Crazy Leveling System 491: ที่พักอย่างหรู

Now you are reading Crazy Leveling System Chapter 491: ที่พักอย่างหรู at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

CLS ตอนที่ 491: ที่พักอย่างหรู

 

แสงนี้แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่แสงที่บอกว่าทำภารกิจสำเร็จ แต่เป็นแสงแห่งคำสาบาน ทำให้ผู้อาวุโสลั่วกับพวกพากันกระจ่าง ที่แท้ก็เพราะได้ทำสาบานไว้ จึงได้พาคนมาส่ง

 

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะให้คำสาบานไว้ใช่ไหม?” ผู้อาวุโสลั่วถามอย่างแปลกใจ

 

“ใช่ ในตอนนั้นแม่ของเหยียนเอ๋อไม่เชื่อใจข้า ข้าจึงได้ให้คำสาบานออกไป” อี้เทียนหยุนยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

 

“นี่ ที่จริงเป็นเพราะเรื่องความขัดแย้ง…..” ผู้อาวุโสลั่วเหมือนอึดอัดที่ต้องพูดถึงเผ่ามนุษย์ จากนั้นก็มองมาที่เหยียนเอ๋อแล้วพูดขึ้นว่า “เจ้าเรียกเธอว่าเหยียนเอ๋อ?”

 

“ใช่ แม่ของเธอเรียกเธอว่าเหยียนเอ๋อ แต่ว่าข้าไม่รู้ว่านี่คือชื่อจริงของเธอหรือเปล่า” อี้เทียนหยุนพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ

 

“เหยียนเอ๋อ….”

 

ผู้อาวุโสลั่วตาเป็นประกาย จากนั้นก็ถามขึ้นว่า “เจ้าพอจะบอกรายละเอียดให้ข้าฟังมากกว่านี้ได้ไหม?”

 

อี้เทียนหยุนพยักหน้า จากนั้นก็บอกเรื่องราวคร่าวๆ ออกไป หลังจากผู้อาวุโสลั่วได้ฟังก็ทำสีหน้าโกรธแค้น “ที่แท้ก็ไปซ่อนอยู่โลกมนุษย์นั่นเอง ไม่แปลกที่ในตอนนั้นข้าหาไม่พบ….”

 

“ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงได้เกิดเรื่องนี้ขึ้น?” อี้เทียนหยุนไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ว่าเขารู้ ว่าหากไม่ใช่เพราะถูกไล่ล่า สถานการณ์ก็คงจะไม่เป็นแบบนี้

 

ฟีนิกซ์มีพลังชีวิตที่ค่อนข้างล้นหลาม ตราบเท่าที่ไม่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ก็ไม่มีบาดแผลไหนที่รักษาไม่หาย หรือแบกรับไม่ได้ แต่ว่าเธอกลับต้องตายอย่างนั้น ก็แสดงว่าต้องเผชิญกับการโจมตีที่โหดเหี้ยมอย่างแสนสาหัส

 

“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ในตอนนั้น หวงเอ๋อออกไปหาสมุนไพรวิญญาณ แต่จากนั้นก็ได้หายตัวไป ไม่ว่าหายังไงก็ไม่เจอ” บนใบหน้าของผู้อาวุโสลั่วเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แล้วพูดต่อว่า “หากว่าข้าไม่ให้เธอออกไปคนเดียวในตอนนั้น เรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น…..”

 

ความรู้สึกผิดในใจหลั่งไหลออกมา ตาทั้งสองข้างแดงก่ำ คิดว่าไม่ว่ายังไงก็น่าจะมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักที่ แต่ข่าวที่มาอย่างกะทันหันนี้ก็ทำให้เขาเหมือนกับได้รับการโจมตีอย่างหนัก

 

พริบตา สีหน้าของผู้อาวุโสลั่วก็แก่ลงหายปี ขนาดเดินยังเซ ร่างกายแข็งทื่อ

 

“ผู้อาวุโสลั่ว….” ผู้คุ้มกันที่อยู่ใกล้ๆ รีบเข้ามาประคอง

 

“ข้าไม่เป็นไร….” ผู้อาวุโสลั่วถอนหายใจอย่างหนัก จากนั้นก็มองไปที่เหยียนเอ๋อ ไม่รู้ว่าในใจรู้สึกเป็นรสชาติยังไง

 

“ท่านปู่ ท่านไม่เป็นไรนะ?” เหยียนเอ๋อโผล่ออกมาจากตัวอี้เทียนหยุน พร้อมกับอดถามขึ้นมาไม่ได้ และในสายตาของเธอก็เต็มไปด้วยความกังวลเช่นกัน

 

แม้ว่าจะไม่มีความทรงจำอะไร แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของสายเลือดเดียวกัน ทำให้ความเศร้าในใจของเธอผุดขึ้นมาหลายส่วน

 

“เด็กเอ๋ย ปู่ไม่เป็นไร….” ผู้อาวุโสลั่วยิ้มออกมา แต่ในตายังเต็มไปด้วยความเสียใจ จากนั้นก็มองมาที่อี้เทียนหยุนแล้วพูดขึ้นว่า “เหยียนเอ๋อยังคงติดเจ้าอยู่ ข้าจะหาที่อยู่ให้กับเจ้าชั่วคราว เจ้าที่พาเหยียนเอ๋อกลับมา ก็เท่ากับเป็นแขกของพวกเรา จำเป็นต้องต้อนรับขับสู้ให้ดี”

 

ผู้อาวุโสลั่วหันไปพูดกับผู้คุ้มกันที่อยู่ใกล้ๆ “พาพวกเขาไปยังที่พักอย่างหรู ให้พวกเขาพักอยู่ที่นั่น”

 

“พวกเรามีที่พักอย่างหรูตั้งแต่เมื่อไหร่ มันไม่…..” ขณะที่ผู้คุ้มกันคนนั้นกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ผู้อาวุโสลั่วก็ถลึงตาใส่เขา ทำให้เขาต้องพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วพูดขึ้นมาว่า “ครับ ข้าจะพาพวกเขาไป”

 

“พวกเจ้าตามเขาไปพักเถอะ กว่าจะมาถึงที่นี่ก็คงจะล้ากันแล้ว หลังจากข้าจัดการเรื่องแล้วเสร็จ แล้วจะแวะไปหา” ผู้อาวุโสลั่วมองมายังเหยียนเอ๋อ แม้ว่าจะเห็นว่าเหยียนเอ๋อมีความสุขมาก แต่ว่าเธอยังคงติดเขาอยู่ ดังนั้นจึงได้แต่ต้องทำอย่างนี้ชั่วคราว

 

ทั้งเรื่องในปัจจุบันยังมีอีกมากให้ต้องสะสาง ส่วนทางด้านของครอบครัวนี้ คงต้องวางเอาไว้ชั่วคราวก่อน

 

“เชิญตามมาทางนี้” ท่าทางของผู้คุ้มกันสุภาพอย่างมาก ตราบเท่าที่ให้ความช่วยเหลือเผ่าฟีนิกซ์ พวกเขาก็จะให้การต้อนรับอย่างดี

 

ภายใต้การนำของผู้คุ้มกัน ตลอดทาง ก็ได้มีคนของเผ่าฟีนิกซ์จำนวนมากมองมาทางนี้ด้วยความสงสัย ทั้งยังจ้องมองมาที่ร่างของอี้เทียนหยุนด้วยความประหลาดใจ และจับจ้องไปที่ร่างของเหยียนเอ๋อที่อยู่ใกล้ๆ

 

เผ่ามนุษย์เข้ามาที่นี่ทำไม? แล้วยังจะเหยียนเอ๋อที่พวกเขารู้สึกไม่คุ้นอีก เหมือนจะไม่เคยเห็นมาก่อน

 

เผ่าฟีนิกซ์ไม่ได้มีประชากรเยอะเท่าไหร่ ทั้งเมื่อผู้ฝึกตนมีระดับสูง อย่าว่าแต่พันคนเลย แต่ให้คนเป็นแสน พวกเขาก็สามารถจดจำได้อย่างง่ายดาย ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ พลังในการจดจำก็จะยิ่งแข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้น คงจะไม่สามารถหยั่งรู้อะไรหลายๆ อย่างได้หรอกจริงไหม?

 

คนของเผ่าฟีนิกซ์พากันมองมาที่เขา อี้เทียนหยุนก็สำรวจมองรอบๆ เช่นกัน ที่นี่ล้วนแต่เต็มไปด้วยต้นอู่ถงไฟ กระทั่งบ้านเองยังสร้างมาจากไม้อู่ถงไฟนี้ ดูแล้วราวกับกำลังลุกเป็นไฟ ให้ความรู้สึกน่าดูไปอีกแบบ

 

และที่นี่เองก็เต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่หนาแน่น แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพลังวิญญาณธาตุไฟ ในสภาพปกติ พลังวิญญาณนั้นจะไม่มีธาตุ ไม่ว่าผู้ที่มีร่างกายแบบไหนก็สามารถดูดกลืนได้ แต่พลังวิญญาณของที่นี่กลับเต็มไปด้วยธาตุไฟ นั่นหมายความว่ามันมีส่วนเสริมต่อผู้ฝึกตนธาตุไฟอย่างมาก

 

ทั้งนี่ยังเป็นถิ่นของฟีนิกซ์ แน่นอนว่าพลังวิญญาณย่อมต้องเต็มไปด้วยธาตุไฟ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว สภาพแวดล้อมแบบนี้ จึงจะเหมาะแก่การฝึกฝนของพวกเขาที่สุด หากว่าผู้ฝึกตนธาตุน้ำหรือธาตุอื่นๆ เข้ามาฝึกที่นี่ สำหรับพวกเขาแล้วก็เปรียบได้กับฝันร้ายดีๆ นี่เอง ทำให้ความเร็วในการฝึกของพวกเขาต้องตกลงอย่างมาก จำต้องอาศัยอยู่ด้านนอกถึงจะดี

 

“ประชากรที่นี่มีมากมายจริงๆ….” อี้เทียนหยุนคิดว่าที่นี่จะขาดคน ถึงยังไงก็เป็นสัตว์เทวะ ถือว่าเป็นระดับหายากชนิดหนึ่ง แต่กลับพบว่ามีอยู่มากมาย เพียงแค่มองไปก็เห็นบ้านติดๆ กันหลายหลัง นับคร่าวๆ ก็ไม่น้อยกว่าหลายพันหลัง กระทั่งเกินหมื่นก็ยังไม่ใช่ปัญหา

 

เหยียนเอ๋อก็มองไปรอบๆ ด้วยท่าทางสงสัยเช่นกัน สถานที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจเช่นนี้ จะไม่ให้เธอสงสัยได้ยังไง

 

ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงหน้าลานบ้านที่งดงามแห่งหนึ่ง ด้านนอกมีรั้วล้อมเอาไว้ และใกล้ๆ กันนั้นก็มีดอกไม้ต้นเล็กๆ ปลูกอยู่ ดูแล้วน่ารักอย่างมาก ส่วนในบ้านเหมอนจะไม่มีคนอยู่ แต่ก็ได้รับการทำความสะอาดมาอย่างดี ทำให้ในลานหน้าบ้านไม่มีใบไม้เลยสักใบ

 

“พวกเจ้าพักที่บ้านหลังนี้แหละ ของที่อยู่ในบ้านหลังนี้ สามารถใช้ได้ตามสบาย” ผู้คุ้มกันบอกให้พวกเขาเข้าไป

 

อี้เทียนหยุนพยักหน้าแล้วพาเหยียนเอ๋อเดินเข้าไป ผู้คุ้มกันก็ยังไม่ได้จากไป แต่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ราวกับกำลังคอยคุ้มกันพวกเขา แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นการจับตาดูมากกว่า แม้ว่าอี้เทียนหยุนจะเป็นคนพาเหยียนเอ๋อมาส่ง แต่พวกเขาก็กลัวว่าพวกเขาจะพากันไปในที่ที่ไม่สมควร

 

การให้คนนอกวิ่งวุ่นในบ้านของตนตามใจ มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีจริงๆ นั่นล่ะ หากเข้าไปในเขตหวงห้ามล่ะก็ นั่นคงจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ

 

อี้เทียนหยุนคิดดูก็รู้ ว่าที่ที่ตนอยู่นี้ เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญมากมาย นอกจากจะอยากตาย เขาย่อมไม่เดินเตร่ไปที่ไหนตามใจ

 

“ที่นี่ช่างพิเศษจริงๆ แม้จะดูกะทัดรัด แต่ก็ดูเข้ากันได้อย่างประหลาด” สายตาอี้เทียนหยุนเป็นประกาย ต่อให้ไม่ต้องเดา เขาก็รู้ว่าที่นี่เป็นกระท่อมของลั่วหวงมาก่อน และผู้อาวุโสลั่วก็คือพ่อของเธอ!

 

“ท่านพ่อ บางทีข้าอาจจะมาจากที่นี่….” เหยียนเอ๋อขมวดคิ้วเล็กๆ ของเธอ คิดว่าตัวเองเหมือนเคยมาที่นี่มาก่อน

 

“อืม เจ้าลองไปเดินดูสิ เผื่อจะจำอะไรได้” อี้เทียนหยุนบอกให้เหยียนเอ๋อไปเดินดูในกระท่อมหลังนี้ เผื่อว่าจะจำอะไรได้มากขึ้น

 

คิดว่าตอนที่ยังอยู่ในท้องของลั่วหวง เธอก็ได้รับการถ่ายทอดความทรงจำมาแล้ว จึงทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่ นี่ก็เข้ากับคำว่า ฝึกตั้งแต่ในท้องแม่! เผ่าของสัตว์เทวะนั้นทรงพลังมาก ขนาดยังอยู่ในท้องยังได้รับการถ่ายทอดความทรงจำมานิดหน่อย จากนั้นก็จะเริ่มเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น

 

เขาหาที่นั่งใกล้ๆ กระท่อม มองดูเหยียนเอ๋อวิ่งเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา เขารู้ว่านี่เป็นแค่การพักผ่อนช่วงสั้นๆ เท่านั้น อีกไม่นานก็ต้องเผชิญกับสงคราม

 

เพราะเขารู้ว่าทางด้านหมิงเฉินนั้นเป็นยังไง เผ่าฟีนิกซ์มีปัญหา ทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหมิง พวกเขาจึงต้องการผู้ช่วยที่ทรงพลัง

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด