Regressor Instruction Manual 88 อยู่ด้วยกันตลอดไป (2)

Now you are reading Regressor Instruction Manual Chapter 88 อยู่ด้วยกันตลอดไป (2) at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

 

ตอนที่ 88 อยู่ด้วยกันตลอดไป (2)

 

คําสาปจะตกลงสู่คุณ

 

“บ้าอะไรกัน.?

 

เมื่อทุกคนมองไปรอบ ๆ ผมก็รู้ว่าไม่ใช่ตัวเองคนเดียวที่ได้ยินเสียงนี้

 

เมื่อกี

 

“นักบวช iนไร่ายคาถาชาระล้างเร็วเข้า”

 

60 ปี

 

“ครับ ได้เลย!”

 

ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่การได้ยินเสียงนั้นทําให้เราตึงเครียดพูดตามตรงผมรู้สึกอยากออกไปจากที่นี่ทันที

 

ลีซังฮีและหน่วยที่สองยังคงสงบ แต่ปาร์ตี้ของเราดูสับสน

 

คําสาปจะตก…

 

“เธอสัมผัสถึงพลังเวทมนตร์ได้ไหม?”

 

“ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่มีแม้แต่พลังศักดิ์สิทธิ์”

 

ฉันขอสาปแช่งผู้บุกรุกเหล่านี้

 

“บางทีมันอาจจะเป็นคําสาปที่มีในดันเจี้ยนนี้ก็ได้”

 

“แต่มันเป็นคําสาปประเภทไหนกัน?”

 

“เรายังไม่รู้แน่ชัด สําหรับตอนนี้เสียงเป็นเพียงสิ่งที่เราได้ ยืน”

 

“ถอยกลับไปและร่ายคาถาศักดิ์สิทธิ์เพื่อป้องกัน” ลีซังฮีสั่ง

 

ทันใดนั้นเอง ผมรู้สึกว่าสายตาของผมเปลี่ยนไปเมื่อสายลมที่พัดเข้ามาแทนที่ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตามผมยังรู้สึกเวียนหัวความอยากอาเจียนนี้เด่นชัด มันรู้ สึกเหมือนว่าโลกรอบตัวผมกําลังเปลี่ยนไปแน่นอนว่านี่ดูเหมือนการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมการพยายามอธิบายว่าเรากําลังประสบกับปรากฏการณ์แบบไหนไม่ใช่เรื่องง่าย

 

ผมเชื่อว่าทุกคนรอบตัวกําลังประสบกับเหตุการณ์เดียวกันเมื่อครู่

 

หลังจากสภาพแวดล้อมที่กําลังเปลี่ยนไป เสียงที่ไม่รู้จักก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

ทําไมนายถึงทําแบบนั้น?

 

ทําไมคุณถึงทิ้งฉันอา

 

ผู้หญิงที่คุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้าผม ผมจําได้ว่าเธอเป็นใครเธอเป็นคนเดียวที่ผมปล่อยให้พวกมอนสเตอร์กินในดันเจี้ย

 

นฝึกสอน ผมเชื่อว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทิ้งเธอไว้เพื่อช่วยเหลือตัวเอง แต่ผมไม่เคยลืมเธอได้เธอที่เลือกจะให้ความสําคัญกับน้ําดื่มและอาหารแทนการหลบหนี

 

ผมบอกตัวเองอย่างนั้นเพื่อคลายความกังวลแต่ผมก็รู้สึกเสียใจอยู่เสมอ

 

“สถานการณ์ตอนนี้คืออะไรกัน…?”

 

ผมไม่สนใจว่าเธอกําลังเข้าใกล้ผม โดยมีลําไส้ของเธอที่กําลังตกลงสู่พื้นความทรงจําที่เธอถูกกินโดยมอนสเตอร์ยังคงฉายอยู่ในความคิดผม

 

ผมขมวดคิ้ว แต่ผมก็ไม่ได้หวาดกลัว

 

ผมรู้อยู่แล้ว

 

“นี่เป็นของปลอม

 

มันเจ็บ มันเจ็บมาก… ฉันคิดว่าแกจะช่วยฉัน… แต่แกกลับหันหลังให้

 

“ไอ้สารเลว”

 

นั่นเป็นข้อแก้ตัวที่น่าเกลียด

 

“ปาร์คฮเยยอง…”

 

แม้แต่เสียงของปาร์คฮเยยองที่เสียชีวิตเพราะจองฮายันก็ดังก้องอยู่ในหู

 

เมื่อเธอปรากฏตัว แขน ขาของเธอถูกตัดออก และดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ผมรู้ว่าความแค้นนี้เกิดจากการที่ผมไม่เลือกที่จะช่วยเหลือเธอว้

 

แน่นอน ในกรณีของฮเยยองผมสามารถช่วยเธอได้

 

แต่ถึงยังไงก็ตาม..

 

“ผมไม่ควรรู้สึกผิด

 

แกมักจะปกป้องตัวเองด้วยความคิดเหล่านั้น มันเป็นทางเลือกที่สมเหตุผล ฉันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ นี่เป็นตัวเลือก ที่สมเหตุสมผลที่สุดสําหรับฉัน แกเป็นมนุษย์ที่ไม่ควรมีตัว ตนอยู่ในโลกใบนี้

 

“เธอมีสิทธิ์พูดแบบนั้นกับฉันเหรอ?”

 

ตอนนั้นเองที่จองจินโฮปรากฏตัว เมื่อเห็นเขาชักดาบขึ้นปาดคอตัวเอง นั้นทําให้ผมรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย

 

มันไม่ต่างหรอก เราเป็นคนประเภทเดียวกัน เราเห็นแก่่ตัวและโลภมากซอกรูตายเพราะเขาจําเป็นจริง ๆ เหรอ?

 

ตอนนี้เองคนที่ขันฮียองฆ่าก็ปรากฏตัวขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผมกําลังแสดงตัวที่ละคน

 

“นี่คือคําสาปที่พวกเขาพูดถึงหรือเปล่า?

 

ผมไม่คิดว่าคนอื่นจะเห็นสิ่งที่ผมเห็น มันเป็นเพียงแค่ลางสังหรณ์แต่ผมรู้สึกเหมือนภาพลวงตามีความหมายสําหรับ ผมที่จะมองเห็นสิ่งต่างๆหรือคนที่ผมเกลียดชังมากที่สุด

 

ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผิดในตัวมันทําให้ผมประหม่าและรู้สึกไม่ดี แกฆ่าเรา

 

“หุบปาก” ผมอุทาน ผมรู้สึกรําคาญ ณจุดนี้

 

แกพึ่งพาการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเท่านั้นแกมันขี้ ขลาด

 

“มันมีอะไรผิดกับการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง? มนุษย์ถูกออกแบบให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว” ผมตอกกลับ

 

แต่แกก็รู้สึกผิด

 

“มันเป็นความรู้สึกที่ผมสามารถมีได้ แต่ผมไม่เสียใจ” ผมพูดอย่างเย็นชา

 

แกเลวร้ายยิ่งกว่าขยะ

 

“พูดได้แค่นั้นเหรอ? ความจริงก็คือผมเป็นเพียงคนเดียวที่มีชีวิตรายและพวกคุณทุกคนไม่ใช่ ผมจะไม่มีวันเปลี่ยนมัน ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกผมก็จะทําเช่นเดียวกัน” ผม ตอบอย่างหนักแน่น

 

สักวันแกจะอยู่กับพวกเราที่เหลือ

 

“คุณสามารถขอได้มากเท่าที่ต้องการ”

 

วิสัยทัศน์ของผมเริ่มสดใสขึ้นมาก ผู้ที่มองมายังผม ด้วยใบหน้าเคียดแค้นเหล่านั้นเริ่มกระจายไปอย่างช้า ๆ และการดูหมิ่นของพวกเขาก็เริ่มรุนแรงขึ้นส่วนผมกําลังเงียปลง

 

ผมรู้สึกไม่ยินดีที่ได้เห็นศพของผู้ที่สมควรตายร่างกายของผมเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ขาของผมเริ่มสั่นและริมฝีปากของผมแห้งผาก

 

“ของปลอม… ทุกอย่างเป็นของปลอม…”

 

แกคิดเหมือนกันใช่ไหม? นี่เป็นของปลอมเหรอ?

 

“หุบปาก

 

แม้หลังจากที่ผมกลับสู่คโลกวามเป็นจริง เสียงต่างๆก็ยังไม่หายไปจากหัวผม

่ ่

“บ้าเอ๊ย

 

แกฆ่าเรา

 

บ้าเอ๊ย

 

แกฆ่าเรา แก!

 

เวร…

 

สิ่งนี้ทําให้ผมได้รับความเสียหายทางจิตใจมากกว่าที่คาดไว้ขณะที่ผมเริ่มหอบหายใจอย่างหนัก ผมรู้สึกว่ามีคนมาตบ ไหล่จนผมสะดุ้งขึ้น

 

“กลับมาเดี๋ยวนี้”

 

“นายสบายดีไหม?”

 

เมื่อผมรู้ว่าเป็นนั่นเป็นคิมฮยอนซอง ผมก็เริ่มผ่อนคลาย

 

ใช่ ทั้งหมดนั้นเป็นของปลอม ผมต้องกลับสู่ความเป็นจริง

 

“อ่า.. ฉันสบายดี”

 

คิมฮยอนซองได้ส่งพลังเวทย์เล็กน้อยมาทางผม

 

“คนอื่น ๆ

 

ทุกคนคงผ่านสิ่งเดียว เพียงแค่มีภาพลวงตาต่างกัน ตามที่คาดไว้สภาพแวดล้อมที่อธิบายไม่ได้ก็ปรากฏขึ้น

 

“เอ่อ…”

 

ผมเห็นคิมเยริตัวสั่นและเอามือจับตัวเองไว้อย่างบ้าคลั่งราวกับเธอกําลังกําจัดอะไรบางอย่าง ไม่สิ ดูเหมือนว่าเธ อกําลังพยายามผลักใครก็ตามที่เข้าใกล้เธอออกไป

 

“หยุด… หยุดนะ แม่… แม่! ช่วยฉันด้วย! แม่ ช่วยฉันด้วย ได้โปรด…”

 

เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่ผมได้ยิน เธอคงหวนนึกถึงความทรงจําที่เธอมีในสลัม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

 

ในขณะเดียวกันปาร์คด็อกกกําลังหมอบอยู่ เมื่อผมเห็นเขาตัวสั่นโดยไม่พูดอะไร ผมพยายามจินตนาการถึงสิ่งที่เขาเห็น

 

ซันท้ายที่สุดยองก็ร้องไห้เช่นกัน เธอไม่ได้กรีดร้องแต่มีเลือดไหลลงมาจากปาก ดูเหมือนว่าเธอกําลังกัดริมฝีปากแน่น

 

แน่นอนว่าคนที่แสดงท่าทางที่เข้าใจยากที่สุดในหมู่พวก

 

เขาคือจองฮายัน

 

“ฉันเกลียดมัน! ฉันเกลียดมันมาก. ได้โปรดเถอะพี่คะ… พี่คะพี่!”

 

“ฉ-ฉันขอโทษ ฉันทําผิดทุกอย่าง อย่านะ ได้โปรด… ฉันจะทําให้ดีขึ้นในอนาคตได้โปรดอย่าโยนทิ้งฉันไป ได้ โปรด…”

 

เธอบ้าไปแล้ว

 

พูดตามตรงผมรู้สึกเหมือนสถานการณ์ตอนนี้ของเธอร้ายแรงน้ําตาของเธอไหลลงมาและเล็บของเธอเปื้อนไปด้วย เลือด เธอฉีกเนื้อด้วยมือของตัวเองเมื่อเห็นว่าผมของเธอบางลงดูเหมือนว่าเธอก็ทิ้งผมบางส่วนด้วยเช่นกัน

 

“ไม่นะ…”

 

“อย่าทําแบบนั้นกับฉัน อย่าทําอย่างนั้นนะคะพี่ ฉันขอโทษค่ะ… ฉันเกลียดสิ่งนี้!ฉันเกลียดมันมาก!”

 

ผมไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่เธอเห็น คนอื่น ๆ ทั้งหมดแสดงสีหน้าสับสนคล้ายกันพวกเขากําลังติดอยู่ในภาพลวงตาของตัวเอง

 

แม้ผมจะเห็นคนตื่นขึ้นมาได้กลางคันแต่คนส่วนใหญ่ก็ล้มลงและกรีดร้อง ความสับสนปรากฏชัดจากรูป ลักษณ์ภายนอกของพวกเขา

 

ลีซังฮีกําลังยุ่งกับการขอโทษใครสักคนที่เธอพบ

 

“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉัน”

 

ผมเดาได้ว่าเธอกําลังเห็นอะไรอยู่ เธอทําให้เพื่อนสมาชิกในกิลด์ผิดหวังเนื่องจากเธอกังวลเกี่ยวกับปาร์ตี้ที่ตกอยู่ ในอันตรายมาโดยตลอดผมลป

 

ฮวังจองยอนที่กําลังร้องไห้เงียบ ๆ ก็ตื่นขึ้นเช่นกัน เธอมองไปรอบ ๆด้วยความตื่นตระหนก

ยกเว้นท้ายที่สุดยอนซอง คนส่วนใหญ่ที่ตื่นขึ้นคือผู้มีค่า สติปัญญาสูงพวกเขามีความแตกต่างกันไปตามบุคคล แต่ ความคล้ายคลึงกันในด้านค่าสติปัญญานั้นแตกต่างใน กรณีของจองฮายันนั้นอาจเป็นเรื่องแปลกประหลาด เนื่องจากเธอเป็นคนเดียวที่มีค่าสติปัญญาสูง แต่ยังติดอยู่ในภาพหลอนของตัวเอง

 

“นั่นเป็นเพราะจิตใจของเธอไม่มั่นคง

 

“ฮยอนซองเกิดอะไรขึ้น?”

 

“ฉันก็เพิ่งตื่นเหมือนกัน”

 

“มันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว?”

 

“ฉันไม่คิดว่าเราอยู่ที่นี่นานนัก แต่ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ….”

 

มันรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงเมื่ออยู่ในภาพหลอนเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลา เพียงครู่เดียว

 

แน่นอน ในกรณีของตัวผผมเอง ผมตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์แทนที่จะไขว่คว้า หลังจากลบคําถามที่ค้างอยู่ในหัว ผมก็พูดขึ้นอีกครั้ง

 

“พวกเขาจะตื่นมาได้ยังไง?”

 

“เป็นการดีที่สุดที่จะใส่พลังเวทย์ลงไปอย่างช้า ๆ พลังศักดิ์สิทธิ์จะมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ฉันคิดว่ามันจะดีกว่าถ้านายเน้นไปที่การช่วยฮายันอันดับแรก”

 

“อา… แน่นอน”

 

จากนั้นคิมฮยอนซองก็ก้าวไปหาซันฮียอง โดยตัดสินใจว่าจะเป็นการดีที่สุดที่จะปล่อยเธอออกมา ฮวังจองยอน คิดแบบเดียวกันเธอเดินเข้าไปหานักบวชในปาร์ตี้เธอ

 

ทันทีที่ผมจัดการจิตใจให้ปลอดโปร่งความรู้สึกแปลกๆก็หายไปจากร่างผม

 

ผมก็ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาจองฮายัน

 

“ฉันต้องฆ่า…”

 

เธอกําลังพูดถึงอะไร

 

“ฉันจะฆ่าทั้งหมดทุกคน… ฉันต้องฆ่าพวกมันทั้งหมดด้วยวิธีนี้ฉันสามารถเป็นหนึ่งเดียวของพี่ได้ใช้ถูกต้องฉันต้องฆ่าพวกมันทั้งหมด”

 

จองฮายันยังคงพึมพําด้วยน้ําเสียงที่เบาเกินกว่าใครจะได้ยินผมไม่รู้ว่าเธอหมายถึงอะไรจากการ เป็นหนึ่งเดียว แต่ แน่นอนว่ามันฟังดูน่ากลัวเมื่อผมเข้าใกล้อย่างเงียบ ๆ เพื่อผลักเวทมนตร์ของตัวเองผมรู้สึกว่าจองฮายันค่อย ๆ ตื่นขึ้น

 

“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ผมกระซิบข้างหูเธอ

 

ผมรู้จักจองฮายัน เธอก็คงจะหลุดพ้นจากมันในไม่ช้า และจากความคาดหวังของผม เธอจะทําได้ การหายใจที่ห ยาบกร้านของเธอค่อย ๆ เสถียรขึ้น เมื่อเห็นว่าร่างกายของ เธอหยุดสั่น ผมรู้ว่าเธอจะสัมผัสถึงมันได้ไม่ช้าก็เร็ว

 

จากนั้นจองฮายันก็มองมาทางผม

 

“พี่คะ?” ฮายันถามและเอียงศีรษะของตัวเอง เห็นได้ชัดว่าเธอยังฟื้นตัวจากการตื่นอย่างกะทันหัน

 

“เธอสบายดีไหม?” ผมถามด้วยน้ําเสียงกังวล

 

“ค-คะ….พี่…” เธอตอบ

 

“หรือ?”

 

จองฮายันกอดแน่นจนผมรู้สึกหายใจไม่ออก แต่ผมไม่สามารถสลัดเธอออกไปได้

 

“พี่พี่คะ พี่”

 

เธอยังคงเรียกหาผม

 

“ใช่ ฉันอยู่ที่นี่แล้วฮายัน”

 

ทันทีที่ผมพูดแบบนั้น จองฮายันก็สะอื้น มันรู้สึกเหมือนการดูแลเด็กที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่นัก

 

ท้ายที่สุดแกก็จะโยนเธอทิ้บงไป

 

แม้เสียงจะไม่เคยทิ้งจากผมไป แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่ผมจะเพิกเฉยต่อพวกมันนี่คือผลจากคําสาป

 

มันไม่ใช่ผลของคําสาป มันเป็นเสียงที่ได้ยินจากหัวใจแกเอง

 

บางทีผมอาจไม่ใช่คนเดียวที่ได้ยินเสียงในหัวแม้ว่าคนอื่น ๆ จะตื่นขึ้นแล้วแต่พวกเขาก็ยังพูดกับตัวเองต่อไป

 

สุดท้ายจะไม่มีใครอยู่เคียงข้าง แกจะโยนมันทิ้งไป สักวันหนึ่งคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จะมองแกด้วยสายตารังเกียจ สัก วันหนึ่ง

 

“นี่เป็นที่จริง ๆ ใช่ไหมคะ?” ฮายันถาม

 

“ใช่ ฉันเอง” ผมตอบ

 

“คือพี่จริง ๆ …” เธอกล่าว การแสดงออกทางสีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความทุกข์เป็นความหวังในทันที

 

“ใช่ มันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”

 

จองฮายันพูดอย่างกังวล เพื่อพยายามให้แน่ใจว่านี่เป็นผมจริงไม่ใช่แค่ภาพลวงตาอีกต่อไปมันทําให้ผมสงสัยว่าเธอได้ยินเสียงแบบไหนในหัว

 

ผมกลืนน้ําลาย ขณะที่มองลงไปที่จองฮายัน

 

“มันรู้สึกไม่ถูกต้อง

 

อาการของจองฮายันดูเหมือนจะไม่คงที่เกินไป

 

อันที่จริง เธอดูเหมือนระเบิดที่สามารถจุดชนวนได้ทันที

 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด