ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด 4-3

Now you are reading ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด Chapter 4-3 at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

มินจุนมองนาฬิกาทันทีที่ตื่นนอน เข็มสั้นกับเข็มยาวเรืองแสงชี้บอกเวลาตีห้าพอดีเป๊ะ เขาเลยลุกขึ้นจากเตียงแล้วหันไปหาเด็กน้อยที่นอนหลับ… เอ๊ะ? โทมะนอนตาแป๋วเงยหน้ามองกัน

“โทมะ ตื่นแล้วเหรอ”

“หม่าม้า ตาเปงแบบนี้เยย”

ว่าแล้วก็ใช้นิ้วเบิกเปลือกตาตัวเองขึ้น พริบตานั้นมินจุนคล้ายจะเข้าใจความรู้สึกของไทจิเวลาเจอพฤติกรรมน่ารักๆ ของโทมะแล้ว เขาสะบัดหัวไปมาอย่างแรง อยากกัดจัง โทมะของพวกเราน่ารักจนอยากกัดเลย

ร่างบางอุ้มเด็กชายขึ้นมากอดแล้วพาเดินไปที่ห้องไดกิอย่างไร้ความลังเล เนื่องจากชั้นสามทำการซ่อมเสร็จเมื่ออาทิตย์ก่อน พวกเขาจึงย้ายกลับมานอนที่ห้องของโทมะเหมือนเดิม โดยพื้นที่ของชั้นสามถูกเปลี่ยนเป็นห้องรับแขกแสนหรู ห้องพักและห้องปฐมพยาบาลที่แขกหรือพวกลูกน้องสามารถเข้าไปใช้สอยได้

ว่าแต่บ้านคนทั่วไปจำเป็นต้องมีห้องปฐมพยาบาลด้วยเหรอ แม้จะมีบางจุดตะขิดตะขวงใจ แต่ถึงอย่างไรพื้นที่ตรงนั้น พวกลูกน้องของไดกิก็เข้าไปใช้ได้ มินจุนจึงคิดเอาว่ามันอาจจะเป็นกล่องปฐมพยาบาลขนาดใหญ่สำหรับพวกเขาก็เป็นได้

เขากอดโทมะขณะค่อยๆ ย่องเข้าไปในห้องของไดกิ เจ้าของห้องกำลังหลับอยู่อย่างที่คิด ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราไร้สิ่งใดป้องกันตัวดูเซ็กซี่มากจนอยากจะกระโดดเข้าใส่ บางทีถ้าเกิดไม่ได้อุ้มโทมะอยู่ เขาอาจจะปีนขึ้นไปบนตัวอีกฝ่ายแล้วทำเรื่องร้อนแรงแล้วก็ได้ใครจะไปรู้ มินจุนกลืนน้ำลายหนึ่งอึกด้วยความเสียดาย กอดระเบิดมนุษย์ผู้น่ารักเอาไว้เพื่อหย่อนลงบนตัวไดกิ โทมะส่งเสียงหัวเราะคิกคักพลางกางปีกเหมือนผีเสื้อเตรียมพร้อมจะตกแล่นลงบนตัวของป๊ะป๋า

“โทมะ หนึ่ง สอง สาม แล้วกระโดดใส่ป๊ะป๋า…”

“ทำอะไรกัน”

“ว๊าก!”

เมื่อเขาตกใจร้องออกมาหนึ่งคำ โทมะก็ส่งเสียงร้อง ‘อ๊า’ ตาม

“ไดกิ ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

“ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา คงไม่คิดว่าฉันจะหลับทั้งๆ ที่มีใครบางคนบุกรุกเข้ามาในห้องหรอกใช่ไหม”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว ทำเป็นแกล้งหลับไปสิครับ”

ไดกิมองลูกชายกางแขนขณะโดนอุ้มห้อยโตงเตงอยู่ในอ้อมแขนของมินจุน ก่อนจะพูดอย่างจริงจัง

“เจ้าเด็กคนนี้โตขึ้นเยอะแล้วนี่ อาจจะตกแรงเหมือนระเบิดเลยก็ได้…”

“เพราะกลัวนี่เอง โอ๊ย ไม่รู้แล้ว โทมะจัดการเลย!”

ทันทีที่ปล่อยมือ โทมะก็หล่นตุ๊บลงบนหน้าท้องผู้เป็นพ่อพร้อมทำเสียงเหมือนระเบิดลงตามบทบาทของตัวเองจนจบอย่างสมบูรณ์ ทว่าความตื่นเต้นของทั้งคู่ก็ต้องหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะไดกิไม่มีปฏิกิริยาตอบรับเหมือนเวลาโดนระเบิดอย่าง อึก กลับมาเลยสักนิด

“อะไรกัน แกล้งทำเป็นเจ็บหน่อยสิครับ ไม่งั้นแกล้งตายก็ได้ นี่อะไร…”

พอร่างบางบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ ไดกิก็ลูบหัวเด็กน้อยที่นั่งหน้าบึ้งอยู่บนท้องก่อนจะลุกขึ้น “ไปอาบน้ำ” จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว

“โทมะ ป๊ะป๋าเขินแหละ คราวหน้าลองไปเล่นกับเคนตะดูนะ ต้องสนุกแน่ๆ”

“ซาหนุกๆ เคงตะตาหลก”

“ฮ่าๆ ใช่ๆ งั้นเราไปอาบน้ำกันดีไหม”

“คร้าบ~”

มินจุนยังไม่เคยไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่นมาก่อน ดังนั้นก็เลยอยากไปเบปปุหรือยูฟุอิน ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องบ่อน้ำพุร้อน แต่ไดกิหาเวลาจากตารางที่ค่อนข้างยุ่งมาได้แค่สองวันหนึ่งคืนเท่านั้น ครั้งนี้พวกเขาจึงตัดสินใจไปที่เมืองชิซูโอกะใกล้ๆ โตเกียวแทน ได้ยินว่าที่นั่นมีสุดยอดเรียวกัง[1] ที่มีบ่อน้ำพุร้อนดีๆ ซึ่งบริหารงานโดยผู้เชี่ยวชาญและรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยท่านพ่อของจินเป

ระหว่างเดินทาง มินจุนกับโทมะไม่สามารถเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ได้เลย คนขับรถคือฮาคุโตะ ส่วนคนที่นั่งข้างคนขับก็ยังคงเป็นเคนตะเช่นเคย แต่เนื่องจากมินจุนเตรียมเสบียงมาเต็มที่ เดี๋ยวก็บอกให้กินอันนั้น เดี๋ยวก็บอกให้กินอันนี้ เคนตะจึงกำลังเดินทางอย่างยากลำบากและรำคาญเป็นอย่างมาก จนฮาคุโตะรู้สึกขอบคุณจากใจจริงเลยทีเดียวที่ตัวเองได้ทำหน้าที่ขับรถ

“หม่าม้า นั่นอาไย”

“ไหนๆ”

“นู่นๆ”

จุดที่โทมะชี้ก็คืออะพาร์ตเมนต์สองชั้นที่มีลักษณะเดียวกัน อะพาร์ตเมนต์ที่เขาเคยพักก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน มักจะตั้งเรียงเป็นแถวๆ จนดูเหมือนกล่องไม้ขีดไฟ สำหรับโทมะที่อาศัยในบ้านหลังใหญ่แถวชานเมืองโตเกียว มีกระทั่งสวนในตัวบ้าน ก็คงรู้สึกว่ามันดูแปลกก็ได้

“อืม… มันคือบ้านสำหรับให้คนอยู่อาศัย”

“อ๋อ หั้ยโทมะยุนี่เอง ป๊ะป๋ายุมะดั้ยหรอก บ้านเร้กๆ บ้านโทมะช้ะม้ะ”

มินจุนหัวเราะจนท้องแข็งกับคำถามของเด็กน้อยว่านั่นเป็นบ้านของตัวเองเหรอ คงเพราะในสายตาโทมะ อะพาร์ตเมนต์ที่มองเห็นจากไกลๆ ดูเล็กมากถึงได้ถามออกมาแบบนั้น และในชั่วขณะเขาก็จินตนาการภาพไดกิสวมชุดเทรนนิ่งอาศัยอยู่ภายในอะพาร์ตเมนต์นั่น จนรู้สึกว่ามันน่าขัน ทว่าดวงตากลับเห่อร้อน ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเศร้าเมื่อนึกถึงภาพลักษณ์นั้น แม้เขาจะไม่ได้รักอีกฝ่ายเพราะอำนาจหรือความร่ำรวย แต่ถ้าหากไดกิไม่ได้เป็นไดกิอย่างทุกวัน ก็คงน่าเสียใจมากจริงๆ

หลังจากพูดเจือแจ้วมาตลอดหนึ่งชั่วโมงแม้ว่าจะตื่นเช้า โทมะก็เริ่มสัปหงกตอนพวกเขาใกล้จะถึงเรียวกังฮารุคาเกะ

เรียวกังฮารุคาเกะที่ให้บรรยากาศโบราณและใหญ่โตกลับเงียบเหงา ไม่เพียงแค่ตรงลานจอดรถ แต่รวมถึงด้านในด้วย อาจจะเพราะเป็นวันธรรมดา พอพวกเขาเดินเข้าไปข้างใน นายหญิงของเรียวกังก็เร่งรีบออกมาโค้งศีรษะต้อนรับไดกิ มินจุนรู้สึกเขินอายเล็กน้อยหลังทุกคนโค้งศีรษะทักทายพร้อมๆ กัน โดยข้างๆ หญิงวัยกลางคนมีชายหนุ่มสวมชุดยูกาตะรุ่นราวคราวเดียวกับมินจุนยืนอยู่

“ยินดีต้อนรับค่ะ ทางนี้คือโคมูระซัง ผู้รับผิดชอบเรื่องอาหารในวันนี้ ส่วนเด็กคนนี้คือหลานชายของดิฉัน ชื่อริคุค่ะ ระหว่างช่วงที่ท่านอยากพักผ่อนเงียบๆ ทางเราจึงลดจำนวนพนักงานลง สำหรับห้องที่ใช้พำนัก ทางเราเตรียมห้องเดิมที่ท่านใช้มาตลอดไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

ไดกิกล่าวขอบคุณนายหญิง แม้อีกฝ่ายจะอายุมากกว่าแต่ก็ยังพูดสุภาพกับตน จากนั้นก็เดินไปตามทางเดิน โดยไม่จำเป็นต้องมีใครแนะนำราวกับเคยมาหลายต่อหลายครั้ง มินจุนจึงเดินตามทั้งๆ ที่อุ้มโทมะก่อนจะร้องเรียกร่างสูง

“ไดกิ ไหนว่าเรียวกังที่นี่ดีมากไงครับ ทำไมถึงไม่มีคนเลย”

“แขกของเขามีแค่เรา พรุ่งนี้ตอนบ่ายถึงจะเริ่มรับจองอีกรอบ”

“ทำไมล่ะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มีชื่อหรอกเหรอ”

“มินจุน ฉันเช่าทั้งหมดของเรียวกังนี้จนถึงพรุ่งนี้ตอนบ่าย เพราะฉันไม่ชอบความเอะอะวุ่นวาย”

จากนั้นเรนก็เดินเข้ามาอธิบายเพิ่มเติมต่อจากบอสที่พูดทิ้งไว้เพียงเท่านั้นแล้วก็เดินต่ออย่างไม่สนใจ

“เรียวกังฮารุคาเกะ ถ้าไม่จองไว้ตั้งแต่ครึ่งปีก่อน แม้แต่วันธรรมดาก็ยังยากจะได้เข้าพักเลยครับ แต่เพื่อท่านมินจุนกับท่านโทมะ บอสเลยเช่าเรียวกังสำหรับวันนี้และพรุ่งนี้ รวมถึงจ่ายค่าปรับผิดสัญญาให้กับลูกค้าท่านอื่นๆ ด้วยครับ”

มันเป็นไปได้เหรอนั่น คิดพลางมองแผ่นหลังของไดกิ รู้สึกผิดที่เคยจินตนาการภาพผู้ชายคนนี้ใส่ชุดเทรนนิ่งจนต้องขอโทษอยู่ในใจ แต่ทำไมเราถึงอยากเห็นอยู่หน่อยๆ นะ… สามารถใช้เรียวกังที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้ได้ตามใจชอบเลยงั้นเหรอ แม้แต่นายกเทศมนตรีโซลก็ยังทำไม่ได้เลยนะเนี่ย แล้วจู่ๆ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

ว้าว! ยอดเลย! มินจุนร้องลั่นแน่นอนว่าเพียงแค่ในใจ ก่อนจะอุ้มโทมะวิ่งตามไดกิไป ขณะนั้นเองริคุ หลานชายของนายหญิงก็เดินเข้ามาคุยกับเขา

“ให้ผมพาไปห้องไหมครับ”

เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ฮาคุโตะก็เข้ามาขวางไว้ทันที มินจุนรู้สึกไม่ชอบบรรยากาศที่ดูอันตรายขึ้นจึงรีบยกยิ้มให้แล้วตอบคำถาม

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเดินตามเขาไปก็ได้ครับ”

พอมินจุนเริ่มสนทนากับริคุ คนที่เดินนำหน้าไปก่อนก็หันกลับมาจ้อง แต่ร่างบางกำลังตื่นเต้นกับการท่องเที่ยวจึงไม่ทันสังเกตเห็นอารมณ์ขุ่นมัวของใครบางคน เขาส่งยิ้มให้ริคุอีกครั้งแล้วเดินมาหาไดกิ

“ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่สุดยอดมากๆ เลยนะครับ เราจะแช่น้ำพุร้อนได้เมื่อไหร่เหรอครับ ผมอยากไปตอนนี้เลย”

“มินจุน”

“ทำไมเหรอครับ ตอนนี้ไม่ได้เหรอ”

ไดกิคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุด จากนั้นก็แย่งโทมะมาอุ้มเองแล้วออกคำสั่งเสียงตึง

“เดินนำไป”

“ผมไม่รู้ทางนะ”

“เคนตะ”

เมื่อถูกเรียกชื่อ เคนตะจึงเป็นคนเดินนำทางไปยังห้องว่าง ภายในห้องสไตล์ญี่ปุ่นสะอาดสะอ้านมีประตูเลื่อนบางหนึ่งคั่นอยู่ตรงกลาง ถ้าหากปิดประตูเลื่อน ห้องนี้จะถูกแบ่งออกเป็นสองห้อง

มินจุนเหลือบมองประตูบานเลื่อนด้วยความผิดหวังเล็กๆ คงตั้งใจจะนอนคนเดียวสินะ เพราะไดกิไม่ชอบความวุ่นวาย แต่พอมองเห็นทิวทัศน์งดงามชั้นเลิศนอกกระจกบานใหญ่ก็ต้องส่งเสียงร้องออกมา

“ว้าว! สุดยอดเลย เพิ่งเคยเห็นวิวแบบนี้ครั้งแรก นั่นน้ำตกใช่ไหมครับ พระเจ้า น้ำตกอยู่ตรงหน้าเลย ไดกิขอบคุณนะครับ”

ร่างสูงเป็นฝ่ายวางโทมะลงบนเบาะรองแทนคนตัวเล็กที่ตอนนี้กระโดดโลดเต้นไปทั่วห้อง เลิกผ้าห่มที่พับเก็บอย่างเรียบร้อยขึ้นมาห่มให้ลูกชายด้วยตัวเอง

“ไดกิ ให้โทมะนอนเยอะๆ ไม่ได้นะครับ ต้องมาดูวิวสวยๆ แบบนี้ตอนฟ้ายังสว่างสิ”

“ทานอาหารกลางวันก่อน แล้วค่อยไปแช่น้ำพุร้อน”

“โห อีกตั้งนานอะ เดี๋ยวผมจะเข้าไปก่อน นี่เป็นครั้งแรกของผมด้วย คาดหวังมากเลยครับ”

ไดกิเดินเข้ามาอยู่ข้างๆ แต่ไม่ได้มองไปวิวทิวทัศน์ด้านนอก แต่กลับค่อยๆ มองมินจุนโดยไม่พูดอะไร… แววตาราวกับจะเจาะทะลุใบหน้า เขาจึงแสร้งยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อทั้งที่ไม่มีสักหยด ท่ามกลางความเงียบแปลกประหลาดสายหนึ่ง

“เป็นอะไรไปครับ… ถ้าหน้าผมเป็นรูจะทำยังไง ฮ่าๆ ผมมีแค่สมองจากสายวิทย์ กับใบหน้าที่พระเจ้ามอบให้เท่านั้นเองนะ….”

“มินจุน”

“คะ ครับ”

“ไม่ชอบผู้ชายยิ้มเก่ง ไปลองคิดดูแล้วทำตัวให้ดี”

ยิ้มเก่งเหรอ เราก็ยิ้มเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะ คือสั่งให้หุบปากงั้นเหรอ ได้มาเที่ยวถึงที่นี่ทั้งที เขาก็ไม่อยากจะมาเฝ้าสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายนักจึงย้อนถามกลับไปอย่างบึ้งตึง

“สั่งให้ผมร้องไห้เหรอครับ”

“ไม่ให้ไปยิ้มแป้นแล้นต่อหน้าผู้ชายที่ไม่รู้จักต่างหาก! ต่อหน้าฉันไม่เป็นไร”

“คงต้องจดไว้ซะแล้วมั้ง เดี๋ยวได้ เดี๋ยวไม่ได้ สับสนนะครับเนี่ย”

“ทำไมล่ะ หนุ่มสายวิทย์”

“เพราะผมไม่ชอบจำ ถึงได้เรียนสายวิทย์ต่างหากเล่า”

“แล้วไง ไม่อยากทำ?”

เวรกรรม! ขาไม่มีแรงอีกแล้ว… มินจุนกลืนน้ำลายลงคอ จ้องมองใบหน้าแสนหล่อเหลาตรงหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นโอบรอบคออีกฝ่ายอัตโนมัติ

“ไม่ครับ ผมชอบ ชอบมาก… อุ๊บ”

ไดกิยังคงชอบสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากก่อนเขาจะพูดจบเหมือนทุกๆ ครั้ง ร่างสูงเพลิดเพลินกับจูบ ตามตอแยลิ้นของมินจุนด้วยฟันของตัวเอง ช่วงแรกเขาเกิดความกลัวเล็กๆ ว่าจะถูกกัดลิ้นทั้งๆ อย่างนี้เลยหรือเปล่า แต่ประสิทธิภาพในการทำซ้ำไปซ้ำมาช่างน่ากลัว เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถพึงพอใจกับรสจูบอันแสนนุ่มนวลและชุ่มชื้นได้อีกแล้ว

“อา… ไดกิ… อื้มมม”

ลิ้นร้อนที่ล่วงล้ำเข้ามาซุกซนไปตามเพดานปาก ดูดดุนลิ้นของเจ้าตัวอย่างหยอกล้อ มินจุนทุบแผ่นอกแกร่ง ก่อนจะแลบลิ้นออกมาครึ่งหนึ่งแล้วกระโจนเข้าโลมเลียอย่างรุนแรงหลายต่อหลายครั้ง จนเกิดเสียงออดอ้อนดังจากริมฝีปาก แม้จะยังเช้าอยู่ แต่เสียงลากมกผสมปนเปด้วยน้ำลายก็ทำให้คิดไปถึงช่วงกลางดึกที่มักจะสนุกสนานอยู่กับเซ็กซ์อย่างเต็มที่ ไดกิค่อยๆ เลื่อนมือลงไปบีบเค้นสะโพกของมินจุน

หลังจากเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ชายหนุ่มก็เอ่ยถามขึ้น

“จะไปแช่น้ำพุร้อนตอนนี้เลยไหม หรือจะทานข้าวกลางวันก่อนค่อยไป”

“…ทานก่อน”

“เด็กดี”

ไดกิแสยะยิ้มสมกับเป็นตัวเองพลางลูบแก้มอีกคน

“อีกครั้งไหม”

มินจุนแต่เพียงพยักหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอยไร้จุดโฟกัส

[1] เรียวกัง ที่พักในสไตล์ญี่ปุ่น ห้องพักจะเป็นห้องพักในรูปแบบญี่ปุ่นสมัยก่อนและการตกแต่งแบบญี่ปุ่น

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด