระเบิดอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างสีดําขนาดใหญ่กระโดดออกมาจากน้ำพร้อมอ้าปากสีด่ากว่างพุ่งตรงเข้าใส่เหมิงเหล่ยอย่างไว

“เชี่ยอะไรวะเนี่ย!!”

เหมิงเหล่ยไม่ทันจะได้ตอบสนอง เขาโดนงาบเข้าไปทั้งตัวก่อนจะโดนกลืนไปโดยสิ่งมีชีวิตตัวนั้น

เลือก เลือก

อ๊อก!!!

ร่างสีดํานั้นเรอออกมาเสียงดังก่อนจะสะบัดหัวแล้วดาลงไปใต้น้ำอีกครั้งเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก 63 ภาระหนักอึ้งหนทางยังอีกยาวไกล

Now you are reading Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Chapter 63 ภาระหนักอึ้งหนทางยังอีกยาวไกล at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บทที่ 63 ภาระหนักอึ้งหนทางยังอีกยาวไกล

เจ้าของ เหมิงเหล่ย

เผ่าพันธุ์ มนุษย์ (มีสายเลือดมังกรและสายเลือดมารเพลิง)

ความมั่งคั่ง 1,007,835 เหรียญทอง

ค่าร่างกายนักรบระดับ 7 (15123/50000)

พลังวิญญาณจอมเวทระดับ 7(10128/50000)

พลังเวทจอมเวทระดับ 7(10032/50000)

เวทมนตร์เยอะมาก

วิชาออร่าสงครามวิชามังกรไฟ

ทักษะการต่อสู้เยอะมาก

“ค่าพลังเวทของฉันมันเพิ่มขึ้นเยอะมากถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะมีน้อยสุดแต่พลังทําลายของมันตอนนี้มีมหาศาลค่าพลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นไปอีกจอมเวทระดับ 7 หุหุตอนนี้ฉันได้เป็นจอมเวทระดับ 7 แล้ว 555 จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ยังไงละ”

เหมิงเหล่ยตื่นเต้นมากตอนที่เขานั่งดูค่าความสามารถของตัวเอง

การฝึกเวทมนตร์นั้นจําเป็นจะต้องขยันหมั่นเพียรทําจิตสมาธิและค่อยๆเพิ่มพูนวิชาไปอย่างช้าๆทุกวันทุกคืน มันยากกว่าการฝึกออร่าสงครามของนักรบมาก

แต่ด้วยความที่กระบวนการร่ายต่างๆ ในการใช้เวทมันกินเวลาเยอะเพราะงันจอมเวทก่อนระดับ 7 จึงมีพลังในต่อสู้ที่จํากัดพวกเขาไม่ค่อยต่างอะไรจากนักรบเท่าไรแต่เมื่อไรก็ตามที่จอมเวทคนนั้นกลายเป็นระดับ 7 ได้ สถานการณ์จะต่างออกไปโดยสิ้นเชิงระดับ 7 นั้นสามารถร่ายเวทระดับ 3 แบบฉับพพลันได้แถมยังสามารถร่ายเวทขั้นสูงที่ซับซ้อนได้อีก ทําให้ความเสียหายที่จอมเวททําได้มีมากกว่านักรบในระดับ เท่ากันมาก

และเพราะแบบนั้นทําให้จอมเวทระดับ 7 มีค่ามากกว่านักรบระดับ 7 มากทางอาณาจักรเองเลยตบรางวัลให้กับจอมเวทระดับ 7 ให้เป็นขุนนางหรือมีที่ดินเป็นของตัวเองเพื่อสร้างบุญคุณไว้เรียกใช้งานยามศึกสงคราม

ในขณะที่นักรบระดับ 7 ยังไม่ได้อะไรเลย

สิทธิพิเศษต่างกันราวฟ้ากับเหว

“ถ้าฉันกลับไปเมืองหลวงตอนนี้ ถ้าโชคดี ใครจะไปรู้ บางทีฉันอาจจะได้ยศเป็นบารอนเลยก็ได้ 5555”

เหมิงเหล่ยพอใจกับผลงานในวันนี้มาก เงิน 570000 กับสมบัติอีกมากมายรวมถึงอุปกรณ์มิติที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 30 ล้าน นี้เรียกว่าบุญหล่นทับของจริงการมาที่ป่าสัตว์วิเศษรอบนี้ไม่เสียเปล่าแล้ว

“ยังไงก็เถอะ ถ้าฉันอยากจะพัฒนาต่อ ก็คงต้องหาเงินเพิ่มมากกว่านี้อยู่ดี”

ค่าร่างกายยังขาดอีก 34877 แต้ม ถ้าจะไปให้ถึงระดับ 8 ก็ต้องใช้เงินประมาณ 3แสน 4 ค่าวิญญาณกับค่าพลังเวทเองก็ยังต้องการอีกอย่างละ 3แสน 9 รวมๆแล้วถ้าอยากจะไปให้ถึงระดับ 8 ทั้งหมดจริงๆต้องใช้เงินรวม 1,120,000 เหรียญทอง

เหมิงเหล่ยตอนนี้พึ่งมีอยู่ล้านเดียวยังไม่พอเลย

แค่เล้านเดียวมันไม่ใช่ปัญหาหรอก เหมิงเหล่ยสามารถหาเงินแค่นั้นได้โดยการขายแกนเวทมนตร์เพรชพลอยของมีค่าทั้งหมดที่เขาเก็บมาได้

แต่ปัญหาหลักก็คือ หลังจากนั้นแล้วจะเอายังไงต่อ

ขนาดจากระดับ 7 ไประดับ 8 ยังต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้ แล้วถ้าระดับ 8 ไประดับ 9 ละ แล้วระดับ 9 ไประดับเซียนเทพละ ต้องใช้เงินเท่าไรกัน

10,000,000 เหรอ ?

50,000,000 เหรอ ?

หรือมากกว่านั้น

เหมิงเหล่ยเองก็ตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆคือ ยิ่งพัฒนาไปมากเท่าไรก็ยิ่งต้องการมากเท่านั้นตัวเลขจํานวนมันอาจจะเกิดขอบเขตจินตนาการของเขาไปเลยก็ยังได้

“ยังไม่พอแหะ แค่นี้ยังไม่พอ”

เหมิงเหล่ยหายใจออกมา ความรู้สึกดีใจมันหายวับไป มันกลับแทนที่มาด้วยภาระที่หนักอึ้งหัวใจ และเส้นทางที่ยังห่างไกลจากความเป็นจริง

“ต้องทาเงินให้ได้มากกว่า ต้องการเงินมากกว่านี้”

เหมิงเหล่ยออกเดินทางต่อเข้าไปในป่าใหญ่อย่างไม่ลังเล

“มีสัตว์เวทมนตร์ที่ 1 นาฬิกา”

“ติ้ง ท่าการสังหารแมวผี ได้รับ 3200 เหรียญทอง”

“อีกตัวที่ 4 นาฬิกา”

“ติ้ง ทําการสังหาร แรดหนาม ได้รับ 8300 เหรียญทอง”

เขาเข้าไปลึกขึ้น ลึกขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าสัตว์เวทมนตร์จะยังโดนเขาฆ่าแต่พวกมันก็แกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สัตว์เวทมนตร์ระดับ 4

สัตว์เวทมนตร์ระดับ 5

สัตว์เวทมนตร์ ระดับ 6

เหมิงเหล่ยค่อยเดินเท้าเข้าไปยังส่วนลึกจนกระทั้งเข้าถึงเขตที่มีสัตว์เวทมนตร์ระดับ 6 อยู่ ตอนนั้นมันค่ําพอดี ป่าสัตว์วิเศษก็เริ่มเข้าสู่ความมืดมิด

“มืดแล้วแหะ หาที่ปลอดภัยพักก่อนดีกว่า”

สัตว์เวทมนตร์ส่วนมากนั้นจะซ่อนตัวอยู่ในรังช่วงเช้า และออกล่าตอนกลางคืน ดังนั้น ป่าสัตว์วิเศษจะอันตรายขึ้นหลายเท่าตอนช่วงกลางคืน และเพราะแบบนี้ ตอนกลางคืนจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการล่าสัตว์เวทมนตร์มากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นเหมิงเหล่ยก็ไปปต่อไม่ไหวแล้วหลังจากที่วิ่งๆเดินๆมาทั้งวันเขาเหนื่อยล้าและต้องการการพักผ่อนเพื่อเติมพลังงาน

แต่ไม่ว่ายังไง ในป่าส่วนลึกแบบนี้ เขาจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

ในป่าอันตรายยามค่ําคืนแบบนี้จะไปหาที่พักได้ที่ไหนกันละ

เหมิงเหล่ยเลยกางพรมวิเศษและลอยตัวขึ้นเหนือป่า หาที่ตั้งแคมป์ดีๆ พอเขาขึ้นมามองบนที่สูงบนฟ้า เขาก็มองเห็นได้กว้างไกลขึ้น ทําให้เขาหาได้ง่ายขึ้น

“หุบเขานั้นดูดีเลยนะ”

เขาเห็นรอยแยกของป่าไม้เหมือนกับว่ามีใครตัดมันออก และตรงกลางของมันคือหุบเขาที่เหมือนโดนแซนวิชด้วยภูเขาลูกใหญ่ 2 ลูก

“ลองไปดูดีกว่า” เหมิงเหล่ยใช้พรมวิเศษเดินทางบินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วไม่นานเขาก็ได้มาถึงบนยอดของหุบเขา เขาเห็นลําธารไหลลงในหุบเขาส่วนล็กมีพืชผักต่างๆรอบๆขึ้นรกไปหมดถ้าเกิดใครตาไม่ดีคงมองข้ามไปแน่ๆ

เหมิงเหล่ยเดินตามล่าธารไปแล้วลงมายังส่วนลึกของช่องลมหุบเขา ในตอนนั้นเองจากพื้นที่หุบเขาที่เคยแคบ พอหลุดออกมาได้มันกลับกว้างขวางพื้นที่ไม่สม่ำเสมอยิ่งเข้าไปล็ก ก็ยิ่งเห็นกว้าง

ณ ส่วนลึกที่สุดของหุบเขานั้น มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ไอควันสีขาวลอยออกมาจากผิวน้ำดูไปดูมาเหมือนเป็นถ้ําของเทพยังไงอย่างนั้น

“นั้นมัน บ่อน้ำพุร้อนเหรอ”

ตอนที่เขาลอยอยู่บนอากาศเหมิงเหลยรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่มากระทบที่หน้าของเขามันทําให้เขารู้สึกดีมาก น้ำข้างล่างนั้นน่าจะอ่นกาลังดี

“ถ้ามันเป็นบ่อน้ำพุร้อนก็ดีซินะ”เหมิงเหล่ยร่อนลงจอดก่อนจะเอื้อมมือไปแตะน้ำกระแสน้ำอุ่นๆทําให้กล้ามเนื้อและกระดูกของเขาผ่อนคลายลงได้อย่างเหลือเชื่อผิวหนังดูเต่งตึงขึ้นรู้สึกสบายสุดๆ

“บ่อน้ำร้อนนี้ ของโคตรดีเลยนี่หว่า”

หลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน อะไรมันจะไปดีไปกว่าการได้แช่บ่อน้ำร้อน ไม่ว่าใครก็อดใจไม่ไหวแน่นอน เหมิงเหล่ยเองก็แทบร้องเหมือนกัน เขาถอดผ้าคลุมออกแล้วจ่มตัวเองลงไปทันที ก่อนที่เขาจะร้องออกมา

“โอ๊ย ร้อน ร้อนเกิน… แต่ก็สบายจริงๆเลย”

ด้วยอุณหภูมิของน้ำในตอนนี้ มันสามารถต้มคนธรรมดาให้สุกเป็นหมูได้แต่เหมิงเหล่ยนั้นไม่ใช่ ค่าร่างกายของเขาเป็นนักรบระดับ 7 แถมเขายังมีสายเลือดธาตุไฟอีก 2 สายเลือด ทําให้เขาไม่ต้องกลัวความร้อนเลยอุณหภูมิน้ำ 70-80 องศาก็ไม่ต่างอะไรจากบ่อน้ำพุร้อนแถวบ้านเขาเลย

“5555 เยี่ยมไปเลย”

เหมิงเหล่ยกางแขนกางขาเตะน้ำเล่นว่ายไปมาในบ่อ เขาสามารถว่ายด้วยความเร็วที่เท่ากับปลาได้เลย

ตู้ม!!!ตู้ม!!! เสียงน้ำกระเซนจากการเตะขาดังก้องไปทั่ว

เริ่มด้วยท่าฟรีสไตล์ที่ส่ายได้เร็วสุดๆ ตามมาด้วยท่ากบเน้นประหยัดพลังงาน

แล้วก็ต่อด้วยท่าผีเสื้อสวยงาม …. เขาจะไปว่ายเป็นได้ไงวะ

หลังจากที่ว่ายอย่างบ้าคลั่งไปกลับรอบสระอยู่หลายรอบเขาก็พิงหลังลงบนโขดหินข้างบ่อแล้วหลับตาลง ความรู้สึกของน้ำอุ่นๆชําระล้างความเหนื่อยล้าของผิวหนังค่อยๆไหลเวียนผ่านร่างของเขาไปเขารู้สึกดีมากๆทีเดียว

ตู้ม!!!

ทันใดนั้นเอง บางอย่างก็เกิดขึ้น

เสียงน้ำระเบิดอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างสีดําขนาดใหญ่กระโดดออกมาจากน้ำพร้อมอ้าปากสีด่ากว่างพุ่งตรงเข้าใส่เหมิงเหล่ยอย่างไว

“เชี่ยอะไรวะเนี่ย!!”

เหมิงเหล่ยไม่ทันจะได้ตอบสนอง เขาโดนงาบเข้าไปทั้งตัวก่อนจะโดนกลืนไปโดยสิ่งมีชีวิตตัวนั้น

เลือก เลือก

อ๊อก!!!

ร่างสีดํานั้นเรอออกมาเสียงดังก่อนจะสะบัดหัวแล้วดาลงไปใต้น้ำอีกครั้งเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

×

Pengaturan Membaca

Background :

Size :

A-16A+