ท้าทายลิขิตสวรรค์ 64 เธอจะมากี่โมง?

Now you are reading ท้าทายลิขิตสวรรค์ Chapter 64 เธอจะมากี่โมง? at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

นิยาย ท้าทายลิขิตสวรรค์ ตอนที่ 64 เธอจะมากี่โมง?
ตอนที่ 64 เธอจะมากี่โมง?
จากนั้นสายตาของหยางอี้กัวก็จ้องมองไปยังหยางซื่อเหมยที่เงียบงันไปชั่วขณะ

“สาวน้อย! แม้ว่าเจี้ยนหมิงจะไม่ร่ํารวยเท่านักธุรกิจชาวฮ่องกง แต่เขาก็ยังเป็นหนุ่มและหล่อเหลากว่าแถมยังใจกว้างอีกด้วย ดังนั้นลุงคิดว่าแทนที่จะอยู่กับผู้ชายที่แก่คราวปู่หนูควรเลือกเจี้ยนหมิงจะดีกว่า”

“หยางอีกัวแกกําลังพูดอะไร?” หยางชิงเริ่มได้เบาะแสบางอย่างจากคํากล่าวของเขา

“ไอ้หยา! อาชิงสิ่งที่ฉันพูดถึงลูกสาวของคุณนั้นชัดเจนมาก อย่าคิดว่าคุณมีลูกสาวที่ไร้เดียงสานะ ตอนนี้ทุกคนรู้กันหมดแล้วว่าเธอเป็นเมียน้อยของไอ้แก่นั่น”

หยางอี้กัวเยาะเย้ย;

“ชื่อเหมย! “หยางชิงหันไปจ้องหยางชื่อเหมยอย่างเคร่งเครียด”เป็นจริงอย่างที่เขาพูดหรือเปล่า?
“ลูกของเราเป็นเด็กดีและไม่เคยมีเรื่องปิดบังฉัน เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะทําตัวเป็นผู้หญิงไร้ยางอายแบบนั้น” หวงซิ่วลี่จับมือของหยางซื่อเหมยด้วยความประหม่าง

แต่สายตาของหยางซื่อเหมยที่จ้องมองไปที่หยางอี้กัวนั้นกลับกลายเป็นความเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด ทําให้หยางอีกัวถึงกับเสียวสันหลังจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย

“ฉันจะคอยดูสิว่าต่อไปพวกแกจะใช้ชีวิตกันยังไง?!”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะดีขึ้นมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ฉันรู้ก็คือ อีกไม่นานตัวของคุณเองนั่นแหละที่จะแย่”

หยางซื่อเหมยกล่าวอย่างเย็นชาอีกว่า

“เห็นว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันฉันจะบอกเอาบุญนะว่า ถ้าจะเดินทางก็ควรระวังอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วย!”

หลังจากนั้นเธอก็โยนข้าวของทั้งหมดลงบนโต๊ะและปิดประตูดังปัง!!

ส่วนหยางกัวก็รีบเก็บสิ่งของเหล่านั้นขึ้นมาและไม่ได้ใส่ใจกับคํากล่า ของเด็กสาวเลย เนื่องจากเขามีความมั่นใจในทักษะการขับรถของเขามาก ทําให้คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่มีอุบัติเหตุทาง รถยนต์เกิดขึ้นกับตนเอง

แต่ใครจะทราบว่า เมื่อผู้ชายคนนี้ขับรถออกมาได้ไม่ถึงห้านาที่เขาก็ประสาน งาเข้ากับรถบรรทุกทําให้เขาได้รับบาด เจ็บสาหัสจนเป็นอัมพาตและต้องนอนอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต

ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่หยางซื่อเหมยทําแต่เธอเพียงแค่เห็นว่า จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเขา ดังนั้นเธอจึงขี้เกียจที่จะสั่งสอนเขาด้วยตัวเอง

หลังจากที่หยางกัวจากไปหยางชิงก็กล่าวกับหยางซื่อเหมย อย่างเผ็ดร้อนว่า

“ซื้อเหมย! เล่าความจริงทั้งหมดให้พ่อฟังเดี๋ยวนี้! ลูกมีอะไรเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง?”

“พ่อ! หยางอีกัวเป็นใคร? ทําไมพ่อถึงต้องเชื่อเขาด้วย?”

หยางซื่อเหมยกล่าวอย่างไม่อดทนอีกว่า

“วันนี้หนูไปงานประมูลวัตถุโบราณกับอาจารย์ซ่ง จึงบังเอิญได้พบกับคุณฮัวที่เขาเคยให้รางวัลหนูหนึ่งแสนเหรียญตอนห้าขวบและตอนนี้เขาต้องการให้หนูช่วย พ่อจําเขาได้มั้ย?

“ฮัวเหวินหัวใช่หรือเปล่า?”

ในเวลานี้ฮัวเหวินหัวมีชื่อเสียงมากแล้วดังนั้นจึงมีคนรู้จักเขาอย่างกว้างขวางและหยางชิงก็รู้จักเขาเช่นกัน

“ใช่” ซื้อเหมยพยักหน้า

“คนรวยขนาดนั้นยังต้องการความช่วยเหลืออีกเหรอ?” หยางชิงเอ่ยถามด้วยความไม่เชื่อ

“ก็เพราะลูกสาวของพ่อเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ยังไงล่ะ!”

เมื่อได้ยินคํากล่าวของบุตรสาวแล้วหยางชิงก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก

อย่างไรก็ตามเมื่อก่อนเขาไม่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยเลยแต่หลังจากที่ครอบครัวของเขาทําพิธีย้ายสุสาน ทุกอย่างในครอบครัวที่เป็นเหมือนต้นไม้ที่เกือบจะตายได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งราวกับต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิซึ่งมันดีวันดีคืนอย่างเหลือเชื่ออีกทั้งภรรยาของเขาก็ยังให้กําเนิดบุตรชายฝาแฝดด้วย

“ชื่อเหมย แม่เคยได้ยินมาว่าหยางเจี้ยนหมิงนิสัยแย่มากและเขามักจะเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น แต่ตอนนี้เขาสนใจลูกแล้วเราควรจะทําอย่างไรดี?”

หวงซิวลี่เอ่ยถามด้วยความวิตกกังวลขณะที่หยางชิงก็รู้สึกกังวลใจเช่นกันเนื่องจากเขาทราบถึงการกระทําของสองพ่อลูกคู่นี้มาโดยตลอดและเคยได้ยินเรื่องชั่วช้ามากมายของหยางเจี้ยนหมิง

โดยเมื่อเดือนที่แล้วมีนักเรียนหญิงมัธยมต้นคนหนึ่งถูกชายคนหนึ่งฆ่าข่มขืนแต่หยางต้าเจี้ยได้ใช้อํานาจปิดหูปิดตาเจ้าหน้าเพื่อไม่ให้บุตรชายของตนเองถูกดําเนินคดีจากนั้นบิดามารดาจองเด็กสาวคนนั้นก็คิดมากจนถึงขั้นเสียสติทําให้ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลโรคจิตทั้งคู่และนี่เป็นความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผยในเมืองนี้

ในห้องส่วนตัวบนหอคอยหมิงจือมีชายหนุ่มหลายคนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงสูบบุหรี่และดื่มเหล้าอยู่ในกลุ่มใหญ่ขณะที่พวกเขาต่างก็มีสาวสวยและมีเสน่ห์คอยคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ยกเว้นหยางเจี้ยนหมิงที่นั่งอยู่ตรงกลาง

“เจี้ยนหมิงวันนี้แกกินเจเหรอ?”
โจวหยานเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“ฉันดูเหมือนพวกมังสวิรัติหรือยังไง?”

หยางเจี้ยนหมิงยกขาทั้งสองข้างขี้นพาดบนโต๊ะพร้อมกับสูบซิการ์ขนาดใหญ่ด้วยท่าทางอันธพาล

“พวกเรา! เจี้ยนหมิงเป็นคนที่บ้าผู้หญิงที่สุดในบรรดาพวกเรา แล้วทําไมวันนี้เขาถึงไม่มีสาวเคียงข้างล่ะ?

หวังหลินผู้ซึ่งมีอิทธิพลอีกคนหนึ่งในเมืองนี้เอ่ยถามชายหนุ่ม

“ฉันกําลังรอของสดมาส่งหน้าประตู”หยางเจี้ยนหมิงเขี่ยบุหรี่พร้อมกับกล่าวอีกว่า

“ของสดเนื้อนุ่มมาก! ถ้ากินเสร็จแล้วจะแบ่งให้กินนะ”
“จริงเหรอ?”จากนั้นความสนใจของผู้ชายหลายคนก็พุ่งตรงมาที่เขา

“ใช่มู่หรงเหยียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยมหนุนเฉิงหรือเปล่า? ผู้หญิงคนนี้น่าสนในมากเลยนะ”
“มู่หรงเหยียนเทียบไม่ได้เลยกับเด็กผู้หญิงคนนี้เพราะเด็กคนนี้ทั้งสดทั้งดีกว่าและผิวของเธอก็บอบบางอีกทั้งยังเนียนราวกับไข่มุก ซึ่งดูเหมือนว่าแม้แต่ฮัวเหวินหัวก็ยังอยากจะกินเธอ”

ดวงตาหยางเจี้ยนหมิงเบิกกว้างเมื่อนึกถึงผิวอันอ่อนนุ่มที่สมบูรณ์แบบของหยางซีเหมยและอดไม่ได้ที่จะโอ้อวดว่า

“ขอบอกว่า เธอคนนี้มาจากหมู่บ้านของฉันและเธอก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับฉันด้วย…ฟังดูแค่นี้ก็น่าลองแล้วใช่มั้ยล่ะ?”

“ฟังดูแล้วก็น่าสนใจนะ! “เพื่อนที่นั่งด้านข้างหัวเราะแต่ก็มีท่าทางหงุดหงิด

“เจี้ยนหมิงแล้วแกบอกให้เธอมากี่โมงตอนนี้เราแทบรอไม่ไหวแล้วนะเพราะต้องการเห็นว่าน้องสาวคนนั้นอ่อนโยนและน่าสัมผัสมากขนาดไหน?” โจวหยานเอ่ยถามอย่างอารมณ์เสีย

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

ท้าทายลิขิตสวรรค์ 64 เธอจะมากี่โมง?

Now you are reading ท้าทายลิขิตสวรรค์ Chapter 64 เธอจะมากี่โมง? at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

นิยาย ท้าทายลิขิตสวรรค์ ตอนที่ 64 เธอจะมากี่โมง?
ตอนที่ 64 เธอจะมากี่โมง?
จากนั้นสายตาของหยางอี้กัวก็จ้องมองไปยังหยางซื่อเหมยที่เงียบงันไปชั่วขณะ

“สาวน้อย! แม้ว่าเจี้ยนหมิงจะไม่ร่ํารวยเท่านักธุรกิจชาวฮ่องกง แต่เขาก็ยังเป็นหนุ่มและหล่อเหลากว่าแถมยังใจกว้างอีกด้วย ดังนั้นลุงคิดว่าแทนที่จะอยู่กับผู้ชายที่แก่คราวปู่หนูควรเลือกเจี้ยนหมิงจะดีกว่า”

“หยางอีกัวแกกําลังพูดอะไร?” หยางชิงเริ่มได้เบาะแสบางอย่างจากคํากล่าวของเขา

“ไอ้หยา! อาชิงสิ่งที่ฉันพูดถึงลูกสาวของคุณนั้นชัดเจนมาก อย่าคิดว่าคุณมีลูกสาวที่ไร้เดียงสานะ ตอนนี้ทุกคนรู้กันหมดแล้วว่าเธอเป็นเมียน้อยของไอ้แก่นั่น”

หยางอี้กัวเยาะเย้ย;

“ชื่อเหมย! “หยางชิงหันไปจ้องหยางชื่อเหมยอย่างเคร่งเครียด”เป็นจริงอย่างที่เขาพูดหรือเปล่า?
“ลูกของเราเป็นเด็กดีและไม่เคยมีเรื่องปิดบังฉัน เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะทําตัวเป็นผู้หญิงไร้ยางอายแบบนั้น” หวงซิ่วลี่จับมือของหยางซื่อเหมยด้วยความประหม่าง

แต่สายตาของหยางซื่อเหมยที่จ้องมองไปที่หยางอี้กัวนั้นกลับกลายเป็นความเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด ทําให้หยางอีกัวถึงกับเสียวสันหลังจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย

“ฉันจะคอยดูสิว่าต่อไปพวกแกจะใช้ชีวิตกันยังไง?!”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะดีขึ้นมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ฉันรู้ก็คือ อีกไม่นานตัวของคุณเองนั่นแหละที่จะแย่”

หยางซื่อเหมยกล่าวอย่างเย็นชาอีกว่า

“เห็นว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันฉันจะบอกเอาบุญนะว่า ถ้าจะเดินทางก็ควรระวังอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วย!”

หลังจากนั้นเธอก็โยนข้าวของทั้งหมดลงบนโต๊ะและปิดประตูดังปัง!!

ส่วนหยางกัวก็รีบเก็บสิ่งของเหล่านั้นขึ้นมาและไม่ได้ใส่ใจกับคํากล่า ของเด็กสาวเลย เนื่องจากเขามีความมั่นใจในทักษะการขับรถของเขามาก ทําให้คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่มีอุบัติเหตุทาง รถยนต์เกิดขึ้นกับตนเอง

แต่ใครจะทราบว่า เมื่อผู้ชายคนนี้ขับรถออกมาได้ไม่ถึงห้านาที่เขาก็ประสาน งาเข้ากับรถบรรทุกทําให้เขาได้รับบาด เจ็บสาหัสจนเป็นอัมพาตและต้องนอนอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต

ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่หยางซื่อเหมยทําแต่เธอเพียงแค่เห็นว่า จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเขา ดังนั้นเธอจึงขี้เกียจที่จะสั่งสอนเขาด้วยตัวเอง

หลังจากที่หยางกัวจากไปหยางชิงก็กล่าวกับหยางซื่อเหมย อย่างเผ็ดร้อนว่า

“ซื้อเหมย! เล่าความจริงทั้งหมดให้พ่อฟังเดี๋ยวนี้! ลูกมีอะไรเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง?”

“พ่อ! หยางอีกัวเป็นใคร? ทําไมพ่อถึงต้องเชื่อเขาด้วย?”

หยางซื่อเหมยกล่าวอย่างไม่อดทนอีกว่า

“วันนี้หนูไปงานประมูลวัตถุโบราณกับอาจารย์ซ่ง จึงบังเอิญได้พบกับคุณฮัวที่เขาเคยให้รางวัลหนูหนึ่งแสนเหรียญตอนห้าขวบและตอนนี้เขาต้องการให้หนูช่วย พ่อจําเขาได้มั้ย?

“ฮัวเหวินหัวใช่หรือเปล่า?”

ในเวลานี้ฮัวเหวินหัวมีชื่อเสียงมากแล้วดังนั้นจึงมีคนรู้จักเขาอย่างกว้างขวางและหยางชิงก็รู้จักเขาเช่นกัน

“ใช่” ซื้อเหมยพยักหน้า

“คนรวยขนาดนั้นยังต้องการความช่วยเหลืออีกเหรอ?” หยางชิงเอ่ยถามด้วยความไม่เชื่อ

“ก็เพราะลูกสาวของพ่อเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ยังไงล่ะ!”

เมื่อได้ยินคํากล่าวของบุตรสาวแล้วหยางชิงก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก

อย่างไรก็ตามเมื่อก่อนเขาไม่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยเลยแต่หลังจากที่ครอบครัวของเขาทําพิธีย้ายสุสาน ทุกอย่างในครอบครัวที่เป็นเหมือนต้นไม้ที่เกือบจะตายได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งราวกับต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิซึ่งมันดีวันดีคืนอย่างเหลือเชื่ออีกทั้งภรรยาของเขาก็ยังให้กําเนิดบุตรชายฝาแฝดด้วย

“ชื่อเหมย แม่เคยได้ยินมาว่าหยางเจี้ยนหมิงนิสัยแย่มากและเขามักจะเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น แต่ตอนนี้เขาสนใจลูกแล้วเราควรจะทําอย่างไรดี?”

หวงซิวลี่เอ่ยถามด้วยความวิตกกังวลขณะที่หยางชิงก็รู้สึกกังวลใจเช่นกันเนื่องจากเขาทราบถึงการกระทําของสองพ่อลูกคู่นี้มาโดยตลอดและเคยได้ยินเรื่องชั่วช้ามากมายของหยางเจี้ยนหมิง

โดยเมื่อเดือนที่แล้วมีนักเรียนหญิงมัธยมต้นคนหนึ่งถูกชายคนหนึ่งฆ่าข่มขืนแต่หยางต้าเจี้ยได้ใช้อํานาจปิดหูปิดตาเจ้าหน้าเพื่อไม่ให้บุตรชายของตนเองถูกดําเนินคดีจากนั้นบิดามารดาจองเด็กสาวคนนั้นก็คิดมากจนถึงขั้นเสียสติทําให้ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลโรคจิตทั้งคู่และนี่เป็นความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผยในเมืองนี้

ในห้องส่วนตัวบนหอคอยหมิงจือมีชายหนุ่มหลายคนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงสูบบุหรี่และดื่มเหล้าอยู่ในกลุ่มใหญ่ขณะที่พวกเขาต่างก็มีสาวสวยและมีเสน่ห์คอยคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ยกเว้นหยางเจี้ยนหมิงที่นั่งอยู่ตรงกลาง

“เจี้ยนหมิงวันนี้แกกินเจเหรอ?”
โจวหยานเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“ฉันดูเหมือนพวกมังสวิรัติหรือยังไง?”

หยางเจี้ยนหมิงยกขาทั้งสองข้างขี้นพาดบนโต๊ะพร้อมกับสูบซิการ์ขนาดใหญ่ด้วยท่าทางอันธพาล

“พวกเรา! เจี้ยนหมิงเป็นคนที่บ้าผู้หญิงที่สุดในบรรดาพวกเรา แล้วทําไมวันนี้เขาถึงไม่มีสาวเคียงข้างล่ะ?

หวังหลินผู้ซึ่งมีอิทธิพลอีกคนหนึ่งในเมืองนี้เอ่ยถามชายหนุ่ม

“ฉันกําลังรอของสดมาส่งหน้าประตู”หยางเจี้ยนหมิงเขี่ยบุหรี่พร้อมกับกล่าวอีกว่า

“ของสดเนื้อนุ่มมาก! ถ้ากินเสร็จแล้วจะแบ่งให้กินนะ”
“จริงเหรอ?”จากนั้นความสนใจของผู้ชายหลายคนก็พุ่งตรงมาที่เขา

“ใช่มู่หรงเหยียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยมหนุนเฉิงหรือเปล่า? ผู้หญิงคนนี้น่าสนในมากเลยนะ”
“มู่หรงเหยียนเทียบไม่ได้เลยกับเด็กผู้หญิงคนนี้เพราะเด็กคนนี้ทั้งสดทั้งดีกว่าและผิวของเธอก็บอบบางอีกทั้งยังเนียนราวกับไข่มุก ซึ่งดูเหมือนว่าแม้แต่ฮัวเหวินหัวก็ยังอยากจะกินเธอ”

ดวงตาหยางเจี้ยนหมิงเบิกกว้างเมื่อนึกถึงผิวอันอ่อนนุ่มที่สมบูรณ์แบบของหยางซีเหมยและอดไม่ได้ที่จะโอ้อวดว่า

“ขอบอกว่า เธอคนนี้มาจากหมู่บ้านของฉันและเธอก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับฉันด้วย…ฟังดูแค่นี้ก็น่าลองแล้วใช่มั้ยล่ะ?”

“ฟังดูแล้วก็น่าสนใจนะ! “เพื่อนที่นั่งด้านข้างหัวเราะแต่ก็มีท่าทางหงุดหงิด

“เจี้ยนหมิงแล้วแกบอกให้เธอมากี่โมงตอนนี้เราแทบรอไม่ไหวแล้วนะเพราะต้องการเห็นว่าน้องสาวคนนั้นอ่อนโยนและน่าสัมผัสมากขนาดไหน?” โจวหยานเอ่ยถามอย่างอารมณ์เสีย

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

×

Pengaturan Membaca

Background :

Size :

A-16A+