ระบบใช้จ่าย 20

Now you are reading ระบบใช้จ่าย Chapter 20 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บทที่ 20: นายกเทศมนตรีเจียง

 

หลังจากที่หงต้าหลี่มาถึงโรงเรียน เขาก็ได้เจอกับจิคือยั่วที่กําลังหวาดกลัวหลิวหมิงเฉิงระหว่างทาง ขณะที่พวกเขาเดินไปยังชั้นเรียน หงต้าหลี่ก็เอาบัตรเครดิตที่หลิวหมิงเฉิงให้ มอบให้แก่จิจือยั่วในมือและหัวเราะ ” เธอสามารถใช้บัตรนี้ได้เลยนะ ขอบคุณที่ช่วยพูดให้ฉันในตอนนั้น”

 

ครอบครัวของจิจือยั่วนั้นมีเงินอยู่ในตระกูลหลายสิบล้านแต่ทําไมเธอต้องเรียนที่โรงเรียนเอกชนที่แพงที่สุดกันด้วยล่ะ?แม้ว่าฐานะครอบครัวของเธอจะดี แต่ก็ไม่สามารถเทียบเท่ากับครอบครัวของหงต้าหลี่ได้ ห้าแสนหยวนนั้นจึงไม่ใช่เงินจํานวนน้อย ๆ สําหรับครอบครัวของเธอเลย ซึ่งในตอนนี้เธอก็ตกใจมากและใบหน้าของเธอก็ได้เปลี่ยนเป็นสีแดง ” ท่านนายน้อยต้าหลี่ ฉันไม่สามารถรับไว้ได้ค่ะ! “

 

* รับไว้เถอะน่า หยุดพูดได้แล้ว “ จํานวนเงินนี้อาจเยอะสำหรับใครหลายคน แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสําหรับหงต้าหลี่ มันเทียบเท่ากับเงินในกระเป๋าของเขาแค่หนึ่งวันเท่านั้น หงต้าหลี่ยังคงต้องพึ่งพาความช่วยเหลือของจิจือยั่วในอนาคต” อ่อ ใช่ เธอขับรถเป็นไหม? ช่วยขับรถให้ฉันหน่อย ด้วยรถของหลิวหมิงเฉิงนะ ขับไปที่ประตูหน้าโรงเรียนในเวลาหลังเลิกเรียนวันนี้ฉันจะให้ผู้ติดตามของฉันมาเอารถของหลิวหมิงเฉิงไปปรับแต่งสักหน่อย “ เขามอบกุญแจรถของหลิวหมิงเฉิงให้จิจือยั่ว

 

” โอ..โอเค..” จิรือยั่วไม่ต้องการรับเงิน แต่เธอไม่ต้องการที่จะขัดคําพูดของหงต้าหลี่ เธอถามเบา ๆ ว่า ” ท่านนายน้อยต้าหลี่ ท่านโอเคจริง ๆ แล้วใช่มั้ย? “

 

” ใช่ ฉันสบายดี! มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าล่ะ? ” ช่องสุขภาพในระบบใช้จ่ายในใจของหงต้าหลี่ เพิ่มขึ้นเป็น 45 คะแนนแล้ว อาจไม่ดีเท่าคนปกติ แต่เขาได้เตรียมตัวไว้ตอนที่เขาจะล้มลงแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไรเลย

 

ขณะที่พวกเขาเดินต่อไป หงต้าหลี่ก็จ้องมองไปที่จิจือยั่วเป็นครั้งคราว

 

หญิงสาวคนนี้ไม่ได้สวยเหมือนถึงมู่ชิน และเธอก็ไม่ต่างกับหลิงเสี่ยวหยี่ แต่เธอเก่งกว่าในด้านอารมณ์และความอ่อนโยน ไม่เลวเลยที่จะมีเพื่อนร่วมชั้นแบบนี้

 

แน่นอน สิ่งที่สําคัญที่สุดในตอนนี้ คือ ต้องรู้ให้ได้ว่าเขาอยู่ ชั้นไหนนั่นเป็นเรื่องง่าย ๆ ด้วยความช่วยเหลือของจิจือยั่ว 4

ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงในชั้นเรียนมรณะ ปี 2 ชั้น 14 จากระยะไกลหงต้าหลีก็ได้ยินเสียงดังกึกก้องจากในห้องเรียน แต่ที่น่าแปลกใจคือ ถึงมู่ซินยืนอยู่นอกห้องเรียนเพื่อรอเขา

 

หงต้าหลี่ผัดกระเป๋าของเขาไว้ในมือของจิจือยั่ว “ เข้าไปก่อนเลย ช่วยเอากระเป๋านักเรียนของฉันไปเก็บให้ด้วยนะ ” หงต้าหลี่ยังไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ตรงไหน แต่เขาก็มีไหวพริบพอ โดยภายหลังจากที่กระเป๋าของเขาได้อยู่บนที่นั่งของเขาแล้ว

 

“ โอเค ฉันจะเข้าไปก่อนนะ” จิรือยั่วถือกระเป๋านักเรียนที่มีมูลค่ากว่า 10,000 หยวน และทํามาจากหนังจระเข้และพูดว่า “ ท่านนายน้อยต้าหลี่ โปรดระวังตัวด้วย เมื่อท่านเข้าไปข้างใน บนพื้นที่ของกระจัดกระจายไปทั่ว ระวังหกล้มด้วยนะคะ

 

“ โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ” หงต้าหลี่เดินไปที่ถังมู่ซินหลังจากส่งจิจือยั่วเข้าเรียนแล้ว

 

” เธอมาที่นี่ เพื่อมาหาฉันหรอ? ”

 

ถึงมู่ซินมองดูหงต้าหลี่ ตั้งแต่หัวจรดเท้า และเธอได้พูดเสียงเบากว่าปกติ ว่า “ ต้าหลี่ ฉันได้ยินมาว่า นายเพิ่งล้มมา ฉันเป็นห่วงดังนั้นฉันจึงมาที่นี่ นายโอเคมั้ย? ” เธอมองไปที่หงต้าหลี่อีกครั้ง

 

ผู้หญิงคนนี้ใส่ใจต่อความสัมพันธ์ของเธอกับเขาอยู่เสมอ ดังนั้นเขาจึงประหลาดใจ และถึงมู่ซินก็ได้พูดว่า ” ฉันคิดว่า นายอาจจะไม่สามารถมองเห็นฉันได้แล้วซะอีก “ พอต้าหลีได้ยินแบบนั้น เขาก็ถามกลับไปว่า “ ทําไมเธอมาที่นี่เธอมาด้วยตัวเธอเองเหรอ? ”

ถึงมู่ซินรู้ตัวถึงความสัมพันธ์ของเขาและเธอ เธอรู้ว่าตัวเอง ไม่ค่อยสุภาพอ่อนโยนเมื่อเธออยู่กับเขา แต่เธอมาที่นี่เพราะกังวลเกี่ยวกับตัวเขาจริง ๆ หงต้าหลีไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะห่วงเขา

 

ถังมู่ซินมองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ถังซินทํา หน้าเขื่อน ๆ และตอบกลับไปว่า “ ใคร…ใครเป็นคนเริ่มเรื่องกัน? ฉันก็แค่… ไม่มีอะไรหรอก .. ฉันน่ะยังเป็นคู่หมั้นของนายนะ นายน่ะมักจะป่วยเสมอ ฉันก็เลยกลัวว่านายจะทําร้ายตัวเอง…”

 

การที่คิดว่ายังมู่ชินเป็นห่วงเขา หงต้าหลี่ก็ไม่คิดจะตําหนิ อะไรเธอหรอก เพราะเธอน่ะถึงกับคอยเป็นห่วงเขาขนาดนี้

 

หงต้าหลี่เป็นคนที่หลงตัวเองมาก ในขณะที่ยังมู่ชินเป็นเหมือนเทพธิดาที่เก่งในทุกเรื่อง การศึกษาของเธอก็ดีเลิศ หากเธอรีบแต่งงานกับเขา นั่นอาจจะเป็นการบอกนัย ๆ ว่าเธออยู่กับเขาเพื่อเงินของเขาอย่างแน่นอน และนั่นมันเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

 

และนั่นคือเหตุผลที่หงต้าหลี่ไม่เคยโกรธถึงมู่หินเลยเมื่อได้ยินถึงว่าเธอกังวลเกี่ยวกับตัวเขา หงต้าหลี่ก็พูดเบา ๆ กับเธอในแบบที่เขาไม่เคยพูด” ขอบคุณที่เธอกังวลนะ ฉันโอเคเธอ ไม่ต้องกังวลหรอก ตอนนี้ฉันรู้สึกโอเคแล้ว “ ไม่นานนักเขาก็กลับสู่สภาพปกติ “ อ่อ ใช่ ฉันขอให้เสียวหยี่ช่วยดูแลสุนัข ลองมาดูพวกมันคืนนี้ไหม? มีสุนัขพันธุ์ทิเบตัน พันธุ์เชาเชาพันธุ์ฮัสกี้ และพันธุ์ซามอยด์ มีหลายร้อยตัวเลยนะ ฉันตั้งใจจะถลุงเงินคืนนี้ให้ได้มากกว่านี้ หากบ้านมีไม่พอ เราก็คงจะต้อง ซื้อบ้านเพิ่มอีกสักสองสามหลัง”

 

” นาย … ทุกอย่างที่นายพูดมันก็คงมีแต่การใช้เงินนี้แหละ! ”หน้าของถึงมู่ชินเป็นสีแดงด้วยความโกรธ “ ฉันไม่อยากพูดกับนายแล้ว นายก็แค่อยากจะซื้อบ้านและของต่าง ๆ ให้กับสุนัขพันธุ์หายากก็เท่านั้นละ ฉันจะบ้าตาย! ”

 

หงต้าหลี่ช่วยไม่ได้ และได้แต่เถียงกับเธอไป” อัยยามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยนะ บ้านอยู่ในเมืองเทียนจิง ซึ่งเป็นเมืองหลวง มันก็ไม่ถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองหรอก ลองมองว่าพวกมันเป็นสินทรัพย์ถาวรดูสิ” ถังซินจึงได้ตอบโต้กลับไปว่า ” แล้วทําไมนายถึงต้องทําอะไรเกินตัวแบบนี้? ” ส่วนหงต้าหลี่ก็ไม่ยอมแพ้สวนกลับไปว่า ” ฉันคิดว่าฉันยังใช้เงินไม่พอซะด้วยซ้ํา! ”

 

ถังปูซินได้แต่ทําเสียงอึดฮัด “ อยากใช้ก็ใช้ไปเลย ใช้อย่างที่นายต้องการ ฉันจะกลับไปเรียนแล้ว! “พอเธอพูดเสร็จ จากนั้นเธอก็กลับไป

 

” เฮ้อ อะไรกันเนี่ย? ” หงต้าหลี่หายใจเข้า ” เกือบลืมไปแล้วแฮะ ฉันยังจะต้องกลับไปเรียนก่อน ฉันอยากจะหลับ อีกสักนิดวันนี้ฉันตื่นเช้ามากเกินไปแล้ว ”

 

ในเวลาเดียวกัน ในสํานักงานของนายกเทศมนตรีชั้น 12 ของอาคารรัฐบาลของเมืองเทียนจิง

 

” นายกเทศมนตรีเจียง ขอโทษที่มารบกวนและมาเร็วไป“ พ่อของหงต้าหลี่ หงเหว่ยกได้ยิ้มขอโทษ พร้อมกันนั้นเขาก็เอนกายลงโซฟาในห้องทํางานของนายกเทศมนตรีเจียง

 

นายกเทศมนตรีเจียงอายุประมาณห้าสิบปีแล้ว เขามีใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมและมีคิวเป็นพวงยาว เขามีดวงตากลมโตและดูเหมือนจูชิโอว นักแสดงจากโลกที่หงต้าหลี่จากมามองเพียงแค่ครั้งเดียวและสามารถบอกได้เลยว่าเขาเป็นคนดี แม้ว่าใครสักคนอาจสงสัยว่าเขากําลังเขียนอะไรอยู่ นายกเทศมนตรีเจียงตอบว่า ” ไม่ต้องเกรงใจหรอก หงเหว่ยกู ไม่จําเป็นต้องมีพิธีรีตอง ในเมื่อพวกเราอยู่ในห้องแล้ว ฉันสงสัยว่าทําไมนายถึงมาที่นี่เพื่อมาหาฉัน “

 

หงเหว่ยกูจิบชาของเขารอให้เลขาของนายกเทศมนตรีเจียงออกไปเสียก่อน เมื่อเขาและนายกเทศมนตรีเจียงถูกทิ้งไว้ที่ออฟฟิศกันตามลําพัง ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นมาว่า ” มันเป็นเพราะลูกชายที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของฉันน่ะสิหงต้าหลี่ ”

 

” ต้าหลี่? ” นายกเทศมนตรีเจียงขมวดคิ้วและถามอย่างสงสัยว่า ” เกิดอะไรขึ้นกับเขา? มันไม่น่าเป็นอย่างนั้นนินาย ไม่เคยกระวนกระวายอะไรขนาดนี้ โดยปกติแล้วนายจะไม่เอะอะโวยวายเพราะการใช้จ่ายของเขาไม่ใช่เหรอไง? ”

 

“ ฉันมักจะไม่โวยวายแบบนี้ก็จริง แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป ” หงเหว่ยกูตอบอย่างอบอุ่น ” การใช้จ่ายเงินในคราวนี้ของเขามันเกินความคาดหมาย และเขายังซื้อทรัพย์สินบางอย่างใกล้เย่ไหลเชียงทางตะวันตกของสี่แยก เขาบอกว่าเขาต้องการเลี้ยงสุนัขพันธุ์หายาก ”

 

ทันใดนั้น นายกเทศมนตรีเจียงก็ได้ตกใจ เขาหยุดเขียนงานพร้อมกับคิดบางอย่าง “ต้าหลี่ซื้อบ้านให้กับสุนัขพันธุ์หายากอย่างนั้นหรอ? เขาซื้อเท่าไหร่?”

 

หงเหว่ยกยักไหล่ “ ทรัพย์สินมูลค่า 3.3 ล้านหยวนหักการใช้จ่ายของเขา ได้ทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 3 ล้านหยวน ”

 

” ชิบxาย! “ นายกเทศมนตรีเจียงอุทานออกมาราวกับไม่ใช่ตัวเขา เพราะบุคลิกของเขานั้นเป็นคนที่นิ่งสุขุมมากแต่ตอนนี้เขากลับ..

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด