ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด 4-2

Now you are reading ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด Chapter 4-2 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ไดกิกับไทจินั่งตรงข้ามกันในห้องนั่งเล่นของบ้านใหญ่ ระหว่างจินเปออกไปพบปะกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ คนอายุน้อยกว่าก็เป็นฝ่ายเทเหล้าญี่ปุ่นให้

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ไหนว่าช่วงนี้ดื่มเหล้าไม่ค่อยได้ไง”

เมื่อยกแก้วเหล้าที่อีกฝ่ายรินให้เข้าปาก ไทจิจึงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“บางครั้งก็ดื่มอยู่”

“เชื่อฟังพี่สะใภ้มากไปไหมเนี่ย”

“ก็ไม่รู้สิ”

รู้สึกต่อต้านกับคำว่าพี่สะใภ้เล็กน้อย ไดกิจึงยกเหล้ากระดกเข้าปากรวดเดียว

“อย่าทำแบบนั้นสิ ทำให้มันถูกต้องเลยดีไหม โทมะเองก็ดูชอบมากขนาดนั้น”

“ไทจิ!”

พอน้ำเสียงของคนอายุมากกว่าเปลี่ยนไป รอยยิ้มที่เคยเบ่งบานอย่างอารมณ์ดีก็พลันหายไปราวกับความเร็วของกระแสน้ำถูกพัดกลับ

“พอสักที!”

“หมายถึงเรื่องอะไร”

บางครั้งไทจิก็มีมุมคาดไม่ถึงอยู่บ้าง แต่ก็เป็นถึงบอสคนปัจจุบันที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลสาขาโอซาก้ามาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นคนมีแผนการและเฉลียวฉลาด แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือความเป็นชายหนุ่มมียึดมั่นอย่างรุนแรง

“ไม่รู้ถึงถามหรือไง ฉันรู้ว่านายคอยตามพวกคนที่ฆ่ามิอุแล้วหนีรอด”

“มันไม่ใช่ธุระของพี่! ผมจะจัดการของผมเอง”

ฟังแล้วเหมือนน้ำเสียงบึ้งตึง แต่กลับเปี่ยมความตั้งใจตามล่าแล้วจัดการไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก

“ไทจิ ฉันรู้ดีว่านายกังวลเรื่องอะไร ไม่เป็นไรแล้ว เพราะฉะนั้น…”

“ถึงพี่จะลืมแต่ผมไม่ ตอนพี่เสียมิอุไปมันแย่ขนาดไหน! แค่คิดถึงตอนนั้น… ผมก็… ผม พี่จำคำที่มันพูดก่อนเข้าคุกได้หรือเปล่า ต่อให้มันเข้าคุกก็ยังมีลูกน้องของมันจะออกตามหา! ที่มันตะโกนออกมาว่าจะไม่หยุดจนกว่าจะแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของสำคัญของพี่ไป! พี่ลืมแล้วหรือไง”

ไม่เคยลืม… ไม่ว่าคำพูดของคนคนนั้นจะเป็นคำโกหกหรือไม่ แต่มันก็ส่งผลร้ายต่อเขามากทีเดียว ดังนั้นจึงไม่เคยคิดให้โทมะออกไปข้างนอกจนกระทั่งถึงตอนนี้ แต่อย่างไรก็ไม่สามารถใช้ชีวิตแบบนี้ได้ตลอดไป การไม่สามารถปกป้องครอบครัวในมือเล็กๆ นั้น สำหรับไดกิแล้ว มันจะต้องไม่มีทางเกิดขึ้นอีก

“ไทจิ ตอนนี้ฉันไม่เป็นไรแล้ว ตอนนั้นฉันไม่เป็นผู้เป็นคน เสียใจเพราะสูญเสียมิอุก็จริง แต่มันเป็นเพราะฉันไม่สามารถอภัยตัวเองที่ปกป้องเธอไม่ได้ต่างหาก ถ้าตอนนั้นฉันกล้าหาญเหมือนได้ครอบครองโลกทั้งใบ ใครจะกล้าเอาปืนมาจ่อหน้าฉันล่ะ แต่ตอนนี้ฉันมีความรอบคอบมากพอที่จะปกป้องคนสำคัญได้แล้ว เพราะฉะนั้นนายกลับไปที่ของนายเถอะ”

“แล้วเรื่องที่มหาลัย’โตเกียวล่ะว่าไง เหตุการณ์นั้นมันก็เกิดขึ้นเพราะความรอบคอบของพี่สินะ ผู้ชายคนนั้นคือพี่สะใภ้ใช่ไหม”

แววตาไทจิเปลี่ยนเป็นล้ำลึก แต่ไดกิยังคงมองอีกคนด้วยแววตานิ่งสงบ

“ใช่”

“เคยเป็นผู้ชายมาก่อนงั้นเหรอ”

“อืม เขาเป็นผู้ชาย ไม่เคยทำอะไรมา”

ไทจิรินเหล้าจนล้นแล้วกรอกเข้าปากภายในอึกเดียวด้วยใบหน้าสับสนอยู่ครู่หนึ่ง

“แปลกๆ ยังไงไม่รู้ ตอนใส่ชุดกิโมโนเกือบจะเชื่ออยู่แล้วเชียว อะไรเนี่ย เขาเป็นเกย์เหรอ”

“คิดจะทำให้ฉันโมโหหรือไง ไทจิ”

ไดกิใช้เสียงแข็งและทุ้มต่ำเอ่ยปราม ไทจิดูลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลูบศีรษะตัวเองแล้วมองพี่ชาย

“พี่ก็รู้อยู่แล้วว่าผมไม่มีความคิดแบบนั้น ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ถ้าเขาเป็นคนสำคัญของพี่ ผมก็พร้อมจะปกป้องด้วยชีวิต วันที่แอบเข้าไปในมหา’ลัยโตเกียวก็เพราะรู้มาว่า นักศึกษาหญิงในมหา’ลัยนั้นเป็นคนของไอ้พวกที่หนีออกมาได้ ก็เลยวางกำลังจะจับมันจนได้รูปพวกนั้นมาน่ะสิ ลุงโชก็ดังจะตายไป”

“ไทจิ ฉันจะปกป้องเอง ทั้งเขา ทั้งโทมะ แล้วก็ตัวฉันเองด้วย! กลับโอซาก้าได้แล้ว”

“ไม่! ต่อให้พี่ขอร้อง แต่ผมก็จะอยู่โตเกียวจนกว่าจะจับพวกมันได้ทั้งหมด”

“ไทจิ! ฉันขอร้องนายเมื่อไร นี่เป็นคำสั่งในฐานะบอสของอูเอยามะ คงจะรู้ดีนะว่าถ้าฝืนคำสั่งจะเป็นยังไง”

เมื่อแววตาของไดกิที่เฉียบแหลมจับจ้องไปยังไทจิ ส่งข้อความออกไปว่าจะไม่ยกโทษให้เป็นอันขาด ท้ายที่สุดสีหน้าของไทจิก็บิดเบี้ยวแล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง ไดกิรู้สึกขอบคุณที่ไทจิจะปกป้องสิ่งสำคัญของเขาแต่ไม่รู้เหมือนว่าไม่ชอบที่ตรงไหน เพราะมันคือความหึงหวง สิ่งที่เขาต้องปกป้องเจ้าหมอนี่กลับบังอาจ… เป็นความรู้สึกแบบนั้นหรือเปล่านะ บางทีความหึงหวงก็คงเป็นเหมือนอากาศ รู้สึกได้ง่ายๆ ราวกับสูดอากาศ จู่ๆ ไดกิก็มีความคิดแปลกๆ ขึ้นมาว่าจะพามินจุนกับโทมะไปบ่อน้ำพุร้อน แต่พอคิดว่าทั้งสองคนจะกระโดนตึงตังเพราะมีความสุขเขาก็คิดว่าความคิดแปลกๆ นั่นก็ไม่เลวเหมือนกัน

เคนตะเข้ามาอยู่ดูแลโทมะเมื่อสามปีที่แล้ว โทมะที่แสนน่ารัก และเฉลียวฉลาดเป็นเด็กเงียบๆ ที่เหมาะกับการอยู่ในบ้านยากูซ่า แต่ว่าตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องจ้องมอง และแสดงความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุดกับโทมะที่เข้าไปนอนในกระเป๋าเดินทางแล้วก็ออกมา ทำซ้ำไปซ้ำมากับมินจุนที่กำลังจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบใหญ่มากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว

“หม่าม้ากระเป๋าใหญ่ๆ โทมะเข้าไปได้ ดูสิๆ”

ว่าแล้วก็เปิดกระเป๋าเดินทางแล้วก็เข้าไปนอนขดอยู่ข้างใน

“หม่าม้า ประตู ประตู!”

“จ้าๆ”

มินจุนปิดฝากระเป๋าลงแค่ครึ่งเดียวเพื่อไม่ให้โทมะตกใจ

“โอ๊ะๆ โทมะหายไปไหนเนี่ย เมื่อกี้ยังอยู่นี่อยู่เลยนี่นา ฮึ้ยย ไม่รู้แล้ว ถือกระเป๋านี่ไปบ่อน้ำพุร้อนเลยดีกว่า..”

ทันทีที่มินจุนพูดจบโทมะก็เปิดกระเป๋าออกมาทันที มินจุนร้องว๊าก! อย่างตกอกตกใจ ไม่รู้ว่ามินจุนทำไปกี่ครั้งแล้วกับการแกล้งเล่นของโทมะ ทั้งยังทำเป็นตกใจแบบโอเวอร์แอคติ้งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ฝั่งเคนตะที่ดูอยู่กลับเริ่มเหนื่อยขึ้นมาแล้ว

“คย๊า คย๊า สนุกๆ หม่าม้าพรุ่งนี้ไปบ่อออนัมพุย้อนเหรอ”

“โทมะ บ่อน้ำพุร้อน”

“บอออนัมพุย้อน!”

“ไม่ๆ ต้องออกเสียงไวๆ สิ บ่อน้ำพุร้อน”

“บอนัมพุย้อน”

“ดีมาก บ่อน้ำพุร้อนแล้วยังไง บอนัมพุย้อนแล้วยังไง ขอแค่ถูกก็พอเนอะ”

“เนอะ?”

เมื่อมินจุนทำปากยื่นปากยาวออกเสียงโทมะเองก็ทำตามด้วย ท่าทางแบบนั้นน่ารักมากจนมินจุนจั๊กจี้โทมะ ดึงเข้ามากอดกลิ้งไปกลิ้งมา ฉากนี้ก็เป็นฉากที่เคนตะเห็นมาห้ารอบแล้ว นึกอยากจะให้มันจบลงไปเสียที

“จริงด้วย เคนตะช่วยถ่ายวิดีโอให้เราหน่อยสิครับ”

“วีดีโอเหรอครับ”

“ครับ วันนี้ไดกิบอกว่าจะกลับดึกนี่นา ยังไงก็คงจะนอนก่อน รอไม่ไหวแน่ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วยไม่อยากนอนดึกครับ ถ้าไดกิกลับมาช่วยเอาให้เขาดูหน่อยนะครับ เคนตะคงไม่นอนเร็วใช่ไหมครับ”

หากมองผ่านๆ ก็เหมือนกับมองดูทั้งสองคนที่ดูราวกับนางฟ้าแล้วเคยตะก็หยิบมือถือขึ้นมา

“แน่นอนครับ ถ้าบอสกลับมาแล้วผมจะรีบเอาให้ดูครับ”

“ขอบคุณครับ โทมะมานี่เร็ว มาบอกราตรีสวัสดิ์ป๊ะป๋าก่อน”

“คร้าบ~”

คร้าบ~ ของโทมะราวกับเสียงจากสวรรค์ เคนตะเองก็คงคิดแบบเดียวกันแววตาที่เคยเบื่อหน่ายค่อยๆ ละลายหายไป

“วีดีโอ?”

เมื่อไดกิที่เพิ่งกลับมาเมื่อครู่มองหามินจุน เคนตะก็เข้ามายืนอยู่ข้างๆ แล้วส่งมือถือของตนไปให้อย่างสุภาพ

“กดเล่นได้เลยครับ”

อิสึกิที่เกือบจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา และรู้สึกคันยิบๆ ที่ท้องแค่เพราะได้ยินคำว่าวีดีโอกัดลิ้นตัวเอง แอบสังเกตท่าทางของเรน สีหน้าของเรนที่ไม่รู้ว่าเป็นหุ่นยนต์ หรือมนุษย์นั้นคงที่ราวกับหัวล้านไม่มีเส้นผมสักเส้น ไดกิกดเล่นวีดีโอ ทั้งหน้าจอเต็มไปด้วยมินจุน และโทมะที่กำลังโบกมือใส่

“ไดกิ”

“ป๊ะป๋า”

“พวกเราจะรีบเข้านอนเพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้า เพราะงั้นขอไปนอนก่อนนะครับ แล้วก็ห้ามเลยนะ ห้ามคิดที่จะมาปลุกผมเด็ดขาด ไดกิเองก็รีบอาบน้ำเข้านอนนะครับ โทมะบอกราตรีสวัสดิ์ป๊ะป๋าเร็ว”

“ป๊ะป๋า ราตรีซาหวัด จุ้บ”

“ผมด้วย อืม! จุ้บจุ้บ”

มินจุนกับโทมะทำเสียงจุ้บๆ เป็นเวลาสามสิบวิเป๊ะๆ แล้วก็แกล้งทำเป็นเหนื่อยอ่อนล้มลงไปบนเตียง มินจุนส่งวิ่งให้เขาแล้วกระซิบเป็นภาษาเกาหลีว่า”รักนะครับ ไดกิ พรุ่งนี้เจอกันนะ” วีดีโอจบลงแล้ว และทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่งก่อนที่ไดกิจะพูดขึ้นมา

“พรุ่งนี้ออกเดินทางเจ็ดโมง”

“ครับ”

“ครับผม”

“ไปพักได้”

“บอสครับ มือถือ..”

“คืนพรุ่งนี้”

ทั้งสี่คนต่างมองไปยังเบื้องหลังของไดกิที่หายเข้าห้องไปหลังกล่าวออกมาอย่างเท่ๆ หนึ่งประโยค.. พลางคิดอย่างเดียวกันว่า

‘ทำไมล่ะ?’

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด