ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] 354: การเปิดตัวยุทโธปกรณ์ชิ้นแรก (6)

Now you are reading ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] Chapter 354: การเปิดตัวยุทโธปกรณ์ชิ้นแรก (6) at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บทที่ 354: การเปิดตัวยุทโธปกรณ์ชิ้นแรก (6)

ข้าราชการศักดินาทั้งสามที่เอ่ยออกมาพร้อมกันหันหน้ามองกันและกันอีกครั้ง จากนั้น ขณะที่ฮั่นฉินหูจะได้เสนอราคาออกไปอีกครั้ง ผู้ช่วยที่อยู่ข้างกายของเขาก็ห้ามเขาเอาไว้เสียก่อน

“ท่านฮั่น เราไม่สามารถจ่ายได้อีกแล้ว !” “มันมากเกินไป… อย่างมากสุดมันก็น่าจะมีมูลค่าเพียง 2,500 ล้านเท่านั้น ตอนนี้ราคามันสูงเกินไปแล้ว เราไม่ใช่รัฐที่ร่ำรวยที่สุด อย่างน้อย เราก็ไม่สามารถเทียบกับเจ้าศักดินาแห่งฮันยางได้ !”

รูจมูกของฮั่นฉินหูบานออกเล็กน้อยขณะที่เขาพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการจับกุมของผู้ช่วยของตนเอง แต่หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย “ก็ได้ ข้ายอม”

ถึงแม้ว่าจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่หัวใจของเขากลับรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ราวกับมีอสรพิษกำลังรัดมันอยู่

มันเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากที่เขารีบเอ่ยออกไปเมื่อครู่นี้ การกระทำเมื่อครู่ทำให้ฮั่นฉินรู้สึกราวกับว่าตนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก แต่การตัดสินใจที่จะยอมถอยออกมากลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดและเสียใจเป็นอย่างมาก เขาแทบอยากจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายความโกรธนี้ และมันก็ใช้เวลากว่าสามนาทีเต็มกว่าที่จังหวะลมหายใจที่ติดขัดของเขาจะสงบลง

คืนนี้เขาใจร้อนเกินไป…ตอนนี้เขาทำได้เพียงจิตนาการถึงความรู้สึกภายในใจของราชทูตคนอื่น ๆ เท่านั้น

ผู้แข่งขันที่เหลืออยู่ในตอนนี้มีเพียงหม่าฝูโปวและหลิวอวี้เท่านั้น

“หม่าฝูโปว” หลิวอวี้หันไปหาหม่าฝูโปวพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “ฮันยางคือรัฐที่รุ่งเรืองที่สุดในหมู่รัฐบริวารทั้งหมด เจ้าแน่ใจหรือว่าจะสู้ราคากับข้าได้ ?”

“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองจะสู้ได้หรือไม่หากไม่ลองดูก่อน ?” หม่าฝูโปวยิ้มตอบ “หรือไม่… เจ้าก็รับปากสิว่าจะขายชุดเกราะพวกนี้ให้ข้าสัก 3,000 ชุด แล้วข้าจะยอมรามือไป…”

“ฮ่า ๆๆๆ… เจ้าต้องกำลังล้อเล่นเป็นแน่… 2,830 ล้าน”

“ข้าไม่ได้พูดเล่นเลยแม้แต่น้อย… 2,850 ล้าน”

พวกเขาเป็นคนประเภทเดียวกัน

ราคาไม่ได้เพิ่มขึ้นทีละ 100 ล้านอีกต่อไป แต่มันกลับเพิ่มขึ้นเพียง 10 ล้านเท่านั้น ภายในไม่กี่วินาที ราคาประมูลสูงขึ้นจนเกือบจะถึง 3 พันล้านหินวิญญาณ ใกล้เคียงกับงบประมาณสำหรับกองกำลังทหารในปีที่ผ่านมา และมันเป็นธรรมดาที่คนทั้งหมดจะระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม

ถึงแม้พวกเขาจะดูนิ่งเฉย แต่ความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นนั้นสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

เห็นได้ชัดว่านี่คือการปะทะกันระหว่างสองขั้วอำนาจ

“2,870 ล้าน” “2 พัน…900 ล้าน !”

เสียงสองเสียงดังขึ้นสลับกัน ในขณะที่จำนวนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอพลังหยินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้น ขณะที่ชายทั้งสองยังคงสู้กันอย่างดุเดือด เสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“3 พันล้าน”

3 พันล้าน… ฉินเย่อ้าปากค้างและหันไปมองทางต้นเสียงทันที

หยางจีเย่

อีกฝ่ายเคลื่อนไหวในที่สุด !

ทุกอย่างไม่อยู่ในความควบคุมของฉินเย่อีกต่อไป การแทรกแซงของหยางจีเย่และอวี๋เชียนนั้นอยู่เหนือความคาดหมายของเขา ตอนนี้ฉินเย่สามารถทำได้เพียงตั้งความหวังทั้งหมดไว้ที่หลิวอวี้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกใต้พิภพของฮันยางก็ถือว่าเป็นโลกใต้พิภพที่รุ่งเรืองที่สุดในหมู่รัฐบริวารทั้งหมด เมื่อครู่นี้หม่าฝูโปวเองก็อึกอักไปเช่นกัน และมันก็เห็นได้ชัดว่าฉินเย่ไม่สามารถฝากความหวังไว้ที่อีกฝ่ายได้อีกต่อไป และหากในกรณีที่แย่ที่สุด หยางจีเย่ก็อาจจะชนะการประมูลในครั้งนี้ไป

แต่ในเมื่อทุกอย่างมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามชะตากรรม

ฉินเย่นั่งลงและหลับตาลง ตั้งใจฟังการเสนอราคาด้านล่าง เขาปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เจตจำนงของสวรรค์ และพร้อมอ้าแขนรับกรณีที่แย่ที่ไว้สุดแล้ว

พรึ่บ ! ณ ที่นั่งชมด้านล่าง ทั้งหม่าฝูโปวและหลิวอวี้หันไปจ้องหยางจีเย่ด้วยจิตสังหารที่รุนแรง

ฝันไปเถอะ…ถ้าข้ายังอยู่ !

หากหยางจีเย่ชนะประมูล มันก็ไม่ต่างอะไรกับการมอบเกราะพวกนี้ให้กับกองกำลังของจ้าวนรก นี่คือสิ่งที่ไม่มีพวกเขาคนใดต้องการเห็นมันตกลงไปอยู่ในมือของยมโลกหากเป็นไปได้

“3,100 ล้าน !” หลิวอวี้ยกมือขึ้นและเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าคิดหรือว่าลูซอนจะสามารถสู้กับฮันยางได้ ?”

หลิวอวี้สามารถบอกได้เลยว่า 3 พันล้านเมื่อครู่นี้คือขีดจำกัดของหยางจีเย่ อีกฝ่ายถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจและหันไปมองฉินเย่ด้วยดวงตาที่วาวโรจน์

เขาตึงมือแล้ว

ท่านจ้าวนรก พระองค์ทรงทำอะไรลงไป…

“มีผู้ใดต้องการเสนอราคาอีกหรือไม่ ?” หลิวอวี้กวาดตามองคนทั้งหมดขณะที่เขาลุกยืนขึ้น ความรู้สึกพึงพอใจก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ และเขาก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่เหนือหมู่เมฆ เปลวไฟที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่งในดวงตาค่อย ๆ สงบลง ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็หันไปหาหลี่ซุ่นไจ๋และเอ่ยพร้อมเชิดหน้าขึ้น “หากไม่มีผู้ใดเสนอราคาอีก เช่นนั้น…ผู้ดำเนินการประมูล เจ้ารออะไรอยู่ ?!”

ร่างของหลี่ซุ่นไจ๋สั่นเทา เขารีบหยิบค้อนขึ้นมาทันที “3,100 ล้านครั้งที่หนึ่ง 3,100 ล้านครั้งที่สอง 3,100 ล้านครั้งที่—…”

“โฉนดที่ดินของทะเลสาบเบกนัสในเมืองโปขระ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของลิชชาวี !”

ตูม !

เปลวไฟที่สงบลงในดวงตาของหลิวอวี้ปะทุอีกครั้ง อวี๋เชียน…เจ้าแก่นี่ ! หากเจ้าต้องการประกาศสวามิภักดิ์ต่อยมโลก ข้าไม่ว่า แต่มันจำเป็นจริง ๆ หรือที่เจ้าจะต้องขัดขวางข้าในทุกทางขนาดนี้ ?!

ทุกคนต่างมีเจตจำนงของตัวเอง ข้าไม่แม้แต่จะขัดขวางเจ้าในตอนที่เจ้าแสดงเจตจำนงที่จะกลับเข้าร่วมกับยมโลกอีกครั้ง แล้วเหตุใดเจ้าถึงต้องมาขัดขวางข้าด้วย ?! ไม่ว่าอย่างไรเราสองก็เป็นสหายร่วมงานกัน ! เจ้าไม่คิดที่จะปล่อยให้ข้าได้ทำตามใจชอบในวินาทีสุดท้ายก่อนเราจะจากกันเลยอย่างนั้นหรือ ?!

“ข้าไม่เคยได้ยินชื่อของสถานที่แห่งนั้นมาก่อน แล้วเจ้าจะสามารถใช้มันเพื่อเสนอราคาประมูลได้อย่างไร ?” เขาแค่นหัวเราะ การกลับมาของอวี๋เชียนในสงครามเสนอราคาทำให้เปลวไฟภายในใจของเขาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เขารู้ดีว่าการประมูลหลังจากนี้คือการแข่งกันระหว่างเจตจำนง แต่ถึงกระนั้น…อารมณ์ของเขาอยู่เหนือหลักเหตุผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข้าคือผู้ที่ได้รับพรจากสวรรค์ด้วยความรุ่งโรจน์และชีวิตอันเป็นนิรันดร์ แล้วเจ้าที่เป็นเจ้าศักดินาของรัฐบริวาร และอยู่ไกลแสนไกล กล้ามาท้าทายข้าได้อย่างไร ?!

ความรู้สึกที่ยังคงติดค้างจากท่วงทำนองก่อนหน้านี้เกิดขึ้นอีกครั้ง

“นอกจากนี้ ยังไม่มีผู้ใดพูดเลยว่าเจ้าสามารถใช้โฉนดที่ดินในการเสนอประมูลได้ ถูกต้องหรือไม่ ?” เขาหันไปมองหลี่ซุ่นไจ๋ “ข้าถาม !”

“ฮะ เอ่อ !” หลี่ซุ่นไจ๋สะดุ้งตกใจ แต่เขาก็กลับมารักษาท่าทีของตนได้อย่างรวดเร็วและโค้งคำนับ “โดยหลักการแล้ว… มันไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าน้อยเคยมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวยังจุดชมวิวแห่งนี้มาก่อน และข้าก็สามารถยืนยันได้ว่ามูลค่าของมันนั้นสูงกว่า 3 พันล้านหินวิญญาณอย่างแน่นอน หากพูดกันตามความจริง หากประมาณการคร่าว ๆ มันก็น่าจะอยู่ที่ 3,500 ล้านหินวิญญาณ นายท่าน ท่านว่าอย่างไร ?”

“ให้ตายเถอะ 3,500 ล้าน…” หลิวอวี้ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ ความโกรธภายในใจของเขาเดือดพล่านขึ้นเรื่อย ๆ เขาหันไปมองอวี๋เชียน “สี่—…”

ก่อนที่เขาจะทันเอ่ยออกมา ผู้ช่วยทั้งสองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จับแขนเสื้อของเขาเอาไว้

“ฝ่าบาท…! ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ ! นั่นคือหินวิญญาณ 4 พันล้านก้อนเลยนะพ่ะย่ะค่ะ !” “ฝ่าบาท โปรดตรองดูอีกทีเถิดพ่ะย่ะค่ะ ! ข้าขอร้อง ! มันเกินมูลค่าที่แท้จริงของชุดเกราะพวกนี้เสียอีก ! พระองค์จะทำเช่นนี้ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ !”

“ไปให้พ้น !!” หลิวอวี้ตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล เขาสะบัดแขนและข้ารับใช้ทั้งสองก็กระเด็นออกไปจนกระแทกเข้ากับผนัง จากนั้น เขาก็ลุกขึ้นยืนและเอ่ย “3,600 ล้าน !”

“อวี๋เชียน ข้าอยากจะเห็นเช่นกันว่าเจ้าจะนำสิ่งใดออกมาจากลิชชาวีอีก !”

สุดท้ายแล้ว เขาก็ยังนึกถึงราคาที่ตนจะเสนอก่อนหน้านี้และลดมันลงเล็กน้อย

บนชั้นที่สอง ดวงตาของฉินเย่ลืมขึ้นทันที เสียงความขัดแย้งด้านล่างพลันรื่นหูอย่างไม่น่าเชื่อ

3,600 ล้าน… นั่นมันมากกว่าราคาที่เขาคาดการณ์ไว้ถึง 800 ล้านเลยนะ !

การเตรียมการตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่วันที่เขาได้พบกับหลิวอวี้เป็นครั้งแรก ในที่สุด…ก็บรรลุผล

ทั้งหมดคุ้มค่า !

3,600 ล้านหินวิญญาณนั้นเป็นราคาที่มากจนทำให้ข้าราชการศักดินาที่อยู่ในหอประชุมทั้งหมดตกตะลึง แม้แต่หลี่ซุ่นไจ๋ก็อดไม่ได้ที่จะเผลอถอยหลังกลับไปด้วยความตกใจ สิ่งเดียวที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องมีเพียงเสียงดนตรีที่เล่นเป็นพื้นหลัง

กลอง ทรัมเป็ต และเปียโนยังคงเล่นประสานกันอย่างกลมกลืน ราวกับเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะของหลิวอวี้ในวินาทีนั้น

“สะ… สาม… 3,600 ล้านครั้งที่หนึ่ง… ครั้งที่สอง… ครั้งที่สาม ! ปิดการประมูล !!!”

หลี่ซุ่นไจ๋รีบรักษาท่าทีของตนและเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า “ขอแสดงความยินดีกับท่านหลิวอวี้แห่งฮันยางสำหรับที่ชนะประมูลชุดเกราะพยัคฆารูปแบบใหม่ในงานเปิดตัวยุทโธปกรณ์ชิ้นแรกของยมโลกแห่งใหม่ ! อันดับต่อไป เราจะร่วมกันเป็นสักขีพยานในการทำลายแม่พิมพ์ทั้งหมดไปพร้อมกัน หลังจากนี้เป็นต้นไป แม่พิมพ์ทั้งหมดจะถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ! พวกเราจะไม่ผลิตมันขึ้นมาอีก ! สิ่งที่ทุกท่านกำลังเห็นจะมีให้เห็นเพียงตอนนี้เท่านั้น !”

หัวใจของหลิวอวี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการใช้งบประมาณมหาศาลของชาติไปในคราวเดียว แต่ในขณะเดียวกัน…เขาก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

สดชื่น…สดชื่นมากจริง ๆ ตั้งแต่ที่พวกเขาได้ก้าวเข้ามาในอาคารหลังนี้ มหกรรมดนตรีได้ยกระดับอารมณ์ของพวกเขาไปสู่ระดับใหม่ นำพวกเขากลับไปสู่ยุคสมัยแห่งการปะทะและการโชกเลือดในสมรภูมิและทุ่งหญ้าราบ และเมื่อจิตวิญญาณของเขาเต็มไปด้วยความต้องการสู้และความทะเยอทะยาน เขาก็คิดว่ามันจะต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ก่อนที่ความรู้สึกพวกนั้นจะสลายไป แต่ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะได้รับการเสนอช่องทางในการระบายอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมหลังจากนั้นทันที

และราคาของการระบายอารมณ์ก็นำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ถึงกระนั้น… เขาก็ยังไม่รู้สึกอะไรแบบนั้นในตอนนี้

ความพึงพอใจและสบายใจแผ่นซ่านไปทั่วร่างทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นความเจ็บปวด

โครม ! ทันใดนั้นเอง เกิดเสียงดังสนั่นมาจากทางหน้าจอที่ก่อตัวจากพลังหยิน วินาทีนี้ ทั้งสายการผลิตถูกทลายอย่างไม่เหลือชิ้นดี หลิวอวี้มองดูภาพตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาลุกขึ้นยืนและโค้งให้ฉินเย่เล็กน้อย “ข้าได้รับความเพลิดเพลินมากมายสำหรับค่ำคืนนี้ ต้องขอขอบคุณน้ำใจของท่านจ้าวนรกเป็นอย่างมาก หากท่านเดินทางมายังโลกใต้พิภพแห่งฮันยางในภายภาคหน้า ข้าจะตอบแทนน้ำใจนี้อย่างแน่นอน”

“บางที…มันอาจจะอีกไม่นานนักก่อนที่เราจะได้พบกันที่ฮันยางอีกครั้ง” ฉินเย่แย้มยิ้มและพยักหน้าให้อีกฝ่าย

“ข้าจะตั้งตารอ” หลิวอวี้เปลี่ยนร่างเป็นกลุ่มก้อนพลังหยินและเตรียมมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักของตน “อย่างไรก็ตาม…สิ่งที่ข้าตั้งตารอมากกว่าก็คือการเจรจาของเราที่จะถูกจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้”

เมื่อทุกอย่างจบลง ข้าราชการศักดินาทั้งหมดก็เริ่มเอ่ยลาฉินเย่และค่อย ๆ จากไปทีละคน ถึงแม้ว่าวันนี้พวกเขาจะต้องจากไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การพบกันครั้งหน้าของพวกเขาก็คงจะเป็นในสนามรบ อย่างไรก็ตาม… เนื่องจากตอนนี้พวกเขายังคงอยู่ในยมโลก ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าทำตัวหยิ่งผยอง

ทุกอย่างดำเนินไปเช่นนั้น คนทั้งหมดจากไป ทิ้งไว้เพียงฉินเย่ที่ยืนอยู่บนชั้นสองกับหวังเฉิงห่าวและซูตงเซวี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“ไปจัดการขั้นตอนธุรกรรมที่เหลือกับหลิวจี้หนูให้เรียบร้อย” ฉินเย่ลูบตาของตัวเอง เขารู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก ตอนนี้เขาประสบความสำเร็จในแทบทุกอย่างที่ต้องการในการประชุมราชสำนักในครั้งนี้แล้ว แถมยังหางบประมาณสำหรับการก่อสร้างในยมโลกแห่งใหม่ได้อีกด้วย เพราะท้ายที่สุดแล้ว อาร์ทิสก็เคยพูดเอาไว้ว่าเขาจำเป็นจะต้องหาหินวิญญาณมาให้ได้มากที่สุด… ดังนั้นหินวิญญาณ 3,600 ล้านก้อนนี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะพยุงยมโลกแห่งใหม่ได้ในระยะหนึ่งไม่ใช่หรือ ?

นอกจากนี้ ทุกคนต่างรู้กำหนดการสำหรับการเจรจาในวันพรุ่งนี้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คงจะไม่ห่างจากการคาดการณ์ของฉินเย่มากนัก

“ข้าหรือ ?” หวังเฉิงห่าวชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“จะใครอีกเล่า ?” ฉินเย่กลอกตา “เขาไม่กินเจ้าหรอกน่า ท้ายที่สุดแล้วเจ้าก็ต้องเรียนรู้ที่จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่เช่นนั้นข้าจะสามารถอู้–… ข้าหมายถึง ข้าจะสามารถไปจัดการกับงานอื่น ๆ ได้อย่างไร ?”

นั่นท่านหลุดปากออกมาใช่หรือไม่ ? มันต้องใช่แน่ ๆ!

แม้จะรู้เช่นนั้น แต่เด็กหนุ่มก็ยอมเดินจากไปแต่โดยดี ฉินเย่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขายืนอยู่บนชั้นสองและใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง “ซูตงเซวี่ย”

“นายท่าน”

“ไปตามอวี๋เชียนและหยางจีเย่มา”

หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบจากไปทันที หลังจากนั้นไม่นาน นางก็กลับมาพร้อมกับอวี๋เชียนและหยางจีเย่ ทั้งสองทำท่าทีราวกับก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นและรีบคุกเข่าลงตรงหน้าของฉินเย่อย่างรวดเร็ว “คารวะ ท่านจ้าวนรก”

ฉินเย่เคาะนิ้วกับที่วางแขนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มให้ทั้งคู่ “ลุกขึ้นเถิด ท่านทั้งสองมีความคิดเห็นเช่นไรกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ?”

“ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก” หยางจีเย่เอ่ยออกมาทันที “กระดองของแมลงแห่งหายนะนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราจะสามารถพบเจอได้ง่าย ๆ ในเวลานี้ยมโลกกำลังเผชิญหน้าอยู่กับปัญหาจากทั้งภายในและภายนอก สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือกองกำลังที่แข็งแกร่ง หากเรามอบชุดเกราะพยัคฆารูปแบบใหม่นี้ให้กับกองกำลังของยมโลก พวกเราก็จะสามารถฝึกฝนกองกำลังชั้นยอดได้อย่างรวดเร็ว แต่ช่างน่าเสียดาย…”

“สิ่งนี้เป็นเหมือนกับการตัดชุดแต่งงานให้กับผู้อื่น…” อวี๋เชียนถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ

ฉินเย่ยิ้ม

“ยมโลกอาจจะขาดกองกำลังที่แข็งแกร่ง แต่เราขาดในเรื่องของงบประมาณมากกว่า” ฉินเย่ลุกขึ้นและไพล่มือไปด้านหลัง “พวกท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงพยายามอย่างหนักในการสร้างความบันเทิงให้กับพวกเขาแม้จะรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องการจะประกาศตนเป็นเอกราชและแยกตัวออกจากยมโลก ?”

ทั้งสองส่ายหน้า ค่ำคืนแห่งความบันเทิงนี้สามารถพูดได้ว่าเหนือความคาดหมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หากพูดกันตามตรง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนแม้แต่พวกเขาเองก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องทั้งหมดอย่างจริงจังด้วยซ้ำ

“เพราะว่าเราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินอย่างไรเล่า พวกท่านคิดว่ายมโลกจะสามารถหาเงินได้มากเพียงใดในเมื่อเศรษฐกิจของเขายังมีขนาดเล็กเท่านี้อยู่ ? มีเพียงการค้าทางทะเลเท่านั้นที่ทำให้เราสามารถหาเงินได้ ท่านอวี๋ ท่านได้มีชีวิตอยู่ในยุคสมัยของราชวงศ์หมิง ท่านน่าจะรู้ดีกว่าใครในที่นี้ว่าข้อดีและข้อเสียของการค้าทางทะเลคืออะไร”

เปลวไฟนรกในดวงตาของอวี๋เชียนลุกโชน

หากเป็นเช่นนั้น ทุกอย่างก็สมเหตุสมผล แต่…

“แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขายชุดเกราะพยัคฆารูปแบบใหม่อยู่ดีนะพ่ะย่ะค่ะ ! มันจะกลายเป็นสิ่งกีดขวางยมโลกในภายภาคหน้า !”

ฉินเย่เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาให้ทั้งคู่ “เจ้าศักดินาผู้สูงศักดิ์ทั้งสอง… พวกท่านคิดมากเกินไปแล้ว ไปพักผ่อนเสียเถิด เรายังมีเรื่องให้ต้องทำอีกมาก”

บางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถหารือได้ในเวลานี้ อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่กับหยางจีเย่และอวี๋เชียน ผู้ที่เขาเพิ่งพบเป็นครั้งแรก

เพราะอย่างไรแล้ว ผู้ใดจะรู้ได้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้ซื่อสัตย์จะกลายเป็นผู้ทรยศหรือไม่หลังจากที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาด ?

อวี๋เชียนและหยางจีเย่มองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะจากไปโดยไม่ได้เอ่ยอะไรไปมากกว่านี้ หลังจากผ่านไปประมาณสิบนาที ฉินเย่ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ท่านโนบูนางะ”

“นายท่าน” โนบูนางะก้าวออกมาจากมุมมืด สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือเมื่อครู่นี้…ไม่มีข้าราชการศักดินาตนใดสัมผัสถึงการดำรงอยู่ของเขาได้เลย

“ช่วยติดต่อกับราชาผีแห่งพิภพอสูรให้ข้าดี” ฉินเย่ยิ้ม “บอกเขา…ว่าข้ามีชุดเกราะที่ผลิตจากกระดองของแมลงแห่งหายนะอยู่ 5,000 ชุด ถามเขาว่าเขาต้องการจะซื้อมันหรือไม่ นอกจากนี้…ท่านสามารถทำให้เขามั่นใจอีกครั้งด้วยว่าการที่จะมอบตำแหน่งให้เขาและให้เขาอยู่ในยมโลกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก”

ถูกต้องแล้ว ฉินเย่ทำให้ข้าราชการศักดินาทั้งหมดคิดว่าเขาจะไม่ผลิตชุดเกราะชุดใหม่อีกต่อไป

แต่ผู้ใดบอกกันว่าในการผลิตครั้งแรกนี้…มีชุดเกราะที่ผลิตออกมาเพียงแค่ 10,000 ชุด ?

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด