Regressor Instruction Manual 85 ชายชราผู้บ้าคลั่ง (1)

Now you are reading Regressor Instruction Manual Chapter 85 ชายชราผู้บ้าคลั่ง (1) at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่ 85 ชายชราผู้บ้าคลั่ง (1)

 

บรรยากาศที่หนักอึ้งนี้ แม้แต่เด็กทารกก็สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง

 

ลีซังฮีที่ดูลังเลในที่สุดก็พูดขึ้น

 

“ปัจจุบันทุกฝ่ายยกเว้นหน่วยสองและเจ็ดของบลูถูกแยกออกไปด้วยดันเจี้ยนระดับฮีโรอิคค่ะ

 

เดชีวิตยังไม่ได้รับการยืนยัน

 

แต่พวกเขาได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือตอนเช้า 

 

เมื่อพิจารณาว่าพวกเขาไม่สามารถส่งสัญญาณครั้งที่สองดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับกลุ่มที่เข้าไปในดันเจี้ยน”

 

‘นี้คืออะไร…?’

 

“ช่วงเวลาที่แน่นอนที่พวกเขาเข้าไปในดันเจี้ยนคือวันที่ 14 สิงหาและการติดต่อครั้งสุดท้ายกับเราอยู่ที่ประมาณ 06:40 น.ของเช้าวันนี้ใช่มั้ยคะซอลโฮ?” ซังฮีกล่าวเสริม

 

“ครับ ถูกต้อง” ซอลโฮพยักหน้า

 

ถ้าพวกเขาได้เข้าไปตั้งแต่วันที่

 

14 เดือนสิงหาแล้ว

 

นั่นหมายความว่าพวกเขาได้หายไปแม้กระทั่งก่อนที่เราจะได้รับคัดเลือกให้เข้าบลูกิลด์

 

ผมรู้สึกได้ว่าสิ่งต่าง ๆ เป็นไปอย่างไรสําหรับพวกเขา

 

การเดินทางของพวกเขาล้มเหลว

 

นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทําให้กิลด์ล่มสลาย

 

ผมยังไม่ได้อยู่ในลินเดลนานพอ แต่นี่เป็นความรู้ทั่วไปที่ผมสัมผัสได้

 

‘ความล้มเหลวจากการสํารวจหนึ่งครั้งสามารถทําให้กลุ่มเล็ก ๆ ล้มลง’

 

อันตรายเป็นที่รู้กันทั่วไปสําหรับทุกคนที่กล้าเข้าไปในดันเจี้ยน

 

ในขณะเดียวกันก็เป็นพลังซึ่งเป็นสิ่งที่จะทําให้ลินเดลเติบโต

 

หากอุบัติเหตุเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

 

นั่นไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายให้กับร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสังคมด้วย

 

นั่นหมายความว่ากลุ่มหรือปาร์ตี้ไม่ได้มีพลังมากเท่าที่พวกเขาควรจะเป็น

 

นี่เป็นสาเหตุที่กลุ่มและกิลด์ทั่วไปลงทุนอย่างมากในการเตรียมตัวสําหรับการสํารวจ

 

กิลด์ที่อ่อนแอหันมาใช้หน่วยทดสอบ เพื่อประเมินความยากของดันเจี้ยน

 

หากดันเจี้ยนที่พบนั้นเป็นดันเจี้ยนที่มีระดับฮีโรอิคขึ้นไป

 

พวกเขาต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

 

แตกต่างจากดันเจี้ยนระดับแรร์มีมอนสเตอร์ธรรมดาทั่วไป

 

บอสดันเจี้ยนระดับฮีโรอิคจะมีกลไกที่แตกต่างกันไปสําหรับแต่ละดันเจี้ยน

 

ผมยังไม่ได้เข้าไปด้วยซ้ํา

 

แต่ผมรู้ว่ามันเสี่ยงแค่ไหน

 

‘ในที่สุดบลูกิลด์ก็จะล่มสลายเนื่องจากการเดินทางที่ล้มเหลว’

 

คิมฮยอนซองคงทราบสถานการณ์ตอนนี้อยู่แล้ว

 

การส่งทีมกู้ภัยต้องเป็นขั้นตอนที่กําหนดไว้ล่วงหน้า 

 

เพราะทรัพยากรมนุษย์มีความสําคัญสูงสุดสําหรับทุกกิลด์

 

ไม่สิ

 

ก่อนหัวข้อทรัพยากรมนุษย์ คนเหล่านี้เป็นเหมือนครอบครัวซึ่งกันและกัน

 

บลูมีประวัติอันยาวนาน ถ้ามันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ เขา

 

เขาคงจะไปช่วยเหลือพวกเขาด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามมีขั้นตอนบางอย่างที่เขาต้องจัดการ

 

ตอนนี้คําถามคือเราจะเลือกไปทางไหนในสถานการณ์ตอนนี้

 

ในไม่ช้าก็มีเสียงที่เริ่มตอบสนอง พวกเราคุยกันว่าจะสามารถเลือกอะไรได้บ้าง

 

‘อย่างไรก็ตาม…’

 

“คุณต้องการการสนับสนุนจากกิลด์อื่นไหมครับ?” 

 

“ฉันร้องขอการสนับสนุนจากเรดเมอร์เซนนารีค่ะ แต่คําตอบที่ล่าช้า

 

เนื่องจากตัวเมอร์เซนนารีควีนเองที่ไม่อยู่

 

เราไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการตอบรับ

 

..บางทีมันอาจจะสายเกินไปสําหรับพวกเขาในตอนนั้น”

 

“แล้วคุณหมายถึงให้เราลงมือ โดยไม่มีมาตรการรับมือใดหรือเปล่า?”

 

“ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นค่ะ อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นสัญญาณกู้ภัยถูกส่งมาเมื่อเช้า

 

มีความเป็นไปได้สูงมากที่สมาชิกของเราหลายคนยังมีชีวิตอยู่

 

นั่นคือสาเหตุที่ฉันจัดการประชุมด่วน”

 

“ถูกต้องแล้วที่เราจะส่งทีมกู้ภัยไป

 

แต่เราต้องยอมรับว่าเราไม่มีกําลังมากนัก ณ จุดนี้ 

 

สิ่งที่เราต้องการคือโครงสร้างไม่ใช่กลยุทธ์”

 

“หากคุณต้องการจัดทีมกู้ภัย พวกคนที่มีอายุก็สามารถ…”

 

“โอ้ แต่ ณ ตอนนี้ แค่การบริหารงานก็ยังทําให้พวกเราเหนื่อยล้า” ลีซอลโฮหัวเราะอย่างประหม่า

 

“แต่จํานวนคนของพวกเราไม่เพียงพอ!”

 

“ไม่พอ? แต่เรามีหน่วยที่ 7 ไม่ใช่เหรอ?”

 

“….”

 

“หน่วยที่ 7…”

 

“ปาร์ตี้ที่ 7 ก็ถือว่าเป็นกองกําลังหลักของกิลด์เราไม่ใช่ เหรอไง?”

 

‘ไอ้แก่บ้านี้ …’

 

ผมตัดสินใจที่จะอยู่เงียบๆ เมื่อสังเกตเห็นแล้วว่าสิ่งนี้กําลังมุ่งหน้าไปทางไหน

 

เราจะถูกส่งเข้าไปในดันเจี้ยน โดยไม่คํานึงถึงขอบเขตที่เราสามารถทําได้เป็นการตอบแทน

 

แม้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนที่ช่วยเหลือได้บ้าง

 

แต่จากความจริงที่ว่าปาร์ตี้ก่อนหน้านี้ล้มเหลวไปแล้ว 

 

นั่นหมายความว่าการสารวจอันตรายมาก

 

แม้ว่าฮวังจองยอนและลีซังฮีอาสาที่จะเป็นหน่วยกู้ภัย 

 

แต่นั่นยังไม่เพียงพอ

 

คําถามคือเราควรทํายังไงกับเรื่องนี้

 

เป็นเรื่องธรรมดาที่จะส่งทีมกู้ภัยไปช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย

 

แต่ดูเหมือนว่าคนอย่างลีซอลโฮจะไม่เต็มใจที่จะโยนตัวเองไปสู่สถานการณ์แบบนั้น

 

“เราจ่ายเงินแพง ๆ ให้แก่พวกเขาทําไม? ตอนนี้เป็นเวลา แล้วที่พวกเขาจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป”

 

“พวกเขาเป็นปาร์ตี้ที่ยังไม่ได้เติบโตอย่างเหมาะสม ซอลโฮ”

 

“ฮวังจองยอน ผมรู้ดี แต่นี้ไม่ใช่เวลาที่พวกเขาจะแสดงให้เห็นว่า

 

นี่เป็นสิ่งที่พวกเขามีค่าอย่างแท้จริงเหรอ? เราต้องการความช่วยเหลือทั้งหมดที่เราสามารถทําได้”

 

“แม้นายจะพูดแบบนั้น…”

 

“นี่คือวิกฤตของกิลด์ เป็นเรื่องธรรมดาสําหรับพวกเขาที่จะทํามัน “

 

“ถ้านายคิดอย่างนั้น ทําไมนายไม่ไปด้วยล่ะ ลีซอลโฮ”

 

“ในฐานะนักผจญภัยที่เกษียณอายุ ผมมีร่างกายที่บอบบางและอ่อนแอ

 

ผมทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อกิลด์นี้และเราต้องการช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย

 

แต่ผมยังต้องอยู่ที่นี่ เพื่อปกป้องกิลด์ในแบบของตัวเอง”

 

“หะ แต่ว่า…”

 

“แม้ว่าเราจะไปที่นั่น เราก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้มากนัก”

 

“หือ…”

 

‘เขามีข้อแก้ตัวที่ชัดเจน…’

 

การประเมินบรรยากาศที่ไร้สาระนี้เกือบทําให้ผมหัวเราะ

 

ผมรู้ว่าตาแก่นี่กําลังคิดอะไรอยู่

 

ถ้าลีซังฮีและฮวังจองยอนเข้าไปในดันเจี้ยนพร้อมกัน

 

คนที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการอยู่ข้างหลังอย่างปลอดภัยก็คือเขา

 

‘อย่างที่คิด เขาเป็นคนงี่เง่า’

 

หลังจากวิเคราะห์เขาด้วยความสามารถของตัวผมเอง 

 

ผมสามารถพูดได้ว่าค่าสถานะของเขาไม่ได้แย่ขนาดนั้น ภายนอกเขาอาจจะดูเหมือนคนอ่อนแอ

 

แต่ผมเห็นว่าเขายังคงมีพลังอยู่ในตัว อย่างไรก็ตามเขาสงสัยว่า

 

ตัวเองจะสามารถออกจากการสํารวจได้อย่างปลอดภัย ไหม

 

ซึ่งนี่เป็นสาเหตุให้เขาเลือกที่จะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้

 

นั่นหมายความว่าปาร์ตี้ของคิมฮยอนซอง

 

– ปาร์ตี้ของผม – จะถูกจับไว้กลางคัน

 

ไม่ว่าการเดินทางครั้งนี้จะประสบความสําเร็จหรือไม่ คําตําหนิสวนใหญ่จะตกอยู่กับเรา

 

“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่ะส่งหน่วยที่ 7 ไปค่ะ”

 

“หึ แต่เรามีทางอื่นเหรอ?”

 

“คนเหล่านี้ยังเป็นคนที่อาศัยอยู่ในดินเดลได้ไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ํา”

 

“แต่พวกเขาก็เป็นสมาชิกกิลด์ของบลูที่ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษเช่นกัน!”

 

“นี่ไม่ใช่เรื่องของความรับผิดชอบ มันเป็นเรื่องสามัญสํานึก

 

ไม่มีกิลด์ใดส่งปาร์ตี้ที่มีอายุน้อยกว่าหนึ่งปีไปยังดันเจี้ยนระดับฮีโรอิค

 

ฉันหมายความว่ากิลด์ส่วนใหญ่เลือกที่จะส่งหน่วยทดสอบ..”

 

“ฮ่า! ปาร์ตี้ทดสอบ ช่างเป็นเรื่องตลก! ผมบอกว่าเราควรจะส่งพวกเขาไป!”

 

“ หยุดซะ”

 

ในที่สุดลีซังฮีก็ยุติการโต้เถียงที่กําลังดําเนินการอยู่

 

“เราจะรอ ทั้งซอลโฮและจองยอนพูดถูก ไม่ว่าฮยอนซอง และคนอื่น ๆ

 

จะเติบโตเร็วแค่ไหน….พวกเขาก็ไม่ช่วยอะไรได้มากนัก” 

 

‘นี่ไง’

 

“ช่วยปกป้องกิลด์ในช่วงที่ฉันไม่อยู่ด้วยค่ะ”

 

“อ๊ะ แต่ว่า…”

 

” หยุดค่ะ นี่คือการตัดสินใจของตัวฉันเอง สําหรับทุกคน ที่เหลือ

 

โปรดเตรียมตัวให้พร้อม นอกจากนี้เรายังสามารถพึ่งพาการสนับสนุนจากกิลด์อื่น ๆ ได้…”

 

“ถ้านั่นเป็นการตัดสินใจของคุณแล้วละก็…”

 

ผมไม่รู้ว่านี่เป็นความตั้งใจของคิมฮยอนซองหรือเปล่า

 

แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมก็เข้าใจได้ว่าทําไม หากปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ล้มเหลว

 

ในไม่ช้าปาร์ตี้ของเราจะกลายเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุดในบลู

 

แน่นอนว่ามีปัญหาหลายอย่างที่ต้องจัดการ

 

แต่สมมติว่าเรากําลังข้ามขั้นตอนที่ซับซ้อนทั้งหมดได้ 

 

เราจะบรรลุเป้าหมายสุดท้ายได้เร็วกว่ามาก

 

‘อย่างไรก็ตามสิ่งต่าง ๆ อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ…’

 

ในทางกลับกัน

 

มันก็หมายความว่าแม้แต่ลีซังฮีและฮวังจองยอนก็ไม่สามารถกลับมาได้สําเร็จ

 

ถ้าเราต้องสูญเสียสมาชิกที่ทรงพลังทั้งสองคน เรื่องราวนี้จะเปลี่ยนไป

 

เราจําเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น

 

อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงนี้ยังคงอยู่

 

คงใช้เวลาอีกสักพัก แต่ในที่สุดพลังจะเปลี่ยนข้างมาหา เรา

 

แต่สิ่งสําคัญที่สุดในตอนนี้คือคิมฮยอนซองเลือกที่จํา ทําอะไร

 

มันรู้สึกหงุดหงิดมากที่ผมไม่รู้ว่าเขากําลังคิดอะไรอยู่

 

แน่นอนว่านั่นไม่ได้หมายความว่าผมอ่านเขาไม่ออก ผมรู้ ว่าคิมฮยอนซองจะมองเห็นประโยชน์ในสถานการณ์นี้ 

 

“เราจะไปกับคุณครับ”

 

คิมฮยอนซองตอบสนองในแบบที่ผมคาดหวังให้เขาทํา

 

“อะไรนะคะ…?”

 

“ผมบอกแล้ว เราจะไปกับคุณเอง”

 

“อา….ขอบคุณมาก…แต่นั่น…”

 

แน่นอน

 

ผมต้องสนับสนุนการตัดสินใจของคิมฮยอนซอง ผมไม่ได้ ต่อต้านความคิดนี้

 

ทั้งลีซังฮีและฮวังจองยอนต่างก็ช่วยเหลือผมในหลาย ๆ เรื่อง

 

“ฮยอนซองพูดถูกแล้วครับ มันเหมาะสมแล้วสําหรับเราที่จะก้าวไปด้วยกัน”

 

‘อา แม้ผมจะรู้สึกกังวลมาก…’

 

ผมรู้ว่ามีเหตุผลอื่นที่คิมฮยอนซองเลือกใช้เส้นทาง

 

บางทีเขาอาจทราบถึงรางวัลที่เราสามารถเก็บเกี่ยวได้จากดันเจี้ยนที่เราจะเข้าไป

 

ท้ายที่สุดแล้ว

 

ไม่ว่าความตั้งใจของฮยอนซองจะดีแค่ไหน เขาก็ไม่ใช่นักบุญ

 

ผมหายใจเข้าลึกๆ 

 

แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง

 

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ทั้งปาร์ตี้ของเราก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

 

พวกเราทุกคนได้รับอาชีพระดับฮีโรอิคเป็นอาชีพที่สาม และค่าสถานะหลักของเราอยู่ในระดับ 60 แม้แต่ในกรณีของจองฮายัน เธอไปถึงระดับที่ 70 แล้วเช่นกัน”

 

“นั่น…”

 

” จริงเหรอ?”

 

“ฮะ…”

 

“นี่เป็นเรื่องไร้สาระ…”

 

“แน่นอนครับ ผมรู้ว่าพลังของเราไม่เพียงพอ เราตระหนักดีว่าค่าสถานะของเราไม่เหมาะสมสําหรับดันเจี้ยนระดับฮีโรอิค

 

อย่างไรก็ตามเรายังเป็นสมาชิกของบลูกิลด์ แม้ว่าเราจะถูกผูกมัดด้วยสัญญา

 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่รับผิดชอบต่อมัน”

 

“กียอง…”

 

“ผมได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมายในกิลด์

 

ครั้งนี้ผมอยากให้คุณใช้บริการของเราบ้าง

 

หากเราตัดสินแล้วว่าตัวเองไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้เราจะถอยกลับ

 

อย่างไรก็ตามเราขอให้คุณเปิดโอกาสครั้งนี้ให้เราด้วยครับ”

 

ผมก้มศีรษะลงเล็กน้อย

 

ปฏิกิริยาของทุกคนระเบิดขึ้นในขณะนั้น การกระทําของผมอาจดูเหมือนการกระทําที่ประมาท

 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ได้รับความสนใจในเชิงบวก

 

“อา ฉันอยากให้พวกคุณไปกับเรา!”

 

“ฮ่า ๆ ช่างเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ!” สิ่งเดียวที่ทําลายความสนุกของผมคือตาแก่พวกนั้น

 

“ลีซังฮี อียองและฮยอนซองอาสาสมัคร เนื่องจากพวกเขาได้รับอาชีพที่สามแล้ว

 

พวกเขาคงอาจจะช่วยได้บ้าง ทําไมไม่พาพวกเขาไปด้วย ล่ะ?”

 

สําหรับความโง่เขลาทั้งหมด

 

สิ่งที่ตาแก่นี่พูดดูงี่เง่าจริง ๆ

 

บางทีผมอาจจะไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนั้น

 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด