Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ 789 เทพแห่งความตายที่มองไม่เห็น

Now you are reading Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ Chapter 789 เทพแห่งความตายที่มองไม่เห็น at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

โลกระบบย่อยการป้องกันที่สอง

แสงเตือนสงครามขนาดใหญ่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก สะท้อนท้องนภาให้เป็นสีชาด

เพราะทั่วโลกอยู่ในสภาพสงคราม เสียงแจ้งเตือนจึงไม่หยุดดัง

ถึงแม้เสียงการแจ้งเตือนเหล่านี้จะดังและรุนแรง แต่มันถูกทำให้เสถียรด้วยเสียงแทะที่ละเอียดอ่อนและหนักอึ้ง

มันคือเสียงสัตว์ประหลาดกำลังกัดแทะ

สัตว์ประหลาดบรรพกาลยังคงรุดหน้าเข้าสู่สมรภูมิ

ทั่วโลกหายไปสองถึงสามส่วน จุดป้องกันหลักของโลกยังไม่ถูกพิชิต

นี่คือการต่อสู้อันยาวนานและยากลำบาก

โชคยังดี สัตว์ประหลาดบรรพกาลมีประสบการณ์ในเรื่องนี้สูง บ้างโจมตี บ้างป้องกัน บ้างเคลื่อนไหวอย่างสงบและเป็นระเบียบยามต่อสู้ ไม่แสดงความหงุดหงิดแต่ใดๆ

ผู้ปกครองโลกบรรพกาลและสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ปรากฏตัวในสมรภูมิ

พวกมันทั้งหมดรวมตัวที่ด้านหลังขณะรอช่วงเวลาการต่อสู้อันดุเดือดอย่างเงียบงัน

พวกมันทำลายระบบย่อยไปหนึ่งหมื่นแปดพันแปดร้อยดวงแล้ว มีโลกหกร้อยสี่สิบเจ็ดแห่งที่มีสภาพคล้ายกับระบบย่อยการป้องกันที่สอง

แสดงว่าสัตว์ประหลาดรู้ว่าจะชนะอย่างไรโดยที่ตัวเองสูญเสียน้อยที่สุด

พวกมันเพียงต้องทำตามวิธีที่เคยสำรวจแบบเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อบรรลุสู่ชัยชนะในตอนท้าย

แต่พวกมันไม่รู้ว่าเหนือศีรษะนั้น มีคนผู้หนึ่งกำลังจับตาดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อย่างเงียบงัน

กู่ฉิงซานนั่นเอง

เขาเพิ่งมาถึงโลกนี้ในสภาพล่องหน

“โลกทางฝั่งเทคโนโลยี…ออกจะแปลกไปเสียหน่อย…”

กู่ฉิงซานมองนักสู้กำลังสู้กับสัตว์ประหลาดขณะพึมพำเช่นนั้น

เขาไม่มั่นใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะเหาะลงไปยังใจกลางสมรภูมิ

ตอนนี้ สัตว์ประหลาดบรรพกาลหลายสิบตัวรุมเข้าใส่นักสู้เกราะสูงห้าเมตรที่กองอยู่บนพื้นก่อนกัดอย่างบ้าคลั่ง

นักสู้เกราะส่งการโจมตีด้วยคลื่นกระแทกอันน่าตกตะลึงออกไป สังหารสัตว์ประหลาดที่อยู่ใกล้ที่สุดลงได้

เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่มากขนาดนี้ มันไม่มีทางขัดขืนได้ ทำให้ถูกทำลายอย่างรวดเร็ว

สัตว์ประหลาดพุ่งเข้าหานักสู้เกราะตัวต่อไป

ตอนนี้ กู่ฉิงซานเดินมายืนอยู่หน้าซากจักรกล

เขาตรวจสอบอย่างละเอียดสักพักก่อนหยิบมีดเยือกแข็งออกมาและตวัดลงไปตามชิ้นส่วนเครื่องจักรที่ได้รับความเสียหาย

‘ฉัวะ’

โลหิตไหลหลั่ง เนื้อเยื่อมัดกล้ามสีแดงสดใสถูกเฉือนออกมา

กู่ฉิงซานเก็บมีดก่อนพยักหน้าเล็กน้อย

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกว่าแปลกประหลาด

นี่ไม่ใช่เกราะเหล็กกล้าธรรมดา

มันคืออาวุธต่อสู้ที่ถูกสร้างจากอวัยวะสิ่งมีชีวิต ทั่วร่างประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อมากมายที่ยืนยันได้ว่าเป็นร่างมนุษย์ เมื่อได้รับความเสียหายมากเกินไป โลหิตจะไหลออกมา

กู่ฉิงซานเหาะขึ้นสู่ท้องนภาอีกครั้งขณะมองรอบข้าง

ทั่วดินแดนล้วนสร้างจากเหล็กกล้า แต่สิ่งปลูกสร้างจำนวนมากทั่วดินแดนถูกกลืนกินโดยสัตว์ประหลาดดุร้ายขนาดเล็กคล้ายมดบิน

ป้อมปืนบนสิ่งปลูกสร้างบางแห่งจะทำการโจมตีอันทรงพลังเพื่อกวาดล้างฝูงมดบินจำนวนมากเพียงไม่กี่ครั้ง

ตอนนี้ มดบินถอยทัพ สัตว์ประหลาดบรรพกาลทรงพลังอย่างงูสองปีกหกขาขึ้นมาสู่แนวหน้าก่อนทำลายป้อมปืนบนสิ่งปลูกสร้าง

หลังจากนั้น นักสู้เกราะจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นและเข้าสู่สมรภูมิเพื่อสู้กับศัตรู

สัตว์ประหลาดบรรพกาลบุกเข้ามาทันที

การต่อสู้เข้าสู่ช่วงการต่อสู้ระยะประชิดอย่างตึงเครียด

หลังจากต่อสู้กันสักพัก สัตว์ประหลาดบรรพกาลที่ได้เปรียบเรื่องจำนวนและพลังต่อสู้ยึดครองส่วนหนึ่งของดินแดนไปได้ก่อนรุดหน้าต่อ

เหตุการณ์นี้เกิดซ้ำไปมา พื้นที่ที่สัตว์ประหลาดยึดครองมากขึ้นเรื่อยๆ

กู่ฉิงซานมองฉากที่กำลังเกิดขึ้นในสมรภูมิ

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าสงครามหรือ

เขาส่ายหน้า เบือนสายตาหนีแล้วมองมาที่หน้าต่างระบบเทพสงคราม

แถวข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าต่าง

“ระบบเทพสงครามเชื่อมต่อกับระบบป้องกันของโลกแล้ว”

“พบตำแหน่งลับของแกนป้องกันโลก”

“โปรดเคลื่อนที่ไปหนึ่งหมื่นสองพันกิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเตรียมยึดระบบป้องกันโลกใบนี้”

หลังจากอ่านข้อความนี้ กู่ฉิงซานอดที่จะถามไม่ได้ว่า “เจ้าสามารถยึดระบบป้องกันของโลกนี้ได้หรือ”

‘ติ๊ง!’

ระบบเทพสงครามตอบว่า “ไม่ใช่ข้า ท่านต่างหาก ท่านคือเผ่าพันธุ์มนุษย์ แน่นอนว่ามีสิทธิ์ยึดระบบป้องกัน”

“อ้อ ข้าคิดว่าเจ้าจะมีพลังมากกว่านั้นเสียอีก” กู่ฉิงซานกล่าว

ระบบเทพสงครามเมินเขา

กู่ฉิงซานประเมินเวลาล่องหนอย่างละเอียดก่อนเหาะไปทางตะวันออกเฉียงใต้ทันที

ระบบเทพสงครามพลันกล่าวอีกครั้งว่า “ช้าก่อน”

“มีอะไรหรือ” กู่ฉิงซานถาม

“เวลาล่องหนของท่านเหลือเฟือ เก็บรวบรวมพลังวิญญาณก่อนแล้วค่อยไปแกนป้องกัน” ระบบเทพสงครามกล่าว

กู่ฉิงซานกล่าวว่า “ข้าจัดการสัตว์ประหลาดระดับสูงไม่ได้นะ”

“ฆ่าพวกทหารก็พอ” ระบบเทพสงครามกล่าว

กู่ฉิงซานลังเลสักพักแล้วกล่าวทันทีว่า “เอาเถอะ เจ้าจับเวลาให้ข้า ถ้าเวลาใกล้หมดแล้วก็บอกด้วยละกัน”

“ได้” ระบบเทพสงครามกล่าว

กู่ฉิงซานเหาะเข้าสู่ใจกลางสมรภูมิก่อนง้างมีดเยือกแข็งในมือขึ้นมา

มีดส่องแสงทอประกาย

ทหารบรรพกาลถูกฟันขาดเป็นสองส่วน

แถวขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบเทพสงครามทันที

“ท่านสังหารสัตว์หนามบรรพกาล ได้รับพลังวิญญาณสี่หมื่นแต้ม”

“ระบบทำการเก็บไว้สามหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบห้าแต้ม”

“ท่านเหลือพลังวิญญาณ: ยี่สิบเจ็ดส่วนหกร้อย”

กู่ฉิงซานชำเลืองมองอีกฝ่ายขณะถือมีดเยือกแข็งแล้วสังหารสัตว์ประหลาดตัวต่อไป

ทั่วสมรภูมิทอดยาวเกือบหนึ่งพันไมล์ มีการต่อสู้ดุเดือดทุกหนแห่ง นอกจากนี้ กู่ฉิงซานยังอยู่ในสภาพล่องหน เขาไม่สนใจที่จะส่งเสียงมากเกินไปขณะเปลี่ยนตำแหน่งเป็นครั้งคราว การต่อสู้ของเขาจึงไม่ดึงดูดเผ่าพันธุ์บรรพกาล

พลังวิญญาณเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พลังวิญญาณบวกหนึ่ง”

“พลังวิญญาณบวกสาม”

“พลังวิญญาณบวกห้า”

“พลังวิญญาณบวกเก้า”

กู่ฉิงซานทำการเก็บเกี่ยวชีวิตของสัตว์ประหลาดตลอดทาง แต่ในใจของเขายังเต็มไปด้วยความสงสัย

นี่เป็นครั้งแรกที่ระบบเทพสงครามแจ้งเตือนให้เขาเก็บรวบรวมพลังวิญญาณ

นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หรือว่าระบบเทพสงครามจ่ายพลังวิญญาณมากเกินไปจนถึงขั้นสาหัสจริงๆ

กู่ฉิงซานหรี่ตา

นี่มันไม่ถูก

ตอนอยู่ที่ใต้ดินของโลกเซินหวู่ ระบบเทพสงครามถามเขาว่าอยากกลับไปอดีตเพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะความเป็นความตายหรือไม่

เป็นความจริงที่ระบบเทพสงครามไม่สามารถเดินทางผ่านมิติและเวลาได้ แต่แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น ระบบกลับไม่กล่าวถึงพลังวิญญาณเลย

ทำไมตอนนี้ระบบเทพสงครามถึงขอพลังวิญญาณล่ะ

กู่ฉิงซานครุ่นคิด มือยังคงขยับไปมา

เขากวัดแกว่งมีดอีกครั้งเพื่อสังหารสัตว์ประหลาดบรรพกาลตรงหน้า จากนั้นเปลี่ยนสถานที่เพื่อทำการสังหารสัตว์ประหลาดต่อ

ด้วยการจมดิ่งสู่ความคิด ความเร็วการสังหารสัตว์ประหลาดของกู่ฉิงซานยิ่งมายิ่งเร็ว

เพราะระบบต้องการพลังวิญญาณ ไม่ว่าจะเพื่อรักษาความเสียหายหรือจะเพื่อสิ่งอื่น กู่ฉิงซานก็ตัดสินใจที่จะช่วย

อย่างไรเสีย ระบบก็ไม่เคยปฏิบัติกับเขาแบบแย่ๆ มาก่อน

มีดเยือกแข็งเหมือนกับหิมะ มันปรากฏขึ้นและหายไปบนสมรภูมิเป็นครั้งคราว ทุกที่ที่มันผ่าน สัตว์ประหลาดจะถูกฟาดฟัน

ไม่มีสัตว์ประหลาดตัวไหนที่สามารถมองเห็นกู่ฉิงซานได้

ตอนนี้ เขาคือเทพแห่งความตายที่ล่องหนอยู่

ไม่รู้ว่าผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว

เสียงเด่นชัดดังขึ้นมา

‘ติ๊ง!’

ระบบเทพสงครามกล่าวว่า “เอาล่ะ ท่านต้องใช้เวลาที่เหลือเพื่อมุ่งสู่แกนป้องกันโลกนี้”

กู่ฉิงซานหยุดมือ

เขามองหน้าต่างระบบเทพสงครามและมองค่าพลังวิญญาณประจำตัว

“พลังวิญญาณที่เหลือ: สามพันเก้าร้อยยี่สิบเจ็ดส่วนหกร้อย”

สำหรับเขา นี่ถือเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดี

ส่วนระบบเทพสงคราม พลังวิญญาณที่ได้รับนั้นถือว่าเป็นจำนวนที่มาก อยู่ที่ราวสิบล้าน

พลังวิญญาณจำนวนนี้มากพอที่จะทำทุกสิ่ง

ต่อให้จะบาดเจ็บเพราะมอบพลังวิญญาณให้ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเผชิญกับพลังวิญญาณที่มากขนาดนี้ คาดว่าอีกไม่ช้าก็คงหายดี

กู่ฉิงซานถามอย่างไม่แน่ใจว่า “ระบบ ถ้ามีโอกาสล่องหนอีกในอนาคต พวกเรายังต้องฆ่าแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า”

“แน่นอน ข้าต้องการพลังวิญญาณอีก” ระบบเทพสงครามกล่าว

กู่ฉิงซานนิ่ง

“เอาเถอะ ข้าหวังว่าจะมีโอกาสได้รับพลังวิญญาณจำนวนมากอีกในภายหลัง”

กู่ฉิงซานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม แต่ในใจค่อยๆ ดิ่งวูบ

………………………………

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ 789 เทพแห่งความตายที่มองไม่เห็น

Now you are reading Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ Chapter 789 เทพแห่งความตายที่มองไม่เห็น at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

โลกระบบย่อยการป้องกันที่สอง

แสงเตือนสงครามขนาดใหญ่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก สะท้อนท้องนภาให้เป็นสีชาด

เพราะทั่วโลกอยู่ในสภาพสงคราม เสียงแจ้งเตือนจึงไม่หยุดดัง

ถึงแม้เสียงการแจ้งเตือนเหล่านี้จะดังและรุนแรง แต่มันถูกทำให้เสถียรด้วยเสียงแทะที่ละเอียดอ่อนและหนักอึ้ง

มันคือเสียงสัตว์ประหลาดกำลังกัดแทะ

สัตว์ประหลาดบรรพกาลยังคงรุดหน้าเข้าสู่สมรภูมิ

ทั่วโลกหายไปสองถึงสามส่วน จุดป้องกันหลักของโลกยังไม่ถูกพิชิต

นี่คือการต่อสู้อันยาวนานและยากลำบาก

โชคยังดี สัตว์ประหลาดบรรพกาลมีประสบการณ์ในเรื่องนี้สูง บ้างโจมตี บ้างป้องกัน บ้างเคลื่อนไหวอย่างสงบและเป็นระเบียบยามต่อสู้ ไม่แสดงความหงุดหงิดแต่ใดๆ

ผู้ปกครองโลกบรรพกาลและสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ปรากฏตัวในสมรภูมิ

พวกมันทั้งหมดรวมตัวที่ด้านหลังขณะรอช่วงเวลาการต่อสู้อันดุเดือดอย่างเงียบงัน

พวกมันทำลายระบบย่อยไปหนึ่งหมื่นแปดพันแปดร้อยดวงแล้ว มีโลกหกร้อยสี่สิบเจ็ดแห่งที่มีสภาพคล้ายกับระบบย่อยการป้องกันที่สอง

แสดงว่าสัตว์ประหลาดรู้ว่าจะชนะอย่างไรโดยที่ตัวเองสูญเสียน้อยที่สุด

พวกมันเพียงต้องทำตามวิธีที่เคยสำรวจแบบเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อบรรลุสู่ชัยชนะในตอนท้าย

แต่พวกมันไม่รู้ว่าเหนือศีรษะนั้น มีคนผู้หนึ่งกำลังจับตาดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อย่างเงียบงัน

กู่ฉิงซานนั่นเอง

เขาเพิ่งมาถึงโลกนี้ในสภาพล่องหน

“โลกทางฝั่งเทคโนโลยี…ออกจะแปลกไปเสียหน่อย…”

กู่ฉิงซานมองนักสู้กำลังสู้กับสัตว์ประหลาดขณะพึมพำเช่นนั้น

เขาไม่มั่นใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะเหาะลงไปยังใจกลางสมรภูมิ

ตอนนี้ สัตว์ประหลาดบรรพกาลหลายสิบตัวรุมเข้าใส่นักสู้เกราะสูงห้าเมตรที่กองอยู่บนพื้นก่อนกัดอย่างบ้าคลั่ง

นักสู้เกราะส่งการโจมตีด้วยคลื่นกระแทกอันน่าตกตะลึงออกไป สังหารสัตว์ประหลาดที่อยู่ใกล้ที่สุดลงได้

เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่มากขนาดนี้ มันไม่มีทางขัดขืนได้ ทำให้ถูกทำลายอย่างรวดเร็ว

สัตว์ประหลาดพุ่งเข้าหานักสู้เกราะตัวต่อไป

ตอนนี้ กู่ฉิงซานเดินมายืนอยู่หน้าซากจักรกล

เขาตรวจสอบอย่างละเอียดสักพักก่อนหยิบมีดเยือกแข็งออกมาและตวัดลงไปตามชิ้นส่วนเครื่องจักรที่ได้รับความเสียหาย

‘ฉัวะ’

โลหิตไหลหลั่ง เนื้อเยื่อมัดกล้ามสีแดงสดใสถูกเฉือนออกมา

กู่ฉิงซานเก็บมีดก่อนพยักหน้าเล็กน้อย

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกว่าแปลกประหลาด

นี่ไม่ใช่เกราะเหล็กกล้าธรรมดา

มันคืออาวุธต่อสู้ที่ถูกสร้างจากอวัยวะสิ่งมีชีวิต ทั่วร่างประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อมากมายที่ยืนยันได้ว่าเป็นร่างมนุษย์ เมื่อได้รับความเสียหายมากเกินไป โลหิตจะไหลออกมา

กู่ฉิงซานเหาะขึ้นสู่ท้องนภาอีกครั้งขณะมองรอบข้าง

ทั่วดินแดนล้วนสร้างจากเหล็กกล้า แต่สิ่งปลูกสร้างจำนวนมากทั่วดินแดนถูกกลืนกินโดยสัตว์ประหลาดดุร้ายขนาดเล็กคล้ายมดบิน

ป้อมปืนบนสิ่งปลูกสร้างบางแห่งจะทำการโจมตีอันทรงพลังเพื่อกวาดล้างฝูงมดบินจำนวนมากเพียงไม่กี่ครั้ง

ตอนนี้ มดบินถอยทัพ สัตว์ประหลาดบรรพกาลทรงพลังอย่างงูสองปีกหกขาขึ้นมาสู่แนวหน้าก่อนทำลายป้อมปืนบนสิ่งปลูกสร้าง

หลังจากนั้น นักสู้เกราะจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นและเข้าสู่สมรภูมิเพื่อสู้กับศัตรู

สัตว์ประหลาดบรรพกาลบุกเข้ามาทันที

การต่อสู้เข้าสู่ช่วงการต่อสู้ระยะประชิดอย่างตึงเครียด

หลังจากต่อสู้กันสักพัก สัตว์ประหลาดบรรพกาลที่ได้เปรียบเรื่องจำนวนและพลังต่อสู้ยึดครองส่วนหนึ่งของดินแดนไปได้ก่อนรุดหน้าต่อ

เหตุการณ์นี้เกิดซ้ำไปมา พื้นที่ที่สัตว์ประหลาดยึดครองมากขึ้นเรื่อยๆ

กู่ฉิงซานมองฉากที่กำลังเกิดขึ้นในสมรภูมิ

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าสงครามหรือ

เขาส่ายหน้า เบือนสายตาหนีแล้วมองมาที่หน้าต่างระบบเทพสงคราม

แถวข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าต่าง

“ระบบเทพสงครามเชื่อมต่อกับระบบป้องกันของโลกแล้ว”

“พบตำแหน่งลับของแกนป้องกันโลก”

“โปรดเคลื่อนที่ไปหนึ่งหมื่นสองพันกิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเตรียมยึดระบบป้องกันโลกใบนี้”

หลังจากอ่านข้อความนี้ กู่ฉิงซานอดที่จะถามไม่ได้ว่า “เจ้าสามารถยึดระบบป้องกันของโลกนี้ได้หรือ”

‘ติ๊ง!’

ระบบเทพสงครามตอบว่า “ไม่ใช่ข้า ท่านต่างหาก ท่านคือเผ่าพันธุ์มนุษย์ แน่นอนว่ามีสิทธิ์ยึดระบบป้องกัน”

“อ้อ ข้าคิดว่าเจ้าจะมีพลังมากกว่านั้นเสียอีก” กู่ฉิงซานกล่าว

ระบบเทพสงครามเมินเขา

กู่ฉิงซานประเมินเวลาล่องหนอย่างละเอียดก่อนเหาะไปทางตะวันออกเฉียงใต้ทันที

ระบบเทพสงครามพลันกล่าวอีกครั้งว่า “ช้าก่อน”

“มีอะไรหรือ” กู่ฉิงซานถาม

“เวลาล่องหนของท่านเหลือเฟือ เก็บรวบรวมพลังวิญญาณก่อนแล้วค่อยไปแกนป้องกัน” ระบบเทพสงครามกล่าว

กู่ฉิงซานกล่าวว่า “ข้าจัดการสัตว์ประหลาดระดับสูงไม่ได้นะ”

“ฆ่าพวกทหารก็พอ” ระบบเทพสงครามกล่าว

กู่ฉิงซานลังเลสักพักแล้วกล่าวทันทีว่า “เอาเถอะ เจ้าจับเวลาให้ข้า ถ้าเวลาใกล้หมดแล้วก็บอกด้วยละกัน”

“ได้” ระบบเทพสงครามกล่าว

กู่ฉิงซานเหาะเข้าสู่ใจกลางสมรภูมิก่อนง้างมีดเยือกแข็งในมือขึ้นมา

มีดส่องแสงทอประกาย

ทหารบรรพกาลถูกฟันขาดเป็นสองส่วน

แถวขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบเทพสงครามทันที

“ท่านสังหารสัตว์หนามบรรพกาล ได้รับพลังวิญญาณสี่หมื่นแต้ม”

“ระบบทำการเก็บไว้สามหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบห้าแต้ม”

“ท่านเหลือพลังวิญญาณ: ยี่สิบเจ็ดส่วนหกร้อย”

กู่ฉิงซานชำเลืองมองอีกฝ่ายขณะถือมีดเยือกแข็งแล้วสังหารสัตว์ประหลาดตัวต่อไป

ทั่วสมรภูมิทอดยาวเกือบหนึ่งพันไมล์ มีการต่อสู้ดุเดือดทุกหนแห่ง นอกจากนี้ กู่ฉิงซานยังอยู่ในสภาพล่องหน เขาไม่สนใจที่จะส่งเสียงมากเกินไปขณะเปลี่ยนตำแหน่งเป็นครั้งคราว การต่อสู้ของเขาจึงไม่ดึงดูดเผ่าพันธุ์บรรพกาล

พลังวิญญาณเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พลังวิญญาณบวกหนึ่ง”

“พลังวิญญาณบวกสาม”

“พลังวิญญาณบวกห้า”

“พลังวิญญาณบวกเก้า”

กู่ฉิงซานทำการเก็บเกี่ยวชีวิตของสัตว์ประหลาดตลอดทาง แต่ในใจของเขายังเต็มไปด้วยความสงสัย

นี่เป็นครั้งแรกที่ระบบเทพสงครามแจ้งเตือนให้เขาเก็บรวบรวมพลังวิญญาณ

นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หรือว่าระบบเทพสงครามจ่ายพลังวิญญาณมากเกินไปจนถึงขั้นสาหัสจริงๆ

กู่ฉิงซานหรี่ตา

นี่มันไม่ถูก

ตอนอยู่ที่ใต้ดินของโลกเซินหวู่ ระบบเทพสงครามถามเขาว่าอยากกลับไปอดีตเพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะความเป็นความตายหรือไม่

เป็นความจริงที่ระบบเทพสงครามไม่สามารถเดินทางผ่านมิติและเวลาได้ แต่แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น ระบบกลับไม่กล่าวถึงพลังวิญญาณเลย

ทำไมตอนนี้ระบบเทพสงครามถึงขอพลังวิญญาณล่ะ

กู่ฉิงซานครุ่นคิด มือยังคงขยับไปมา

เขากวัดแกว่งมีดอีกครั้งเพื่อสังหารสัตว์ประหลาดบรรพกาลตรงหน้า จากนั้นเปลี่ยนสถานที่เพื่อทำการสังหารสัตว์ประหลาดต่อ

ด้วยการจมดิ่งสู่ความคิด ความเร็วการสังหารสัตว์ประหลาดของกู่ฉิงซานยิ่งมายิ่งเร็ว

เพราะระบบต้องการพลังวิญญาณ ไม่ว่าจะเพื่อรักษาความเสียหายหรือจะเพื่อสิ่งอื่น กู่ฉิงซานก็ตัดสินใจที่จะช่วย

อย่างไรเสีย ระบบก็ไม่เคยปฏิบัติกับเขาแบบแย่ๆ มาก่อน

มีดเยือกแข็งเหมือนกับหิมะ มันปรากฏขึ้นและหายไปบนสมรภูมิเป็นครั้งคราว ทุกที่ที่มันผ่าน สัตว์ประหลาดจะถูกฟาดฟัน

ไม่มีสัตว์ประหลาดตัวไหนที่สามารถมองเห็นกู่ฉิงซานได้

ตอนนี้ เขาคือเทพแห่งความตายที่ล่องหนอยู่

ไม่รู้ว่าผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว

เสียงเด่นชัดดังขึ้นมา

‘ติ๊ง!’

ระบบเทพสงครามกล่าวว่า “เอาล่ะ ท่านต้องใช้เวลาที่เหลือเพื่อมุ่งสู่แกนป้องกันโลกนี้”

กู่ฉิงซานหยุดมือ

เขามองหน้าต่างระบบเทพสงครามและมองค่าพลังวิญญาณประจำตัว

“พลังวิญญาณที่เหลือ: สามพันเก้าร้อยยี่สิบเจ็ดส่วนหกร้อย”

สำหรับเขา นี่ถือเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดี

ส่วนระบบเทพสงคราม พลังวิญญาณที่ได้รับนั้นถือว่าเป็นจำนวนที่มาก อยู่ที่ราวสิบล้าน

พลังวิญญาณจำนวนนี้มากพอที่จะทำทุกสิ่ง

ต่อให้จะบาดเจ็บเพราะมอบพลังวิญญาณให้ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเผชิญกับพลังวิญญาณที่มากขนาดนี้ คาดว่าอีกไม่ช้าก็คงหายดี

กู่ฉิงซานถามอย่างไม่แน่ใจว่า “ระบบ ถ้ามีโอกาสล่องหนอีกในอนาคต พวกเรายังต้องฆ่าแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า”

“แน่นอน ข้าต้องการพลังวิญญาณอีก” ระบบเทพสงครามกล่าว

กู่ฉิงซานนิ่ง

“เอาเถอะ ข้าหวังว่าจะมีโอกาสได้รับพลังวิญญาณจำนวนมากอีกในภายหลัง”

กู่ฉิงซานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม แต่ในใจค่อยๆ ดิ่งวูบ

………………………………

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

×

Pengaturan Membaca

Background :

Size :

A-16A+