คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ 620 ไม่รู้จักดูตัวเอง เฟิงซิว

Now you are reading คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ Chapter 620 ไม่รู้จักดูตัวเอง เฟิงซิว at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่ 620 ไม่รู้จักดูตัวเอง เฟิงซิว

อีกทั้งสถานะของหลินชิงจยาในสำนักเทียนอีก็สูงมาก

เป็นลูกศิษย์รุ่นที่สาม

แพทย์แผนโบราณหลายคนที่อาวุโสกว่าเธอหลายรอบก็ยังไม่มีสถานะสูงเท่านี้

ชายชราขมวดคิ้ว “พวกเราสนิทกับทางตระกูลเซี่ยมากกว่า ตระกูลหลินจะช่วยเหรอ”

เป็นตระกูลใหญ่เหมือนกัน แต่ศักยภาพโดยรวมของสามตระกูลอย่างหลิน เซี่ย และเย่ว์ก็อยู่เหนือกว่าตระกูลอื่นมาก

ในตระกูลสิบอันดับแรก เจ็ดตระกูลที่เหลือรวมกันก็ยังสู้หนึ่งในสามอันดับแรกไม่ได้

ตระกูลเซี่ยวรยุทธ์สูงมาก ฝีมือโหดเหี้ยม ตระกูลที่อยู่ใต้อาณัติมีเยอะกว่า

“ท่านผู้นำตระกูลคงไม่ทราบ” ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลฝานฟังจบก็ยิ้ม “ก็แค่เชิญแพทย์แผนโบราณ ขนาดศัตรูเจ็บหนักคุณชิงจยาก็ยังรักษา ในสายตาของหมอ แม้แต่ชายหญิงก็ไม่มีแบ่งแยกครับ”

“ท่านผู้นำตระกูลวางใจได้ เธอต้องช่วยแน่นอน”

ชายชราเงียบไปสักพักก็พูดขึ้น “ได้ งั้นนายพาคนไปที่บ้านตระกูลหลินตอนนี้เลย เตรียมของไปให้พร้อม ต้องขอร้องคุณชิงจยาให้ได้”

ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลฝานรับคำสั่งแล้วออกไป พาทีมคุ้มกันเดินทางไปบ้านตระกูลหลิน

หลินชิงจยาอยู่บ้านพอดี พ่อบ้านรีบไปส่งข่าวโดยเร็ว

“ตระกูลฝานเหรอ” หลินชิงจยาเช็ดมือ “พวกเขามาทำไมคะ”

“คือแบบนี้ครับ ถึงตระกูลฝานไม่พูด แต่พวกเราก็ได้ยินข่าวมาก่อนแล้ว” พ่อบ้านตอบ “ทางตะวันตกของโลกจอมยุทธ์มีตระกูลหลิง เพราะเรื่องบางอย่างทำให้ตระกูลฝานปิดกั้นช่องทางจ้างแพทย์ไร้สังกัดของตระกูลหลิงครับ”

“แต่คาดไม่ถึงว่าตระกูลหลิงจะรู้จักกับคุณอิ๋งจื่อจิน ไม่เพียงแต่จะหาแพทย์แผนโบราณมาให้ตระกูลหลิงได้ห้าสิบคน ทั้งยังให้แพทย์แผนโบราณทุกคนที่อยู่ตระกูลฝานออกไปหมดด้วย”

หลินชิงจยาเข้าใจแล้ว “ตระกูลฝานเลยอยากให้ฉันช่วยเชิญแพทย์แผนโบราณจากสำนักเทียนอีมาให้พวกเขาใช่ไหมคะ”

“ก็มีแค่แบบนั้นแล้วครับ” พ่อบ้านพูด “ตระกูลฝานก็เจ้าเล่ห์เหลือเกิน อยู่ใต้อาณัติตระกูลเซี่ย แต่กลับคิดจะมาเอาเปรียบตระกูลหลิน”

“ค่ะ ปฏิเสธไปค่ะ” หลินชิงจยาตอบ “ไม่ใช่แค่เพราะตระกูลเซี่ย คุณงามความดีที่คุณอิ๋งทำ คนในโลกแพทย์แผนโบราณรู้ดี เธอเป็นคนกำจัดแพทย์ผิดจรรยาบรรณ”

“เรื่องนี้ตระกูลฝานหาเรื่องใส่ตัว ทำไมฉันต้องเป็นศัตรูกับโลกแพทย์แผนโบราณเพื่อตระกูลฝานด้วย”

พ่อบ้านยิ้ม “ตระกูลฝานก็ช่างไม่รู้จักดูตัวเอง คุณชิงจยาฉลาดมากครับ ผมจะไปบอกให้พวกเขากลับไป”

เขาเดินออกไป

ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลฝานรีบเข้ามาหาทันที “คุณชิงจยารับปากแล้วเหรอครับ”

“ต้องขอโทษทุกท่านจริงๆ ครับ” พ่อบ้านตอบ “คุณชิงจยายังมีธุระ ต้องไปที่สหพันธ์จอมยุทธ์ ช่วงนี้ไม่มีเวลาไปโลกแพทย์แผนโบราณครับ”

ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลฝานหน้าเสีย

ไม่มีเวลาก็แค่ข้ออ้าง

หลินชิงจยาปฏิเสธที่จะช่วยพวกเขา

ผู้อาวุโสใหญ่กัดฟัน “พวกเรามากะทันหันเกินไป วันหน้าถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมคุณชิงจยาอีกครั้งแน่นอนครับ”

ตอนพูดประโยคสุดท้ายแววตาของเขาขรึมลงไปมาก

เขาจะรอ สักวันตระกูลเซี่ยต้องทำลายตระกูลหลิน

พ่อบ้านยิ้ม “ไม่ส่งนะครับ”

ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลฝานหน้าแดงก่ำ หันตัวเดินออกไปด้วยความโกรธ “พวกเราไปบ้านตระกูลเซี่ย!”

อีกด้านหนึ่ง

สหพันธ์จอมยุทธ์

คู่ต่อสู้ที่อิ๋งจื่อจินเลือกครั้งนี้เป็นปรมาจารย์จอมยุทธ์

เธอยื่นป้ายเบอร์ให้คนดูแลที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน กดหน้ากากแล้วถึงเข้าลานประลองด้านใน

“คุณผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว” คนดูแลจับป้ายเบอร์ ใบหน้าแดงก่ำ “ฉันจะไปรายงานนายน้อยเดี๋ยวนี้!”

ปรมาจารย์จอมยุทธ์เชียวนะ!

ครั้งก่อนเขาเขียนไว้ชัดเจน คนที่ผู้หญิงคนนี้สู้ด้วยเป็นว่าที่ปรมาจารย์จอมยุทธ์

นี่เพิ่งจะผ่านไปกี่วันเธอก็กำหนดเป้าหมายเป็นระดับปรมาจารย์จอมยุทธ์แล้วเหรอ

ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้อายุที่แท้จริงของอิ๋งจื่อจิน แต่ก็ไม่มีทางเยอะไปได้ถึงไหน

ปรมาจารย์จอมยุทธ์ที่เด็กขนาดนี้!

ถ้าเด็กมากจริง ไม่เท่ากับว่าเก่งกว่าเซี่ยเนี่ยนอีกเหรอ

คนดูแลรีบไปหาเฉิงจิ่นแล้ว

เฉิงจิ่นก็รู้เรื่องเมื่อหลายวันก่อน เขาวางงานในมือลงแล้วไปที่ลานประลองด้วยตัวเอง

เนื่องจากเป็นการต่อสู้ของปรมาจารย์จอมยุทธ์ คนที่ดูการประลองครั้งนี้จึงมีเยอะมาก

ประตูเหล็กสองฝั่งถูกเปิดออก คนประลองเดินออกมา

เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นชัดมาก

เด็กสาวรูปร่างสูงยาวสะโอดสะอง

ฝั่งตรงข้ามเธอเป็นชายฉกรรจ์ที่สูงถึงสองเมตร

ผู้ชมเริ่มตื่นเต้น

“ทำไมเป็นผู้หญิง” ชายฉกรรจ์ขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย “ฉันไม่สู้กับผู้หญิง ทางที่ดีเธอเป็นฝ่ายยอมแพ้ไปซะ ลงไป”

อิ๋งจื่อจินขยับข้อมือ พับแขนเสื้อขึ้น

“ก็บอกแล้วว่าฉันไม่สู้กับเธอ” ชายฉกรรจ์มองท่าทางของเธอ ชักหมดความอดทน “อย่ามาเสียแรงเปล่าเลย”

สู้กับจอมยุทธ์หญิง ต่อให้เขาชนะก็ไม่ได้มีเกียรติอะไร

เขาก็แค่ดูถูกผู้หญิง

ไม่อยู่บ้านดีๆ มาขึ้นเวทีประลองทำไม

ชายฉกรรจ์แสยะยิ้ม “ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้ไม่ขยับแล้วกัน”

เขาเพิ่งพูดจบอิ๋งจื่อจินก็ลงมือ

เธอไม่ได้ใช้กระบวนท่าที่พิสดารอะไรมาก แค่ยกเท้าใช้ศอก

ในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ชายฉกรรจ์ยังไม่ทันตั้งตัวก็ล้มลงไปกองบนพื้นแล้ว

อิ๋งจื่อจินเอาแขนเสื้อลง “คุณก็ไม่ต้องขยับจริงๆ นั่นแหละ”

“…”

เกิดความเงียบขึ้นภายในลานประลอง

ทุกคนต่างตะลึง

คนดูแลยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ “นายน้อย ดูสิครับ เธอมีฝีมือการต่อสู้ที่ดีมาก”

เฉิงจิ่นพยักหน้าเบาๆ รู้สึกตะลึงเช่นกัน “ใช้ได้ ถึงแม้เธอจะออกแค่สามกระบวนท่า แต่ทุกกระบวนท่าก็เจาะเข้าช่องโหว่ของอีกฝ่าย ปรมาจารย์จอมยุทธ์ก็เอาไม่อยู่หรอก”

บนเวที

อิ๋งจื่อจินหยุดสู้ หันตัวเดินออกไป

ชายฉกรรจ์ที่นอนอยู่บนพื้นกลับขยับตัวในเวลานี้

ดวงตาของเขาฉายแววอาฆาต ยืนขึ้น พุ่งเข้าไปจะโจมตีอิ๋งจื่อจิน ปากก็ไม่อยู่นิ่ง “สารเลว! รนหาที่ตาย!”

ผู้ชมต่างส่งเสียงฮือฮาตกใจ

“นายน้อยครับ เธอใจอ่อนเกินไป” พอเห็นแบบนี้คนคุ้มกันก็ส่ายหน้า “ สู้กับปรมาจารย์จอมยุทธ์ที่โหดเหี้ยมแบบนี้ควรลงมือฆ่าไปเลย คราวนี้ต้องเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งแล้ว”

“เดิมทีด้วยความสามารถของเธอ เมื่อครู่ฆ่าเขาได้ คนแบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้”

ถูกปรมาจารย์จอมยุทธ์โจมตีจากด้านหลัง ยังจะรอดเหรอ

เฉิงจิ่นหรี่ตามอง ไม่พูดอะไร แค่มองบนเวที

เวลานี้ชายฉกรรจ์พุ่งเข้าทางด้านหลังอิ๋งจื่อจิน

กำลังภายในในร่างกายของเขาเคลื่อนไหว ดูดดาบที่ตกอยู่ไม่ไกลเข้ามาในมือ

ชายฉกรรจ์ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย หมายจะเข้าไปแทงที่คอของเธอ

เสียงตกใจของผู้ชมดังยิ่งขึ้น มีคนถึงกับลุกขึ้นยืน

ยิ่งเป็นจอมยุทธ์ที่วรยุทธ์สูงก็ยิ่งดูถูกคนที่ทำร้ายคนอื่นจากด้านหลัง

แต่นี่เป็นเวทีประลองที่เดิมพันด้วยชีวิต ตราบใดที่ยังไม่ลงจากเวทีก็เท่ากับยังอยู่ในการต่อสู้

ต่อให้ลอบโจมตีก็ว่าอะไรไม่ได้

อิ๋งจื่อจินไม่หันกลับไป แววตาไม่วูบไหวแม้แต่น้อย

แต่ชั่วขณะที่ชายฉกรรจ์จะโจมตีเข้าถึงตัว เธอก็พลิกตัวอย่างกะทันหัน

หมุนตัวเตะเข้าไปที่หัวของชายฉกรรจ์

ในขณะเดียวกันมือของเธอก็จับแขนเขาไว้

เป๊าะ!

เสียงกระดูกหัก

แขนของชายฉกรรจ์หัก

เขาร้องโอดครวญเหมือนจะขาดใจ ดาบที่อยู่ในมือหล่นลง

อิ๋งจื่อจินใช้มือข้างหนึ่งจับบ่าของเขาแล้วยกตัวเขาขึ้นอย่างสบายๆ “อยากฆ่าฉันเหรอ”

ในที่สุดสีหน้าของชายฉกรรจ์ก็เปลี่ยนไป หวาดกลัวขั้นสุด “เธอ…”

เขายังไม่ทันพูดจบ

แววตาของอิ๋งจื่อจินเรียบเฉย ปล่อยมือ

ชายฉกรรจ์ดวงตาเบิกโพลง ล้มลงไปกองบนพื้น ไม่มีดิ้นรนแม้แต่น้อย

เวทีประลองที่เดิมพันด้วยชีวิต เป็นหรือตายแล้วแต่สวรรค์

ก่อนขึ้นเวทีประลองทั้งสองฝ่ายจะต้องเซ็นสัญญาเดิมพันด้วยชีวิต

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก บรรดาผู้ชมยังอึ้งอยู่

อิ๋งจื่อจินเดินออกไป

ไม่นานก็มีคนคุ้มกันสองคนขึ้นเวทีไปหามชายฉกรรจ์ลงมา

คนคุ้มกันก็งง ทั้งยังรู้สึกอายมาก “คุณชาย เธอ…”

ในที่สุดเฉิงจิ่นก็พูดขึ้น “ไม่ใช่ใจอ่อน แต่เธอประเมินสถานการณ์เก่ง ต่อให้คู่ต่อสู้คนนี้โจมตีเธอด้านหลังก็ทำเธอบาดเจ็บไม่ได้แม้แต่น้อย”

“แต่เธอก็ดูจะไม่ชอบฆ่าคนจริงๆ นี่ไม่ใช่เพราะใจอ่อน เธอก็แค่ไม่ได้กระหายชีวิตเหมือนจอมยุทธ์คนอื่น”

สุดท้ายเฉิงจิ่นพูดว่า “อย่าไปหาเรื่องคนแบบนี้เด็ดขาด เพราะถ้าเธอโมโหขึ้นมาจริงๆ จะน่ากลัวมาก”

เขาลุกขึ้นแล้วออกจากสนามประลอง กลับห้องหนังสือ

แต่ภายในห้องหนังสือกลับยังมีคนอื่นอีก

เป็นชายวัยกลางคน ใบหน้าคมเข้ม

เฉิงจิ่นตกใจ รีบคุกเข่าลง “พ่อบุญธรรม”

ชายคนนี้ก็คือประธานสหพันธ์จอมยุทธ์

“เมื่อกี้ฉันก็ได้ดูการประลองนั้นเหมือนกัน” แววตาของชายวัยกลางคนเหมือนกำลังคิดหนัก “บางกระบวนท่าแกรู้สึกคุ้นๆ หรือเปล่า”

เฉิงจิ่นนึก ทันใดนั้นก็ตกใจ “พ่อบุญธรรม บางกระบวนท่าของเธอเหมือนของพ่อบุญธรรมไม่มีผิด หรือว่า…”

“ฉันเลยกำลังคิดว่า บูรพาจารย์ของแกรับลูกศิษย์อีกแล้วหรือเปล่า” ชายวัยกลางคนพยักหน้า “ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ลงตัว”

เฉิงจิ่นอึ้งเล็กน้อย “พ่อบุญธรรมครับ แต่ไหนพ่อบุญธรรมบอกว่าท่านบูรพาจารย์ไม่อยู่แล้วไงครับ”

เฟิงซิวเป็นคนตั้งแต่ยุคไหนแล้ว

จากการสันนิษฐาน จอมยุทธ์ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปลายศตวรรษที่สิบหก โลกจอมยุทธ์ก็ก่อตั้งขึ้นมาตอนนั้น

ถ้าเฟิงซิวยังไม่ตาย อายุก็ใกล้ห้าร้อยปีแล้ว

วรยุทธ์ของเขาสูงมากก็จริง แต่ร่างกายของมนุษย์ก็ย่อมมีขีดจำกัด

เฟิงซิวก็แค่เคยสอนวิชาให้ประธานสหพันธ์จอมยุทธ์ระยะหนึ่ง หลังจากนั้นก็หายตัวไป

ครั้งล่าสุดที่ชายวัยกลางคนได้เจอเฟิงซิวก็เมื่อหนึ่งร้อยห้าสิบปีก่อนแล้ว ผ่านมาหนึ่งศตวรรษครึ่ง

“ใช่ แต่ดูจากตอนนี้บูรพาจารย์ของแกอาจยังมีชีวิตอยู่” ชายวัยกลางคนพยักหน้า “ไม่อย่างนั้นกระบวนท่าของเด็กสาวคนนี้จะมาจากไหน”

นอกจากเฟิงซิวแล้วก็ไม่มีใครรู้กระบวนท่าวิทยายุทธ์พวกนี้อีก

ชายวัยกลางคนก็เรียนมาแค่สองสามกระบวนท่า

เฉิงจิ่นสีหน้าขรึมลงเล็กน้อย “พ่อบุญธรรม ผมจะส่งคนไปขวางเธอไว้”

“ขวางอะไร” ชายวัยกลางคนอดทนไม่ง้างมือตบ “ถ้าเธอเป็นศิษย์ของบูรพาจารย์จริงก็ถือว่าลำดับรุ่นสูงกว่าแก ยังจะไปขวางอีกเหรอ ต้องไปเชิญสิ!”

พอพูดจบเขาก็เปลี่ยนคำพูดทันที “ไม่สิ แกยังไม่คู่ควร”

เฉิงจิ่น “…”

ชายวัยกลางคนพูด “เธอจะต้องมาที่สหพันธ์จอมยุทธ์อีกแน่นอน ไว้เธอมาครั้งหน้า ฉันจะไปเชิญเธอด้วยตัวเอง ถามว่าตอนนี้อาจารย์ของเธออยู่ที่ไหน”

เฟิงซิวเป็นถึงตำนานที่อยู่ในใจจอมยุทธ์ทุกคน

ชายวัยกลางคนถอนหายใจ “หวังว่าตอนที่ฉันยังมีชีวิตอยู่จะได้เจออาจารย์อีกสักครั้ง”

เฉิงจิ่นพยักหน้า “ผมจะช่วยพ่อบุญธรรมตามหาท่านบูรพาจารย์ให้เจอครับ”

อีกด้านหนึ่ง

อิ๋งจื่อจินกลับบ้านตระกูลหลิง

พอเจียงหรานเห็นเธอก็ราวกับเห็นแม่พระมาโปรด “พ่ออิ๋ง!”

อิ๋งจื่อจินมองผู้หญิงที่ร้องห่มร้องไห้อยู่หน้าห้องโถงใหญ่ “เกิดอะไรขึ้น”

“พ่ออิ๋ง เธอคือคุณหนูตระกูลฝาน ชื่ออะไรซีๆ นี่แหละ บอกว่ามาหาพ่ออิ๋ง ไล่ยังไงก็ไม่ยอมไป” เจียงหรานรำคาญมาก “แถมยังเอาแต่ร้องไห้ ฉันจะใช้กำลังก็ไม่ได้”

ถ้าเป็นผู้ชายเขาจะถีบออกไปทันที

พอฝานจื่อซีเห็นอิ๋งจื่อจินก็รีบคุกเข่าลงทันที เริ่มอ้อนวอน “คุณอิ๋ง ขอร้องล่ะค่ะ พวกเราไม่มีแพทย์แผนโบราณไม่ได้”

อิ๋งจื่อจินถอยหลังหนึ่งก้าว สีหน้าเรียบเฉย “อย่าแตะต้องฉัน คุณก็รู้สาเหตุดี ฉันให้โอกาสคุณ อย่ารนหาที่ตาย”

มือของฝานจื่อซีคว้าได้แค่อากาศ ชะงัก น้ำตาไหลหนักกว่าเดิม

ในใจของเธอสับสนมาก

หรืออิ๋งจื่อจินจะอ่านความคิดของตระกูลฝานออก

เป็นไปไม่ได้

เรื่องนี้พวกเขาเพิ่งตัดสินใจ และก็เป็นแผนที่เซี่ยเนี่ยนคิดให้เธอ

อิ๋งจื่อจินหยั่งรู้อนาคตได้หรือไง

ฝานจื่อซีกัดฟัน คำนับ “คุณอิ๋ง จริงๆ นะคะ ฉันขอร้อง ขอร้อง”

ขณะที่เธอร้องไห้อยู่ก็เหมือนมีอะไรมาถูกตัว ร่างกายอ่อนยวบ

ฝานจื่อซีเบิกตาโพลง ราวกับเหลือเชื่อ “คุณอิ๋ง คุณ…”

ยังไม่ทันพูดจบภาพก็ตัด ล้มไปกองบนพื้น

เจียงหรานอึ้ง

เวลานี้มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น

มีคนตวาด “หลบไป!”

นายใหญ่ฝานผลักคนคุ้มกันตระกูลหลิง รีบวิ่งเข้ามา ตะโกนด้วยความตกใจ “จื่อซี!”

ฝานจื่อซีไม่เหลือลมหายใจแล้ว

หลิงฉงโหลวกับผู้อาวุโสใหญ่ก็เข้ามา สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างอดไม่ได้

คนที่อยู่ตรงนั้นมีแต่จอมยุทธ์ สายตาดีเป็นพิเศษ

พวกเขาเห็นอย่างชัดเจนว่าตรงคอของฝานจื่อซีมีเข็มทองสามเล่ม

ริมฝีปากของเธอม่วงคล้ำ หน้าซีด

เข็มทองสามเล่มนี้ได้ตัดขาดชีพจรของเธอ ผนึกเลือดลมไม่ให้หมุนเวียน

ต่อให้เธอมีวรยุทธ์ติดตัวก็ช่วยไม่ได้

ตายอย่างไม่ต้องสงสัย

มีเพียงแพทย์แผนโบราณที่จะพกเข็มทองติดตัว

“ดีมาก อิ๋งจื่อจิน!” นายใหญ่ฝานแสยะยิ้ม “พวกเรามาขอร้องเธอ เธอไม่รับปากก็ไม่เป็นไร แต่ยังจะฆ่าคนอีกเหรอ หมายความว่าไง”

“คงไม่ได้คิดจะปฏิเสธใช่ไหม นอกจากเธอแล้วใครยังจะมีเข็มทองได้อีก เมื่อกี้ฉันมองอยู่ เธออยู่ใกล้จื่อซีที่สุด!”

สายตาของนายใหญ่ฝานเย็นชา จ้องกดดัน

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด