Regressor Instruction Manual 20 เหตุการณ์

Now you are reading Regressor Instruction Manual Chapter 20 เหตุการณ์ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

“คุณฮเยยองคะ”

 

 

“โปรดฟังสิ่งที่ฉันจะพูด”

 

 

“ช่วยไปกับคุณกียองด้วยค่ะ”

 

 

“อะไรนะคะ?”

 

 

“ฉันเชื่อว่าการทำให้สิ่งต่าง ๆ สะดวกสบายขึ้นสำหรับคุณกียองจะเป็นประโยชน์มากกว่า ไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่ในก้าวข้างหน้าด้วยค่ะ”

 

 

“ฉันไม่แน่ใจว่าคุณหมายถึงอะไร….?”

 

 

“การตัดสินใจทั้งหมดเป็นของคุณเองค่ะ คุณสามารถทำอะไรก็ได้ ที่คุณคิดว่าสามารถจัดการได้ ฉันไม่สนว่าคุณจะเป็นแค่ตัวล่อ … อ๊ะ! หรือว่าจะเป็นคนรับใช้ก็ตาม”

 

 

“…….”

 

 

“สุดท้ายนั่นเป็นเพียงเรื่องตลก แต่การคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังก็ไม่ใช่ความคิดที่เลวร้าย…. สถานการณ์ที่นี่ไม่ค่อยดีนัก ไม่เพียงแต่เราขาดอาหาร แต่ยังมีคนจำนวนจำกัดที่สามารถออกไปข้างนอก คุณฮยอนซึงช่วยพวกเราด้วยการกำจัดมอนสเตอร์แถวนี้เป็นประจำ แต่ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นแบบไหน ความจริงคือเราไม่สามารถตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับอนาคตได้ เราต้องคิดถึงความเป็นไปได้ที่ถ้าคนที่ออกไปข้างนอกไม่กลับมาอีกด้วย เราควรจะถามตัวเองว่าจากนั้น ควนจะทำอย่างไร?”

 

 

“…….”

 

 

“แต่มันไม่ใช่ความคิดแย่นัก หากจะทำความคุ้นเคยกับคนที่มีความสามารถ มันไม่ดีกว่าเหรอคะ ที่คุณจะทำหลักประกันไว้? หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี บางทีคุณอาจได้รับการดูแลพิเศษแบบจองฮายัน….”

 

 

“ฉันเข้าใจแล้วว่าแล้วว่าคุณหมายถึงอะไร”

 

 

” โอ้! ยังมีข่าวลือว่าพวกเขาจะพาคุณฮายันออกไปข้างนอกในครั้งต่อไป นี่น่าจะเป็นโอกาสที่ดีนะคะ”

 

 

“ขอบคุณที่ให้คำแนะนำค่ะ …แต่มีเหตุผลอะไรที่คุณดีกับฉันขนาดนี้”

 

 

” มันเป็นเพียงจินตนาการที่ผ่านมา แต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ฉันอยากให้คุณตอบแทนฉันบ้าง เพราะฉันไม่ใช่คนชอบเสี่ยงโชค”

 

 

* * *

 

 

“ยัยบ้า”

 

 

ลีจีฮเย นัง X นั่น

 

 

เธอยังคงสาปแช่งลีจีฮเยจากภายใน แม้ว่ามันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม

 

 

ท้ายที่สุดเธอเป็นคนที่ทำผิดพลาดและทุกอย่างเป็นทางเลือกของเธอเอง

 

 

ทั้งที่เห็นด้วยกับคำพูดของลีจีฮเยและการติดตามลีกียองไป ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความคาดหวังว่ามันจะได้ผล

 

 

เธอได้ทำอะไรโง่ ๆ จากการจู่โจมและตัดสินใจที่จะชดเชยความผิดพลาด

 

 

การผลักดันตัวเองให้ดูมีประโยชน์ด้วยการถือหอก ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่

 

 

เสียงกรีดร้องที่ดังจากปากเธอนั้นเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่กว่า

 

 

เธอสามารถเห็นลีกียองและปาร์คด็อกกูเดินไปข้างหน้า

 

 

ลีกียองไม่เคยหยุดร่ายคาถาและปาร์คด็อกกูก็ป้องกันมอนสเตอร์ที่พุ่งเข้ามาด้วยโล่ขนาดใหญ่ของเขา

 

 

อาจเป็นเพราะความกลัว ขาของเธอจึงรู้สึกสั่นเทา แต่โดยธรรมชาติแล้วการทรุดตัวลงนั้นเป็นไม่ได้

 

 

‘ฉันกำลังจะตาย’

 

 

เธอรู้ว่าเธอกำลังจะตาย ถ้าเธอหยุดวิ่ง

 

 

เมื่อมองไปด้านข้าง เธอเห็นว่าจองฮายันที่ตามมาด้านหลังกำลังพึมพำกับตัวเองอย่างเงียบ ๆ

 

 

‘ยัยโง่….’

 

 

เธอโชคดีพอที่จะดึงดูดสายตาของลีกียองและโชคดีที่ได้ตำแหน่งปัจจุบันในกลุ่มนี้

 

 

ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะโชคดีเท่าเธอ

 

 

หลังจากทำผิดพลาดครั้งใหญ่ หากพวกเขารอดชีวิตกลับไปอีกครั้ง ก็แทบจะแน่นอนแล้วว่าเธอต้องลาออกจากกลุ่มนี้

 

 

เมื่อพัคฮเยยองคิดว่าเธอเป็นเพียงอุปกรณ์ช่วยสอนของจองฮายัน เธอจึงได้ลิ้มรสของขมในปาก

 

 

ในตอนแรก….

 

 

เธอไม่รู้ว่าจองฮายันใจเย็นได้อย่างไร

 

 

คิมฮยอนซึง ลีกียองและปาร์คด็อกกูที่ยังคงโจมตีด้วยดาบและหอกอย่างต่อเนื่อง ต่อหน้ามอนสเตอร์ก็น่าเหลือเชื่อเช่นกัน

 

 

ในกรณีของเธอ พัคฮเยยองไม่สามารถเอาชนะความรู้สึกกลัวได้

 

 

มันน่าหัวเราะที่เธอคิดว่ามันง่าย

 

 

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของจองฮายันต่างออกไปเล็กน้อย

 

 

นี่เป็นครั้งแรกของเธอเช่นเดียวกับพัคฮเยยองและเป็นครั้งแรกที่เธอได้เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ด้วยตัวเอง

 

 

การจ้องมองอันเงียบงันนั้นขาดความกลัวอย่างแน่นอน

 

 

พัคฮเยยองเคยสงสัยว่าจองฮายันเป็นบ้าหรือเปล่า เมื่อเห็นเธอพูดกับตัวเองไปเรื่อย ๆ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่หวั่นไหว

 

 

‘เธอทำบ้าอะไร’

 

 

ความเป็นจริงในบทช่วยสอน พวกเขาจะต้องสร้างความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด เธอใช้ประโยชน์จากลีกียองและคิมฮยอนซึง เพราะเธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำด้วยตัวเอง

 

 

หากลองคิดดูแล้ว ใครก็ตามที่ถูกตราหน้าว่าไม่สามารถต่อสู้ได้ จะไม่สามารถตามคนอื่นทัน และเมื่อเวลาผ่านไปเธอก็จะกลายเป็นข้าวเย็นที่เหลืออยู่

 

 

เหลือเพียงตัวเลือกเดียว

 

 

‘ฉันต้องเข้าใกล้พวกเขา’

 

 

หากเธอรอดชีวิตกลับไป เธอจะต้องสร้างความสัมพันธ์กับลีกียองให้มากขึ้น

 

 

เธอต้องเกาะติดกับเขาไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

 

 

แน่นอนว่าการมีจองฮายันอยู่ข้าง ๆ เขานั้นน่ารำคาญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาจะรับรู้ถึงคุณค่าของเธอ

 

 

เห็นได้ชัดว่าเธอเก่งกว่าผู้หญิงโง่ ๆ คนนี้

 

 

ปาร์คด็อกกูและลีกียองที่กัดฟันกรอดไม่หยุดวิ่งเลี้ยวไปทางซ้าย

 

 

ในขณะนั้นเองเธอตระหนักว่าเธอไม่สามารถมองเห็นพวกเขาได้อีกต่อไป

 

 

‘ฮะ? ‘

 

 

เธอรู้สึกราวกับว่าถูกผีสิง เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

 

‘มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?’

 

 

เห็นได้ชัดว่าเธอวิ่งตามพวกเขามา

 

 

สถานการณ์แบบนี้ไม่มีอะไรนอกจากการวิ่งเข้าไปในกำแพงผี

 

 

เธอจำไม่ได้ว่าพวกเขาหายไปเมื่อไหร่หรือยังไง

 

 

จองฮายันยังจ้องมองไปยังกำแพงที่ปิดกั้นทางเดินอย่างเงียบ ๆ

 

 

“เธอรู้ไหมว่ากียองและด็อกกูไปไหน?”

 

 

เธอพยายามพูดกับผู้หญิงอีกคนอย่างระมัดระวัง แต่เธอไม่ได้รับคำตอบ

 

 

มันเป็นเรื่องผิดพลาดที่จะถามตั้งแต่แรก

 

 

‘คนโง่อย่างเธอคงไม่รู้หรอก….’

 

 

แม้แต่พัคฮเยยองก็สูญเสียการมองเห็นไปในพริบตา

 

 

ถ้าเธอไม่สามารถบอกได้ว่าพวกเขาหายไปไหน ก็ไม่มีทางที่ยัยบ้าข้าง ๆ เธอจะทำได้

 

 

ผู้หญิงคนนี้อาจจะแค่ตามหลังเธอมาเท่านั้น

 

 

“กรรรร”

 

 

เสียงของมอนสเตอร์ดังมาแต่ไกล

 

 

โดยธรรมชาติแล้วเธอเริ่มสั่นทันที

 

 

เธอรู้ว่าเธอต้องออกไปจากที่นี่ แต่เท้าของเธอกลับติดอยู่กับที่

 

 

เพราะเธอคิดไม่ออกว่าจะไปทางไหน

 

 

บางทีกียองอาจจะสังเกตว่าพวกเธอหลงทาง

 

 

หากพวกเธอรออีกสักหน่อย สองคนนั้นจะกลับมาอย่างแน่นอน

 

 

เธอมั่นใจว่าพวกเขาจะทำมัน

 

 

เมื่อมองเห็นจองฮายันที่พึมพำอย่างไร้สาระแม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ พัคฮเยยองแทบจะกลั้นเสียงสบถของตัววเองไม่ไหว

 

 

“พลังในการปกป้องตัวจากศัตรูที่พยายามขโมยไปจากฉัน”

 

 

ดูเหมือนจะเป็นการภาวนาถึงใครบางคน แต่การกระทำของเธอนั้นเกินกว่าความเข้าใจอย่างสิ้นเชิง

 

 

ลีกียองที่เคยกังวลกับผู้หญิงแบบนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่สนใจ

 

 

“ใบมีดสายลม (Wind blade) ”

 

 

ฉึก-

 

 

เธอได้ยินเสียงของอากาศที่แยกออกจากกัน

 

 

“หุบปากซะยัยเด็กปัญญาอ่อน แกไม่ได้ยินเสียงมอนสเตอร์เหรอ?”

 

 

เป็นช่วงที่เธอพยายามก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย

 

 

‘หือ? ‘

 

 

ความสมดุลของเธอหายไป

 

 

ต่างจากความตั้งใจ ร่างกายของเธอตกลงไปบนพื้นmyomu

 

 

ในเวลาเดียวกันเธอรู้สึกความเจ็บปวดที่ไม่สามารถทนได้ที่ขาข้างซ้าย

 

 

เลือดสีแดงสดพุ่งกระเซ็นมาที่พื้น

 

 

เธอมองเห็นขาของเธอถูกแยกออกจากร่างกาย มันนอนอยู่บนพื้นห่างจากเธอไม่มากนัก

 

 

‘เกิดอะไรขึ้น….’

 

 

เสียงกรีดร้องดังออกจากปากก่อนที่เธอจะคิดได้

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกก! ค – ใครก็ได้! ใครก็ได้ ช่วย …ช – ช่วยฉันด้วย!”

 

 

“ม – มันไร้ประโยชน์ค่ะ ค – คุณฮเยยอง”

 

 

“ข – ขา…ขาของฉัน….”

 

 

“ฉ – ฉันได้ปิดกั้นเสียงรอบข้างด้วยมานา ฉันไม่แน่ใจว่าคุณจะได้ยินไหม แต่ค – คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมอนสเตอร์ที่จะมาที่นี่ คุณสามารถผ่อนคลายได้”

 

 

“ได้โปรดช่วยฉันด้วย ได้โปรด….”

 

 

“ค – คุณโง่กว่าที่ฉันคิดนะคะฮเยยอง …. คุณสร้างปัญหาให้กับพี่…และค – คุณทำลายการออกมาข้างนอกของฉัน”

 

 

” หุบปาก! มันเจ็บ…ฉันเจ็บ! ตอนนี้แกไม่เห็นขาของฉันเหรอ? รีบพากียองมาที่นี่หรือ…”

 

 

พัคฮเยยองยังคงจับขาของตัวเองและกรีดร้อง

 

 

เธอไม่สามารถคิดอะไรได้อย่างชัดเจน เพราะเลือดที่ไหลออกจากร่างกาย

 

 

เธอถอดแจ็คเก็ตออกแล้วมัดมันไว้รอบขา แต่ก็ยากที่จะบอกได้ว่าการรักษาหยาบ ๆ นี้จะเพียงพอหรือไม่

 

 

ปากของเธอสั่น

 

 

ไม่สิ เป็นเรื่องธรรมดาที่ร่างกายของเธอจะสั่นเทา

 

 

เพราะเธอไม่เข้าใจตั้งแต่แรก ว่าทำไมขาของเธอถึงหลุดไป

 

 

เธอไม่ต้องการแม้แต่จะเข้าใจความเป็นจริง

 

 

อย่างไรก็ตามการรู้ว่านี่เป็นฝันร้ายหรือความจริงเป็นเรื่องเร่งด่วนมากกว่า

 

 

ความเจ็บปวดที่แผดเผาราวกับว่าร่างกายของเธอถูกไฟไหม้

 

 

การมองเห็นของเธอพร่ามัวไปด้วยน้ำตา

 

 

เมื่อพัคฮเยยองเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เธอก็เห็นจองฮายันที่ยิ้มอย่างสดใส

 

 

‘หือ? ‘

 

 

เธอถือของบางอย่างไว้ในมือซึ่งทำจากวัสดุแปลก ๆ

 

 

‘ใบมีดสายลม (Wind blade) ’

 

 

ทันใดนั้นคำพูดเหล่านั้นก็กะพริบผ่านความคิดของเธอ

 

 

พัคฮเยยองไม่เชื่อ แต่เห็นได้ชัดว่าลมสีเขียวกำลังหมุนวนรอบมือของจองฮายัน

 

 

‘เพราะอะไร? ทำไม? เป็นเธอไปได้ยังไง?’ เมื่อความคิดเหล่านั้นไหลเข้ามาในหัว เธอจึงเต็มไปด้วยความกลัวตามสัญชาตญาณ

 

 

“อา…ฮา – ฮายัน….”

 

 

” คะ คุณฮเยยอง”

 

 

“ท – ทำไมจู่ ๆ คุณถึงทำแบบนี้”

 

 

“ฉ – ฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้ค่ะ แต่มันช่วยไม่ได้ เพราะคุณพยายามจะแย่งพี่ไปจากฉัน มันไม่สามารถช่วยได้ ฉันไม่ได้ทำมันเพราะฉันชอบ”

 

 

“ค – คุณกำลังพูดถึงอะไร?”

 

 

“ฉันเกลียดเวลาที่คุณแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้…ฮเยยอง คุณน่าจะรู้ว่าคุณจะเอาพี่ของฉันใช่มั้ย? ค – ค – คุณจะพยายามจะพาเขาไปใช่ไหม คุณบอกว่าจะพาเขาไปไม่ใช่เหรอ?”

 

 

‘บ้า”

 

 

เธอบ้าไปแล้ว

 

 

พัคฮเยยองมึนงงกับสิ่งที่เธอไม่เคยสังเกตมาก่อน

 

 

ผู้หญิงตรงหน้าเธอเป็นบ้าอย่างแน่นอน มุมปากของเธอยกขึ้นและดวงตาของเธอดูเหมือนจะเต็มไปด้วยแสงแห่งความบ้าคลั่ง

 

 

“ม – มัน…มันเป็นเพียงการพูดพล่อย ๆ”

 

 

“โกหก”

 

 

” จริง ๆ แล้ว…”

 

 

” คุณโกหก ค -คุณรู้ไหมว่าคุณทำร้ายฉันมากแค่ไหน? ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันจะแตกสลาย เมื่อคุณพูดคุย จับมือกับท่านพี่และโน้มตัวไปหาเขา บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าฉันรู้สึกยังไง”

 

 

“ฉ – ฉันเข้าใจ … ฉ – ฉันเข้าใจแล้ว ดังนั้นช่วยฉันด้วย ฉันจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าพี่ของคุณอีก”

 

 

“ขอโทษนะคะ ไม่ว่าฉันจะคิดถึงเรื่องนี้มากแค่ไหน ฉันก็มองคุณไม่ได้ด้วยซ้ำ ฮเยยอง ฉันไม่สามารถให้อภัยคุณได้จริง ๆ ที่พยายามแย่งพี่ชายของฉันไปและถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะรู้สึกกังวลมาก….”

 

 

“ฉึก!”

 

 

มีเสียงที่น่าสยดสยองขณะที่แขนอีกข้างของเธอถูกตัดออก

 

 

เธอรู้สึกเจ็บปวด

 

 

เธอดิ้นรน แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เธอคิดได้ก็คือเธอต้องออกไปจากที่นี่

 

 

แม้ว่าเธอจะพยายามคลานหนี แต่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะความเจ็บปวดและความกลัว

 

 

“ช่วยฉันด้วย ได้โปรด…ได้โปรดฉันผิดไปแล้ว ช่วยฉันด้วย …”

 

 

“ไม่ อย่าทำอย่างนั้น มันมีแต่จะทำให้คุณอ่อนแอลง”

 

 

“ได้โปรดเถอะ ฉันคิดผิดไปโดยสิ้นเชิง มันเป็นความผิดของฉันทั้งหมด! มันเป็นความผิดพลาดของฉันเอง!”

 

 

“เวทมนตร์นี่ก็ทำได้เช่นกัน ปิดปากไว้ก่อนจะดีกว่าเพราะคุณเสียงดังมาก”

 

 

เสียงของเธอไม่สามารถเล็ดลอดออกไปได้

 

 

ความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างบีบรัดทำให้เธอเริ่มมีน้ำตา เธอยังคงดิ้นรนต่อไปเพราะความเจ็บปวดที่ทำร้ายร่างกาย แต่มันไม่ได้ผล

 

 

“อึมม … ม! มมม!”

 

 

“ด – ดังนั้นฉันขอโทษ”

 

 

ในขณะที่เธอต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เธอก็ได้ยินเสียงจากที่ไหนสักแห่งที่อยู่ไกลจากสายตาของเธอ

 

 

“ฮายัน?”

 

 

“พ – พี่”

 

 

ลีกียอง ผู้ชายที่ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ทั้งหมด

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด