Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก 34 นักสู้ระดับเหรียญทอง หาเงินเหมือนปล้น

Now you are reading Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Chapter 34 นักสู้ระดับเหรียญทอง หาเงินเหมือนปล้น at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเต…

บทที่ 34 นักสู้ระดับเหรียญทอง หาเงินเหมือนปล้น

 

(หมายเหตุ ตอนที่ 34 ก่อนหน้านี้ แท้จริงแล้วคือตอนที่ 35 แต่ผู้แปล แปลข้ามตอน ขออภัยด้วยครับ)

 

“ติ้ง แลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์ยินดีด้วย เจ้าของกลายเป็นจอมเวทระดับ 4 แล้ว”

 

กระแสพลังเวทรวมตัวขึ้นกลางอากาศก่อนที่จะซัดเข้าหาร่างของเหมิงเหล่ย ทําให้ร่างกายของเหมิงเหล่ยนั้นผ่อนคลาย และสบายตัว จิตวิญญาณของเขานั้นใสกระจ่างและโปร่งโล่ง เขารู้สึกดีเอามมากๆ

 

“เห้ย พี่ชาย ทําไมถึงทําหน้าฟินแบบนั้นละ”

 

พอเห็นเหมิงเหล่ยทําไหน้าแบบนั้นฮาร์ตก็อดสงสัยไม่ได้

 

“หะหะ พอดีคิดอะไรดีๆขึ้นมาได้นะ”

 

เหมิงเหล่ยยักไหล่แล้วเริ่มเช็คค่าความสามารถส่วนตัว

 

ความมั่งคั่ง 24097

 

คาร่างกาย นักรบระดับ 3 (619/1000)

 

ค่าพลังวิญญาณ นักเวทระดับ 4 (100/2000)

 

พลังเวท นักเวทระดับ 4 (1001/2000)

 

ทั้งค่าพลังเวทและค่าพลังวิญญาณตอนนี้มีมากไปถึงระดับนักเวทระดับ 4 แล้ว เหลือเพียงแค่หาเวทอาคมระดับ 4 แล้วใช้ให้ได้ฉันก็จะได้เป็นจอมเวทระดับ 4 เต็มตัว

 

ย้ายเข้ามาในโลกนี้ได้แค่ประมาณ 5 เดือน แต่ตอนนี้ฉันข้ามไปเป็นจอมเวทระดับ 4 แล้ว ความเร็วในการพัฒนาระดับนี้ จะเรียกว่าโกงก็ว่าได้เลยนะเนี่ย

 

แทนที่เหมิงเหล่ยจะพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีตอนนี้ เขากลับคิดถึงสิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคต

 

ค่าร่างกายของฉันดูเหมือนว่าจะยังต่ําไปหน่อยซินะ”

 

เดิมทีนั้นเป็นจุดแข็งของเหมิงเหล่ยและเป็นลูกแก้วที่หาเก็บได้ง่ายที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่เหมิงเหล่ยเข้ามาอยู่ในวิทยาลัย ลูกแก้วค่าพลังก็แทบจะไม่ดรอปมาให้เขาเห็นอีกเลย ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานี้ นานๆที่จริงๆถึงจะเห็นซักลูกนึง

 

ในความคิดของเหมิงเหล่ย เดิมที่ค่าร่างกายของนักเวท ชาวมนุษย์ก็อ่อนแออยู่แล้ว และเป็นจุดอ่อนที่อีกฝ่ายจะใช้โจมตีได้เสมอ แต่ถ้าเทียบกันแล้ว จอมเวทครึ่งมังกรที่สืบเชื้อสายเลือดมังกรมาโดยตรงนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามาก

 

ยกตัวอย่างเช่นจอมเวทครึ่งมังกรนั้น จะได้เปรียมจอมเวทอื่นๆในระดับที่เท่ากันมากๆ เหมิงเหล่ยเองก็ไม่อยากจะแพ้จอมเวทครึ่งมังกรในระดับที่เท่ากันเหมือนกัน ดังนั้น เขาจึงอยากเพิ่มค่าร่างกายให้มากและเร็วที่สุดที่ทําได้

 

“บ้าเอ้ย ถึงตาข้าแล้ว”

 

ในตอนที่เหมิงเหล่ยกําลังคิดแผนอยู่นั้นเอง ฮาร์ตก็ร้องออกมาด้วยความตระหนกจนขัดสมาธิของเหมิงเหล่ย ตอนนี้ถึงตาของฮาร์ตแล้วที่ต้องเข้ารับการทดสอบ

 

“สู้ๆ เจ้าอ้วนฮาร์ต เจ้าทําได้อยู่แล้ว”

 

เหมิงเหล่ยแตะไหล่ของเขาแล้วยิ้ม “ถ้าเราทั้งคู่สอบผ่าน คืนนี้ข้าเลี้ยงข้าวเอง เดี๋ยวเราไปกินอะไรอร่อยๆในตัวเมืองกันดีกว่า”

 

“ได้เลย” ฮาร์ดพยักหน้าก่อนจะเดินตรงเข้าหาอาจารย์

 

“สู้เขานะ”

 

แดเนียลเองก็กําหมัดเชียร์ฮาร์ตอยู่ห่างๆ และผลการทดสอบก็ออกมาในทันที

 

ค่าพลังวิญญาณของฮาร์ตเพิ่มขึ้น 28 แต้ม ถือว่าสอบผ่าน ต่อมาเรื่องพลังเวทมนตร์ของฮาร์ต อยู่ในระดับจอมเวทระดับ 3 ถือว่าสอบผ่านเช่นกัน

 

ในส่วนของการปลดปล่อยเวทมนตร์ ฮาร์ตใช้เวทมนตร์ 3 ประเภท เวทมนตร์กระจกวารีที่เป็นเวทธาตุน้ําเวทผู้พิทักษ์ สายลม เป็นเวทธาตุลม และอาคมหินยักษ์ที่เป็นเวทธาตุดินและก็ผ่านหมด

 

“5555 ข้าผ่านด้วยละ”

 

ฮาร์ตตรงไปหาเหมิงเหล่ยในทันที เขาตื่นเต้นจนกระโดดออกหน้าออกตา ตอนนี้มีเพียงแค่เขากับเหมิงเหล่ยเท่านั้นที่ผ่านการทดสอบ ซึ่งทําให้เขาดีใจมากๆ

 

“ยอดไปเลย” เหมิงเหล่ยชม เขาเองก็อึ้งในพรสวรรค์ของฮาร์ตเช่นกัน เขาพูด “เจ้าใช้เวทระดับ 3 ของทั้ง 3 ธาตุได้ ทั้งๆที่ฝึกทั้ง 3 ธาตุไปพร้อมกัน เจ้านี้มันซุ่มเก่งเหมือนกันนะเนี่ย”

 

สายตาของเหมิงเหล่ยนั้นไม่ใช่ความอิจฉา แต่เป็นการชื่นชมฮาร์ตมากกว่า

 

“หะหะ ใครมันจะไปเทียบเจ้าได้ละ” ฮาร์ตเกาหัวแล้วพูด “ข้าน่ะ ใช้เวทมนตร์ได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบแล้ว อายุ2 ขวบกว่าๆ ข้าก็เริ่มฝึกและเรียนรู้เวทมนตร์แล้ว สําหรับข้ายังเทียบเจ้าไม่ได้แม้แต่นิดเดียวเลยพี่ชาย”

 

เหมิงเหล่ยแอบพูดไม่ออก อย่างที่คิดไว้เลย ในขณะที่เด็กๆในหมู่บ้านสัตว์เวทมนตร์ต้องใช้เงินเก็บของครอบครัวทั้งหมด ในการมาทดสอบพลังเวท แต่ฮาร์ตนั้นสามารถฝึกเรียนเวทมนตร์และใช้เวทมนตร์เป็นได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ มันเป็นความเหลื่อมล้ําที่มากเกินไปจริงๆ

 

การสอบกลางภาคยังคงดําเนินต่อไป

 

ชั่วโมงกว่าๆผ่านมา นักเรียนที่เหลือก็สอบจนเสร็จหมด แต่ถึงอย่างนั้น ผลการสอบก็ไม่ค่อยจะดีซักเท่าไร มีคนที่สอบผ่าน รวมเหมิงเหล่ยกับฮาร์ตแล้ว มีคนที่สอบผ่านแค่ 7 คนเท่านั้น คนที่เหลือนอกจากเหมิงเหล่ยกับฮาร์ตแล้ว ก็มีแดเนียล เพื่อนร่วมหอของเหมิงเหล่ยที่ชื่อ แอบบี้ มีทันน่าไอรัมจากอาณาจักรเหมันต์ มีชาวบ้านชาวมนุษย์อีกคนแล้วก็ครึ่งมังกรอีกคนนึง

 

ส่วนที่เหลืออีก 42 คน สอบตกทั้งหมด

 

ผลการสอบนี้ทําให้หัวหน้าอาจารย์ เดิร์คนอร์เวย์หงุดหงิดเอามากๆ เขาด่าเหมารวมทั้งชั้นรวมถึงรุ่นพี่และไกด์คลาสอย่างรุ่นพี่เจนนี้ก็ไม่เว้น

 

หลังจากที่การสอบเสร็จสิ้น เหมิงเหล่ย ฮาร์ตและแดเนียลก็ออกจากวิทยาลัยไปพร้อมกัน พวกเขาเดินทางไปที่ร้านอาหารที่ดีที่สุดในย่านนี้เพื่อฉลองสอบเสร็จ

 

หลังจากที่ทั้ง 3 คนเข้าไปยังห้องวีไอพีส่วนตัวของร้านแล้ว เหมิงเหล่ยก็หยิบเมนูให้ทั้ง 2 คนแล้วยิ้ม “อยากสั่งอะไรก็สั่งได้เลยนะ วันนี้ฉันเลี้ยงเอง”

 

“เหอะๆ รู้นะว่าเจ้าได้เงินมาก้อนใหญ่วันนี้หน่ะ เพราะในวันนี้ข้าจะกินแบบไม่เกรงใจละนะ”

 

“งั้นเราจะเริ่มด้วย เนื้อกิ้งก่าเกราะทองผัดน้ํามันหอย”

“ต่อด้วยต้มแซบตกแตนโลหิตละกัน”

 

“แล้วก็ต่อด้วย ตับวาฬเวทมนตร์ย่างเสิร์ฟพร้อมผักดองก็น่าจะดีนะ”

 

“เออใช่ เอากบน้ําแข็งผัดด้วย”

 

“ผัดเผ็ดนกใจหยกด้วย ของชอบเลย”

 

มุมปากของเหมิงเหล่ยกระตุกขึ้นมาทันทีตอนที่ได้ยินทั้งฮาร์ตและแดเนียลสั่งอาหารแบบไม่เกรงใจกัน

 

เวรเอ้ย อาหารจานนึงก็ล่อไปเกือบ 100 เหรียญทองละ นี่กะจะมาปล้นกันรึไงวะเนี่ย

 

แต่ถึงอย่างนั้น เขาเองก็ต้องทําตามที่เขาพูดบอกว่าจะเลี้ยง เขาก็จะเลี้ยง ถึงจะต้องกล้ํากลืนน้ําตาตัวเองก็ตาม

 

“ดื่มยินดีให้กับพี่ใหญ่คอลิน กับการชนะติดต่อกันใน สนามประลอง 20 ครั้งรวด และได้เลื่อนขั้นเป็นนักสู้ระดับ เห รียญเงิน เอ้าดื่ม!”

 

“แหม นิดหน่อยเอง ข้าก็แค่ดวงดีหน่ะ ดวงดีเท่านั้นเอง

5555!”

 

“จะว่าไป พี่ใหญ่เองตอนนี้ก็เป็นนักสู้ระดับเหรียญเงินแล้ว ค่าตัวของท่านน่าจะเพิ่มขึ้นสูงเลยซิท่า”

 

“ก็ปรกตินะ แค่ 10000เหรียญทองต่อรอบเอง”

 

“1หมื่นเหรียญทองเลยเรอะ?”

 

“โอโห พี่ใหญ่คอลินนี้สุดยอดจริงๆเลย”

 

“ถ้าเป็นแบบนี้ละก็ ลงแข่งอีก 10กว่ารอบ ท่านก็จะรวยพอไปซื้อที่ดินเป็นเจ้าของพื้นที่เองได้แล้วซินะ”

 

“5555 ก็แค่ดวงเท่านั้นละ”

 

เสียงพูดคุยจากห้องข้างๆทะลุเข้ามายังโสตประสาทของเหมิงเหล่ย เขาถามขึ้นมา “นักสู้ระดับเหรียญเงินเหรอ”

 

เขาเคยได้ยินเรื่องสนามประลองใต้ดิน รวมไปถึงโคลอสเซี่ยมด้วย มันเป็นสถานที่ให้ความบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุด 2 ที่ในเมืองหลวง มันโด่งดังและได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นสูง และเหล่าคนรวยเป็นสถานที่ที่เหล่านักสู้จะต้องต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้ความสนุกสนานกับคนดู และมีการพนันเกิดขึ้น มันเป็นความบันเทิงที่เต็มไปด้วยเลือดและความรุนแรง น่าหลงไหลและปาเถื่อนไปพร้อมๆกัน

 

ถึงแม้ว่าสนามประลองจะได้รับความนิยมอย่างมากในอาณาจักรหรือแม้แต่กับจักรวรรดิเองก็ได้รับการยอมรับอย่างสูง แต่เหมิงเหล่ยเองก็แอบจะไม่ชอบอะไรพวกนั้นซักเท่าไร 

 

เป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งเขาไม่รู้ด้วยว่ามันมีระบบการทํางานยังไง แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่เตะหูของเหมิงเหล่ยอย่างคาดไม่ถึง คือการที่เขาได้ยินเรื่องที่ว่า ค่าตัวของนักสู้ระดับเหรียญเงินนั้น มีค่าตัวสูงถึง 10000เหรียญทอง

 

ตั้ง 1 หมื่นเหรียญทองเลยนะ

 

ถ้าเขาเอาไปแลกค่าความสามารถ เขาก็คงแลกได้เพิ่มมาตั้ง 1000 แต้มเลย

 

เขาสามารถแลกแต้มความสามารถ 1000 แต้มในการต่อสู้แค่รอบเดียว

 

มันเยอะกว่าการไล่เก็บผลึกกับการทําจิตสมาธิหลายร้อยเท่า

“แค่10000 เหรียญทองเองก็ถือว่าน้อยนะเนี่ย”

 

หลังจากที่ฮาร์ตสั่งอาหารเสร็จเขาก็พูดขึ้นมา “ถ้าจะเรียกว่าค่าตัวสูงน่าจะเป็นพวกนักสู้ระดับ เหรียญทองมากกว่า เพราะค่าตัวของแต่ละคน หลักแสนก็ยังไม่พอเลยมั้ง”

 

“ขนาดนั้นเลยเหรอ เว่อร์ไปรึเปล่า”

 

สายตาของเหมิงเหล่ยเบิกโตในทันที

 

“ก็นะ นักสู้ระดับเหรียญทองก็เหมือนเป็นห่านที่ไข่เป็นทองได้ในสนามประลองอะ ค่าตัวของพวกเขาต้องมากกว่าหลายเท่าอยู่แล้ว”

 

แดเนียลพูดเพิ่ม “นอกจากนั้นทุกคนยังดังสุดๆด้วยนะ มีฐานแฟนคลับเป็นของตัวเองเป็นจํานวนมาก แถมยังได้เงินแบบที่เรียกได้ว่าเป็นกอบเป็นกําเลยละ”

 

“มีพวกแบบนั้นอยู่บนโลกนี้ด้วยเหรอ”

 

“แบบนั้นเหรอ?”

 

“อ้อ เปล่านะ ถ้าเกิดพวกนักสู้มันหาเงินง่ายแบบนี้แล้ว จะไปเป็นนักสู้ต้องทํายังไงบ้างละ”

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด