สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?! 217 ลักลอบยามเที่ยงคืน (1)

Now you are reading สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?! Chapter 217 ลักลอบยามเที่ยงคืน (1) at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

เมื่อเย็นเฉียบบนหน้าอก ทำให้เล่อเหยาเหยาอดหดกายไม่ได้ แววตาดูเขินอายอย่างที่สุด

คิ้วเรียวดุจผ้าไหม งดงามเย้ายวนใจ เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงกลืนน้ำลายเมื่อมอง ดวงตาเย็นชาร้อนแรง คำรามเสียงแผ่วเบา ก่อนกลายร่างเป็นหมาป่าต้องการกลืนกินกระต่ายน้อยเย้ายวนใจตรงหน้านี้เข้าไป

จุมพิตบ้าคลั่งนั้นแฝงไปด้วยไฟร้อนระอุ ไม่นานก็ทำให้เล่อเหยาเหยากลายเป็นน้ำในฤดูใบไม้ผลิ ร่างกายอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง จึงปล่อยให้บางคนทำตามอำเภอใจเท่านั้น

ส่วนเหลิ่งจวิ้นอวี๋เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนจับใจของเล่อเหยาเหยา แทบยอมสยบอยู่แทบเท้า ก่อนถอดเสื้อผ้าบนกายและมงกุฏเครื่องประดับทั้งหมดของเล่อเหยาเหยาออก ไม่นานเล่อเหยาเหยารู้สึกเพียงร่างกายเบาสบาย และเย็นเฉียบ เพราะบนกายเธอเวลานี้ความจริงไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิดแม้แต่ชิ้นเดียว

เห็นเช่นนั้น เล่อเหยาเหยาเขินอาย จึงใช้สองมือกอดอกที่เปลือยเปล่าไว้ เหลิ่งจวิ้นอวี๋เห็นเช่นนั้นอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ รอยยิ้มแฝงด้วยความปรารถนาอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป

“เหยาเหยา เจ้างดงามยิ่งนัก ข้าหลงใหลเจ้าเป็นที่สุด รู้หรือไม่!”

“อวี๋”

เมื่อได้ยินเสียงแหบพร่าทรงเสน่ห์ของชายหนุ่ม ทำให้เล่อเหยาเหยาใบหน้าร้อนผ่าว สายตามองชายหนุ่มดูแง่งอนแฝงด้วยความเขินอาย ชวนหลงใหลเป็นที่สุด

ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงยื่นมือใหญ่ดึงแขนที่ปิดบังหน้าอกของเล่อเหยาเหยาออก จากนั้นจุมพิตลงบนปทุมถันอ่อนนุ่มของเล่อเหยาเหยา

เล่อเหยาเหยาเวลานี้ เพราะการเจริญเติบโต บริเวณหน้าอกจึงอวบอิ่มเป็นพิเศษ กระต่ายหยกขาวผ่องน่าภูมิใจนั้นเย้ายวนใจยิ่งนัก ทำให้เหลิ่งจวิ้นอวี๋อดซบใบหน้าลงสูดกลิ่นกายน่าหลงใหลของเธอไม่ได้ จากนั้นใช้ลิ้นหยอกเย้าปทุมถันอ่อนนุ่มนั้น จนกระทั่งมันเปลี่ยนเป็นชูชัน ชุ่มฉ่ำท่ามกลางแสงเทียนเรืองรอง เหลิ่งจวิ้นอวี๋เมื่อเห็นก็ดูดกลืนปทุมถันนั้นไม่หยุด

เมื่อถูกเหลิ่งจวิ้นอวี๋ดูดกลืนอย่างชำนาญ เล่อเหยาเหยารู้สึกเพียงมีกระแสไฟฟ้าอันวาบหวาม กำลังทะลักออกมาจากส่วนลึกในกายเธอ ความรู้สึกวาบหวามนี้ ทำให้เธอทั้งขลาดกลัวและยากจะอดกลั้น ทว่ากลับต้องการมากขึ้น

ร่างกายเล็กดิ้นรนอยู่ใต้ล่างชายหนุ่มอย่างทนไม่ไหวนั้น ทำให้ไฟปรารถนาของชายหนุ่มลุกโชนมากขึ้น

ดังนั้นชายหนุ่มจึงคำรามออกมา สอดมือข้างหนึ่งประคองกระต่ายหยกขาวผ่องของหญิงสาวไว้ ก่อนจุมพิตลงไป ส่วนมืออีกข้างกลับดึงมือนุ่มของหญิงสาวเคลื่อนลงไปที่หว่างขาเปลือยเปล่าของตน

แต่ขณะมือเล็กของเล่อเหยาเหยากำลังสัมผัสระหว่างขาที่บวมเบ่งขึ้นมาของชายหนุ่ม เสียงเด็กแฝงความไม่เข้าใจ กลับพลันดังขึ้น

“เสด็จพ่อ ท่านหิวหรือ เหตุใดจึงดื่มนมเสด็จแม่ เซวียนเอ๋อร์ก็อยากดื่มนมเช่นกัน!”

เสียงเล็กดังขึ้นนั้น ทำให้สองคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความปรารถนาดุจถูกสาดน้ำเย็นจากศีรษะลงมา

เล่อเหยาเหยาร้องตกใจ ก่อนรีบผลักเหลิ่งจวิ้นอวี๋ที่คร่อมอยู่บนกายออก จากนั้นพลันดึงผ้าห่มมาปกปิดร่างกายอย่างรวดเร็ว

ส่วนเหลิ่งจวิ้นอวี๋มีสีหน้าเขินอายหลายส่วน และหงุดหงุดที่ถูกคนขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม

หลังยื่นมือใหญ่ปกปิดระหว่างต้นขาตน เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงขมวดคิ้วมุ่น ก่อนพลันเอ่ยถามคนตัวเล็กที่พลันปรากฎตัวขึ้นที่หัวเตียง

“เซวียนเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่”

เมื่อได้ยินคำพูดของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ เหลิ่งอวี้เซวียนที่ไม่รู้ว่าตนเข้ามาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มของผู้อื่น จึงกระพริบดวงตากลมโตกระจ่างใสชั่วขณะ ก่อนเอ่ยความจริงออกมา

“น้าผิงเอ่ยว่าวันนี้คือวันดีของเสด็จพ่อเสด็จแม่ ไม่ให้ข้ารบกวนพวกท่าน แต่เซวียนเอ๋อร์คิดถึงเสด็จแม่ ดังนั้นจึงแอบซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงนอน หลังน้าเซี่ยลี่และเซี่ยผิงหาข้าไม่เจอจึงออกมา”

เหลิ่งอวี้เซวียนเอ่ยนุ่มนิ่มแบบเด็ก บนใบหน้าปรากฎความภูมิใจหลายส่วน ทันใดนั้นคล้ายนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงกระพริบตากลมโตสว่างไสวชั่วขณะ ก่อนถามอย่างแปลกใจ

“เสด็จพ่อ เมื่อครู่ท่านกับเสด็จแม่ทำสิ่งใดกันหรือ เหตุใดต้องเปลือยกายกดทับอยู่บนกายเสด็จแม่ พวกท่านทำเช่นนี้ไม่หนาวหรือ!”

คนตัวเล็กดูท่าทางเป็นผู้ใหญ่ ดูไม่พอใจกับการกระทำเมื่อครู่นี้ของเล่อเหยาเหยาและเหลิ่งจวิ้นอวี๋อย่างชัดเจน

เพราะเมื่อเจ็บป่วยจะทรมานยิ่งนัก และยังต้องดื่มยารสขมพวกนั้นอีกด้วย!

เหลิ่งอวี้เซวียนเวลานี้ เห็นชัดว่าเพราะห่วงกังวลเหลิ่งจวิ้นอวี๋และเล่อเหยาเหยา ทว่าคำพูดนี้ของเขากลับทำให้เล่อเหยาเหยาเขินอายอย่างหนัก เมื่อขายหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มจึงร้อนผ่าวดุจก้นลิง ท่าทางนั้นคล้ายอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี

“อวี๋ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่าน!” เล่อเหยาเหยาเอ่ยอย่างแง่งอน เหลิ่งจวิ้นอวี๋ได้ยินจึงจนใจอย่างยิ่ง

“เหตุใดจึงโทษข้าเพียงผู้เดียว พวกเราเมื่อครู่ทำเรื่องพวกนั้นล้วนคือเรื่องปกติ!”

เหลิ่งจวิ้นอวี๋เอ่ยจบถูกเล่อเหยาเหยาตัดบท พลันใช้สายตาบอกให้เขาจัดการเรื่องนี้

เหลิ่งจวิ้นอวี๋เห็นจึงเพียงลูบจมูก จากนั้นแสดงท่าทางของบิดาออกมา ก่อนหมุนกายเอ่ยกับเหลิ่งอวี้เซวียน

“เซวียนเอ๋อร์ น้าผิงของเจ้าพูดไม่ผิด วันนี้คือวันมงคลของข้าและเสด็จแม่ของเจ้า ดังนั้นตอนนี้เจ้าต้องเป็นเด็กดีออกไปหาน้าผิง จากนั้นกลับไปนอนที่ห้องดีหรือไม่”

สำหรับกองทัพที่ยิ่งใหญ่ เหลิ่งจวิ้นอวี๋ต่างมีท่าทางเลือดเย็นเด็ดขาด แต่เมื่อเจอคนตัวเล็กตรงหน้านี้ เหลิ่งจวิ้นอวี๋ที่เป็นบิดายังคงไม่คุ้นชิน ดังนั้นเมื่อเอ่ยคำนี้ขึ้นจึงรู้สึกด้อยค่า

แต่เหลิ่งจวิ้นอวี๋พยายามเต็มที่แล้ว

โดยใช้เสียงที่เขาคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุด ปลอบประโลมคนตัวเล็กตรงหน้านี้

เดิมทีคิดว่าหลังเขาเอ่ยคำนี้ เหลิ่งอวี้เซวียนจะเชื่อฟังกลับห้องนอนแต่โดยดี ผู้ใดจะรู้หลังเหลิ่งอวี้เซวียนได้ยินคำนี้ กลับพลันปฏิเสธขึ้นทันที

“ไม่ดี!”

“เอ่อ”

เมื่อได้ยินคำนี้ของเหลิ่งอวี้เซวียน เหลิ่งจวิ้นอวี๋ขมวดคิ้วมุ่นชั่วขณะ เพราะสำหรับความไม่สบายใจของเด็กน้อยตรงหน้านี้ เขายังฝืนใจเอ่ยออกไป

“เพราะเหตุใดจึงไม่ดีหรือ”

“เพราะเซวียนเอ๋อร์จะนอนกับเสด็จแม่!”

เมื่อไม่รับรู้ว่าบางคนกำลังอดกลั้นไฟปรารถนาคุกกรุ่นบนกายอย่างทรมาน เหลิ่งอวี้เซวียนจึงเอ่ยอย่างมีเหตุมีผล

เพราะตั้งแต่เด็กเขาไม่เคยแยกจากมารดา แม้กระทั่งเวลานอนก็อยู่ด้วยกัน ดังนั้นตอนนี้เขาย่อมต้องการนอนกับมารดาของเขา!

ความคิดของเหลิ่งอวี้เซวียนง่ายดายอย่างยิ่ง แต่หลังจากเหลิ่งจวิ้นอวี๋ได้ยินคำพูดนี้ของเขา กลับพลันใบหน้ามืดครึ้ม

“เซวียนเอ๋อร์ มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าควรเข้าใจ ตอนนี้เสด็จแม่ของเจ้าคือพระชายาของข้า พวกเราคือสามีภรรยา ดังนั้นสามีภรรยาทุกคืนควรจะนอนด้วยกัน ส่วนเจ้าควรกลับไปนอนที่ห้องของตนเองอย่างเชื่อฟัง”

เหลิ่งจวิ้นอวี๋ยอมรับว่าตนฝืนใจเอ่ยปลอบออกไปอย่างยิ่ง แต่หลังเหลิ่งอวี้เซวียนได้ยินคำพูดเขา คล้ายโลกจะแตกสลาย ตะโกนเสียงดังอย่างไม่พอใจขึ้นมา

“ไม่ เสด็จแม่เป็นของข้า มีเพียงข้าที่จะอยู่กับเสด็จแม่ได้ ผู้ใดห้ามแย่งเสด็จแม่ของข้าไป!”

เอ่ยจบเห็นร่างเล็กของเหลิ่งอวี้เซวียนพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดเล่อเหยาเหยาอย่างรวดเร็ว แขนและขาเล็กเกาะเกี่ยวบนกายเล่อเหยาเหยาแน่น คล้ายแม้ตายก็ไม่ยอมลงมา

และความปรารถนาอันรุนแรงระหว่างคิ้ว กลับเหมือนกับเขาไม่มีผิด!

เห็นเช่นนั้นเหลิ่งจวิ้นอวี๋หน้าเขียวคล้ำ

เพราะแม้นี้จะคือบุตรชายของเขา แต่บุตรชายก็ไม่สามารถแย่งชิงหญิงสาวของเขาได้!

พอคิดถึงตรงนี้ เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงโมโหเหลิ่งอวี้เซวียน เอ่ยตะโกนออกไปด้านนอก

“เซี่ยลี่ เซี่ยผิง!”

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ ประตูไม้บานสลักที่ปิดสนิทถูกผลักเปิดออกจากด้านนอก ก่อนเซี่ยลี่และเซี่ยผิงจะปรากฎตัวขึ้น

เมื่อเห็นภาพภายในห้อง เซี่ยผิงและเซี่ยลี่ต่างเข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

เซี่ยผิงก็รีบเดินเข้าไปอุ้มเหลิ่งอวี้เซวียน

“เซวี่ยนเอ่อร์ของน้า เด็กดีไปนอนกับน้าเถิด อย่าดื้อเลยนะ วันนี้คือวันมงคลของเสด็จพ่อเสด็จแม่นะ ต้องเป็นเด็กดี!”

“ไม่ น่าผิงข้าจะนอนกับเสด็จแม่ เสด็จแม่เป็นของเซวียนเอ๋อร์ เสด็จพ่อจะแย่งเสด็จแม่จากเซวียนเอ๋อร์หรือ ฮือๆ ข้าไม่ยอม เสด็จแม่ ข้าจะอยู่กับเสด็จแม่”

ทราบดีว่าตนมีเรี่ยวแรงน้อยนิด จึงกลัวถูกเซี่ยผิงอุ้มไป เหลิ่งอวี้เซวียนจึงเบ้ปากก่อนร้องไห้เสียงดังออกมา

น้ำตาบนดวงตากลมโตใสกระจ่างนั้นไหลรินลงบนสองแก้มนุ่มไม่หยุด ปากเล็กอ้ากว้างร้องห่มร้องไห้อย่างหนัก ดูน่าสงสารอย่างยิ่ง

เมื่อเห็นบุตรชายตนร้องไห้อย่างน่าสงสาร เล่อเหยาเหยาจึงปวดใจ

“เด็กดี เซวียนเอ๋อร์หยุดร้องไห้ได้แล้ว คืนนี้แม่จะนอนกับเซวียนเอ๋อร์เอง!”

ช่างปวดใจกับบุตรชายเสียจริง เล่อเหยาเหยาพลันรีบโอบกอดเหลิ่งอวี้เซวียน ก่อนเอ่ยปลอบโยน

เซี่ยลี่และเซี่ยผิงเห็นเช่นนั้น สบตากันรอบหนึ่งอยู่ด้านข้าง

กลับเป็นเหลิ่งจวิ้นอวี๋ หลังได้ยินคำพูดของเล่อเหยาเหยาใบหน้าเขียวคล้ำสลับดำมืด เปี่ยมไปด้วยความหึงหวงอย่างไม่ปิดบัง

น่าตายนัก หรือบุตรชายของเขาผู้นี้เกิดมาแย่งชิงหญิงสาวของเขา!

เขาครอบครองผู้หญิงของเขามาห้าปีแล้ว แม้กระทั่งคืนแต่งงานก็ต้องการครอบครองหรือ!

สำหรับเรื่องนี้ เหลิ่งจวิ้นอวี๋จะรับได้อย่างไร!

แต่จะให้เขาทำสีหน้าเคร่งขรึมเผชิญหน้ากับเหยาเหยา เขาย่อมตัดใจทำไม่ได้

ก้มลงมองคนตัวเล็กที่ร้องห่มร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเล่อเหยาเหยา เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงใจอ่อนและหงุดหงิด

กลับกล้านอนคว่ำอยู่บนหน้าอกของภรรยาตน หากเขาไม่ใช่บุตรชายของตน เขาต้องจัดการเขาแน่!

เหลิ่งจวิ้นอวี๋คิดในใจด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าตนกำลังหึงหวงแม้กระทั่งบุตรชายของตน

เล่อเหยาเหยาที่อยู่บนเตียง เห็นใบหน้าคล้ำดุจดื่มหมึกเข้าไปของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ กลับกลอกตามองเขาอย่างโกรธเคืองและขบขัน ก่อนกล่าวยิ้มๆ ขึ้นมา

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด