Regressor Instruction Manual 24 นักฆ่าผู้คิดคำนวณ (2)

Now you are reading Regressor Instruction Manual Chapter 24 นักฆ่าผู้คิดคำนวณ (2) at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

“มีคนออกไปข้างนอกกี่คนนะครับ?”

 

 

“เจ็ดคนค่ะ”

 

 

คนที่เป็นผู้นำและกำลังมาหาเรา เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นยูซอกวู

 

 

มันยากที่จะบอกลักษณะเด่นของทั้งสามคนที่ตามมาข้างหลังจากระยะทาง แต่อย่างน้อยผมก็บอกได้ว่าผมไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน

 

 

เจ็ดคนออกไปพร้อมกับยูซอกวู แต่หกคนไม่กลับมา และตอนนี้สามคนที่มาใหม่กำลังมุ่งหน้ามาที่ศูนย์พักพิง

 

 

สมมติฐานตามธรรมชาติคือ มีบางอย่างเกิดขึ้นกับปาร์ตี้ของยูซอกวู ในขณะที่พวกเขาออกไปข้างนอกและเขาได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนที่กำลังมาทางเรา

 

 

ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่า…

 

 

‘ทุกคนยกเว้นยูซอกวูเสียชีวิต’

 

 

ความเป็นไปได้นั้นสูงมากทีเดียว

 

 

เพียงแค่ดูอุปกรณ์ที่ใช้ คุณก็จะสามารถบอกได้ว่าพวกเขาไม่ใช่พวกไก่อ่อน

 

 

หนึ่งในนั้นถือโล่และดาบขนาดเล็ก อีกคนถือหอกและคนสุดท้ายถือธนู

 

 

จากบรรยากาศและผ้าพันแผลที่พันไว้รอบ ๆ ผมมั่นใจว่าพวกเขาต่อสู้มาแล้วหลายครั้ง

 

 

‘ดวงตาแห่งจิตใจ’

 

 

[ตรวจสอบหน้าต่างสถานะและระดับความสามารถของผู้เล่น จองจินโฮ]

 

 

[ชื่อ: จองจินโฮ]

 

 

[ฉายา: N / A]

 

 

[อายุ: 29]

 

 

[อุปนิสัย: นักฆ่าผู้คิดคำนวณ]

 

 

[คลาส: แบทเทิลเมจ – ระดับหายาก]

 

 

[ค่าสถานะ]

 

 

[ความอดทน: 25 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับฮีโรอิคหรือสูงกว่า]

 

 

[ความคล่องตัว: 23 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับฮีโรอิคหรือสูงกว่า]

 

 

[พละกำลัง: 24 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับฮีโรอิคหรือสูงกว่า]

 

 

[ความฉลาด: 20 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับหายากหรือต่ำกว่า]

 

 

[ความอดทน: 23 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับฮีโรอิคหรือต่ำกว่า]

 

 

[โชค: 15 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับหายากหรือต่ำกว่า]

 

 

[มานา: 08 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับหายากหรือสูงกว่า]

 

 

[แอตทริบิวต์: N / A]

 

 

[ภาพรวม: นี่เป็นพรสวรรค์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะพัฒนาไปในทางที่ไม่ดี โดยรวมแล้วเขามีความสมดุลอย่างน่าเหลือเชื่อ หากเขาใฝ่หาการเติบโตอย่างมีคุณธรรม ก็เป็นไปได้ที่เขาจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่อุปนิสัยของเขายังเป็นแบบที่ฉันต้องหลบอยู่ด้านหลัง ฉันแนะนำให้คุณอย่าเข้าใกล้ บุคคลนี้อาจอันตรายเกินไปสำหรับผู้เล่นลีกียอง]

 

 

‘แบทเทิลเมจ?’

 

 

เพียงแค่เหลือบมองความสามารถ ก็เพียงพอที่จะเข้าใจคร่าว ๆ ว่าค่าสถานะของเขาสมดุลอย่างสมบูรณ์แบบ โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการมีอยู่ของมานาและคลาสของเขา

 

 

‘มานา?’

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคนมีมานาทั้ง ๆ ที่เขาไม่ใช่คลาสวิซาร์ด นอกจากคิมฮยอนซึง

 

 

สายตาของผมจับจ้องไปที่คลาสระดับหายากอย่างต่อเนื่อง แบทเทิลเมจ

 

 

ค่ามานาของเขาคือแปดซึ่งสูงกว่าผมด้วยซ้ำ

 

 

ความจริงที่ว่าเขามีมานา หมายความว่าเขามีความสามารถที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งของผู้แข็งแกร่ง

 

 

แต่ข้อมูลที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คืออุปนิสัยของเขา

 

 

นักฆ่าผู้คิดคำนวณ

 

 

จนถึงตอนนี้ผมได้เห็นอุปนิสัยมามากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นอุปนิสัยแบบนี้

 

 

ทั้งสองคนข้าง ๆ เขาไม่ได้ต่างกันมากนัก ค่าสถานะของพวกเขาดีกว่าผมหรือต่ำกว่าปาร์คด็อกกูเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วพวกเขาไม่ได้แย่

 

 

อุปนิสัยของพวกเขาไม่ได้ไปในเชิงบวกเท่ากับผู้ตัดสินเจตนาที่ดีหรือผู้สนับสนุนที่บริสุทธิ์

 

 

“เราคงต้องไปต้อนรับแขก พวกเขาดูเหมือนจะมีความสามารถในการต่อสู้ … แต่ฉันไม่รู้ว่ามันจะออกมาดีไหมนะคะ?”

 

 

“เข้าไปข้างในแล้วไปพาปาร์คด็อกกูและจองฮายันมาที่นี่ครับ”

 

 

“อะไรนะคะ?”

 

 

” ไปเร็ว ๆ เถอะครับ”

 

 

แทนที่จะตอบคำถามของเธอ ผมกลับแสยะยิ้มและเริ่มร่ายเวทมนตร์ทันที

 

 

เมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น การแสดงออกของลีจิฮเยก็แข็งกร้าว เมื่อเธอก็เข้าไปในที่พัก

 

 

ผมยังช่วยเหลืออีกเล็กน้อย

 

 

“ข้า แต่พระเจ้า ตอบคำปรารถนา คำเรียกของข้าเพื่อประทานพลังที่จะเผาผลาญศัตรู”

 

 

พวกเขาดูเหมือนจะไม่มีความเกลียดชังใด ๆ ในตอนนี้

 

 

ในตอนแรก ดูเหมือนว่าพวกเขายังสบายใจขณะที่เดินมาหาเรา

 

 

เช่นเดียวกับที่จองฮายันมีอุปนิสัยของผู้สนับสนุนที่บริสุทธิ์ มีความเป็นไปได้ที่จะมีความแตกต่างระหว่างท่าทีและอุปนิสัยที่แท้จริง อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามันจะดีกว่า ถ้าเราระวังตัวไว้

 

 

‘เชี่ย’

 

 

ผมสร้างหอคอยมานาและร่ายคาถาแล้ว

 

 

ในกรณีนี้ สิ่งที่ผมต้องทำคือเปล่งคาถา แต่ผมก็ระงับตัวเองไว้ไม่ให้พูดออกมา

 

 

“ยินดีที่ได้พบครับ ผมชื่อจองจินโฮ”

 

 

เป็นเพราะเขากล่าวสวัสดีจากระยะไกล เมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามา ผมก็ถอยหลังไปสองก้าว

 

 

‘ระยะห่าง’

 

 

ผมตระหนักดีว่าคนที่มีความคล่องตัว 20 แต้มนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วแค่ไหน

 

 

ในความเป็นจริง แม้แต่ระยะนี้ก็อันตราย

 

 

ทั้งสองคนที่อยู่ข้างจองจินโฮอาจไม่สังเกตมานาที่ผมรั้งไว้ แต่จองจินโฮที่มีมานา จะต้องรู้แน่ว่าผมกำลังทำอะไรในขณะนั้น

 

 

จากคำทักทายของเขา ผมจึงตอบกลับไป ในขณะที่รักษาระยะห่างระหว่างเรา

 

 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อลีกียอง”

 

 

“โอ้! ผมเคยได้ยินเรื่องของคุณมาจากซอกวู”

 

 

“อะไรนะครับ? “

 

 

“ผมได้ยินมาว่าคุณกลายเป็นวิซาร์ดที่สามารถทำให้เปลวไฟลุกขึ้นจากมือของคุณได้ … ผมอยากจะเห็นมันสักครั้งจริง ๆ ”

 

 

‘ยูซอกวู ไอ้สารเลวไร้ประโยชน์ ‘

 

 

“ครับ”

 

 

“มันน่าทึ่งมาก ผมรู้อยู่แล้วว่าสถานที่แห่งนี้ให้พลังแก่พวกเรา …แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นวิซาร์ด…อ๊ะ! คุณไม่จำเป็นต้องระวังตัวขนาดนั้นก็ได้”

 

 

มันเป็นสถานการณ์แปลกประหลาด ที่การเคลื่อนไหวผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจเอาชีวิตของผมไป มันจะแปลกกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าผมไม่เฝ้าระวัง

 

 

ดาบ หอกและคันธนูที่พวกเขาถืออยู่ทำให้ผมรู้สึกโดนคุกคาม

 

 

และเมื่อมองไปยังยูซอกวู เขามีสีหน้าประหม่าเล็กน้อย

 

 

ผมไม่รู้สาเหตุเบื้องหลังความกังวลของเขา แต่ผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี

 

 

“สถานที่แห่งนี้น่าทึ่งจริง ๆ ผมเคยได้ยินว่ามีผู้รอดชีวิตอยู่มากมาย ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อนัก แต่ถ้าเป็นสถานที่แบบนี้ มันก็สมแล้วที่ผู้คนกว่า 30 คนจะสามารถอยู่ร่วมกันได้”

 

 

“ผมก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกันเมื่อเห็นสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณฮยอนซึงครับ….”

 

 

“โอ้ อันที่จริงผมพบกับคุณซอกวูพร้อมกับคนอื่น ๆ อีกสองสามคนที่ถูกล้อมด้วยมอนสเตอร์ น่าเสียดายที่ผมมาช้าเกินกว่าจะช่วยเหลือพวกเขา …แต่อย่างไรก็ตามผมสามารถช่วยซอกวูได้เพราะโชคดี”

 

 

เมื่อผมมองไปที่ยูซอกวูอีกครั้ง ผมก็เห็นไอ้โง่นั่นที่พยักหน้า

 

 

‘จริงเหรอ ….’

 

 

จากการที่เขากลับมาได้ การที่เขานำไอ้พวกบ้าพวกนี้มาแทบจะเป็นเรื่องน่าอับอาย

 

 

มีความรู้สึกถึงลางไม่ดีที่เล็ดลอดออกมาจากพวกเขา

 

 

ความเป็นลางร้ายที่เกิดขึ้นกับชายคนนี้

 

 

บางทีมันอาจเป็นผลจากค่าสถานะโชค สติสัมปชัญญะของผมกำลังกรีดร้องเพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าใกล้เขา

 

 

“ขอบคุณครับ ที่จริงผมกังวลมากเมื่อได้ยินว่าซอกวูออกไปข้างนอก ส่วนคนที่เหลือ…มันคงช่วยไม่ได้จริง ๆ ….”

 

 

“ถ้าผมพบพวกเขาเร็วกว่านี้ ผมก็คงจะช่วยพวกเขาทั้งหมดได้…มันช่างน่าเสียดาย”

 

 

ในขณะที่ผมมองไปรอบ ๆ อย่างกระสับกระส่าย ผมรู้สึกได้ว่าจองฮายันและปาร์คด็อกกูกำลังออกมา

 

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอพี่?”

 

 

“พวกเขามาใหม่น่ะ”

 

 

แค่นั้นผมก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย วิธีที่ผู้ชายคนนี้โผล่ออกมาพร้อมกับโล่หนักเป็นภาพที่น่ากลัวสำหรับคนอื่น ๆ

 

 

แน่นอนว่านั่นไม่ได้เอ่ยถึงค่าสถานะของเขา ผมคิดว่าแม้แต่จองจินโฮก็ยังไม่สามารถเอาชนะระดับความอดทนและพละกำลังของเขาได้

 

 

รายละเอียดของลีจีฮเย ในขณะที่เธอเข้ามาด้านข้างผมที่สวมชุดเกราะหนังซึ่งดูไม่แข็งแรงและแสดงความเป็นศัตรูกับชายอีกสามคนตรงหน้าเรานั้นค่อนข้างน่าเชื่อถือ

 

 

จองฮายันก็พึมพำอะไรบางอย่าง ขณะที่ก้มหน้าลง

 

 

ผมยังไม่รู้สึกถึงมานาจำนวนมาก แต่เธอคงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

“ผมคิดว่าเราจะถูกการต้อนรับซะอีก …นี่เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเล็กน้อย”

 

 

ตอนนั้นเองที่ผมตระหนัก ผมทำมันชัดเจนเกินไปว่าผมระวังตัว

 

 

“ขอโทษด้วยครับ จากสถานการณ์ …พวกเราคงจะทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะต้องระวังกับคนที่เจอเป็นครั้งแรก ถ้าผมหยาบคายอะไรไป….”

 

 

“ไม่เป็นไรครับคุณกียอง ผมเข้าใจดี เรายังถูกโจมตีจากผู้คนที่กำลังมองหาอาหารของเรา”

 

 

“อา”

 

 

“ผมคิดว่ามีกลุ่มคนที่ไม่ดีเคลื่อนไหวอยู่แถวนี้ เราแทบจะไม่สามารถหนีไปจากพวกเขาได้ แต่ผมยังเห็นผู้หญิงหลายคนที่ถูกฆ่าระหว่างทางมาที่นี่”

 

 

ผมอยากถามว่าพวกเขาเป็นคนทำเรื่องนั้นเองหรือไม่

 

 

อุปนิสัยที่ผมเห็นไม่ได้โกหก

 

 

ผมไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนทำมันเองหรือเปล่า แต่มีความเป็นไปได้ที่จองจินโฮจะเป็นคนทำ

 

 

การเปรียบเทียบว่าคนปกติกับอุปนิสัยอย่างนักฆ่าผู้คิดคำนวณนั้นไม่สามารถเข้าใจได้

 

 

“มันเป็นภาพที่น่ากลัวจริง ๆ ซากศพของเธอถูกมอนสเตอร์กินไปแล้วครึ่งหนึ่ง ดังนั้นผมจึงไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง แต่ผมสามารถเห็นเครื่องหมายที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ทั่วร่างกาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันเป็นบาดแผลจากมีด”

 

 

“อย่างนั้นเหรอครับ”

 

 

“ครับ นอกจากนี้ยังมีร่องรอยลูกศรที่ติดอยู่ด้านหลัง บางทีอาจจะเป็นจังหวะที่พวกเขาพยายามวิ่งหนี …พวกสารเลวนั่นคนหนึ่งต้องเป็นนักธนู นอกจากนี้ยังมีบาดแผลจากการถูกแทง ซึ่งอาจมาจากดาบ … พวกคุณเคยบังเอิญเห็นใครที่ตรงกับคำอธิบายเหล่านั้นมั้ยครับ?”

 

 

“ครับ? “

 

 

ผู้ชายที่ถือคันธนูอยู่ข้าง ๆ เขาอย่างเงียบลงอย่างเป็นธรรมชาติในสายตาผม

 

 

ผมไม่เข้าใจถึงความตั้งใจของเขาในการกล่าวคำพูดเหล่านั้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ความตึงเครียดแปลก ๆ ที่กำลังก่อตัว

 

 

‘พวกเขาต้องการที่จะสู้งั้นเหรอ?’

 

 

ผมสงสัยว่าเขาอยากจะเริ่มการต่อสู้จริง ๆ หรือเปล่า

 

 

ปาร์คด็อกกูต้องเห็นการแสดงออกของผม ในขณะที่เขาก็ลอบหยิบโล่และเดินมา

 

 

ผมย้ายออกไปเพื่อให้เขายืนอยู่ข้างหน้าระหว่างจองฮายันและผม

 

 

ผมสงสัยว่าเขาจะมองไม่เห็นปาร์คด็อกกู

 

 

ผู้ชายคนนี้อาจจะ….

 

 

‘เขามั่นใจเหรอ?’

 

 

มันเป็นไปได้สูง

 

 

บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรนอกจากจินตนาการ แต่มันรู้สึกเได้ว่าเป้าหมายของเขาคือผม

 

 

วิธีที่แขนของจองจินโฮขยับไปที่เอวทำให้ผมรู้สึกรำคาญ ปาร์คด็อกกูอาจให้ความสนใจกับแขนของชายคนนั้นด้วย

 

 

“บางทีพวกเขาอาจจะเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่คุณไม่เคยไป”

 

 

“เป็นไปได้ครับ ผมไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคนประเภทนี้และไม่เคยเห็นร่องรอยใด ๆ ของพวกเขา”

 

 

ในขณะนั้นเขากำลังแตะไปที่เอวและแขนของเขาก็เคลื่อนเข้าหาด้ามดาบ

 

 

ผมจะปล่อยคาถาออกมาทันที

 

 

พูดตามตรงผมแทบจะเสกคาถาทั้งหมดออกมา

 

 

แต่เสียงของคิมฮยอนซึงเป็นสิ่งเดียวที่หยุดผมจากการเรียกไฟร์บอล

 

 

“เกิดอะไรขึ้น? “

 

 

มือของผู้ชายคนนั้นซึ่งมุ่งไปที่ด้ามดาบก็ลอบย้ายไปด้านข้างอย่างช้า ๆ

 

 

มันเป็นภาพที่น่าชื่นชม เมื่อได้เห็นเขาเช็ดมือบนกางเกงอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วเดินเพื่อยื่นมือออกมา

 

 

ผมไม่แน่ใจว่านี่เป็นความตั้งใจตั้งแรกของเขาหรือไม่ แต่แน่นอนว่าการปรากฏตัวของคิมฮยอนซึงทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป

 

 

ผมยกเลิกคาถาที่เตรียมไว้ แล้วจับมือของผู้ชายคนนั้น

 

 

“ไม่ว่าจะเป็นยังไง ผมก็ดีใจที่ได้พบคุณนะครับ กียอง”

 

 

“ผมก็เช่นกันครับ จินโฮ”

 

 

ผมหันศีรษะไปเล็กน้อย และเห็นคิมฮยอนซึงที่เดินมาหาเรา

 

 

เขาต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แต่เขาก็ดูไม่เหนื่อยมากนัก

 

 

ผมได้เห็นสายตาที่เขาใช้กับทุกคนที่มากับยูซอกวูด้วยสีหน้าเมินเฉย

 

 

“ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ….”

 

 

“ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อจองจินโฮ”

 

 

ตอนนั้นเองที่ผมคิดว่าสีหน้าของเขาดูไม่ดีนัก

 

 

การแสดงออกของคิมฮยอนซึง เมื่อเขามองไปที่จองจินโฮนั้นดูแข็งกระด้าง

 

 

ผมมีความรู้สึกแปลก ๆ คล้ายกับเดจาวู การแสดงออกของเขาแตกต่าง แต่ก็คล้ายกับตอนที่เขาได้พบกับจองฮายันครั้งแรก

 

 

‘คิมฮยอนซึงรู้จักเขา?’

 

 

คิมฮยอนซึงอาจรู้จักจองจินโฮในอนาคต

 

 

แน่นอนว่าผมไม่มีทางยืนยันเรื่องนี้ได้ แต่ความระมัดระวังและความโกรธในดวงตาทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น

 

 

แม้แต่ร่างกายของเขาก็สั่น

 

 

‘คิมฮยอนซึง…ทำไมเขาถึงทำตัวแบบนี้?’

 

 

เขาดูแตกต่างจากคิมฮยอนซึงที่ผมรู้จักเล็กน้อย

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด