คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ 22 ช้าเร็วสักวันหนึ่งเธอจะต้องเสียใจ

Now you are reading คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ Chapter 22 ช้าเร็วสักวันหนึ่งเธอจะต้องเสียใจ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

นับตั้งแต่เหตุการณ์เวยปั๋วในวันนั้น ในใจของจงมั่นหวาก็รู้สึกผิดมาตลอด

เธอไม่ได้สืบความจริงให้แน่ชัดก็ฟันธงไปแล้วว่าอิ๋งจื่อจินยั่วยวนเจียงมั่วหย่วน นี่เป็นความผิดของเธอ

แต่ในฐานะที่เธอเป็นผู้ใหญ่ ก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องขอโทษเด็ก

ครั้นแล้วจงมั่นหวาจึงอยากชดเชยในด้านอื่น ถึงขนาดที่เธอวางแผนไว้ว่าจะเลื่อนงานของบริษัทออกไปก่อนเพื่อพาอิ๋งจื่อจินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ

แต่อิ๋งจื่อจินหายหน้าไปสี่วัน ไม่มีแม้แต่จะบอกกล่าว ทิ้งเธอไว้อย่างนั้น

มีคุณหนูตระกูลใหญ่บ้านไหนบ้างที่เชิดใส่พ่อแม่อย่างนี้

จงมั่นหวาจึงโมโหมาก

สตรีไฮโซอีกคนที่อยู่บนโซฟาหันไปมอง เหลือบมองปราดเดียวก็ละสายตากลับ ท่าทางไม่สนใจแม้แต่น้อย

จงมั่นหวาย่อมสังเกตเห็น กำมือแน่น พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เธอออกไปรอก่อน”

“หนูมีสิ่งที่สงสัยมาตลอด” อิ๋งจื่อจินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น “ทำไมแม่ถึงเป็นแม่คนได้”

“…”

ภายในห้องรับแขกเกิดความเงียบ สตรีไฮโซอดมองเด็กสาวไม่ได้

พอมองไปกลับตกใจใบหน้านั้น

แต่ก็เพียงเท่านั้น ที่มากกว่านั้นคือมองอย่างสำรวจ

จงมั่นหวาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ โมโหจนดวงตาแดงก่ำ “พูดอีกทีซิ!”

เด็กสาวไม่สนใจอีก ทำสีหน้าเย็นชาประมาณว่า ‘ไม่ซัดให้ก็บุญแล้ว’ จากนั้นก็ขนหนังสือขึ้นชั้นบนไป

“เธอ…” จงมั่นหวาพูดไม่ออก อึดอัดอยู่ตรงนั้น

เธอเอามือจับตรงหัวใจ เจ็บปวดหน้าเสีย

เป็นแบบนี้อีกแล้ว หักหน้าเธอต่อหน้าคนนอกอีกแล้ว เป็นกาลกิณีต่อเธอโดยเฉพาะจริงๆ

เธอสั่งสอนอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ!

แต่เพราะมีแขกอยู่ด้วย จงมั่นหวาจึงยังสติแตกไม่ได้ เธอรีบสงบสติอารมณ์ ฝืนยิ้มออกไป “ขายหน้าคุณนายมู่เลยนะคะ”

“นี่คือเด็กที่ตระกูลอิ๋งของพวกเธอรับเลี้ยงเมื่อหนึ่งปีก่อนเหรอ” คุณนายมู่ขมวดคิ้ว “มั่นหวา เธอคิดอะไรอยู่ ตั้งใจทำให้ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไม่พอใจเหรอ”

อีกทั้งยังรับเลี้ยงเด็กที่หน้าตาคล้ายกันมากด้วย

ถึงแม้หน้าตาแบบนั้น คุณหนูหลายคนในเมืองตี้ตูจะเทียบไม่ได้

แต่ต่อให้ดีกว่านี้ก็เป็นของปลอมอยู่ดี

จงมั่นหวาไม่ได้อธิบายอะไรนัก “คนเราพอถึงวัยกลางคนก็อยากทำเรื่องดีๆ บ้างน่ะค่ะ”

เวลานี้เธอกลับรู้สึกโชคดีที่คนนอกไม่รู้ว่าอิ๋งจื่อจินเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเธอ

“ทำความดีก็ต้องแยกแยะด้วย คนบางคนไม่ควรค่าให้เธอไปทำความดีช่วยเหลือด้วยหรอก” คุณนายมู่เป่าน้ำชา “อีกอย่างเธอก็ยอมเด็กคนนี้มากเกินไป ทำไมถึงได้กล้าพูดกับเธอแบบนี้”

ในตระกูลไฮโซ ลูกที่แอบไปมีอย่างลับๆ ก็เปิดเผยอย่างออกหน้าออกตาไม่ได้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่นี่เป็นแค่ลูกเลี้ยง?

จึ๊

คุณนายมู่ส่ายหน้า จากนั้นก็พูดต่อ “ฉันว่านะ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ห้ามตามใจ ตามใจมากๆ เข้าเกิดวันไหนสร้างความเดือดร้อนให้เธอขึ้นมาจะจัดการยังไง”

“ไม่ต้องสนใจเธอหรอกค่ะ” จงมั่นหวายิ้ม “คุณนายวางใจได้ ฉันติดต่อตระกูลจงไปแล้ว ไว้อีกเดี๋ยวเฉินโจวมาก็เข้าไปอยู่ได้เลย ไม่มีทางมีปัญหา”

ตระกูลจงก็เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลเศรษฐีของเมืองฮู่เฉิง ย่อมรู้ว่าควรทำอะไร

“เธอจัดการให้ ฉันก็วางใจอยู่แล้ว” คุณนายมู่ไม่ได้พูดถึงอีก “มั่นหวา อันที่จริงครั้งนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาเองหรอก เพียงแต่ผู้เฒ่าของเราไม่รู้ทำไม บอกว่าจะอยู่ฮู่เฉิงนานอีกหน่อย”

“คราวนี้ทุกคนในบ้านต่างร้อนใจ นี่ฉันก็ตามมารับท่านผู้เฒ่า เลยถือโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียนเธอที่บ้าน”

จงมั่นหวาตกใจ “ผู้เฒ่ามู่มาฮู่เฉิงเหรอคะ”

มู่เฮ่อชิง ชื่อนี้อย่าว่าแต่ในฮู่เฉิงหรือตี้ตู ต่อให้เป็นทั้งประเทศก็ไม่มีใครไม่รู้จัก

ตระกูลมู่เป็นลูกหลานของแม่ทัพ สมัยมู่เฮ่อชิงหนุ่มๆ ก็เคยเข้าร่วมสงครามอย่างแท้จริง

ต่อให้ถอยออกมาแล้วหลายสิบปี แต่บารมียังคงอยู่ไม่ลดน้อยลงเลย

“ท่านผู้เฒ่ารบทัพจับศึกมาทั้งชีวิต รบราฆ่าฟันจนชิน พอแก่ลงก็ไม่ยอมพัก” คุณนายมู่ถอนหายใจ “นี่ก็เพราะได้ยินว่ามีของโบราณหายากปรากฏที่ฮู่เฉิง ถึงได้รีบมาไงล่ะ”

จงมั่นหวาพยักหน้า “มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้ฉันยังได้ยินอยู่ว่า ผู้เฒ่ามู่ถึงกับไปที่ยุโรปด้วยตัวเองเพราะโถลายครามสมัยราชวงศ์หยวนใบเดียว”

“ก็ใช่น่ะสิ” คุณนายมู่พูด “เพียงแต่ท่านผู้เฒ่าหัวใจมีปัญหา ออกมาครั้งนี้ก็ไม่ได้พาหมอมาด้วย ถ้าอาการกำเริบก็แย่เลยล่ะ”

“เข้าใจได้ คุณนายผู้เฒ่าของบ้านเราก็สุขภาพไม่ดี ออกไปข้างนอกก็ต้องระวัง”

“นั่นสิ ยังดีที่ท่านผู้เฒ่าเจอหมอเทวดาที่ฮู่เฉิง ไม่อย่างนั้นได้เกิดเรื่องขึ้นจริงๆ แล้ว”

คุณนายมู่รู้สึกโชคดีมาก

ถ้ามู่เฮ่อชิงจากไป ความเสียหายของตระกูลมู่จะมหาศาลมาก

อีกทั้งยังไม่ได้กำหนดผู้สืบทอดตระกูลมู่ มู่เฮ่อชิงต่างหากที่ต้องเป็นคนตัดสินใจอย่างแท้จริง

“หมอเทวดาเหรอ” จงมั่นหวาอึ้ง “ไม่ทราบว่าท่านไหนเหรอคะ”

นี่เมืองฮู่เฉิงมีบุคคลหน้าใหม่ถือกำเนิดขึ้นเหรอ

ทำไมเธอไม่เคยได้ยิน

“ท่านผู้เฒ่าไม่บอก” คุณนายมู่จิบชา “แต่คิดว่าต่อให้บอกพวกเราก็ไม่รู้จัก ก็แค่ได้ยินมู่เฉิงบอกว่า หมอเทวดาท่านนี้ ฝีมือการรักษาเมื่อเทียบกับหมอที่เด็กสุดของตระกูลเมิ่งคนนั้น…”

เธอทำไม้ทำมือ นิ่งไปสักพัก “เก่งกว่ามาก”

จงมั่นหวาตกใจ “เทพขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ไม่เคยเจอ ใครก็บอกไม่ได้” คุณนายมู่วางถ้วยชาลง ลุกขึ้น “มั่นหวา ฉันไปก่อน มีเรื่องอะไรก็โทรคุยกันนะ”

จงมั่นหวาก็ยืนขึ้น ออกไปส่งแขก

หลังจากคุณนายมู่ไปแล้ว พ่อบ้านถึงได้เดินเข้ามาจากลานบ้าน “คุณนายครับ ขอโทษด้วยครับที่ผมห้ามคุณหนูรองไม่ได้”

“ไม่ใช่ความผิดของพ่อบ้านหรอก” สีหน้าของจงมั่นหวาเย็นชาลงอีกครั้ง “ต่อไปก็ไม่ต้องสนเธอแล้ว เธออยากทำอะไรก็ปล่อยไป ช้าเร็วต้องมีสักวันที่ต้องเสียใจ”

“พอถึงเวลาสร้างความเดือดร้อนขึ้นมาก็ยังต้องให้ตระกูลอิ๋งช่วยเก็บกวาดให้อยู่ดี”

ถ้าไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ เธอไม่มีทางทุ่มเทแรงกายแรงใจ อีกทั้งยังเตรียมห้องให้อีกอย่างนี้

สั่งสอนมานานขนาดนี้ก็ยังสั่งสอนให้เป็นคุณหนูตระกูลไฮโซไม่สำเร็จ

พ่อบ้านลังเลเล็กน้อย ไม่พูดเรื่องที่เขาเห็นคำภาษาอังกฤษบนกล่องก่อนหน้านี้

เขาอาจมองผิดไปก็ได้ หรือไม่อาจจะแค่ชื่อซ้ำ

คิดๆ ดูก็คงใช่ คุณหนูรองเพิ่งมาอยู่ฮู่เฉิงได้ปีเดียว เมื่อก่อนใช้ชีวิตที่อำเภอชิงสุ่ยมาตลอด อำเภอเล็กๆ แบบนั้นไม่มีทางที่จะได้คลุกคลีกับระดับชนชั้นที่สูงกว่า

จงมั่นหวานวดขมับ สงบสติอารมณ์ จากนั้นก็หันไปสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ส่งคนไปสืบเรื่องหมอเทวดาที่คุณนายมู่พูดถึงหน่อย จะให้ดีต้องเชิญมาดูโรคชอบปวดหัวของคุณนายผู้เฒ่าสักหน่อยด้วย”

หยุดพูดเล็กน้อยก่อนจะกำชับต่อ “เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ต้องให้สมเกียรติแน่นอน”

พ่อบ้านรับทราบแล้วถอยออกไป

ที่ชั้นสาม

หลังจากที่อิ๋งจื่อจินเอาหนังสือเด็กทั้งลังออกมาเรียงบนชั้นหนังสือเสร็จก็นั่งหน้าคอมพิวเตอร์

เธอเปิดซีพียูอย่างคล่องแคล่ว นั่งพิงเก้าอี้ เริ่มอ่านนิยายอินเตอร์เน็ตที่วันนั้นยังอ่านไม่จบ

ชีวิตยามแก่แบบใหม่นี้กำลังพอเหมาะสำหรับเธอ

ไม่ต้องรบราฆ่าฟัน และก็ไม่ได้มีเรื่องรำคาญใจมากมาย ตอนนี้เธอไม่มีแผนที่จะให้คนพวกนั้นรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว

อย่างไรซะศัตรูของเธอก็มีอยู่ไม่น้อย

เธอมีเวลาว่างเยอะแยะที่จะศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด สิ่งใหม่ๆ พวกนี้น่าสนใจมากทีเดียว

ชานมหนึ่งแก้วดื่มหมดแล้ว อิ๋งจื่อจินไปหยิบอีกแก้ว

ตื๊ด!

ทันใดนั้นคอมพิวเตอร์ก็ส่งเสียง หน้าจอหยุดอยู่ที่เนื้อเรื่องตอนนางเอกถีบพระเอกตกสระน้ำ จากนั้นก็เอามือเท้าเอวหัวเราะสะใจ

อิ๋งจื่อจินเงยหน้า มองหน้าจอที่มืดลง ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ 22 ช้าเร็วสักวันหนึ่งเธอจะต้องเสียใจ

Now you are reading คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ Chapter 22 ช้าเร็วสักวันหนึ่งเธอจะต้องเสียใจ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

นับตั้งแต่เหตุการณ์เวยปั๋วในวันนั้น ในใจของจงมั่นหวาก็รู้สึกผิดมาตลอด

เธอไม่ได้สืบความจริงให้แน่ชัดก็ฟันธงไปแล้วว่าอิ๋งจื่อจินยั่วยวนเจียงมั่วหย่วน นี่เป็นความผิดของเธอ

แต่ในฐานะที่เธอเป็นผู้ใหญ่ ก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องขอโทษเด็ก

ครั้นแล้วจงมั่นหวาจึงอยากชดเชยในด้านอื่น ถึงขนาดที่เธอวางแผนไว้ว่าจะเลื่อนงานของบริษัทออกไปก่อนเพื่อพาอิ๋งจื่อจินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ

แต่อิ๋งจื่อจินหายหน้าไปสี่วัน ไม่มีแม้แต่จะบอกกล่าว ทิ้งเธอไว้อย่างนั้น

มีคุณหนูตระกูลใหญ่บ้านไหนบ้างที่เชิดใส่พ่อแม่อย่างนี้

จงมั่นหวาจึงโมโหมาก

สตรีไฮโซอีกคนที่อยู่บนโซฟาหันไปมอง เหลือบมองปราดเดียวก็ละสายตากลับ ท่าทางไม่สนใจแม้แต่น้อย

จงมั่นหวาย่อมสังเกตเห็น กำมือแน่น พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เธอออกไปรอก่อน”

“หนูมีสิ่งที่สงสัยมาตลอด” อิ๋งจื่อจินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น “ทำไมแม่ถึงเป็นแม่คนได้”

“…”

ภายในห้องรับแขกเกิดความเงียบ สตรีไฮโซอดมองเด็กสาวไม่ได้

พอมองไปกลับตกใจใบหน้านั้น

แต่ก็เพียงเท่านั้น ที่มากกว่านั้นคือมองอย่างสำรวจ

จงมั่นหวาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ โมโหจนดวงตาแดงก่ำ “พูดอีกทีซิ!”

เด็กสาวไม่สนใจอีก ทำสีหน้าเย็นชาประมาณว่า ‘ไม่ซัดให้ก็บุญแล้ว’ จากนั้นก็ขนหนังสือขึ้นชั้นบนไป

“เธอ…” จงมั่นหวาพูดไม่ออก อึดอัดอยู่ตรงนั้น

เธอเอามือจับตรงหัวใจ เจ็บปวดหน้าเสีย

เป็นแบบนี้อีกแล้ว หักหน้าเธอต่อหน้าคนนอกอีกแล้ว เป็นกาลกิณีต่อเธอโดยเฉพาะจริงๆ

เธอสั่งสอนอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ!

แต่เพราะมีแขกอยู่ด้วย จงมั่นหวาจึงยังสติแตกไม่ได้ เธอรีบสงบสติอารมณ์ ฝืนยิ้มออกไป “ขายหน้าคุณนายมู่เลยนะคะ”

“นี่คือเด็กที่ตระกูลอิ๋งของพวกเธอรับเลี้ยงเมื่อหนึ่งปีก่อนเหรอ” คุณนายมู่ขมวดคิ้ว “มั่นหวา เธอคิดอะไรอยู่ ตั้งใจทำให้ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไม่พอใจเหรอ”

อีกทั้งยังรับเลี้ยงเด็กที่หน้าตาคล้ายกันมากด้วย

ถึงแม้หน้าตาแบบนั้น คุณหนูหลายคนในเมืองตี้ตูจะเทียบไม่ได้

แต่ต่อให้ดีกว่านี้ก็เป็นของปลอมอยู่ดี

จงมั่นหวาไม่ได้อธิบายอะไรนัก “คนเราพอถึงวัยกลางคนก็อยากทำเรื่องดีๆ บ้างน่ะค่ะ”

เวลานี้เธอกลับรู้สึกโชคดีที่คนนอกไม่รู้ว่าอิ๋งจื่อจินเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเธอ

“ทำความดีก็ต้องแยกแยะด้วย คนบางคนไม่ควรค่าให้เธอไปทำความดีช่วยเหลือด้วยหรอก” คุณนายมู่เป่าน้ำชา “อีกอย่างเธอก็ยอมเด็กคนนี้มากเกินไป ทำไมถึงได้กล้าพูดกับเธอแบบนี้”

ในตระกูลไฮโซ ลูกที่แอบไปมีอย่างลับๆ ก็เปิดเผยอย่างออกหน้าออกตาไม่ได้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่นี่เป็นแค่ลูกเลี้ยง?

จึ๊

คุณนายมู่ส่ายหน้า จากนั้นก็พูดต่อ “ฉันว่านะ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ห้ามตามใจ ตามใจมากๆ เข้าเกิดวันไหนสร้างความเดือดร้อนให้เธอขึ้นมาจะจัดการยังไง”

“ไม่ต้องสนใจเธอหรอกค่ะ” จงมั่นหวายิ้ม “คุณนายวางใจได้ ฉันติดต่อตระกูลจงไปแล้ว ไว้อีกเดี๋ยวเฉินโจวมาก็เข้าไปอยู่ได้เลย ไม่มีทางมีปัญหา”

ตระกูลจงก็เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลเศรษฐีของเมืองฮู่เฉิง ย่อมรู้ว่าควรทำอะไร

“เธอจัดการให้ ฉันก็วางใจอยู่แล้ว” คุณนายมู่ไม่ได้พูดถึงอีก “มั่นหวา อันที่จริงครั้งนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาเองหรอก เพียงแต่ผู้เฒ่าของเราไม่รู้ทำไม บอกว่าจะอยู่ฮู่เฉิงนานอีกหน่อย”

“คราวนี้ทุกคนในบ้านต่างร้อนใจ นี่ฉันก็ตามมารับท่านผู้เฒ่า เลยถือโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียนเธอที่บ้าน”

จงมั่นหวาตกใจ “ผู้เฒ่ามู่มาฮู่เฉิงเหรอคะ”

มู่เฮ่อชิง ชื่อนี้อย่าว่าแต่ในฮู่เฉิงหรือตี้ตู ต่อให้เป็นทั้งประเทศก็ไม่มีใครไม่รู้จัก

ตระกูลมู่เป็นลูกหลานของแม่ทัพ สมัยมู่เฮ่อชิงหนุ่มๆ ก็เคยเข้าร่วมสงครามอย่างแท้จริง

ต่อให้ถอยออกมาแล้วหลายสิบปี แต่บารมียังคงอยู่ไม่ลดน้อยลงเลย

“ท่านผู้เฒ่ารบทัพจับศึกมาทั้งชีวิต รบราฆ่าฟันจนชิน พอแก่ลงก็ไม่ยอมพัก” คุณนายมู่ถอนหายใจ “นี่ก็เพราะได้ยินว่ามีของโบราณหายากปรากฏที่ฮู่เฉิง ถึงได้รีบมาไงล่ะ”

จงมั่นหวาพยักหน้า “มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้ฉันยังได้ยินอยู่ว่า ผู้เฒ่ามู่ถึงกับไปที่ยุโรปด้วยตัวเองเพราะโถลายครามสมัยราชวงศ์หยวนใบเดียว”

“ก็ใช่น่ะสิ” คุณนายมู่พูด “เพียงแต่ท่านผู้เฒ่าหัวใจมีปัญหา ออกมาครั้งนี้ก็ไม่ได้พาหมอมาด้วย ถ้าอาการกำเริบก็แย่เลยล่ะ”

“เข้าใจได้ คุณนายผู้เฒ่าของบ้านเราก็สุขภาพไม่ดี ออกไปข้างนอกก็ต้องระวัง”

“นั่นสิ ยังดีที่ท่านผู้เฒ่าเจอหมอเทวดาที่ฮู่เฉิง ไม่อย่างนั้นได้เกิดเรื่องขึ้นจริงๆ แล้ว”

คุณนายมู่รู้สึกโชคดีมาก

ถ้ามู่เฮ่อชิงจากไป ความเสียหายของตระกูลมู่จะมหาศาลมาก

อีกทั้งยังไม่ได้กำหนดผู้สืบทอดตระกูลมู่ มู่เฮ่อชิงต่างหากที่ต้องเป็นคนตัดสินใจอย่างแท้จริง

“หมอเทวดาเหรอ” จงมั่นหวาอึ้ง “ไม่ทราบว่าท่านไหนเหรอคะ”

นี่เมืองฮู่เฉิงมีบุคคลหน้าใหม่ถือกำเนิดขึ้นเหรอ

ทำไมเธอไม่เคยได้ยิน

“ท่านผู้เฒ่าไม่บอก” คุณนายมู่จิบชา “แต่คิดว่าต่อให้บอกพวกเราก็ไม่รู้จัก ก็แค่ได้ยินมู่เฉิงบอกว่า หมอเทวดาท่านนี้ ฝีมือการรักษาเมื่อเทียบกับหมอที่เด็กสุดของตระกูลเมิ่งคนนั้น…”

เธอทำไม้ทำมือ นิ่งไปสักพัก “เก่งกว่ามาก”

จงมั่นหวาตกใจ “เทพขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ไม่เคยเจอ ใครก็บอกไม่ได้” คุณนายมู่วางถ้วยชาลง ลุกขึ้น “มั่นหวา ฉันไปก่อน มีเรื่องอะไรก็โทรคุยกันนะ”

จงมั่นหวาก็ยืนขึ้น ออกไปส่งแขก

หลังจากคุณนายมู่ไปแล้ว พ่อบ้านถึงได้เดินเข้ามาจากลานบ้าน “คุณนายครับ ขอโทษด้วยครับที่ผมห้ามคุณหนูรองไม่ได้”

“ไม่ใช่ความผิดของพ่อบ้านหรอก” สีหน้าของจงมั่นหวาเย็นชาลงอีกครั้ง “ต่อไปก็ไม่ต้องสนเธอแล้ว เธออยากทำอะไรก็ปล่อยไป ช้าเร็วต้องมีสักวันที่ต้องเสียใจ”

“พอถึงเวลาสร้างความเดือดร้อนขึ้นมาก็ยังต้องให้ตระกูลอิ๋งช่วยเก็บกวาดให้อยู่ดี”

ถ้าไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ เธอไม่มีทางทุ่มเทแรงกายแรงใจ อีกทั้งยังเตรียมห้องให้อีกอย่างนี้

สั่งสอนมานานขนาดนี้ก็ยังสั่งสอนให้เป็นคุณหนูตระกูลไฮโซไม่สำเร็จ

พ่อบ้านลังเลเล็กน้อย ไม่พูดเรื่องที่เขาเห็นคำภาษาอังกฤษบนกล่องก่อนหน้านี้

เขาอาจมองผิดไปก็ได้ หรือไม่อาจจะแค่ชื่อซ้ำ

คิดๆ ดูก็คงใช่ คุณหนูรองเพิ่งมาอยู่ฮู่เฉิงได้ปีเดียว เมื่อก่อนใช้ชีวิตที่อำเภอชิงสุ่ยมาตลอด อำเภอเล็กๆ แบบนั้นไม่มีทางที่จะได้คลุกคลีกับระดับชนชั้นที่สูงกว่า

จงมั่นหวานวดขมับ สงบสติอารมณ์ จากนั้นก็หันไปสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ส่งคนไปสืบเรื่องหมอเทวดาที่คุณนายมู่พูดถึงหน่อย จะให้ดีต้องเชิญมาดูโรคชอบปวดหัวของคุณนายผู้เฒ่าสักหน่อยด้วย”

หยุดพูดเล็กน้อยก่อนจะกำชับต่อ “เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ต้องให้สมเกียรติแน่นอน”

พ่อบ้านรับทราบแล้วถอยออกไป

ที่ชั้นสาม

หลังจากที่อิ๋งจื่อจินเอาหนังสือเด็กทั้งลังออกมาเรียงบนชั้นหนังสือเสร็จก็นั่งหน้าคอมพิวเตอร์

เธอเปิดซีพียูอย่างคล่องแคล่ว นั่งพิงเก้าอี้ เริ่มอ่านนิยายอินเตอร์เน็ตที่วันนั้นยังอ่านไม่จบ

ชีวิตยามแก่แบบใหม่นี้กำลังพอเหมาะสำหรับเธอ

ไม่ต้องรบราฆ่าฟัน และก็ไม่ได้มีเรื่องรำคาญใจมากมาย ตอนนี้เธอไม่มีแผนที่จะให้คนพวกนั้นรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว

อย่างไรซะศัตรูของเธอก็มีอยู่ไม่น้อย

เธอมีเวลาว่างเยอะแยะที่จะศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด สิ่งใหม่ๆ พวกนี้น่าสนใจมากทีเดียว

ชานมหนึ่งแก้วดื่มหมดแล้ว อิ๋งจื่อจินไปหยิบอีกแก้ว

ตื๊ด!

ทันใดนั้นคอมพิวเตอร์ก็ส่งเสียง หน้าจอหยุดอยู่ที่เนื้อเรื่องตอนนางเอกถีบพระเอกตกสระน้ำ จากนั้นก็เอามือเท้าเอวหัวเราะสะใจ

อิ๋งจื่อจินเงยหน้า มองหน้าจอที่มืดลง ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

×

Pengaturan Membaca

Background :

Size :

A-16A+