Crazy Leveling System 537: คนต่อไป

Now you are reading Crazy Leveling System Chapter 537: คนต่อไป at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

CLS ตอนที่ 537: คนต่อไป

 

พริบตา หนานกงหมิงก็ถูกจัดการจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แม้แต่จะลุกยังทำไม่ได้ เพราะว่าถูกอี้เทียนหยุนเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า ถือเป็นการหยามเกียรติกันอย่างสุดๆ

 

“ปล่อยข้า!”

 

หนางกงหมิงร้องออกมา ในพริบตานี้ น้ำเสียงของเขาได้กลายเป็นปกติ พร้อมกับระเบิดเปลวเพลิงขึ้นทั่วร่าง กวาดเข้าใส่ร่างอี้เทียนหยุน แต่ยังไงก็ตาม การกระทำของเขาก็ไร้ความหมาย เปลวเพลิงที่ถูกปล่อยออกมา พลันถูกดูดเข้าไปในร่างของอี้เทียนหยุนอย่างรวดเร็วไม่มีเหลือ

 

เปลวเพลิงใต้พิภพนี้ทำอะไรเขาไม่ได้ จะมีก็แต่กลายเป็นค่าประสบการณ์เข้าไปในร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง ที่เขารอก็คือโอกาสนี้ โอกาสที่จะได้ดูดกลืนเปลวเพลิงใต้พิภพเข้าไป ขณะเดียวกันก็ดูดกลืนพลังวิญญาณของหนานกงหมิงเข้าไปด้วย เป็นการฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว

 

แต่ยังไงก็ตาม ค่าความชำนาญที่ได้จากเปลวเพลิงใต้พิภพก็ต่ำมาก เพียงแค่ไม่กี่ร้อยเท่านั้น ด้วยเพราะระดับของเปลวเพลิงนั้นต่ำกว่า ดังนั้นจึงไม่ได้มากเท่าที่ควร

 

“เป็นอะไรไป ลุกไม่ขึ้นอย่างงั้นเหรอ?” อี้เทียนหยุนเหยียบร่างหนานกงหมิงไว้อย่างมั่นคง ป้องกันเขาไม่ให้ขยับ พร้อมกับมองไปที่เขาอย่างเย็นชา

 

การหยามเกียรติในครั้งนี้ถือเป็นการจ่ายหนี้ ยามเมื่อพวกมันทำให้ทวีปเทียนจิ่งตกลงสู่ความมืด คงไม่มีทางคิดว่าพวกตนจะต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้

 

“ปล่อยข้า…..”

 

หนานกงหมิงยังคงร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีความหาย ยังคงถูกอี้เทียนหยุนเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า ขณะที่ในร่างมีเสียง “แกรก” ดังออกมา ไม่รู้ว่ากระดูกกี่ชิ้นที่หักไป

 

กลุ่มคนดูไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี หรือว่าพูดไม่ออกเพราะตกใจกับภาพที่เห็นนี้ หนิวทวนเทียนถูกจัดการว่าแย่แล้ว ตอนนี้หนานกงหมิงยังมาถูกจัดการแบบเดียวกันอีก ไม่ว่าจะลงมือยังไงก็ไร้ความหมาย

 

ขนาดเปลวเพลิงใต้พิภพที่ปล่อยออกไปยังถูกดูดเข้าไปจนเกลี้ยง นอกจากร้องแหกปากไม่หยุดแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะต่อต้านได้เลย

 

“บัดซบเอ๊ย ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!” หมิงเฉินคำรามออกมา “หากมีความสามารถก็ต่อสู้กันซึ่งหน้าสิ ทำแบบนี้มันมีความหมายอะไร!”

 

“นี่ยังไม่ใช่การต่อสู้แบบซึ่งหน้าอีกเหรอ?” อี้เทียนหยุนมองไปยังหมิงเฉิน พร้อมกับยักไหล่ถามขึ้น “งั้นเจ้าช่วยบอกข้าไหน แบบไหนถึงจะเป็นการต่อสู้แบบซึ่งหน้า?”

 

“เจ้ายกเท้าของเจ้าออกไปก่อน จากนั้นก็ให้เขาปรับลมหายใจของตนเอง แล้วค่อยให้เขาสู้กับเจ้าอีกครั้ง!” หมิงเฉินพูดอย่างจริงจัง

 

“นี่ออกจะไร้เหตุผลอยู่บ้าง แต่ก็เอาเถอะ ข้าจะให้โอกาสมันอีกครั้ง” อี้เทียนหยุนยิ้ม

 

นัยน์ตาทั้งคู่ของหมิงเฉินปรากฏประกายเย็นชาและดูถูกวาบผ่าน ฟังคำแนะนำของศัตรู หากไม่ใช่คนโง่ ก็ต้องเป็นคนบ้า เขาไม่คิดว่าอี้เทียนหยุนจะรับปากจริงๆ พูดได้เพียงว่าเจ้าเด็กนี่เด็กเกินไป จึงไม่เข้าใจถึงกฎของแม่น้ำและทะเลสาบ

 

หนานกงหมิงที่นอนอยู่บนพื้นตาเป็นประกาย แต่ว่าเขาไม่พูดอะไร พร้อมกับกำลังรอให้อี้เทียนหยุนหลีกทาง จากนั้นจะได้ลอบโจมตีอย่างสาสม! ไม่ว่าจะกฎของแม่น้ำหรือทะเลสาบ ศีลธรรมและความถูกต้อง ไม่ว่าจะกฎไหน ในสายตาของพวกเขา ผู้ชนะเป็นจ้าว ผู้แพ้เป็นโจร!

 

ขณะเดียวกัน อี้เทียนหยุนก็ได้ยกเท้าขึ้น จากนั้นก็กระทืบซ้ำลงไปที่เอวของหนานกงหมิงอย่างแรง “แกรก” กระดูกเอวที่ถูกเหยียบของหนานกงหมิงแหลกละเอียดในทันที ด้วยพลังที่รุนแรงเกินไป ทำให้ขาทั้งสองข้างของหนานกงหมิงเหยียดออก พร้อมกับมีเลือดสาดออกมา กระจายออกทุกที่

 

“อ๊ากกกก…..” หนานกงหมิงร้องออกมาอย่างน่าสงสาร การเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันทำให้หลายคนพากันเซ่อไป ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้ตกลงว่าจะให้โอกาสกันอีกครั้งไม่ใช่เหรอ?

 

จากนั้น เขาก็กระทืบลงที่ไหล่ของหนานกงหมิง ทำให้กระดูกไหล่ของอีกฝ่ายแหลกละเอียด ทำให้กระดูกทั่วร่างแทบแหลกลาญ ไม่มีกระดูกชิ้นไหนที่ไม่แตก สั่นเทิ้มไปทั้งกาย

 

“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าสามารถลุกขึ้นได้ เตรียมสู้กับข้าอีกครั้ง” อี้เทียนหยุนบอกให้หนานกงหมิงยืนขึ้น แต่หนานกงหมิงในตอนนี้จะไปยืนขึ้นได้ยังไง ขนาดจะลุกยังลุกไม่ไหว อย่าว่าแต่ยืนเลย

 

“ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า…..” หนานกงหมิงร้องโหยหวนออกมา แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ลุกไม่ขึ้น ต่อให้ระดับจะแข็งแกร่งแล้วยังไง กระดูกแขนขาทั้งสี่ถูกทำลาย ยังจะสามารถลุกขึ้นได้อย่างงั้นเหรอ?

 

ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับราชาวิญญาณ หากว่ากระดูกทั่วร่างถูกทำลาย ก็จำเป็นต้องใช้เวลานานมาก กว่าที่จะสามารถฟื้นกลับมาได้

 

“จะฆ่าข้า งั้นก็ลุกขึ้นมาสิ ไม่ใช่ว่าตอนนี้ข้ากำลังให้โอกาสเจ้าอย่างงั้นเหรอ?” อี้เทียนหยุนพูดเยาะเย้ยออกไป

 

“นี่มันต่างจากที่ตกลงกันไว้ เจ้ามันขี้โกง!” หมิงเฉินชี้มาที่เขาพร้อมกับพูดอย่างเดือดดาล

 

“ขี้โกง? แล้วที่เจ้าบอกมันยุติธรรมต่อข้าอย่างงั้นเหรอ? ข้าไม่คิดว่ามีกฎแบบนี้สักหน่อย ข้ารู้สึกว่าพวกเจ้าระดับราชาวิญญาณทั้งสี่อยากจะรุมทึ้งข้ามากกว่า แล้วยังมีหน้ามาบอกให้ข้ายุติธรรม ช่างไม่เห็นแก่หน้าตัวเองจริงๆ ข้ากลายเป็นคนโง่ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือพวกเจ้าเห็นว่าข้าเป็นเด็กสามขวบ?”

 

อี้เทียนหยุนกระทืบลงไปยังร่างหนานกงหมิงอีกครั้ง พร้อมกับดูดกลืนพลังวิญญาณของเขาต่อ จากนั้นก็มองไปยังพวกเขาอย่างเย็นชา แล้วพูดว่า “ตนเองโง่แล้วยังทำเหมือนคนอื่นจะโง่เหมือนตัวเอง ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเล่น แต่มาเพื่อผดุงยุติธรรมแทนสวรรค์ เจ้าพวกโง่เอ๊ย!”

 

คำพูดที่พ่นออกมานี้ ทำให้สีหน้าของพวกเขาซีดลง พวกเขาคิดจริงๆ ว่าอี้เทียนหยุนจะทำอย่างนั้น แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคิดง่ายเกินไป กับผู้บุกรุกที่เข้ามาถึงที่นี่ได้ อีกฝ่ายจะกลายเป็นโง่ได้ยังไง แล้วยังจะถามหาความยุติธรรมอีก?

 

“รีบๆ จบได้แล้ว แล้วเปลี่ยนข้าลงไป!” ป้าหลงไม่อยากจะพูดมา ตอนนี้เขาแค่อยากจะจัดการกับอี้เทียนหยุนด้วยตัวเอง อย่างอื่นเข้าไม่อยากพูดถึง

 

“ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวก็ถึงตาเจ้า” อี้เทียนหยุนหัวเราะออกมา ไม่ต้องรีบหรอก ตัวเขาในตอนนี้กำลังสะสมค่าประสบการณ์ทีละน้อย ดังนั้นจึงต้องใจเย็นไว้

 

โอกาสที่จะได้ทั้งค่าประสบการณ์และค่าความชำนาญจากเปลวเพลิงใต้พิภพอย่างนี้ เขาจะยอมพลาดได้ยังไง?

 

อย่างรวดเร็ว หลังจากที่หนานกงหมิงถูกดูดจนแห้ง เขาก็ทำการเตะอีกฝ่ายปลิวไปเหมือนกัน จากนั้นก็ตวัดกระบี่ออกไป พริบตา หนานกงหมิงก็ถูกตัดเป็นสองส่วน ตายจนไม่สามารถตายได้อีก

 

“ติ๊ง ท่านสังหารหนานกงหมิงสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 130 ล้าน, ค่าความคลั่ง 9,000, ค่าความชั่ว 1,500, ได้รับวิชายุทธ์ ฝ่ามือเทพใต้พิภพ, ลมปราณเทพใต้พิภพ, ดอกนรกภูมิสิงสู่, ได้รับไอเทม ชุดเกราะใต้พิภพ, รองเท้าศึกใต้พิภพ, เปลวเพลิงใต้พิภพ(ระดับปฐพีขั้นกลาง)”

 

ของที่ได้ไม่มากนัก ทั้งยังมีซ้ำเป็นส่วนมาก กับศัตรูประเภทเดียวกัน ของที่ได้ก็ย่อมเหมือนกัน ก่อนหน้าเขาได้ใช้ดวงตาประเมินตรวจสอบดูแล้ว บนร่างอีกฝ่ายไม่มีของอะไรที่ผิดปกติ ของที่ได้มานี้ ถือว่าเป็นที่สุดแล้ว

 

ทั้งฝ่ามือเทพใต้พิภพพวกนี้ก็ไม่สามารถเลื่อนระดับได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือขายให้กับร้านค้าของระบบ แถมราคายังดีมากอีกด้วย อย่างน้อยก็ได้ค่าความคลั่งหลายพัน ที่ดีที่สุดคงเป็นเปลวเพลิงใต้พิภพ แม้ว่าจะมีระดับต่ำกว่าเปลวเพลิงของเขา แต่ยังไงก็สามารถเพิ่มค่าความชำนาญให้กับเขาได้ไม่น้อยเลย

 

“แล้วใครอยากจะเป็นคนต่อไป” อี้เทียนหยุนมองพวกเขาอย่างเฉยชา พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ “ไม่รู้ว่าใครจะออกมาก่อน?”

 

ระดับของพวกเขาล้วนแต่สูงๆ ทั้งนั้น หมิงเฉินเป็นผู้ที่มีระดับสูงที่สุด เขามีพลังอยู่ในระดับราชาวิญญาณขั้นที่ 6 ขณะที่ป้าหลงต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ก็เป็นถึงระดับราชาวิญญาณขั้นที่ 5

 

“ข้าจะไปก่อน!” ป้าหลงเสนอตัวออกมา พร้อมกับพูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้าสังหารพี่น้องของข้าไปสองคน ด้วยความแค้นนี้ ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องออกหน้า! ระดับของพวกเขาด้อยกว่าเจ้า ที่ตายไปก็พูดได้เพียงว่ามีพลังด้อยกว่า แต่ข้าขอให้เจ้าใช้พลังที่ดีที่สุดออกมา ไม่อย่างนั้น ข้าจะทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย!”

 

ป้าหลงไม่ขลาดกลัว ความโกรธในใจของเขา ทำให้เขาต้องการที่จะจัดการกับอี้เทียนหยุนอย่างถึงที่สุด หากว่าหลบไปทั้งอย่างนี้ มันจะเป็นเสียหน้าอย่างแน่นอน ภายใต้สายตาของลูกน้องที่มองอยู่มากมาย หากว่าเขาไม่กล้าสู้ นั่นก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างแท้จริง!

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

Crazy Leveling System 537: คนต่อไป

Now you are reading Crazy Leveling System Chapter 537: คนต่อไป at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

CLS ตอนที่ 537: คนต่อไป

 

พริบตา หนานกงหมิงก็ถูกจัดการจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แม้แต่จะลุกยังทำไม่ได้ เพราะว่าถูกอี้เทียนหยุนเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า ถือเป็นการหยามเกียรติกันอย่างสุดๆ

 

“ปล่อยข้า!”

 

หนางกงหมิงร้องออกมา ในพริบตานี้ น้ำเสียงของเขาได้กลายเป็นปกติ พร้อมกับระเบิดเปลวเพลิงขึ้นทั่วร่าง กวาดเข้าใส่ร่างอี้เทียนหยุน แต่ยังไงก็ตาม การกระทำของเขาก็ไร้ความหมาย เปลวเพลิงที่ถูกปล่อยออกมา พลันถูกดูดเข้าไปในร่างของอี้เทียนหยุนอย่างรวดเร็วไม่มีเหลือ

 

เปลวเพลิงใต้พิภพนี้ทำอะไรเขาไม่ได้ จะมีก็แต่กลายเป็นค่าประสบการณ์เข้าไปในร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง ที่เขารอก็คือโอกาสนี้ โอกาสที่จะได้ดูดกลืนเปลวเพลิงใต้พิภพเข้าไป ขณะเดียวกันก็ดูดกลืนพลังวิญญาณของหนานกงหมิงเข้าไปด้วย เป็นการฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว

 

แต่ยังไงก็ตาม ค่าความชำนาญที่ได้จากเปลวเพลิงใต้พิภพก็ต่ำมาก เพียงแค่ไม่กี่ร้อยเท่านั้น ด้วยเพราะระดับของเปลวเพลิงนั้นต่ำกว่า ดังนั้นจึงไม่ได้มากเท่าที่ควร

 

“เป็นอะไรไป ลุกไม่ขึ้นอย่างงั้นเหรอ?” อี้เทียนหยุนเหยียบร่างหนานกงหมิงไว้อย่างมั่นคง ป้องกันเขาไม่ให้ขยับ พร้อมกับมองไปที่เขาอย่างเย็นชา

 

การหยามเกียรติในครั้งนี้ถือเป็นการจ่ายหนี้ ยามเมื่อพวกมันทำให้ทวีปเทียนจิ่งตกลงสู่ความมืด คงไม่มีทางคิดว่าพวกตนจะต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้

 

“ปล่อยข้า…..”

 

หนานกงหมิงยังคงร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีความหาย ยังคงถูกอี้เทียนหยุนเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า ขณะที่ในร่างมีเสียง “แกรก” ดังออกมา ไม่รู้ว่ากระดูกกี่ชิ้นที่หักไป

 

กลุ่มคนดูไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี หรือว่าพูดไม่ออกเพราะตกใจกับภาพที่เห็นนี้ หนิวทวนเทียนถูกจัดการว่าแย่แล้ว ตอนนี้หนานกงหมิงยังมาถูกจัดการแบบเดียวกันอีก ไม่ว่าจะลงมือยังไงก็ไร้ความหมาย

 

ขนาดเปลวเพลิงใต้พิภพที่ปล่อยออกไปยังถูกดูดเข้าไปจนเกลี้ยง นอกจากร้องแหกปากไม่หยุดแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะต่อต้านได้เลย

 

“บัดซบเอ๊ย ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!” หมิงเฉินคำรามออกมา “หากมีความสามารถก็ต่อสู้กันซึ่งหน้าสิ ทำแบบนี้มันมีความหมายอะไร!”

 

“นี่ยังไม่ใช่การต่อสู้แบบซึ่งหน้าอีกเหรอ?” อี้เทียนหยุนมองไปยังหมิงเฉิน พร้อมกับยักไหล่ถามขึ้น “งั้นเจ้าช่วยบอกข้าไหน แบบไหนถึงจะเป็นการต่อสู้แบบซึ่งหน้า?”

 

“เจ้ายกเท้าของเจ้าออกไปก่อน จากนั้นก็ให้เขาปรับลมหายใจของตนเอง แล้วค่อยให้เขาสู้กับเจ้าอีกครั้ง!” หมิงเฉินพูดอย่างจริงจัง

 

“นี่ออกจะไร้เหตุผลอยู่บ้าง แต่ก็เอาเถอะ ข้าจะให้โอกาสมันอีกครั้ง” อี้เทียนหยุนยิ้ม

 

นัยน์ตาทั้งคู่ของหมิงเฉินปรากฏประกายเย็นชาและดูถูกวาบผ่าน ฟังคำแนะนำของศัตรู หากไม่ใช่คนโง่ ก็ต้องเป็นคนบ้า เขาไม่คิดว่าอี้เทียนหยุนจะรับปากจริงๆ พูดได้เพียงว่าเจ้าเด็กนี่เด็กเกินไป จึงไม่เข้าใจถึงกฎของแม่น้ำและทะเลสาบ

 

หนานกงหมิงที่นอนอยู่บนพื้นตาเป็นประกาย แต่ว่าเขาไม่พูดอะไร พร้อมกับกำลังรอให้อี้เทียนหยุนหลีกทาง จากนั้นจะได้ลอบโจมตีอย่างสาสม! ไม่ว่าจะกฎของแม่น้ำหรือทะเลสาบ ศีลธรรมและความถูกต้อง ไม่ว่าจะกฎไหน ในสายตาของพวกเขา ผู้ชนะเป็นจ้าว ผู้แพ้เป็นโจร!

 

ขณะเดียวกัน อี้เทียนหยุนก็ได้ยกเท้าขึ้น จากนั้นก็กระทืบซ้ำลงไปที่เอวของหนานกงหมิงอย่างแรง “แกรก” กระดูกเอวที่ถูกเหยียบของหนานกงหมิงแหลกละเอียดในทันที ด้วยพลังที่รุนแรงเกินไป ทำให้ขาทั้งสองข้างของหนานกงหมิงเหยียดออก พร้อมกับมีเลือดสาดออกมา กระจายออกทุกที่

 

“อ๊ากกกก…..” หนานกงหมิงร้องออกมาอย่างน่าสงสาร การเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันทำให้หลายคนพากันเซ่อไป ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้ตกลงว่าจะให้โอกาสกันอีกครั้งไม่ใช่เหรอ?

 

จากนั้น เขาก็กระทืบลงที่ไหล่ของหนานกงหมิง ทำให้กระดูกไหล่ของอีกฝ่ายแหลกละเอียด ทำให้กระดูกทั่วร่างแทบแหลกลาญ ไม่มีกระดูกชิ้นไหนที่ไม่แตก สั่นเทิ้มไปทั้งกาย

 

“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าสามารถลุกขึ้นได้ เตรียมสู้กับข้าอีกครั้ง” อี้เทียนหยุนบอกให้หนานกงหมิงยืนขึ้น แต่หนานกงหมิงในตอนนี้จะไปยืนขึ้นได้ยังไง ขนาดจะลุกยังลุกไม่ไหว อย่าว่าแต่ยืนเลย

 

“ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า…..” หนานกงหมิงร้องโหยหวนออกมา แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ลุกไม่ขึ้น ต่อให้ระดับจะแข็งแกร่งแล้วยังไง กระดูกแขนขาทั้งสี่ถูกทำลาย ยังจะสามารถลุกขึ้นได้อย่างงั้นเหรอ?

 

ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับราชาวิญญาณ หากว่ากระดูกทั่วร่างถูกทำลาย ก็จำเป็นต้องใช้เวลานานมาก กว่าที่จะสามารถฟื้นกลับมาได้

 

“จะฆ่าข้า งั้นก็ลุกขึ้นมาสิ ไม่ใช่ว่าตอนนี้ข้ากำลังให้โอกาสเจ้าอย่างงั้นเหรอ?” อี้เทียนหยุนพูดเยาะเย้ยออกไป

 

“นี่มันต่างจากที่ตกลงกันไว้ เจ้ามันขี้โกง!” หมิงเฉินชี้มาที่เขาพร้อมกับพูดอย่างเดือดดาล

 

“ขี้โกง? แล้วที่เจ้าบอกมันยุติธรรมต่อข้าอย่างงั้นเหรอ? ข้าไม่คิดว่ามีกฎแบบนี้สักหน่อย ข้ารู้สึกว่าพวกเจ้าระดับราชาวิญญาณทั้งสี่อยากจะรุมทึ้งข้ามากกว่า แล้วยังมีหน้ามาบอกให้ข้ายุติธรรม ช่างไม่เห็นแก่หน้าตัวเองจริงๆ ข้ากลายเป็นคนโง่ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือพวกเจ้าเห็นว่าข้าเป็นเด็กสามขวบ?”

 

อี้เทียนหยุนกระทืบลงไปยังร่างหนานกงหมิงอีกครั้ง พร้อมกับดูดกลืนพลังวิญญาณของเขาต่อ จากนั้นก็มองไปยังพวกเขาอย่างเย็นชา แล้วพูดว่า “ตนเองโง่แล้วยังทำเหมือนคนอื่นจะโง่เหมือนตัวเอง ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเล่น แต่มาเพื่อผดุงยุติธรรมแทนสวรรค์ เจ้าพวกโง่เอ๊ย!”

 

คำพูดที่พ่นออกมานี้ ทำให้สีหน้าของพวกเขาซีดลง พวกเขาคิดจริงๆ ว่าอี้เทียนหยุนจะทำอย่างนั้น แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคิดง่ายเกินไป กับผู้บุกรุกที่เข้ามาถึงที่นี่ได้ อีกฝ่ายจะกลายเป็นโง่ได้ยังไง แล้วยังจะถามหาความยุติธรรมอีก?

 

“รีบๆ จบได้แล้ว แล้วเปลี่ยนข้าลงไป!” ป้าหลงไม่อยากจะพูดมา ตอนนี้เขาแค่อยากจะจัดการกับอี้เทียนหยุนด้วยตัวเอง อย่างอื่นเข้าไม่อยากพูดถึง

 

“ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวก็ถึงตาเจ้า” อี้เทียนหยุนหัวเราะออกมา ไม่ต้องรีบหรอก ตัวเขาในตอนนี้กำลังสะสมค่าประสบการณ์ทีละน้อย ดังนั้นจึงต้องใจเย็นไว้

 

โอกาสที่จะได้ทั้งค่าประสบการณ์และค่าความชำนาญจากเปลวเพลิงใต้พิภพอย่างนี้ เขาจะยอมพลาดได้ยังไง?

 

อย่างรวดเร็ว หลังจากที่หนานกงหมิงถูกดูดจนแห้ง เขาก็ทำการเตะอีกฝ่ายปลิวไปเหมือนกัน จากนั้นก็ตวัดกระบี่ออกไป พริบตา หนานกงหมิงก็ถูกตัดเป็นสองส่วน ตายจนไม่สามารถตายได้อีก

 

“ติ๊ง ท่านสังหารหนานกงหมิงสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 130 ล้าน, ค่าความคลั่ง 9,000, ค่าความชั่ว 1,500, ได้รับวิชายุทธ์ ฝ่ามือเทพใต้พิภพ, ลมปราณเทพใต้พิภพ, ดอกนรกภูมิสิงสู่, ได้รับไอเทม ชุดเกราะใต้พิภพ, รองเท้าศึกใต้พิภพ, เปลวเพลิงใต้พิภพ(ระดับปฐพีขั้นกลาง)”

 

ของที่ได้ไม่มากนัก ทั้งยังมีซ้ำเป็นส่วนมาก กับศัตรูประเภทเดียวกัน ของที่ได้ก็ย่อมเหมือนกัน ก่อนหน้าเขาได้ใช้ดวงตาประเมินตรวจสอบดูแล้ว บนร่างอีกฝ่ายไม่มีของอะไรที่ผิดปกติ ของที่ได้มานี้ ถือว่าเป็นที่สุดแล้ว

 

ทั้งฝ่ามือเทพใต้พิภพพวกนี้ก็ไม่สามารถเลื่อนระดับได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือขายให้กับร้านค้าของระบบ แถมราคายังดีมากอีกด้วย อย่างน้อยก็ได้ค่าความคลั่งหลายพัน ที่ดีที่สุดคงเป็นเปลวเพลิงใต้พิภพ แม้ว่าจะมีระดับต่ำกว่าเปลวเพลิงของเขา แต่ยังไงก็สามารถเพิ่มค่าความชำนาญให้กับเขาได้ไม่น้อยเลย

 

“แล้วใครอยากจะเป็นคนต่อไป” อี้เทียนหยุนมองพวกเขาอย่างเฉยชา พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ “ไม่รู้ว่าใครจะออกมาก่อน?”

 

ระดับของพวกเขาล้วนแต่สูงๆ ทั้งนั้น หมิงเฉินเป็นผู้ที่มีระดับสูงที่สุด เขามีพลังอยู่ในระดับราชาวิญญาณขั้นที่ 6 ขณะที่ป้าหลงต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ก็เป็นถึงระดับราชาวิญญาณขั้นที่ 5

 

“ข้าจะไปก่อน!” ป้าหลงเสนอตัวออกมา พร้อมกับพูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้าสังหารพี่น้องของข้าไปสองคน ด้วยความแค้นนี้ ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องออกหน้า! ระดับของพวกเขาด้อยกว่าเจ้า ที่ตายไปก็พูดได้เพียงว่ามีพลังด้อยกว่า แต่ข้าขอให้เจ้าใช้พลังที่ดีที่สุดออกมา ไม่อย่างนั้น ข้าจะทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย!”

 

ป้าหลงไม่ขลาดกลัว ความโกรธในใจของเขา ทำให้เขาต้องการที่จะจัดการกับอี้เทียนหยุนอย่างถึงที่สุด หากว่าหลบไปทั้งอย่างนี้ มันจะเป็นเสียหน้าอย่างแน่นอน ภายใต้สายตาของลูกน้องที่มองอยู่มากมาย หากว่าเขาไม่กล้าสู้ นั่นก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างแท้จริง!

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

×

Pengaturan Membaca

Background :

Size :

A-16A+