ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]บทที่ 422: เหล่านักโทษจากสงคราม (2)

Now you are reading ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] Chapter บทที่ 422: เหล่านักโทษจากสงคราม (2) at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บท​ที่​ 422: เหล่า​นักโทษ​จาก​สงคราม​ (2)

สีหน้า​ของ​ฉิน​เย่​เปลี่ยนเป็น​เคร่งขรึม​อย่าง​สมบูรณ์​

จาก​ที่​ซาเซียง​จู่พูด​ มัน​เห็นได้ชัด​เจน​ว่า​นคร​ชฺวี​ฟู่…นั้น​เป็น​สถานที่​ที่​พัฒนา​อย่าง​ไม่น่าเชื่อ​!

ตาม​ประวัติศาสตร์​ สงคราม​ครั้ง​ใหญ่​ไม่เคย​เกิดขึ้น​ท่ามกลาง​ถิ่นทุรกันดาร​ กลับกัน​ ทั้งหมด​ล้วน​เกิดขึ้น​ใน​เมือง​ที่​พัฒนา​แล้ว​ ความยิ่งใหญ่​ของ​เมือง​ที่​พัฒนา​แล้วน​ั้นเปรียบ​ได้​กับ​ป้อมปราการ​หุ้ม​ทอง​ หาก​นคร​ชฺวี​ฟู่ถูก​สร้าง​ขึ้น​เช่นนั้น​จริง​ เช่นนั้น​…มัน​ก็​มีความเป็นไปได้​สูงที่​การ​สูญเสีย​ของ​อีก​ฝ่าย​จะยิ่ง​มากขึ้น​หาก​เขา​ลอบ​โจมตี​ที่​นคร​ชฺวี​ฟู่!

“40 ตารางกิโลเมตร​?” ฉิน​เย่​ถามด้วย​แววตา​ที่​ลุกโชน​ นั่น​คือ​สองเท่า​ของ​ที่​พวกเขา​ได้​คาดการณ์​ไว้​ใน​ตอนแรก​

ซาเซียง​จู่ส่ายหน้า​

ฉิน​เย่​อ้าปากค้าง​ “60?”

ซาเซียง​จู่ยังคง​ส่ายหน้า​

“80?”

“อย่าง​น้อย​ 100” สีหน้า​ของ​ซาเซียง​จู่เคร่งขรึม​อย่าง​ไม่สามารถ​หา​ที่​เปรียบ​ได้​ “มัน​แทบจะ​เหมือนกับ​เมือง​ที่​เรา​มักจะ​เห็น​กัน​ใน​ละครโทรทัศน์​สมัยใหม่​! มัน​ถูก​สร้าง​ขึ้น​ใน​สไตล์​ก่อน​ราชวงศ์​หมิง​ ไม่ว่า​จะมอง​มุมใด​ เมือง​แห่ง​นี้​ก็​มีขนาดใหญ่​มาก​! มัน​แทบจะ​เหมือนกับ​–… แทบจะ​เหมือนกับ​ว่า​เมือง​ทั้งเมือง​มีอายุ​มานาน​กว่า​ร้อย​ปี​แล้ว​!”

100 ตารางกิโลเมตร​!!

รูม่านตา​ของ​ฉิน​เย่หด​เล็ก​ลง​ขณะที่​เขา​เหลือบมอง​ไป​ทาง​อาร์​ทิส​ และ​ก็​พบ​ว่า​สีหน้า​ของ​นาง​ในเวลานี้​เอง​ก็​เคร่งขรึม​ลง​เช่นกัน​

พวกเรา​ไม่ได้​กำลัง​พูดถึง​การ​สูญเสีย​ครั้ง​ใหญ่​อีกต่อไป​… แต่​มัน​คือ​การนองเลือด​!

เมือง​ที่​ใหญ่​ขนาด​นั้น​… จำนวน​กองกำลัง​ที่​ประจำการ​อยู่​ที่นั่น​จะต้อง​ไม่ต่ำกว่า​ 4 แสน​อย่าง​แน่นอน​!

นี่​เป็น​เพราะว่า​อีก​ฝ่าย​คง​ไม่สามารถ​ลาดตระเวน​ไป​ตาม​ถนน​ได้​โดยที่​ปราศจาก​กองกำลัง​ทหาร​จำนวนมาก​

เงียบสนิท​

หยาง​เหยียน​เจา โน​บู​ทา​ดะ​ มู่กุ้ย​อิง​ และ​คนอื่น​ ๆ ต่าง​ก็​จมอยู่กับ​ความคิด​ของ​ตัวเอง​เช่นกัน​ พวกเขา​ไม่มีรอยยิ้ม​ประดับ​อยู่​บน​ใบหน้า​อีกต่อไป​ มัน​แทบจะ​เหมือนกับ​ว่า​ความหวัง​ใน​การ​ที่จะ​ได้รับ​ชัยชนะ​ของ​พวกเขา​ได้​หลุดลอย​ออก​ไป​ ความ​พัฒนา​ของ​นคร​ชฺวี​ฟู่นั้น​อยู่​เหนือ​การคาดการณ์​ของ​พวกเขา​ไป​มาก​! จริงอยู่​ หาก​พวกเขา​สามารถ​โค่นล้ม​นคร​ชฺวี​ฟู่ได้​ เมือง​ทั้งเมือง​ก็​จะตกเป็นของ​พวกเขา​ แต่​การ​ล้อมรอบ​เมือง​ขนาดใหญ่​เช่นนั้น​มัน​เป็นเรื่อง​ง่าย​ที่จะ​พูด​มากกว่า​ทำ​ หาก​พูด​กัน​ตามตรง​ มัน​เป็น​ภารกิจ​ที่​แทบจะ​เป็นไปไม่ได้​เลย​ด้วยซ้ำ​!

ซาเซียง​จู่เอ่ย​ต่อ​ “เมื่อ​ครั้งแรก​ที่​ข้า​ตอบรับ​เข้าร่วม​กลุ่ม​พันธมิตร​ ข้า​ยังคง​สงสัย​อยู่​ว่า​มัน​จะเป็น​กลุ่ม​พันธมิตร​แบบ​ใด​ แต่​หลังจากที่​เข้าไป​ใน​เมือง​นั้น​ ข้า​ถึงได้​รู้​ว่า​กลุ่ม​พันธมิตร​ดังกล่าว​ได้​ครอบครอง​ทั้ง​มณฑล​ซาน​ตง​และ​มณฑล​เจียงซู​ และ​ข้า​ก็​ประหลาดใจ​เป็นอย่างมาก​ที่​เห็น​ขั้น​ตุลาการ​นรก​อีก​ 11 ตน​นอกเหนือจาก​ขง​โม่อยู่​ที่นั่น​ด้วย​!”

“ข้า​เป็น​ขั้น​ตุลาการ​นรก​ตน​ที่​ 20 ที่​เข้าร่วม​ก​ลุ​ม และ​ข้า​ก็ได้​ถามขั้น​ตุลาการ​นรก​ตน​อื่น​ ๆ เกี่ยวกับ​นคร​ชฺวี​ฟู่แล้ว​ แต่​…คำตอบ​ของ​พวกเขา​นั้น​น่า​เหลือเชื่อ​เป็นอย่างมาก​!”

ลมหายใจ​ของ​เขา​เริ่ม​ติดขัด​ “บางคน​บอ​กว่า​ตน​เคย​ไป​ที่​นคร​ชฺวี​ฟู่มาก่อน​ และ​พวกเขา​ก็​บอ​กว่า​มัน​ไม่ควรจะ​มีเมือง​ก่อ​ตั้งขึ้น​ที่​นคร​ชฺวี​ฟู่ใน​ตอนแรก​ จากนั้น​ หนึ่ง​ใน​ขึ้น​ตุลาการ​นรก​คนอื่น​ก็​เอ่ย​ต่อว่า​เมือง​ใน​นคร​ชฺวี​ฟู่…จู่ ๆ ก็​ปรากฏ​ขึ้น​ แทบจะ​เหมือนกับ​ว่า​มัน​ตกลง​มาจาก​ท้องฟ้า​!”

“พระราชวัง​เงาสะท้อน​?!” อาร์​ทิส​เอ่ย​ออกมา​ด้วย​ความ​ตกตะลึง​

“มัน​คือ​อะไร​กัน​?” ฉิน​เย่​ถาม

นาง​ผงะ​ไป​ครู่หนึ่ง​ก่อน​จะค่อย ๆ​ พึมพำ​กับ​ตัวเอง​ “เป็นไปได้​อย่างไร​…เหตุใด​สิ่งเหล่านั้น​จึงไป​อยู่​กับ​คน​บาป​แห่ง​ขงจื๊อ​ได้​?”

โดย​ไม่เว้น​ช่วง​ นาง​รีบ​อธิบาย​สิ่งที่​ตน​เพิ่ง​พูด​ออกมา​ทันที​ “ยมโลก​มักจะ​แบ่ง​ประเภท​ของ​วัตถุ​หยิน​ออก​เป็น​ระดับ​ 1 ไป​จนถึง​ 4 หรือ​ A ไป​จนถึง​ D วัตถุ​หยิน​ระดับ​ A นั้น​มีจำนวน​น้อย​มาก​ นอกเหนือจาก​พระ​ยม​และ​ขั้น​ฝู่จวิน​บาง​ตน​ มีเพียง​ขุนนาง​ระดับสูง​อย่าง​ตระกูล​ขง​เท่านั้น​ที่​ได้รับ​สิทธิ์​ใน​การ​เข้าถึง​วัตถุ​หยิน​เหล่านี้​ และ​พระราชวัง​แห่ง​การ​สะท้อน​เงา หรือ​ที่​รู้จัก​กัน​ใน​ชื่อ​ของ​พระราชวัง​เงาสะท้อน​ ก็​เป็นหนึ่ง​ใน​วัตถุ​หยิน​ระดับ​ A ที่ว่า​นั้น​!”

“มาสามารถ​บันทึกภาพ​ของ​สถานที่​แห่ง​หนึ่ง​ใน​ยมโลก​ และ​สร้าง​เมือง​ทั้ง​เมืองขึ้น​มาใหม่​ตาม​ตำแหน่ง​ที่​ผู้​ใช้ได้​เลือก​เอาไว้​! ใช่แล้ว​…หาก​ข้า​จำไม่ผิด​ นี่​อาจจะ​เป็น​สิ่งเดียว​ที่​สามารถ​ทำให้​เมือง​ ๆ หนึ่ง​ปรากฏ​ขึ้น​ภายใน​ชั่ว​ข้ามคืน​ได้​! แต่​…แม้แต่​ทายาท​สาย​ตรง​ของ​ตระกูล​ขง​ก็​แทบจะ​ไม่ได้​ครอบครอง​วัตถุ​หยิน​เช่นนี้​ด้วยซ้ำ​ แล้ว​คน​บาป​แห่ง​ขงจื๊อ​ผู้​นี้​สามารถ​ครอบครอง​สิ่งที่​ล้ำค่า​เช่นนี้​ได้​อย่างไร​?!”

เปลือกตา​ของ​ฉิน​เย่​เต้น​ตุบ ๆ​ “มีความเป็นไปได้​หรือไม่​ที่​เจ้าจะจำผิด​?”

“ไม่มีทาง​ พระราชวัง​แห่ง​การ​สะท้อน​เงานั้น​เป็น​วัตถุ​หยิน​เพียง​ชิ้น​เดียว​ที่​มีผล​เช่นนี้​!” อาร์​ทิส​เอ่ย​ตอบ​อย่าง​มั่นใจ​

ทุกคน​ถึงกับ​อ้าปากค้าง​ทันที​

ทั้ง​ฉิน​เย่​และ​หยาง​เหยียน​เจาต่าง​สังเกตเห็น​ถึงปัญหา​สำคัญ​ของ​เรื่อง​นี้​ในทันที​

ขง​โม่… ตระกูล​ขง​อาจจะ​มีแผนการ​มากมาย​ใน​การ​เนรเทศ​เขา​ไป​ยัง​ลิ​มโบ​ แต่​การ​ล่มสลาย​ของ​ยมโลก​ก็ได้​ทำให้​เขา​สามารถ​เดินทาง​เข้าสู่​แดน​มนุษย์​ได้​โดยบังเอิญ​ แล้ว​สมบัติ​ชิ้น​อื่น​ที่​เขา​ครอบครอง​อยู่​จะเป็น​สมบัติ​ประเภท​ใด​กัน​?

ใช่แล้ว​… นี่​จะต้อง​เป็น​เหตุผล​ที่​ทำให้​เขา​ได้​ตะเกียง​เถาฮวา​มาไว้​ใน​ครอบครอง​อย่าง​แน่นอน​

“เขา​อันตราย​มาก​” หยาง​เหยียน​เจาเงยหน้า​ขึ้น​และ​สบตา​กับ​ฉิน​เย่​ “อันตราย​มาก​ ฝ่าบาท​ กระหม่อม​ขอ​เสนอ​ว่า​เรา​ไม่ควร​เสี่ยง​เข้าไป​ข้อง​เกี่ยวกับ​เรื่อง​นี้​ไป​มากกว่า​นี้​พ่ะย่ะค่ะ​” ขง​โม่อาจจะ​อยู่​ขั้น​ตุลาการ​นรก​ แต่​เรา​ไม่สามารถ​พิจารณา​เขา​เหมือนกับ​วิญญาณ​ขั้น​ตุลาการ​นรก​ตน​อื่นๆ​ได้​!

“เรื่อง​ขง​โม่นั้น​ก็​เป็นเรื่อง​หนึ่ง​…” อาร์​ทิ​สกัด​ริมฝีปาก​ล่าง​ของ​ตนเอง​ “แต่​สิ่งที่​ข้า​กังวล​มากกว่า​ก็​คือ​…เขา​ทำการ​ขยายพันธุ์​ใน​ส่วน​ใด​ของ​ชฺวี​ฟู่?”

นาง​หัน​ไปหา​ซาเซียง​จู่ “ท่าน​พอ​จะจำได้​หรือไม่​ว่า​เมือง​ใน​นคร​ชฺวี​ฟู่มีลักษณะพิเศษ​อะไร​บ้าง​?”

ซาเซียง​จู่ขมวดคิ้ว​ยุ่ง​อยู่​ครู่หนึ่ง​ก่อน​จะส่ายหน้า​ “มัน​ใหญ่​เกินไป​ ข้า​ยัง​ไม่มีโอกาส​ได้​สำรวจ​รอบ​ๆเมือง​เลย​แม้แต่​ครั้ง​เดียว​ ทุกครั้งที่​เรา​ไป​ที่นั่น​ มัน​มักจะ​เป็น​เหตุผล​ที่​เป็นทางการ​ทั้งสิ้น​ และ​เรา​ก็​มักจะ​ถูก​นำทาง​ไป​ยัง​สถาน​ที่ประชุม​ในทันที​ ขง​โม่ไม่เคย​อนุญาต​ให้​เรา​เดิน​ไป​ยัง​ส่วน​อื่น​ ๆ … อ้อ​ ใช่แล้ว​!”

เขา​ดีดนิ้ว​ “ใช่ ข้า​จำได้​แล้ว​! มัน​มีแผ่น​ศิลา​หิน​ตั้งอยู่​ภายใน​เมือง​!”

“มัน​เป็น​แผ่น​ศิลา​ที่​มีอายุ​มานาน​มาก​ และ​มัน​ก็​มีข้อ​ความถูก​สลัก​เอาไว้​ ข้า​จำข้อความ​สอง​แถว​แรก​ไม่ได้​ แต่​สอง​แถว​หลัง​คือ​…เอ่อ​…ใช่ มัน​สลัก​ไว้​ว่า​ – ผ่าน​ด่า​นอ​วี๋​ใน​ยาม​ราตรี​ ไป​สู่ดินแดน​อัน​แห้งแล้ง​ใน​วันพรุ่ง​”

ฉิน​เย่​และ​อาร์​ทิส​ต่าง​ขมวดคิ้ว​ ทว่า​ทันใดนั้น​ หยาง​เหยียน​เจาก็​เอ่ย​ขึ้น​ด้วย​น้ำเสียง​เคร่งขรึม​ “นำหน้า​โดย​เหล่า​แม่ทัพ​ผู้​กล้า​ บุก​เข้า​โจมตี​กองกำลัง​มองโกล​ ผ่าน​ด่า​นอ​วี๋​ใน​ยาม​ราตรี​ ไป​สู่ดินแดน​อัน​แห้งแล้ง​ใน​วันพรุ่ง​……” [1]

ทั้ง​ฉิน​เย่​และ​อาร์​ทิส​ต่าง​หันไป​มอง​อีก​ฝ่าย​พร้อมกัน​ทันที​ “แม่ทัพ​หยาง​ เจ้ารู้จัก​ข้อความ​เหล่านี้​อย่างนั้น​หรือ​?”

สีหน้า​ของ​หยาง​เหยียน​เจาค่อนข้าง​ขมขื่น​ขณะที่​เอ่ย​ตบ​ “กระหม่อม​รู้​ว่า​มัน​ถูก​เรียก​ว่า​ ‘ด่าน​หลิน​หลวี๋’​ พ่ะย่ะค่ะ​”

“ด่าน​หลิน​หลวี๋?”​ ฉิน​เย่​ขมวดคิ้ว​ มัน​เป็น​ชื่อ​ที่​เขา​ไม่คุ้นหู​ แต่​ก่อนที่​เขา​จะได้คิด​อะไร​ไป​มากกว่า​นี้​ หยาง​เหยียน​เจาก็​ลุกขึ้น​ยืน​และ​แย้มยิ้ม​ขมขื่น​ “เหตุผล​เดียว​ที่​กระหม่อม​เรียก​มัน​ว่า​ด่าน​หลิน​หลวี๋​ก็เพราะว่า​กระหม่อม​ลังเล​ที่จะ​เรียก​มัน​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ กระหม่อม​เกรง​ว่า​ชื่อ​ที่​กำลังจะ​เอ่ย​ออกมา​นั้น​…อาจ​ทำให้​เรา​ทั้งหมด​รู้สึก​สิ้นหวัง​มากกว่า​เดิม​…”

ฉิน​เย่​ลอบ​กลืนน้ำลาย​อย่าง​เป็นกังวล​ “มัน​…คือ​อะไร​?”

หยาง​เหยียน​เจาเงียบ​ไป​ ไม่กี่​วินาที​ต่อมา​ หลังจาก​ครุ่นคิด​อย่าง​หนัก​ เขา​ก็​พึม​พัน​ “ด่าน​ซาน​ไห่​” [2]

WTF?!!

ฉิน​เย่​จ้องมอง​หยาง​เหยียน​เจาอย่าง​ตกตะลึง​เป็น​ระยะเวลา​กว่า​สามวินาที​เต็ม​ ก่อนที่จะ​เอ่ย​ออกมา​ด้วย​เสียง​ที่​สั่นเทา​ “เจ้าแน่ใจ​หรือ​?”

หยาง​เหยียน​เจาพยักหน้า​อีกครั้ง​ “บทกวี​นี้​ถูก​ประพันธ์​ขึ้น​โดย​แม่ทัพ​ชี จี้ก​วัง​ โดย​ใช้ชื่อว่า​ ‘ออกจาก​ด่า​นอ​วี๋’​ กระหม่อม​มั่นใจ​”

เงียบ​

หลังจาก​ครุ่นคิด​อยู่​เป็นเวลา​นาน​ ฉิน​เย่​ก็​ลุกขึ้น​ยืน​ “เอาล่ะ​ อ​รากษส​…กองกำลัง​ของ​เรา​ดูเหมือนว่า​จะพักผ่อน​กัน​เพียง​พอแล้ว​ เรา​เตรียมการ​เดินทาง​กลับ​ยมโลก​กัน​เลย​ดี​หรือไม่​?”

“ฝ่าบาท​!” “ท่าน​ฉิน​!” “พระองค์​!”

เสียง​มากมาย​เอ่ย​ออกมา​พร้อมกัน​ มู่กุ้ย​อิง​ก้าว​ออกมา​ข้างหน้า​และ​ประสานมือ​เข้าด้วยกัน​พร้อมกับ​เอ่ย​ด้วย​ความเคารพ​ “ด่าน​ซาน​ไห่​อาจ​ได้รับ​ชื่อ​ให้​เป็น​ ‘ด่าน​แรก​ของ​กำแพงเมืองจีน​’ แต่​มัน​ก็​ยัง​เป็น​แค่​ส่วน​เล็ก​ๆของ​กำแพงเมือง​เท่านั้น​! ขง​โม่ก็​น่าจะ​เพิ่ง​ครอบครอง​ที่​บางส่วน​ของ​มัน​เท่านั้น​! มัน​เป็นไปไม่ได้​เลย​ที่​เขา​จะครอบครอง​พื้นที่​ทั้งหมด​ของ​กำแพงเมืองจีน​! พวกเรา​มีความตั้งใจ​ และ​ขวัญ​กำลังใจ​ของ​กองกำลัง​ทั้งหมด​ก็​สูงมาก​ ภายใต้​เงื่อนไข​ที่​ถูกต้อง​ เรา​อาจจะ​สามารถ​ยึด​ครองเมือง​ทั้งเมือง​ได้​นะ​เพคะ​!”

“ใช่แล้ว​!” อาร์​ทิส​เอ่ย​เสริม​เสียงต่ำ​ “พวกเรา​จะเดิน​ทางผ่าน​โลก​ใต้พิภพ​ หลังจากที่​หา​ตำแหน่ง​ที่​ถูกต้อง​ได้​ เรา​ก็​จะสามารถ​ปรากฏ​ขึ้น​จาก​ภายใน​ตัว​ของ​ด่าน​ซาน​ไห่​ได้​ ด่าน​ซาน​ไห่​นั้น​เป็น​ด่าน​ที่​ถูก​ออกแบบ​มาเพื่อ​ป้องกัน​ผู้บุกรุก​ ข้า​ไม่เชื่อ​ว่า​การป้องกัน​ภายใน​ของ​อีก​ฝ่าย​จะแน่นหนา​ขนาด​นั้น​!”

“ฝ่าบาท​ กระหม่อม​ยินดี​ที่จะ​เป็น​แนวหน้า​สำหรับ​การ​ปิดล้อม​สถานที่​ทั้งหมด​!” “ฝ่าบาท​ กระหม่อม​เตรียมพร้อม​ที่จะ​เดินทัพ​ต่อ​แล้ว​พ่ะย่ะค่ะ​!” “ฝ่าบาท​ กระหม่อม​ขอ​อาสา​เป็น​ผู้นำ​ของ​กองกำลัง​พยัคฆ์​คลั่ง​เอง​พ่ะย่ะค่ะ​!”

แม่ทัพ​ทั้งหมด​ก้าว​ออกมา​ข้างหน้า​และ​เอ่ย​พร้อมกัน​อย่าง​กระตือรือร้น​

ฉิน​เย่​รู้สึก​ว่า​เส้นเลือด​บริเวณ​ขมับ​ของ​เขา​กำลัง​เต้น​ตุบๆ​อย่าง​ไม่สามารถ​ควบคุม​ได้​

นี่​คือ​การต่อสู้​ที่จะ​กำหนด​อนาคต​ของ​ยมโลก​ หาก​พวกเขา​สามารถ​โค่นล้ม​นคร​ชฺวี​ฟู่ได้​ ผล​ที่​ได้​ตอบ​กลับมา​ก็​จะมากมาย​มหาศาล​ แต่​ไม่ว่า​เขา​จะพยายาม​อย่างไร​ เขา​ก็​ยัง​ไม่สามารถ​มองข้าม​คำ​ว่า​ ‘ด่าน​ซาน​ไห่​’ ได้​เสียที​!

ด่าน​ซาน​ไห่​เชียว​นะ​! ด่าน​แรก​ของ​กำแพงเมืองจีน​! นี่​อีก​ฝ่าย​คิด​ว่า​ขง​โม่จะสามารถ​เลียนแบบ​ที่​น่าสะพรึงกลัว​เช่นนั้น​ได้​โดย​ปราศจาก​ไพ่ตาย​ใด​ ๆ อยู่​ใน​มือ​อย่างนั้น​หรือ​?

จริงอยู่​ที่​เมือง​ ๆ หนึ่ง​จำเป็น​จะต้อง​มีจำนวน​ทหาร​ให้​เพียงพอ​ต่อ​การป้องกัน​ แต่​..เมือง​พวก​นั้น​ก็​ย่อม​ต้อง​มีระบบ​ป้องกัน​ บังเกอร์​ หน้าไม้​และ​ลูกดอก​หน้าไม้​ และ​อื่น​ ๆ อีก​มากมาย​เลย​มิใช่หรือ​?

ให้​ตาย​เถอะ​ พวกเรา​กำลัง​อยู่​ใน​ยุค​รณ​รัฐ​ แต่​พวก​เจ้ากลับ​พูดถึง​การบุก​ป้อมปราการ​ยักษ์​ใหญ่​?! นี่​พวก​เจ้าพยายาม​ทำ​บ้า​อะไร​กัน​อยู่​?!

ด้วย​ฟัน​ที่​กัด​แน่น​ ฉิน​เย่​หัน​ไปหา​ซาเซียง​จู่ “ภายใน​กำแพงเมือง​เป็น​อย่างไรบ้าง​? อุตสาหกรรม​และ​สิ่งอำนวย​ความ​สะดวง​ต่าง ๆ​ ? ที่นั่น​มีประชากร​จำนวน​ทั้งหมด​เท่าไหร่​? แล้ว​จำนวน​ทหาร​วิญญาณ​เล่า​?”

ซาเซียง​จู่ที่​ได้ยิน​เช่นนั้น​ก็​ตอบกลับ​อย่าง​กระตือรือร้น​ “นาย​ท่าน​ การพัฒนา​ทางอุตสาหกรรม​ของ​ที่นั่น​…ดูไม่ได้​แตกต่าง​จาก​สมัย​อดีต​มาก​นัก​ มัน​ดูเหมือน​จะมีทุกอย่าง​ที่​ต้องการ​ ส่วน​เรื่อง​จำนวน​ประชากร​… ข้า​จำได้​ว่า​ใน​ครั้ง​ล่าสุด​ที่​ข้า​ไป​ที่นั่น​มีรายงาน​ว่า​จำนวน​ประชากร​วิ​ญญาร​ที่​อาศัย​ที่นั่น​มีจำนวน​ทั้งสิ้น​ 8 ล้าน​ตน​ และ​มัน​ก็​ยัง​เป็น​ขีดจำกัด​สูงสุด​ที่​เมือง​จะสามารถ​บรรจุ​ได้​แล้ว​เช่นกัน​ โดย​จาก​ทั้งหมด​นี้​ พวกเขา​มีกองกำลัง​ทั้งสิ้น​ 820,000 นาย​”

820,000?!

ด่าน​ซาน​ไห่​ ทหาร​วิญญาณ​ 820,000 นาย​ และ​ยัง​ตัวตน​ลึกลับ​อย่าง​ขง​โม่… ไม่ใช่ว่า​เรา​ควร​รีบ​เก็บ​ข้าวของ​และ​เดินทาง​กลับ​ยมโลก​หรอก​หรือ​?

ฉิน​เย่​ยก​มือขึ้น​คลึง​บริเวณ​หัวคิด​ด้วย​สีหน้า​เจ็บปวด​ ความหวัง​อันน้อย​นิด​ของ​พวกเขา​อยู่​ที่​ข้อเท็จจริง​ที่ว่า​พวกเขา​ได้​รู้เรื่อง​พวก​นี้​ล่วงหน้า​ มิเช่นนั้น​ หาก​ยมโลก​มารู้เรื่อง​เหล่านี้​ใน​ตอนที่​พวกเขา​ปิดล้อม​เมือง​ทั้งเมือง​แล้ว​ พวกเขา​ก็​อาจจะ​สูญเสียใจ​สู้ทั้งหมด​ไป​ในทันที​

“กลุ่ม​พันธมิตร​แห่ง​ความมืด​…คือ​สิ่งที่​ขง​โม่เป็น​ผู้ก่อตั้ง​ขึ้น​ใช่หรือไม่​?” ฉิน​เย่​รีบ​เปลี่ยน​หัวข้อ​สนทนา​ด้วย​กลัว​ว่า​เขา​อาจจะ​สั่งให้​ทุกคน​ถอยทัพ​ เขา​ครุ่นคิด​เป็น​ระยะเวลา​ครู่หนึ่ง​ก่อน​จะเอ่ย​ต่อ​ “ความ​แข็งแกร่ง​โดยรวม​ของ​เหล่า​พันธมิตร​คือ​อะไร​? แล้ว​กองกำลัง​อื่น​ ๆ ตอนนี้​อยู่​ที่ไหน​?”

“นาย​ท่าน​ ตอนนี้​ที่​นคร​ชฺวี​ฟู่มีทหารประจำการ​อยู่​เพียง​ 820,000 นาย​เท่านั้น​ นอกเหนือ​จากนั้น​ ทาง​กลุ่ม​พันธมิตร​ยังมี​ทหาร​อยู่​อีก​ประมาณ​ 1,500,000 นาย​ และ​ตอนนี้​พวกเขา​…” ซาเซียง​จู่เงียบ​ไป​ครู่หนึ่ง​และ​เอ่ย​ “กำลัง​เดินทาง​ไป​ตาม​แนว​ชายฝั่ง​ของ​มณฑล​ซาน​ตง​ ต่อสู้​กับ​สัตว์ประหลาด​ตน​หนึ่ง​…”

ราชา​ผี​… ฉิน​เย่​และ​อาร์​ทิส​สบตา​กัน​ทันที​

“สถานการณ์​ที่นั่น​เป็น​อย่างไรบ้าง​?”

“ไม่ดี​นัก​” ซาเซียง​จู่ส่ายหน้า​ “หาก​มัน​เป็นไปได้​ด้วยดี​ พวกเรา​คง​ไม่เลือก​ที่จะ​ระดม​กองกำลัง​ขั้น​ตุลาการ​นรก​และ​ทหาร​วิญญาณ​ทั้งหมด​ใน​ดินแดน​ แม้ว่า​พวกเรา​จะไม่เคย​เห็น​มัน​มาก่อน​ แต่​ปีศาจ​ตน​นั้น​ก็​สร้าง​ความหวาดกลัว​ให้​แม้แต่​ตัว​ของ​ขง​โม่เอง​”

มัน​ก็​สมควร​ที่จะ​เป็น​เช่นนั้น​ เพราะ​ไม่ว่า​อย่างไร​ พวกเขา​ก็​กำลัง​พูดถึง​หนึ่ง​ใน​กองกำลัง​ที่​แข็งแกร่ง​ที่สุด​ใน​แผ่นดิน​จีน​ มัน​คงจะ​แปลก​มาก​หาก​ขง​โม่ไม่รู้สึก​หวาดกลัว​อีก​ฝ่าย​เลย​แม้แต่น้อย​

ฉิน​เย่​รู้สึก​ไม่สบายใจ​กับ​สถานการณ์​ใน​ตอนนี้​เป็นอย่างมาก​ มัน​มาก​จน​เขา​อยาก​จะสบถ​และ​บ่น​ออกมา​ หรือ​อย่าง​น้อย​ก็​ทำ​อะไร​บางอย่าง​เพื่อ​คลาย​ความเครียด​ที่​สั่งสมอยู่​ภายในใจ​ของ​ตัวเอง​

เขา​ควรจะ​ทำ​อย่างไร​ดี​…

เขา​อด​ไม่ได้​ที่จะ​ปรายตา​ไป​มอง​ทาง​ซาเซียง​จู่ – ตอนนี้​เขา​บรรลุ​จุดประสงค์​ของ​ตัวเอง​แล้ว​… ฉิน​เย่​กระแอม​ออกมา​เบา​ ๆ และ​เอ่ย​ “เอาล่ะ​ ท่าน​ซา ข้า​ไม่มีคำถาม​อะไร​อีกแล้ว​”

ซาเซียง​จู่ถอนหายใจ​ออกมา​อย่าง​โล่งอก​

นับแต่นี้ไป​ เขา​จะถือว่า​เป็น​เจ้าหน้าที่​ของ​ยมโลก​ เขา​จะมีความ​แข็งแกร่ง​ของ​ยมทูต​ นอกจากนี้​ เขา​ก็​จะ—…

“พา​ตัว​เขา​ออก​ไป​”

“หะ​–…ไม่!!! ท่าน​ฉิน​! ท่าน​ฉิน​!” ซาเซียง​จู่รีบ​คุกเข่า​ลง​กับ​พื้น​ทันที​ “นี่​มัน​เรื่อง​อะไร​กัน​? ท่าน​กำลังจะ​ผิดคำพูด​ของ​ตัวเอง​อย่างนั้น​หรือ​?! ท่าน​พูด​เอง​ไม่ใช่หรือว่า​—…”

แต่​ก่อนที่​เขา​จะทัน​ได้​เอ่ย​จบ​ เส้น​พบ​ของ​อาร์​ทิส​ก็​พุ่ง​มาที่​ร่าง​ของ​เขา​ราวกับ​อสรพิษ​ รัด​แขน​และ​ขา​ของ​เขา​เอาไว้​อย่าง​แน่นหนา​ ซาเซียง​จู่มอง​สิ่งที่​เกิดขึ้น​ด้วย​ความ​ตื่นตระหนก​ขณะที่​เขา​พยายาม​ยื้อ​เอาไว้​ จากนั้น​ เขา​ก็​เงยหน้า​ขึ้น​มอง​ฉิน​เย่​และ​เอ่ย​ “ท่าน​หลอก​ข้า​…ท่าน​หลอก​ข้า​!!”

“ท่าน​สามารถ​เรียก​มัน​ว่า​เป็นการ​หลอกลวง​ได้​อย่างไร​?” ฉิน​เย่​แย้มยิ้ม​ขณะที่​ถามกลับ​ “มัน​เป็นการ​เจรจา​อย่าง​เท่าเทียม​ เมื่อครู่นี้​ข้า​ก็​เรียก​ท่าน​ว่า​ท่าน​ซาไม่ใช่หรือ​?”

“แต่​ท่าน​สัญญาแล้ว​…ท่าน​สัญญาว่า​จะไม่ฆ่าข้า​!!” ซาเซียง​จู่กรีดร้อง​ออกมา​อย่าง​บ้าคลั่ง​

ฉิน​เย่​มอง​อีก​ฝ่าย​ตาโต​ “ข้า​บอก​เมื่อใด​กัน​…ที่ว่า​ข้า​จะไม่ฆ่าท่าน​?”

“ท่าน​…ข้า​เพียง​ถามว่า​ท่าน​เต็มใจ​ที่จะ​รับ​ตำแหน่ง​ใน​ยมโลก​หรือไม่​ ไม่ใช่หรือ​? นี่​ท่าน​หูหนวก​หรือ​อย่างไร​? ท่าน​สามารถ​พูด​ได้​จริงๆ​หรือว่า​ข้า​ยัง​ไม่ได้​ทำตาม​ข้อตกลง​”

แน่นอน​ว่า​ข้า​พูด​ได้​!!!

น่าเสียดาย​ที่​ปาก​ของ​ซาเซียง​จู่ถูก​ปิด​ไว้​โดย​เส้น​ผม​ของ​อาร์​ทิส​ เขา​จึงทำได้​เพียง​จ้องมอง​ไป​ยัง​ฉิน​เย่​ด้วย​ดวงตา​ที่​แดงก่ำ​และ​ส่งเสียง​ครวญคราง​ออกมา​ขณะที่​ร่าง​ทั้ง​ร่าง​สั่นเทา​อย่าง​รุนแรง​เท่านั้น​

“นอกจากนี้​ การ​ที่​กษัตริย์​ตัดสินใจ​ที่จะ​สำเร็จ​โทษประหาร​ผู้​ใต้​บังคับ​ชาของ​ตน​ มัน​ไม่ใช่เรื่อง​แปลก​อะไร​ไม่ใช่หรือ​?” ฉิน​เย่ตบ​แก้ม​ของ​ซาเซียง​จู่เบา​ ๆ ก่อน​จะหันหน้า​ไป​ทาง​หนึ่ง​ “หึหึ​ ดู​สิว่า​ท่าน​กำลัง​ตื่นเต้น​มาก​แค่​ไห​น.​..”

จากนั้น​ เขา​ก็​โน้มตัว​ลง​ไป​และ​กระซิบ​เข้าที่​ข้าง​หู​ของ​ซาเซียง​จู่ “จำไว้​ มีสถานที่​เพียง​แห่ง​เดียว​เท่านั้น​ที่​ถูก​จัด​ไว้​สำหรับ​เหล่า​วิญญาณ​บาป​ใน​ยมโลก​”

“และ​นั่น​ก็​คือ​ส่วน​ที่​ลึก​ที่สุด​ของ​ขุมนรก​แห่ง​การ​ลงทัณฑ์​”

“ท่าน​คิด​หรือว่า​ตัวเอง​จะสามารถ​รอดพ้น​จาก​ความตาย​ไป​ได้​หลังจากที่​ได้​สังหาร​ประชากร​ของ​ยมโลก​ไป​จำนวนมาก​? เหล่า​ผู้กระทำ​ผิดที่​ไม่ได้รับ​การ​ลงโทษ​ใน​แดน​มนุษย์​จะต้อง​ชดใช้​ความผิด​ของ​พวกเขา​ใน​ยมโลก​อย่าง​สาสม เจ้าจำเหตุ​ฆาตกรรม​ลึกลับ​ที่​ยัง​ไม่สามารถ​คลี่คลาย​ได้​ของ​เหยื่อ​ไร้​หัว​ไม่ได้​แล้ว​อย่างนั้น​หรือ​? นั่นแหละ​…”

เขา​ยืดตัว​ขึ้น​และ​หมุนตัว​เพื่อ​จะเดิน​จากไป​ “ท่าน​สามารถ​ชดใช้​ความผิด​ครั้งนี้​ของ​ตัวเอง​ได้​ด้วย​จิตวิญญาณ​ของ​ท่าน​เอง​”

“ลาก​เขา​ลง​ไป​และ​ลงโทษ​เขา​ด้วย​บทลงโทษ​ขี้ผึ้ง​น้ำมัน​มนุษย์​”

[1] ความหมาย​คราว​ๆจาก​บทกวี​ภาษาจีน​ 前驱皆大将,列阵尽元戎。夜出榆关外,朝看朔漠空.

[2] ป้อม​ประตู​หนึ่ง​ของ​กำแพงเมืองจีน​

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด