The Great Geneticist in Apocalypse 80 ได้เวลาจับแล้วสิ

Now you are reading The Great Geneticist in Apocalypse Chapter 80 ได้เวลาจับแล้วสิ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่80 ได้เวลาจับแล้วสิ

หลังจากเก็บไข่ของโลตัสฟร็อกเสร็จเบลซกับชินก็ขึ้นหลังซีฟอสแล้วบินไปฝูงต่อไป

“เหอะๆ มีฝูงหนูกลายพันธ์อยู่ในป่าด้วยแฮะมีตั้ง200ตัวแหนะ” เบลซพิมพ์ก่อนจะเริ่มการกวาดล้างฝูงหนูกลายพันธ์สองร้อยกว่าตัว

2 ชั่วโมงต่อมา

“คริสตัลธาตุลมสอง ธาตุไฟหนึ่ง ธาตุดินสอง แล้วก็ไร้ธาตุอีกเป็นร้อย ถึงจะไม่ดรอปทักษะเลยก็เถอะ เป็นการเก็บเกี่ยวที่ดีจริงๆเลย” เบลซพูดอย่างอารมณ์ดีพลางหยิบคริสตัลใส่กระเป๋า

“นายควรเอาสองเม็ดนั้นมาให้ฉันนะ” ชินพูดเขาชี้ไปที่คริสตัลธาตุดินสองเม็ด

“ตามสบาย” เบลซยื่นคริสตัลธาตุดินทั้งสองเม็ดให้ก่อนจะถาม “นายใกล้จะวิวัฒนา การระดับเขียวอ่อนรึยัง?”

“มีลุ้นๆ” ชินตอบพร้อมกับดูดซับคริสตัลไปด้วย

“แบบนี้แสดงว่านายแอบเอาเวลาสร้างกําแพงไปล่าจริงๆด้วยสินะ?”

“ก็แกจะให้ฉันสร้างตลอดเลยหรือไงเล่า!?”

“หึห์ถึงฝูงต่อไปแล้ว”

“หมูป่ากลายพันธ์ ถูกสังหาร”

“หมูป่ากลายพันธ์ ถูกสังหาร”

“หมูป่ากลายพันธ์ ถูกสังหาร”

“หมูป่าขนทองแดง<ดิน> ถูกสังหาร”

“หมูป่าขนเหล็ก<ดิน>(เขียวอ่อน) ถูกสังหาร”

“ทําไมชื่อเป็นโลหะแต่ได้ธาตุดินนะ?” เบลซสงสัยแต่อาจจะเป็นแค่เพราะขนของมันสีคล้ายๆกับทองแดงกับเหล็ก เพราะทักษะของมันก็เป็นธาตุดินไม่มีธาตุโลหะ
เลย

“วันนี้โชคดีจังเลยนะว่างั้นไหม?” ชินถามด้วยรอยยิ้มหน้าหมั่นไส้

“อ่ะเอาไป” เบลซยื่นคริสตัลที่เป็นธาตุดินทั้งหมดให้

“ขอบใจมากในที่สุดฉันก็จะได้วิวัฒนาการแล้ว” ชินพูดด้วยท่าทางที่โคตรอารมณ์ดี

“จะว่าไปฉันก็ไม่ได้คิดเลยนะว่าจะเป็นนายที่วิวัฒนาการต่อจากฉันตอนแรกคิดว่าจะเรย์ลินซะอีก”

“นายจะบอกว่าไอก้างนั้นจะทําได้ก่อนฉันงั้นเราะ!?”

“หืม?” เบลซมองลงไปข้างล่างเขาสังเกตเห็นกวางสีฟ้าตัวเล็กๆตัวหนึ่ง

กวางที่ขนทั่วทั้งร่างเป็นสีฟ้ายืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า มันกําลังมองมาทางพวกเค้า

กวางตัวนี้นอกจากขนทั่วทั้งร่างเป็นสีฟ้าแล้วก็มีเปลวไฟสีฟ้าลุกไหม้ ดวงตาสีแดง เหมือนอัญมณีทั้งสองข้างความสูง สูงกว่า 1 เมตร บนหัวมีเขาสองข้างสีมรกตลัก ษณะเหมือนกับปะการัง

ทุกที่ที่เท้ามันเดินไป ดินโคลนและหญ้าที่พื้นก็จะถูกเผาไหม้เป็นถ่านสีดา

“ประเมิน” เบลซมองไปที่มันอย่างเคร่งเครียด

“กวางเพลิงฟ้า<ไฟ พืช>(เขียวอ่อน)(แรกเกิด) ระดับ3”

“โหวฉันเจอของดีแล้วหละ” เบลซพูด

“ดียังไง” ชิ้นถาม

“เพราะว่ามันพึ่งจะเกิดหนะสิ ไม่แน่ว่านายอาจะได้สัตว์อสูรสงครามแล้วก็ได้นะ” เบลซ์พูดอย่างมีนัยยะ

“นายหมายความว่าฉันมีโอกาสจะจับเจ้านี่มาเลี้ยงได้งั้นหรอ?!” ชินพดด้วยความ ตื่นเต้น

“ใช่แต่นั้นแล้วแต่ความเข้ากันแต่ฉันไม่แน่ใจว่าพ่อแม่มันยังอยู่รึปล่าว แต่จา กการเดาของฉัน ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นลูกกวางที่เกิดมาก่อนวันแห่งหายนะแล้วโชคดี กระตุ้นสายเลือดระดับสูงพอดีไม่อย่างนั้น มันคงจะไม่มีระดับสีเขียวอ่อนด้วยระดับที่ ต่าแบบนี้ แล้วก็ถ้าดูจากระยะเวลาแล้วมันพึ่งจะผ่านมาไม่กี่วันมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่สิ่งมีชีวิตระดับเขียวอ่อนจะให้กําเนิดลูกแล้ว แถมดูแล้วมันยังไม่ค่อยรู้จักควบคุมพลังด้วย ไม่งั้นคงไม่ไฟลุกตลอดเวลาอย่างนี้หรอก” เบลซวิเคราะห์

“แล้วเราจะเอามันมาเป็นสัตว์อสูรสงครามได้ยังไง” ชิ้นถาม

“ตามหลักแล้วมันขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างตัวสัตว์อสูรกับเจ้าของซึ่งฉันไม่แน่ ใจว่าใครจะเข้ากับมันได้ดีแต่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ปล่อยทิ้งมันไว้เฉยๆแน่ ให้ไปเหยื่อ ของสัตว์อสูรสีขาวที่มีพลังธาตุ ต่อให้แค่ธาตุเดียวแต่ว่าระดับของพวกมันปาเข้าไป มากกว่าสิบแล้ว เจ้าตัวนี้ระดับยังน้อยเกินไป ตัวที่กินมันเข้าไปได้วิวัฒนาการกลาย เป็นสัตว์อสูรสีเขียวอ่อนสองธาตุแน่ แถมอยู่ใกล้ฐานแบบนี้ถ้าไม่มีใครเข้ากับมันได้ก็ คงต้องกําจัดทิ้งถึงฉันจะน่าเสียดายก็เถอะ” เบลซพูดด้วยท่าทางเจ็บปวดใจ

“ถ้าเรารู้ว่ามันชอบกินอะไรจะช่วยได้ไหม?” ชินถาม

“อันนั้นก็มีส่วนช่วยแต่ว่ายังไงหลักๆก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์อสูรอยู่ดี”

“งั้นเราเอามันกลับไปกันเถอะตอนนี้ฐานก็มีหลายคนแล้วอาจจะมีโอกาสก็ได้” ชิ้น กล่าว

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” เบลซตอบ ความจริงเขาก็คิดอย่างนั้นแต่ว่ามันง่ายๆซะ ที่ไหน? ไม่อย่างนั้นผู้รอดชีวิตคงจะมีสัตว์อสูรสงครามกันเต็มไปหมดแล้ว แต่ในอีกแง่ นึ่งถ้าเกิดว่าไม่มีคนที่เข้ากับมันได้จริงๆเขาก็ยังจะได้คริสตัลสองธาตุระดับเขียวอ่อน

“จับมันเป็นๆกลับฐานหละ” เบลซบอกเจ้าดาบน้อย

“โกร็ววววว” ซีฟอสร้องตอบแล้วโฉบลงไปบนพื้นด้วยความเร็วสูง

“กรร กรรร” กวางเพลิงฟ้าด้วยคํารามขู่เบาๆ รังสีของซีฟอสนั้นแข็งแกร่งกว่าขอ งมันมาก มันรีบหันหลังกลับและวิ่งหนีสุดชีวิต

“หมับ” แน่นอนว่ามันไม่สามารถสู้ความเร็วของเจ้าดาบน้อยได้กรงเล็บเท้าทั้งสอง ข้างของซีฟอสคว้ามันขึ้นมาเหมือนพญาอินทรีย์คว้าเหยื่อแล้วยกเจ้ากวางตัวน้อย นสู่อากาศทันที

“กรร กรร” ลูกกวางเพลิงฟ้าดิ้นไปดิ้นมาเปลวเพลิงสีฟ้ากระจายไปทั่วเป็นหย่อมๆ แต่แน่นอนว่าไม่ได้ผลกับเจ้าดาบน้อยเพลิงอเวจีที่มันใช้ประจายังร้อนกว่านี้อีก

หลังจากที่ลูกกวางน้อยดิ้นไปซักพันนึงมันก็หยุดเมื่อไม่สามารถขยับกรงเล็บขนาด ยักษ์ของเจ้าดาบน้อยได้แม้แต่น้อยมันทําหน้าอย่างสิ้นหวังยอมรับชะตากรรมและไม่ ต่อต้านอีก

“พร็บ พรึบ” ผ่านไปอีกซักพักซีฟอสก็ได้มาถึงฐาน ลูกกวางเพลิงฟ้านั้นทําให้ทั้ง ฐานมามุงกันดูด้วยความสนอกสนใจ

“อย่าเข้ามาใกล้มากหละมันยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์นะ” เบลซ่เตือนให้ผู้รอด ชีวิตทุกคนออกไปห่างๆแล้วเพื่อนก็เดินเข้ามา

“ตัวอะไรหนะ?” เมิ่งหยิ่งหยิ่งถามด้วยความสนอกสนใจมองไปที่กวางตัวน้อยตา แป๋ว

“กรร กรร” ลูกกวางเพลิงฟ้ายังคงทําท่าขี่เล็กๆเมื่อหยิ่งหยิงเข้าใกล้แต่ก็ยังขยับไป ไหนไม่ได้เพราะยังอยู่ในกรงเล็บของซีฟอส

“ทําไมมันถึงไม่ชอบฉันหละ” เพิ่งหยิ่งหยิ่งพูดด้วยความผิดหวัง

“เอาเถอะก่อนอื่นฉันไม่คิดว่าจะหากรงขังมันได้ในตอนนี้” เบลซพูดเพราะเขายัง ไม่มีกรงเหล็กและกรงที่ทําจากไม้และศิลาก็คงไม่แข็งแรงพอถึงแม้ว่ามันจะเป็นวัย แรกเกิดอยู่ก็ตามแต่มันก็ยังเป็นสัตว์อสูรระดับเขียวอ่อนอยู่ดี ดูอย่างเจ้าดาบน้อยที่อยู่ในวัยลูกซึ่งโตกว่าวัยแรกเกิดวัยหนึ่งเป็นตัวอย่าง ถ้ามันมีสายเลือดที่ดีค่าสถานะก็ยัง พอฟัดพอเหวี่ยงกับพวกโตเต็มวัยสายเลือดดาษๆได้

“เอาหละก่อนอื่นฉันจะให้เจ้าดาบน้อยปล่อยมันแล้วนะคนอื่นๆคอยล้อมมันไว้แล้ว ค่อยๆผลัดกันเข้าไปลองดูว่ามันเข้ากับใครได้มากที่สุด” เบลซพูดเข้าไม่เชื่อว่ามันจะ กล้าหนี้ถ้าเกิดว่ามีคนหลายๆคนที่แกร่งกว่ามันมากคอยล้อมอยู่ทุกทิศทุกทาง

เบลซ เรย์ลิน ชิน อิฟฟรา เอลลี่ อิโนะ เหมียนเหมียน และ ซีฟอส ยืนล้อมลูกก วางเพลิงฟ้าไว้เป็นวงกลม ขณะที่มีจางมู่ เอมิเลีย และ เฟิงหยิ่งหยิ่ง ล้อมอยู่ข้างหลังกันไว้ก่อนเผื่อว่ามันจะหนีไปได้ถึงแม้ว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ก็ตาม

“เอาหละใครจะลองก่อน?” เบลซถาม

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด