Regressor Instruction Manual 41

Now you are reading Regressor Instruction Manual Chapter 41 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

สิ่งที่บลูกิลด์แนะนํา คือ การลงทุนที่เหมือนกับการยืนยัน ว่าจะชนะลอตเตอรี่

 

พวกเขาให้ข้อเสนอที่จะทําให้เรารู้สึกเหมือนเราจะสูญเสียครั้งใหญ่ หากปฏิเสธ

 

ใช่ มันน่าแปลกสําหรับพวกเขา ที่พบว่ามีกลุ่มผู้จบดันเจี้ยนฝึกสอนด้วยเวลาสั้นที่สุดมีเพียงสี่คนเท่านั้น แต่พวกเขาฉลาดพอที่จะจัดการกับข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

 

“ผมไม่ได้โง่”

 

แต่อาจกล่าวได้ว่าพวกเขากล้าเสี่ยงจริง ๆ

 

เมื่อกลับมาสู่ความเป็นจริง ผมเห็นปาร์คด็อกกําลังอ่านอะไรบางอย่าง ผมจึงถามเขาว่า “นายกําลังอ่านแค็ตตาล็อกอยู่เหรอ?”

 

“ครับพี่ เราอาจต้องอยู่ที่นี่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นผมจึงหาข้อมูลเพิ่มเติมและร้านอาหารจากกิลด์ของพวกเขาดูดีมาก!”

 

“ดี? “

 

“ตอนผมอยู่บนโลก เชฟซูเปอร์สตาร์เรย์แมนปาร์คเคยดูแลร้านอาหารผม…แต่แค่มองไปยังอาหารของพวกเขาก็ทําให้ผมน้ําลายไหล…”

 

“ฉันเข้าใจ”

 

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทําไมที่พักของกิลด์จึงดูน่ากลัวสําหรับผม บางทีเชฟที่นี่อาจมีประสบการณ์พอ ๆ กับสมาชิกในครอบครัวผม …”

 

ผมไม่รู้ว่านี่เป็นความคิดที่เหมาะสมหรือเปล่า แต่ผมเกือบจะแน่ใจว่าปู่ของปาร์คด็อกกูไม่อยากให้เขาอยู่ในโลกแบบนี้

 

“ผมคิดว่ากิลด์นี้น่าสนใจมาก…แต่กิลด์อื่นๆ เป็นยังไงบ้าง?”

 

“มันไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนักหากเปรียบเทียบลูกิลด์กับกิลด์อื่น ๆ พวกเขาอาจจะบอกว่ามันไม่เหมือนเมื่อก่อน แต่ถึงแม้จะเป็นคนรวยที่สูญเสียกิจการ พวกเขาก็ยังสามารถตั้งตัวได้ถึงสามปี หากพวกเขาสามารถสะสมพลังได้มากพอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาก็คงรู้จักวิธีเอาตัวรอดด้วย แต่ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขาอยากได้เรา เพราะต้องการฟื้นความรุ่งโรจน์ในอดีตไหม…”

 

“ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนพิเศษเพราะวิธีการที่ได้รับ แต่ผมก็คิดว่าไม่รู้สึกแย่กับเรื่องนี้นะพี่”

 

“ในอนาคตนายจะถูกปฏิบัติด้วยความเคารพมากขึ้น”

 

“ จริงเหรอ? ”

 

“แน่นอน”

 

เขาพูดถูกเกี่ยวกับเรื่องนั้น มันคงใช้เวลาไม่นาน

 

ท้ายที่สุดเราคือลอตเตอรี่ที่ศักยภาพยังไม่ถูกขีดข่วน ใครก็ตามที่อยู่ที่นี่จะรู้ว่ามีโอกาสชนะหากได้รับเรา นั่นคือเหตุผลที่ทําไมพวกเขาถึงยินดีจะให้ค่าตอบแทนมากกว่าที่จําเป็น

 

“ฮายันก็เหมือนกัน ผมคิดว่าทุกที่ที่พี่เลือก เธอจะตามไป”

 

“แม้นายจะไม่พูดแบบนั้น แต่ตัวนายเองก็ทําได้ดีเหมือนกัน เราต้องทําตามขั้นตอนของกิลด์เพราะมันจําเป็นเท่านั้น”

 

“แต่”

 

“ไม่ต้องพูดแบบนั้นก็ได้…”

 

แม้ปาร์คด็อกกูจะไม่พูด แต่ผมก็รู้ว่าจองฮายันมีค่าแค่ไหน เธอเป็นหนึ่งในเหตุผลสําคัญที่สุดว่าทําไมเราถึงเป็นทีมที่ทุกคนต้องการ

 

ในอนาคตเมื่อพวกเขามีค่าสถานะในตํานาน จองฮายันจะเป็นอาร์คเมจและคิมฮยอนซึ่งจะเป็นผู้ย้อนเวลาที่ปราศจากความเสียใจ

 

ความสามารถที่เป็นไปได้ไม่ได้มีขีดจํากัดแค่นั้น ไม่ใช่การวัดผลตายตัวว่าจะเติบโตได้มากแค่ไหน ผู้เล่นที่มีความมุ่งมั่นจะสามารถก้าวข้ามขีดจํากัดของตัวเอง โดยขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเต็มใจที่จะไปแค่ไหน

 

นี่คือจุดที่ความฉลาดและโชคเข้ามา

 

ในกรณีของจองฮายัน เธอคงจะได้รับอาชีพที่สองในไม่ช้า สิ่งที่คาดว่าจะเป็นพลังเวทย์อันน่ากลัวของเธอ

 

“เอเลเมนท์วิซาร์ด”

 

นั่นคงเป็นอาชีพที่สองที่ผมอยากจะแนะนํา ผมรู้ว่าคิมฮยอนซึ่งก็เห็นด้วย

 

ซึ่งแตกต่างจากผม จองฮายันดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับทุกธาตุ แม้แต่อาชีพอัลเคมิสท์เองก็ไม่พบในรายการอาชีพเดิมของเธอ

 

แต่เธอไม่มีเหตุผลที่จะเลือกอาชีพดังกล่าวตั้งแต่แรก ค่าสถานะของฮายันชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอจะกลายเป็นวิซาร์ดที่มีความสามารถ

 

เมื่อพิจารณาว่าเราผ่านอะไรมาและเธอที่ให้การสนับสนุนเราอยู่ตลอดเวลา เธอกําลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

สิ่งที่เธอต้องการคือโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะทําให้ค่าสถานะพุ่งสูงขึ้น

 

ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในดันเจี้ยนกลายเป็นบาดแผลสําหรับเธอหรือเปล่า แต่ผมแน่ใจว่าสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ให้เธอติดอยู่กับผม

 

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้สร้างกฏที่ไม่ได้พูดขึ้นระหว่างผมกับฮายัน สิ่งนี้ทําให้แน่ใจว่าผมจะสามารถเก็บเกี่ยวรางวัลร่วมกับเธอ

 

“…”

 

แน่นอนว่าผลกระทบที่ตามมามากกว่าที่คิด

 

ผมเพิ่งเริ่มต้นด้วยการชมเชยธรรมดาๆ และค่อยๆ เพิ่ม ความพยายามที่จะทําให้ความสัมพันธ์ของเราลึกซึ้งขึ้น

 

ตอนแรกสิ่งที่ผมต้องทําคือลูบหัวแล้วจับมือแต่เมื่อยกระดับขึ้นทีละนิด ผมก็เริ่มหลงใหลแม้กระทั่งการแสดงออกของเธอ

 

เมื่อเวลาผ่านไป ฮายันได้พิสูจน์แล้วว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเธอไม่ใช่เพื่อให้ได้มาซึ่งความแข็งแกร่งหรือชื่อเสียงที่บริสุทธิ์ แต่เป็นคําชมเชยจากผมอย่างต่อเนื่อง ความจริงที่ว่าผมไม่ได้แสดงความเห็นชอบใด ๆ เมื่อจองฮายันไม่ทําอะไร ทําให้เธอหมดหวังและมุ่งมั่น

 

บางทีเหตุผลที่ปาร์คด็อกกูพูด เพราะสถานการณ์ปัจจุบันของเรา เขาแทบไม่เห็นผมในระหว่างการทดสอบและเดาได้อย่างถูกต้องว่ามีบางอย่างถูกปกปิดไว้

 

ในหมู่พวกเรา ไม่ใช่ปาร์คด็อกกู คิมฮยอนซึ่งและผม แต่เป็นจองฮายันที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฝน

 

“ผมอาจจะเป็นคนหนึ่งในทีมที่มักจะทําให้เกิดความผิดพลาดและทําให้ทุกคนมีช่วงเวลาที่ยากลําบาก”

 

“นั่นไม่จริงหรอก…”

 

“การทดสอบนี้จะกําหนดว่าเรามีความสําคัญแค่ไหน… อย่างไรก็ตามผมดีใจที่พวกเขาตัดสินใจจะรับเราเป็นทีม” 

 

“นายทําได้ดีแล้ว”

 

“แล้วทําไมพี่ถึงทําการทดสอบนี้ตั้งแต่แรก”

 

“เหมือนกับนักกีฬา พวกเขาจําเป็นต้องรู้ว่าเรามีมูลค่าแค่ไหน ถึงจะสามารถกําหนดราคาที่ถูกต้อง มันแย่นิดหน่อย… แต่มันคงจะดีกว่านี้ถ้าฉันไม่สร้างเรื่องวุ่นวายให้ทุกคน”

 

“โอ้ ยิ่งผมคิดถึงมันมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้ว่าทําไมฮายันถึงชอบพี่”

 

ผมอยากจะหัวเราะ ปาร์คด็อกกูช่างไร้เดียงสาจนน่าเอ็นดู จริงๆแล้วเขาไม่ค่อยรู้ว่าความรู้สึกของจองฮายันผ่านพ้นไปแล้วกับเพียงคําว่าชอบ ส่วนใหญ่เป็นเพราะการจับคู่อย่างแข็งขันของปาร์คด็อกกู

 

ในตอนนี้ผมเริ่มสงสัยว่าปาร์คด็อกกูไม่รู้จริงๆอย่างที่แสดง หรือเขาเพียงแค่พยายามปกปิดว่าไม่รู้

 

ผมส่ายหัวและตอบกลับ

 

“ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะ”

 

“โอเคพี่”

 

“เดินเร็วขึ้นหน่อย”

 

“อะไรนะ? ไม่…”

 

ผมสังเกตสภาพแวดล้อมที่เคลื่อนไหว ทิวทัศน์อันเขียวชอุ่มนี้ช่างแตกต่างกับดันเจี้ยนฝึกสอนอันน่ากลัว

 

สิ่งนี้ให้ความรู้สึกหรูหราและปลอดภัย

 

เมื่อมองไปข้างนอก ผมเห็นว่าผู้คนที่ได้รับการช่วยเหลือจากที่พักพิงกําลังรวมตัวเพื่อทําอะไรบางอย่าง บางทีพวกเขาอาจได้รับความรู้เบื้องต้น ซึ่งจําเป็นสําหรับโลกใหม่

 

ลีจิฮเยเห็นพวกเราครู่หนึ่ง แต่เธอก็มุ่งความสนใจไปที่สิ่งอื่นอย่างรวดเร็ว ตามการจ้องมอง ในที่สุดผมก็เห็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาเธอ

 

มีผู้คนจํานวนไม่น้อยมารวมตัวกัน

 

เสื้อผ้าที่คนเหล่านี้สวมใส่ดูหรูหรา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แค่ผู้บริหารบลูกิลด์เท่านั้นที่แต่งตัวแบบนี้

 

ผู้ที่มีธงต่างมองไปรอบ ๆ ห้องทดสอบ

 

“แมวมอง?”

 

ใช่คนเหล่านี้อาจกําลังหาผู้มีพรสวรรค์

 

จากการมองพวกเขาอย่างใกล้ชิด มันบอกสิ่งที่ผมรู้อยู่แล้ว คนเหล่านี้กระตือรือร้นที่จะหาคนที่คู่ควรเพื่อพากลับไปที่กิลด์ของตัวเอง

 

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านไปแล้วตั้งแต่การทดสอบได้เกิดขึ้น โดยที่บลูกิลด์ได้มีการพูดคุยกันเป็นครั้งแรกว่าใครก็ตามที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม จะถูกรับสมัครด้วยตนเอง

 

ยกเว้นตอนที่ผมตรวจสอบว่าเธอมาไกลแค่ไหน ผมไม่ได้เห็นจองฮายันมาสามวันแล้ว

 

ผมรู้สึกดีเป็นพิเศษ เพราะผมมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องคิดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่ามันจะทําให้จองฮายันเจ็บปวด

 

“เธอดูเหมือน…เศร้าเหรอ?”

 

ที่จริงดูเหมือนเธอจะเหนื่อยมากกว่าเศร้า

 

เธอบอกว่าจะมาดูการทดสอบของผม แต่ดูเหมือนว่าเธ เองก็ทําได้ไม่ดีเท่าไหร่

 

เมื่อเห็นเธอมองไปรอบๆผมเดาได้ว่าเธอกําลังมองหาผมอยู่ จากนั้นก็มีคนเข้าไปหาเธอ จองฮายันที่ตกใจจึงหันไป หาบุคคลนั้นและหน้าแดงขึ้นทันที

 

“คะ! ขอโทษด้วยค่ะ! ฉันคิดว่า…”

 

“ตอนนี้เธอดูตื่นเต้นไปหน่อยนะ?”

 

“ฉันคิดว่าตัวเองรู้สึกประหม่า มันผ่านไปไม่นานนัก ตั้งแต่ฉันออกจากดันเจี้ยนและจริง ๆ แล้ว ฉันยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

 

“อย่าประหม่ามากไป ทุกคนที่นี่รู้ดีว่าประสบการณ์ในนั้ เจ็บปวดแค่ไหน แต่พวกมันจะไม่ยากเกินไปสําหรับคุณ”

 

ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนตอบคําพูดของฮายัน แต่ผมดีใจที่มีคนอื่นเข้าใจสถานการณ์ที่ถูกต้อง

 

“อย่างไรก็ตามคนที่เหลือเหล่านี้…”

 

สิ่งที่ผมเห็นคือผู้คนขยับไปมาอย่างกระสับกระส่าย ไม่ว่า จะมองไปทางใด

 

ผมสงสัยว่าทุกคนที่นี่มั่นใจหรือไม่ เมื่อผมยกมือขึ้นสูงในอากาศ จองฮายันก็เห็นผมในทันที

 

“เธอทําลายมันไม่ได้” นี้เป็นโอกาสสําคัญ

 

เมื่อพร้อมแล้ว จองฮายันก็ให้สัญญาณ

 

ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยักหน้า

 

หากใครก็ตามที่ปรากฏตัวราวกับพวกเขาได้เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า โดยการท่องจําคาถา พวกเขาอาจถูกมองว่าไม่มั่นคง

 

เมื่อเห็นคนที่หันไป ผมเดาะลิ้นและคิดว่าแผนของตัวเองอาจจะล้มเหลว

 

“มันยากเกินไปเหรอ..? ช่วงเวลาที่ผมรู้สึกเสียใจ ผมก็รู้สึกถึงพลังเวทย์ที่ผมไม่สามารถจินตนาการ”

 

“ฮะ?”

 

มันดูไร้สาระ แต่คุณสามารถเห็นฝุ่นที่กระจายอยู่รอบๆจองฮายัน มันน่าแปลกที่เห็นว่าการกระทําง่าย ๆ เช่นการเคลื่อนย้ายพลังเวทย์ในร่างจะสามารถสร้างผลลัพธ์เช่นนี้

 

ขณะผมยืนโดยไร้คําพูด จองฮายันยังร่ายเวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารกิลด์ขนาดใหญ่ทั้งหมดเริ่มมองไปที่เธอด้วยสีหน้ามึนงง

 

ท่ามกลางฝูงชนผมได้ยินเสียงดังขึ้น

 

“ไปรายงานสิ่งนี้ เร็วเข้า!”

 

“เฮ้! ไปหาประวัติของเธอมาที่นี่ให้เร็วที่สุด!”

 

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

 

อันที่จริงทุกอย่างเป็นไปด้วยดีมากกว่าที่ผมคาดไว้ในตอนแรก อันที่จริงผมคาดหวังความสําเร็จไว้บ้าง แต่ผมนึกไม่ถึงว่ามันจะมาถึงระดับนี้

 

ยิ่งร่ายเวทมนตร์นานเท่าไหร่ เสียงของผู้คนก็ยิ่งดังขึ้น

 

จากที่ที่พวกเขาอยู่ ลีซังฮีและสมาชิกคนอื่นๆดูโง่เขลา ผมรู้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ เพราะจองฮายันไม่ได้แสดงพลังระดับนี้ให้พวกเขาเห็น

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มันไม่ได้มากขนาดนี้

 

“อะไรนะ ?”

 

ในช่วงเวลานั้นเองที่จองฮายันร่ายเวทย์เสร็จ

 

“ระเบิดธาตุ! (elemental bomb) ”

 

ปั้ม!

 

เสียงสะท้อนดังจากมือของจองฮายันพร้อมกับพลังอัน มหาศาลที่ถึงกับต้องปิดหู เนื่องจากการสั่นสะเทือนที่รุนแรง ผมจึงแน่ใจว่าเคลือบเวทมนตร์พิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้แก้วหูของผมเสียหาย

 

เวทมนตร์ลึกลับที่สร้างขึ้นลอยไปยังเป้าหมายที่เธอต้องการ

 

“นี่คืออะไร”

 

ตู้มมมมมม!

 

เมื่อไปถึงเป้าหมายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากการระเบิดครั้งที่สอง

 

ไม่มีเสียงเชียร์ มันมีแต่ความเงียบ

 

อย่างไรก็ตาม…

 

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ความเงียบกลายเป็นเสียงที่ดังกว่า คนรอบข้างต่างส่งเสียงดังออกมา

 

“เธอ..อะไร”

 

ปาร์คด็อกกูหันมาหาผม “พี่”

 

ผมไม่ได้ตอบสนอง

 

“พี่เห็นสิ่งเดียวกับผมหรือเปล่า?”

 

อีกครั้งที่ผมไม่ตอบสนอง อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้า

ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด