คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ 806 สงสัย

Now you are reading คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ Chapter 806 สงสัย at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่ 806 สงสัย

ฮองเฮาได้ฟังองค์หญิงหมิงจู ในใจก็ดีใจพูดไม่ออก สีหน้ากลับแสดงอาการเป็นห่วง

“หมิงจู อย่าก่อเรื่อง เสด็จพ่อทรงงานยุ่ง”

แต่ไรมาองค์หญิงหมิงจูก็เอาแต่ใจ เพราะนางเป็นองค์หญิงเพียงพระองค์เดียว เซียวอวี้โปรดปรานนางมาก ทำให้นิสัยนางเอาแต่ใจอย่างที่สุด ยามนี้นางไหนเลยจะยอมฟังคำฮองเฮา ตะโกนอย่างไม่ยอมแพ้ว่า “ข้าจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ ข้าจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ”

ฮองเฮากล่อมไปอีกสองที เห็นว่าอารมณ์องค์หญิงหมิงจูไม่อาจระงับได้อีกต่อไป ก็ส่งคนไปทูลเชิญฮ่องเต้

เซียวอวี้ยามนี้เพิ่งจะเลิกประชุม พอได้ยินรายงานขันทีก็รีบเสด็จมา

คนที่ตามเขามาด้วยก็มีอ๋องจิ่นเซียวเจินกับอ๋องหมิงเซียวเหวินอวี๋

แม้ว่าเซียวเหวินอวี๋อายุยังน้อย แต่เขาหน้าตาโดดเด่น สวมชุดผ้าไหมปักดิ้น กิริยาท่าทางของเขาก็ยังสูงสง่ามีราศี ทำให้คนเห็นแล้วไม่อาจมองผ่านไปได้ ดังนั้นพอเขาปรากฏตัว องค์หญิงหมิงจูก็สังเกตเห็นเขาทันที

พอเห็นเขา นางก็คิดถึงเรื่องที่ตนเองแพ้ดอกไม้

องค์หญิงหมิงจูรีบยกมือชี้เซียวเหวินอวี๋ตะโกนดังว่า “เขา เขาทำร้ายข้า”

องค์หญิงหมิงจูกล่าวจบก็มองไปยังเซียวอวี้ แผดเสียงร้องไห้ดังกล่าวว่า “เสด็จพ่อ เขาวางยาพิษหม่อมฉัน ต้องเป็นเขาวางยาพิษหม่อมฉันเป็นแน่ มารดาเลี้ยงของเขาวิชาการแพทย์ร้ายกาจมาก เขาต้องไปขอยามารดาเลี้ยงเขามาทำร้ายหม่อมฉัน เสด็จพ่อ รีบให้คนจับตัวเขาไว้”

เซียวอวี้หันไปมองเซียวเหวินอวี๋ จากนั้นก็มองไปยังองค์หญิงหมิงจู เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “เอะอะอันใดกัน”

กล่าวจบก็มองไปยังฮองเฮาอย่างไม่พอใจ อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่าฮองเฮาทำอันใด

ฮองเฮาแอบสะดุ้งวาบในใจเล็กน้อย แต่ก็โมโหขึ้นมา ทำไมพอเกิดเรื่อง คนแรกที่เซียวอวี้สงสัยคือนาง ความสัมพันธ์ของเขาและนางสองสามีภรรยาถึงกับย่ำแย่เพียงนี้หรือ

ในใจฮองเฮาครุ่นคิด แต่สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน ยังคงก้มกายถวายพระพรนอบน้อม “ฝ่าบาท”

เซียวอวี้ไม่ได้สนใจฮองเฮา หันไปนั่งบนเก้าอี้ในห้อง เขาเรียกลู่เจียวเข้ามาถาม

ยามนี้องค์หญิงหมิงจูจึงได้เห็นลู่เจียว ตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมา ก็เอาแต่จมจ่อมอยู่กับอาการป่วยตนเอง ไม่ได้เห็นลู่เจียวที่ยืนอยู่ในตำหนักนาง ยามนี้ได้ยินเซียวอวี้ถาม จึงได้รู้ลู่เจียวถึงกับมาอยู่ในตำหนักบรรทมนางด้วย และอาการป่วยนางก็เป็นลู่เจียวรักษา

องค์หญิงหมิงจูพลันเสียสติขึ้นมา ชี้ไปที่ลู่เจียวตะโกนดังว่า “เสด็จพ่อ ท่านรีบให้นางไสหัวออกไป ให้นางออกไป ข้าเป็นเช่นนี้ต้องเป็นเพราะนางทำร้ายข้า นางร่วมมือกับเซียวเหวินอวี๋ทำร้ายข้า”

“เสด็จพ่อ ท่านรีบให้คนจับตัวนางไว้ จับไว้แล้วลงทัณฑ์สอบ นางต้องยอมสารภาพเป็นแน่”

เซียวอวี้เห็นว่าองค์หญิงหมิงจูไร้ธรรมเนียมอย่างที่สุดก็โมโหมาก ตวาดเยียบเย็น “หุบปาก!”

เป็นถึงองค์หญิง ถึงกับทำท่าทางราวกับหญิงร้านตลาด เซียวอวี้เห็นแล้วก็ไม่พอใจอย่างมาก กล่าวตามตรง องค์หญิงหมิงจูเป็นบุตรีเพียงหนึ่งเดียวของเขา เพราะเป็นบุตรี เซียวอวี้จึงดีกับนางไม่เลว เพราะนางไม่เพียงแต่เป็นบุตรีเขา ยังเกี่ยวข้องกับจวนจ้าวกั๋วกง เซียวอวี้ต้องการให้เกียรติตระกูลจ้าว

แต่คิดไม่ถึงว่าบุตรีไม่ได้เรื่องเช่นนี้ ประหนึ่งหญิงร้านตลาดก็มิปาน

ในใจเซียวอวี้โมโหอย่างมาก หน้าบึ้งมององค์หญิงหมิงจู นางถูกเขาตวาดแล้วก็ร้องไห้ แต่เห็นเสด็จพ่อทรงกริ้วเช่นนี้ ก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องไห้ดังมาก ได้แต่สะอื้นไห้เบาๆ

เซียวอวี้เห็นนางปวดใจ ในใจก็พลอยทนรับไม่ไหวไปด้วย เขาหันไปมองลู่เจียว ถามว่า “เมื่อก่อนองค์หญิงหมิงจูไม่เคยแพ้ดอกไม้ ตอนนี้เหตุใดอยู่ๆ จึงแพ้ดอกไม้ได้ หรือว่ามีคนวางยาพิษนาง”

ลู่เจียวเลิกคิ้วกล่าวว่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันตรวจไม่พบว่าในตัวองค์หญิงมีร่องรอยถูกพิษอันใด”

เซียวอวี้มองไปยังหมอหลวงฉีกับฉีเหล่ย ทั้งสองคนก็เอ่ยพร้อมกัน “พวกกระหม่อมก็ตรวจไม่พบพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวอวี้ขมวดคิ้วหน้าบึ้ง กล่าวว่า “เมื่อก่อนองค์หญิงไม่เคยมีอาการแพ้ดอกไม้ เหตุใดอยู่ๆ จึงเกิดอาการเช่นนี้ได้”

ครั้งนี้ลู่เจียวตอบอย่างไม่อ้อมค้อมทันที “หม่อมฉันขอทูลถามฝ่าบาท หรือว่าในบรรดาคนที่ป่วยก่อนหน้านั้นเคยป่วยมาก่อน องค์หญิงแพ้ดอกไม้ อาจเป็นไปได้ว่านางไปแตะต้องแหล่งกำเนิดของอาการแพ้ ทำให้สภาพร่างกายเปลี่ยนไป หม่อมฉันขอทูลถามฝ่าบาท ใต้หล้านี้มียาอันใดที่ทำให้สภาพร่างกายดั้งเดิมกำเนิดเปลี่ยนไปได้ ฝ่าบาททรงเคยได้ยินไหมเพคะ”

เซียวอวี้ถูกถามจนอึ้ง แม้ว่าวิชาการแพทย์ลู่เจียวดี แต่ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามียาอันใดทำให้สภาพร่างกายเดิมแต่กำเนิดเปลี่ยนไปได้

ดังนั้นนี่เป็นสาเหตุจากร่างกายขององค์หญิงหมิงจูเอง

เซียวอวี้เงยหน้าจ้องมองลู่เจียวนิ่งลึก

ลู่เจียวสีหน้านิ่งเฉย เห็นได้ชัดว่ารำคาญบรรดาเชื้อพระวงศ์มาก

เซียวอวี้จึงได้แอบถามว่า “สภาพองค์หญิงเช่นนี้ วันหน้าต้องใส่ใจอันใดบ้าง”

ลู่เจียวทูลตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ขอเพียงไม่ไปในที่ที่มีดอกไม้ก็พอ และก็ห้ามกินของที่มีส่วนผสมของดอกไม้ หากแตะต้องก็อาจจะทำให้องค์หญิงเสียชีวิตได้ ขอเพียงไม่แพ้ ไข้สูงและผื่นแดงก็จะหายไปเอง แต่หากนางยังแพ้ไม่หยุด ผื่นแดงบนตัวก็จะเป็นแผลเป็น วันหน้าแผลเป็นจะทิ้งรอยไว้ตามใบหน้าและลำตัวนางเป็นแผลวงกว้าง ดูแล้วอัปลักษณ์น่ากลัวมาก”

ลู่เจียวกล่าวจนสุดท้าย องค์หญิงหมิงจูตกใจหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ส่งเสียงกรีดร้องมุดเข้าไปในผ้าห่ม คล้ายว่ากำลังหลบหนีชะตาชีวิตนตนเอง

“ข้าไม่ต้องการ ข้าไม่ต้องการเช่นนี้ ข้าไม่ต้องการ”

เซียวอวี้ขมวดคิ้วแน่นขึ้น เขามองลู่เจียวกล่าวว่า “อาการภูมิแพ้ของนางไม่มีทางรักษาแล้วจริงๆ หรือ”

ลู่เจียวส่ายหน้า “ทูลฝ่าบาท ไม่มีเพคะ แม้ว่าหม่อมฉันวิชาการแพทย์ไม่เลว แต่ไม่ได้รักษาโรคป่วยฉับพลันหนักหนาพวกนั้นได้ทุกโรค หม่อมฉันได้แต่ป้องกันอาการภูมิแพ้ขององค์หญิงได้ แต่ไม่อาจรักษาให้หายได้”

เซียวอวี้ยังจะกล่าวอันใดได้ ได้แต่หันหน้าไปปลอบใจองค์หญิงหมิงจู “ไว้เสด็จพ่อให้คนมายกดอกไม้ในตำหนักเจ้าออกไปให้หมด ขนออกไปให้หมด เจ้าก็ไม่เป็นอันใดแล้ว”

องค์หญิงหมิงจูตะกายออกมาจากผ้าห่ม ร้องไห้กล่าวว่า “เสด็จพ่อ ท่านหาคนมารักษาให้ข้าด้วย ข้าต้องรักษาหายได้ ข้าต้องหายได้”

เซียวอวี้รีบรับปากนาง “ได้ เสด็จพ่อรับปากเจ้า”

องค์หญิงหมิงจูยังกล่าวอีกว่า “เสด็จพ่อ ท่านต้องช่วยข้าสืบเรื่องนี้ หากมีคนจงใจทำร้ายข้า ท่านต้องแก้แค้นให้ข้าด้วย”

“ตกลง” เซียวอวี้รับปากไปอย่างนั้น

เขากล่าวจบก็ลุกขึ้นจะเดินออกไป ก็ได้ยินเสียงขันทีด้านนอกดังขึ้น “ไทเฮาเสด็จ”

ไทเฮาจ้าวนำคนเข้ามาดูอาการองค์หญิงหมิงจู องค์หญิงหมิงจูเห็นไทเฮาจ้าว ก็แผดเสียงร้องไห้ดังลั่น กล่าวว่า “เสด็จย่าช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย มีคนทำร้ายข้า พวกเขาวางยาข้า ท่านต้องช่วยออกหน้าให้ข้าด้วย”

ไทเฮาจ้าวสีพระพักตร์เยียบเย็นทันที “เกิดเรื่องอันใดขึ้น”

แต่ไรมาองค์หญิงหมิงจูถือว่าไทเฮาจ้าวทรงโปรดปรานนาง จึงได้เอาแต่ใจ หากบอกว่าต่อหน้าเซียวอวี้นางแค่เอาแต่ใจเล็กน้อย ต่อหน้าไทเฮาจ้าวเรียกได้ว่าไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด ยามนี้เห็นไทเฮามา นางรีบชี้ที่ลู่เจียวตะโกนดังว่า “เสด็จย่า นางทำร้ายข้า ต้องเป็นนางทำร้ายข้าเป็นแน่”

เซียวเหวินอวี๋ได้ฟังองค์หญิงหมิงจูก็มีสีหน้าเยียบเย็น คิดจะเข้าไปถาม ลู่เจียวมองมาด้วยสายตาเย็นเยียบ ส่งสายตาเตือนว่าอย่าได้ใจร้อนเกินไป

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด