จักรพรรดิเซียนหวนคืน (仙帝归来) 324 เสแสร้งแกล้งตบตา

Now you are reading จักรพรรดิเซียนหวนคืน (仙帝归来) Chapter 324 เสแสร้งแกล้งตบตา at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บทที่ 324 เสแสร้งแกล้งตบตา

เมื่อได้ยินดังนั้น ถางโร้วก็รีบเดินมายืนดูข้างจิ่วโยว สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป หญิงสาวเคยเป็นดารามาก่อนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร

ถางโร้วเข้าใจในทันทีว่าพวกตนถูกถ้ำมองเข้าให้แล้ว

“นี่มันคือกล้องแอบถ่าย” ถางโร้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

จิ่วโยวมีสีหน้าเย็นชา พูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “เราไปจัดการพวกมันกันเลยดีกว่า ฉันอยากเด็ดหัวคนอยู่พอดี”

“ดูเหมือนพวกเธอจะเจอกล้องแล้วครับ” ชายคนหนึ่งในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดเอ่ย

สีหน้าของเฟิงเหิงแปรเปลี่ยนไป พูดว่า “รมยาสลบเดี๋ยวนี้”

ลูกน้องอีกคนหนึ่งรีบกดปุ่มสีแดงทันที

ฟึบ!

ถางโร้วและจิ่วโยวเดินมาไม่ถึงประตูด้วยซ้ำ ภายในห้องน้ำก็คละคลุ้งไปด้วยกลุ่มควันสีชมพู

หญิงสาวทั้งสองคนไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีก็สูดหายใจเข้าไปแล้ว พวกเธอล้มลงคุกเข่ากับพื้นห้องด้วยความอ่อนแรง

ภายในห้องควบคุม เฟิงเหิงเห็นภาพนี้เข้าก็หัวเราะด้วยความชอบใจ

“พวกนายสองคนพาเธอไปส่งให้นายน้อยเดี๋ยวนี้ ระวังด้วยนะ อย่าให้พวกเธอมีตำหนิเด็ดขาด”

“รับทราบครับ!”

ชายทั้งสองคนลุกขึ้นและเดินออกไปทำตามคำสั่ง

เมื่อจิ่วโยวฟื้นขึ้นมา เธอก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงอ่อนนุ่มขนาดใหญ่ภายในห้องพักที่หรูหราห้องหนึ่ง

“นี่มัน…” หญิงสาวพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่พบว่าแขนขาไม่มีแรงเลยแม้แต่นิดเดียว

“ถางโร้ว ถางโร้ว…” จิ่วโยวเรียกหาอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ ถางโร้วไม่ได้อยู่ในห้องนี้

จิ่วโยวเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาแล้ว เธอมีร่างกายเป็นปีศาจ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นร่างกายก็รับไหว ถ้าเธออยู่ด้วยก็จะสามารถคุ้มครองถางโร้วได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับถางโร้ว ฉู่ชวิ๋นคงเป็นบ้าไปแน่ ๆ

ในห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ถางโร้วตื่นขึ้นมาแล้ว เธอพบว่าตนเองไร้เรี่ยวแรง จิ่วโยวไม่อยู่ข้างกาย หญิงสาวเริ่มตื่นกลัวขึ้นมา

“กริ๊ก”

เสียงประตูห้องนอนของจิ่วโยวและถางโร้วถูกเปิดออกในเวลาเดียวกัน

ผู้ที่เดินเข้ามาในห้องเป็นหญิงชราคนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยตีนกาผิวหนังยับย่น พูดได้เต็มปากว่ามีหน้าตาอัปลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง

“แกเป็นใคร?” จิ่วโยวผงกหัวขึ้นมาพูดด้วยความโกรธแค้น แต่น่าเสียดายที่เสียงของเธอยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่จึงไม่น่าเกรงขามเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฉันเป็นคนรับใช้ของนายน้อย ฉันมีหน้าที่มาแต่งตัวให้นายหญิงเจ้าค่ะ” หญิงชราตอบด้วยน้ำเสียงยานคาง

“คนสารเลว ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันฆ่าพวกแกแน่” จิ่วโยวคำราม

หญิงชรายิ้มอย่างแปลกประหลาดและพูดว่า “ไม่เคยมีใครหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้มาก่อน ถึงแม้ว่านายหญิงยังอายุน้อย แต่นายน้อยก็ชอบสาวๆ อายุน้อยอย่างนี้ที่สุด”

“หมายความว่าไง” จิ่วโยวกัดฟันกรอด

“ไม่สำคัญหรอกเจ้าค่ะ นายหญิงไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอก รีบลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหานายน้อยกันดีกว่า” หญิงชราพูดจบ ก็หยิบขวดสีขาวออกมายื่นจ่อไว้ปลายจมูกของจิ่วโยว

จิ่วโยวรู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงของตัวเองเริ่มฟื้นคืนมาแล้ว เมื่อเธอสามารถขยับแขนขาได้ หญิงสาวก็ต่อยหญิงชราทันที

หมับ!

แต่แขนเล็กๆ ของเธอก็ถูกหญิงชราคว้าจับเอาไว้

ไม่ใช่ว่าหญิงชรามีพละกำลังมหาศาล แต่เป็นเพราะว่าในขณะนี้ จิ่วโยวไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้ต่างหาก เรี่ยวแรงของเธอจึงเหมือนกับคนธรรมดาคนหนึ่ง

“ฉันขอแนะนำว่านายหญิงอย่าเสียเวลาเปล่าเลย เจ้าคะ ควันสีชมพูพวกนั้นมาจากผงวิเศษที่นายน้อยผลิตขึ้นมาเอง ถ้าไม่ได้รับยาแก้พิษ นายหญิงก็ใช้ลมปราณไม่ได้อีกสักระยะ” หญิงชราพูดอย่างเชื่องช้า

จิ่วโยวในตอนนี้กลายเป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง เธอได้แต่ปล่อยให้หญิงชราแต่งตัวให้โดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย

สิ่งเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับถางโร้ว เธอยอมให้หญิงชราอีกคนหนึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อย่างไม่ขัดขืน

“ดูสิ นายหญิงงดงามที่สุดเลย” หญิงชราพูดกับเงาสะท้อนของถางโร้วในกระจก

“ไปหานายน้อยกันดีกว่านะเจ้าคะ”

ตอนที่ถางโร้วถูกนำตัวออกมาจากห้อง จิ่วโยวก็ถูกพาออกมาจากอีกห้องหนึ่งเช่นกัน

“ถางโร้ว” จิ่วโยวเห็นถางโร้วเข้าก็ตะโกนเสียงดังว่า “เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”

ถางโร้วก็มองเห็นจิ่วโยวเช่นกัน เธอพยายามจะวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ถูกหญิงชราจับตัวไว้

“จิ่วโยว ฉันไม่เป็นไร เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ฉันไม่เป็นไร“ จิ่วโยวตอบกลับมา

พวกเธอถูกนำตัวออกมาเดินผ่านสวนขนาดใหญ่และระเบียงทางเดินที่ยาวเหยียด ก่อนที่จะมาถึงหน้าคฤหาสน์หลังงามแห่งหนึ่ง

เมื่อประตูคฤหาสน์เปิดออกก็สามารถมองเห็นภายในได้ทันที ไม่จำเป็นต้องอธิบายเลยว่าภายในคฤหาสน์ตกแต่งไว้อย่างสวยงามอลังการมากแค่ไหน แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ภายในคฤหาสน์กลับเต็มไปด้วยหญิงสาวหน้าตางดงามจำนวนมาก

คฤหาสน์หลังนี้เป็นเสมือนพระราชวังขนาดย่อม ๆ มีพื้นที่ด้วยกันทั้งสิ้นหลายร้อยตารางเมตร เมื่อเดินเข้าไปก็จะได้ยินเสียงพิณโบราณพร้อมด้วยเสียงขลุ่ยบรรเลงบทเพลงไพเราะตลอดเวลา หญิงสาวหน้าตาดีจำนวนนับไม่ถ้วนสวมใส่เสื้อผ้าแบบวาบหวิว ชนิดที่พร้อมจะขึ้นเตียงได้ทุกเมื่อ

หลังจากเดินผ่านห้องโถงใหญ่ตรงส่วนนี้ไปแล้ว พวกเธอก็เจอกับห้องอีกห้องหนึ่งที่มีเตียงตั้งอยู่ตรงกลาง บนโต๊ะหัวเตียงวางเรียงรายเต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิด

ส่วนบนเตียงนั้น ชายหนุ่มใบหน้าซีดขาวคนหนึ่งกำลังนอนเอกเขนกด้วยท่าทางสบายใจ มีหญิงสาวสี่คนคอยนวดแขนนวดขา และมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งทำหน้าที่คอยป้อนผลไม้ใส่ปากอยู่ตลอดเวลา

“นายน้อย นายหญิงคนใหม่มาหาแล้วค่ะ” หญิงชราพูด

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มบนเตียงนอนก็ลุกขึ้นมานั่ง เมื่อเขาเห็นถางโร้วและจิ่วโยว ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะมีหญิงสาวหน้าตาดีรายล้อมรอบกายอยู่ทุกวัน แต่เขาก็ไม่เคยเจอใครหน้าตางดงามขนาดนี้มาก่อน

“พวกแกออกไปได้แล้ว” เขาออกคำสั่งกับหญิงชราทั้งสองคนด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

นายน้อยกระโดดลงมาจากเตียงและเดินวนรอบๆ ถางโร้วกับจิ่วโยว แววตาของเขาเป็นประกายเร่าร้อน

“เฟิงเหิง ตาแก่คนนี้ ทำให้ฉันพอใจได้จริงๆ แล้วแฮะ”

“คนสวย ขอมือหน่อยสิ” นายน้อยยื่นมือออกไปหมายจะจับมือถางโร้ว

ถางโร้วถอยหลังหนี นายน้อยจึงคว้าจับได้แต่เพียงความว่างเปล่า

ชายหนุ่มดูจะตกตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มพูดออกมาอย่างมีอารมณ์หงุดหงิดว่า “ไม่มีใครสอนมารยาทมาหรือไง?” แต่ก่อนที่จะมีใครพูดอะไรออกมา เขาก็หัวเราะในลำคอและพูดต่อว่า “ก็แค่ผู้หญิงสวยอีกคนที่ต้องถูกสั่งสอนให้เชื่อฟังกันบ้าง น่าเบื่อจริงๆ”

“แต่คนนี้สิทำไมสวยแบบนี้” นายน้อยมองหน้าจิ่วโยว แล้วก็ยิ้มกริ่ม “ไม่เสียทีที่ฉันกินคนสวยเป็นอาหารมาตั้งแต่เด็กแล้ว”

“นายมันอัปลักษณ์” จิ่วโยวสวนกลับไป

“เธอว่าอะไรนะ?” นายน้อยถาม

“ฉันพูดว่านายมันอัปลักษณ์จะตาย” น้ำเสียงของจิ่วโยวเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน ก่อนที่จะต่อยหมัดเข้าใส่ท้องน้อยของชายหนุ่มอย่างแรง

นายน้อยส่งเสียงร้องโหยหวนขณะที่ร่างลอยกระเด็นไปกระแทกเข้ากับเตียงโครมใหญ่

นายน้อยเป็นแค่เพียงเจ้าของคฤหาสน์ธรรมดา เมื่อเขาอ้าปากก็ต้องกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ หญิงสาวที่อยู่รายล้อมรอบกายเขาส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวออกมาแล้ว

“เป็นไปได้ยังไง? เธอสูดดมผงสลายลมปราณของฉันเข้าไปแล้วไม่ใช่เหรอ” นายน้อยไม่อยากจะเชื่อ

จิ่วโยวมีสีหน้าเหยียดหยาม เธอมีร่างกายเป็นปีศาจ ผงสลายลมปราณจะมีผลแค่กับลมปราณทั่วไปเท่านั้น แต่หญิงสาวใช้ลมปราณปีศาจ มันจึงไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเธอ

“ถางโร้ว เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” จิ่วโยวหันไปถามถางโร้ว

ถางโร้วพยักหน้าและเริ่มโคจรพลังลมปราณอีกครั้ง ผงสลายลมปราณก็ทำอะไรเธอไม่ได้เช่นกันเพราะเธอฝึกตนเป็นเซียน ไม่ได้ฝึกสายจอมยุทธ์ทั่วไป

ตอนอยู่ที่โรงแรม พวกเธอไม่ได้สลบไปทันทีตามที่อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจ เมื่อกลุ่มควันสีชมพูพวยพุ่งออกมา หญิงสาวทั้งสองคนก็กลั้นหายใจและปิดรูขุมขนทุกจุดบนร่างกายเรียบร้อยแล้ว

พอคิดดูให้ดี พวกเธอก็คิดว่าโรงแรมแห่งนี้น่าจะเคยทำร้ายผู้คนเป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจว่าจะทำลายต้นตอของวงจรอุบาทว์นี้

ดังนั้น หญิงสาวทั้งสองคนจึงแกล้งสลบและตบตาว่าใช้ลมปราณไม่ได้ จนกระทั่งได้มาพบนายน้อยคนนี้

“ฉันว่าผู้หญิงพวกนี้ก็คงถูกจับตัวมาเหมือนกัน” จิ่วโยวกวาดตามองผู้หญิงที่ยืนอยู่โดยรอบ ซึ่งกำลังแสดงสีหน้าหวาดกลัว

ถางโร้วพยักหน้า เธอก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

“พวกคุณถูกจับตัวมาใช่ไหม รีบหนีเถอะ พวกเรามาช่วยคุณแล้ว” จิ่วโยวพูด

หญิงสาวเหล่านั้นขยับตัวเดินออกมา แต่กลับไม่มีใครกล้าหลบหนีไป

“ไม่ต้องกลัว วันนี้ไอ้หมอนี่มันได้ตายแน่นอน พวกคุณหนีไปเถอะ รับรองว่าจะไม่มีใครกล้าขวางคุณอีก” จิ่วโยวพูดด้วยน้ำเสียงแข็งขัน

“จุ๊ๆ เก่งจังเลยนะ” เมื่อหญิงสาวหันไปมองก็เห็นว่านายน้อยกำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ

พรึบ!

พลัน เงาร่างของชายฉกรรจ์หลายสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้น สองคนยืนขวางที่หน้าประตู สี่คนตรงเข้ามาคุ้มกันนายน้อย ส่วนพวกที่เหลือชักดาบยาวออกมาชี้ใส่หน้าถางโร้วและจิ่วโยว

“เศษสวะทั้งนั้นเลยนี่นา” จิ่วโยวกวาดตามองชายฉกรรจ์เหล่านั้นด้วยสายตาดูถูก ทุกคนเป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ ไม่มีใครมีพลังถึงขั้นจักรพรรดิเลยสักคน

วูบ!

จิ่วโยวพลันกระโดดเข้าใส่ เส้นผมของเธอเป็นประกายระยิบระยับ ต่อยกำปั้นใส่ชายฉกรรจ์เหล่านั้นอย่างดุเดือด

ควับ!

แล้วปืนยาวสีเงินก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ ตัวปืนเป็นประกายสว่างไสว

ฟู่!

หัวคนกลิ้งกระเด็น เลือดเป็นสายพุ่งฉีดขึ้นไปสูงกว่าหนึ่งเมตร

ขลุกๆๆ

หัวคนกลิ้งกระเด็นไปบนพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยเลือด คู่ต่อสู้ของจิ่วโยวไม่มีโอกาสได้เคลื่อนไหว ร่างของพวกเขาก็ขาดกระเด็นไปเหมือนกับขนมปังที่ถูกตัดทิ้ง

แต่อีกด้านหนึ่งมีชายฉกรรจ์สองคนพยายามจะฆ่าถางโร้ว

นี่คือครั้งแรกที่ถางโร้วได้เผชิญหน้ากับศัตรูอย่างแท้จริง ตอนนี้ พลังเธอแกร่งกล้าจนสามารถสู้กับจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิได้สบาย ๆ แต่กลับถูกจอมยุทธ์ขั้นปรมาจารย์คุกคามจนแทบตายแล้ว

“อย่าใจอ่อนสิ ถางโร้ว ฆ่าพวกมันเลย” จิ่วโยวร้องตะโกน

ถางโร้วแม้แต่ฆ่าไก่ก็ยังไม่เคย นับประสาอะไรกับการฆ่าคน? หญิงสาวได้แต่กระโดดหลบหนีไปมาเท่านั้น

ควับ! ควับ!

เมื่อเสียงของการโจมตีดังขึ้น ร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสองคนนั้นก็ลอยกระเด็นออกไปจากฝีมือของจิ่วโยวที่เข้ามาช่วยเหลือ

“ถ้าเธอเป็นแบบนี้ แล้วเราจะช่วยคนอื่นได้ยังไง?” จิ่วโยวว่า

ถางโร้วมีใบหน้าขาวซีด กลิ่นเลือดที่คาวคลุ้งทำให้เธอรู้สึกอึดอัด เสียงของเธอสั่นเครือในขณะที่พูดว่า “ฉันจะค่อย ๆ เรียนรู้ไปก็แล้วกัน” เธอบอก

เฮ้อ! จิ่วโยวได้แต่ส่ายศีรษะด้วยความเหนื่อยใจ

ปืนเงินในมือของเธอชี้หน้านายน้อย ใบหน้าของจิ่วโยวเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต

“แกก่อกรรมทำเข็ญกับผู้หญิงไว้มากมาย วันนี้ล่ะฉันจะส่งแกลงนรก”

นายน้อยตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่คิดเลยว่าจิ่วโยวจะมีความแข็งแกร่งจนสามารถฆ่าบอดี้การ์ดของเขาไปได้เกือบหมดในพริบตาเดียว

“พวกแกยืนทำอะไรอยู่ รีบไปฆ่ามันสิ” เขาออกคำสั่งกับชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนที่ยืนคุ้มกันตนเองอยู่

แต่ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนรู้สึกหวาดกลัวมาก อีกฝ่ายหนึ่งเป็นจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิ พวกเขายังไม่อยากตายสักหน่อย

“เคล้ง!”

ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนทิ้งดาบและทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า

“ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ข้าน้อยไม่กล้าทำเรื่องราวพวกนี้อีกแล้ว” สำหรับคนธรรมดา พวกเขาอาจเป็นเหมือนเทพเจ้า แต่สำหรับจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิ พวกเขาไม่ต่างไปจากมดตัวหนึ่ง

จิ่วโยวแผ่รังสีอำมหิตออกมา ปืนในมือของเธอเปล่งประกายสว่างไสว เมื่อเธอตวัดปืนในมือเพียงเพียงครั้งเดียว ศีรษะของชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนก็ถูกตัดขาดกระเด็นออกจากบ่า

“คนเลวอย่างพวกแกตายไปได้ก็ดีแล้ว” จิ่วโยวพูดด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความสงสาร

ใบหน้าของนายน้อยขาวซีดเหมือนกระดาษ ร่างกายของเขาสั่นเทาตั้งแต่หัวจรดเท้า ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “อย่านะ อย่าฆ่าฉันเลย ฉันมีเงินอยู่เท่าไหร่ ฉันจะให้พวกเธอทั้งหมดเลย”

คุณชายผู้นี้มาจากตระกูลร่ำรวยในโลกมนุษย์ เขาใช้เงินซื้อจอมยุทธ์มาเป็นข้าทาสบริวารจำนวนมาก ชายหนุ่มจึงเข้าใจว่าตนเองเป็นเทพเจ้าที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยมาตลอด เขาฉวยโอกาสที่โลกเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ประกอบกับกฎหมายกำลังอ่อนแอ จึงกล้าทำทุกอย่างตามความต้องการของตัวเอง รวมถึงการสร้างคฤหาสน์หลังนี้ขึ้นมาเพื่อจับตัวผู้หญิงหน้าตาดีมาเล่นสนุกตามใจชอบ ไหนเลยจะคิดได้ว่าวันอัปยศอย่างนี้จะมาถึงได้?

“คนอย่างแกมันไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว” จิ่วโยวตวัดปืนเข้าไปหมายจะแทงใส่ลำคอของชายหนุ่ม

เปรี้ยง!

ปรากฏพลังลมปราณสายหนึ่งพุ่งออกมากลางอากาศ

เกิดเสียงดังโครม ปืนในมือของจิ่วโยวเกือบจะหลุดลอยกระเด็นไป

“อายุแค่นี้ ดุร้ายจังเลยนะเรา” เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังขึ้น

แล้วร่างของชายคนนึงก็ปรากฏตัวอยู่ข้างนายน้อย ใบหน้าของเขาแผ่รังสีอำมหิต ไอลมปราณที่กล้าแข็งลอยออกมาจากร่างกาย

จิ่วโยวตื่นตัวขึ้นมา ถอยหลังกลับไปยืนอยู่ข้างกายถางโร้ว

“ผู้อาวุโสค่ง ช่วยผมด้วย ช่วยผมด้วย” นายน้อยร่ำร้องด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าได้เจอพ่อของตัวเองเสียอีก

“ไม่ต้องห่วง คุณชายหวัง ผมอยู่ที่นี่แล้วไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้” ค่งจวิ้นเต๋อพูด แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูก

ถ้าตระกูลหวังไม่มีเงินทองร่ำรวยมหาศาลและคอยช่วยเหลือสำนักของเขาอยู่ ค่งจวิ้นเต๋อ จะไม่เสียเวลาชายตามองคุณชายโรคจิตคนนี้เลยด้วยซ้ำ

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

จักรพรรดิเซียนหวนคืน (仙帝归来) 324 เสแสร้งแกล้งตบตา

Now you are reading จักรพรรดิเซียนหวนคืน (仙帝归来) Chapter 324 เสแสร้งแกล้งตบตา at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บทที่ 324 เสแสร้งแกล้งตบตา

เมื่อได้ยินดังนั้น ถางโร้วก็รีบเดินมายืนดูข้างจิ่วโยว สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป หญิงสาวเคยเป็นดารามาก่อนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร

ถางโร้วเข้าใจในทันทีว่าพวกตนถูกถ้ำมองเข้าให้แล้ว

“นี่มันคือกล้องแอบถ่าย” ถางโร้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

จิ่วโยวมีสีหน้าเย็นชา พูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “เราไปจัดการพวกมันกันเลยดีกว่า ฉันอยากเด็ดหัวคนอยู่พอดี”

“ดูเหมือนพวกเธอจะเจอกล้องแล้วครับ” ชายคนหนึ่งในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดเอ่ย

สีหน้าของเฟิงเหิงแปรเปลี่ยนไป พูดว่า “รมยาสลบเดี๋ยวนี้”

ลูกน้องอีกคนหนึ่งรีบกดปุ่มสีแดงทันที

ฟึบ!

ถางโร้วและจิ่วโยวเดินมาไม่ถึงประตูด้วยซ้ำ ภายในห้องน้ำก็คละคลุ้งไปด้วยกลุ่มควันสีชมพู

หญิงสาวทั้งสองคนไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีก็สูดหายใจเข้าไปแล้ว พวกเธอล้มลงคุกเข่ากับพื้นห้องด้วยความอ่อนแรง

ภายในห้องควบคุม เฟิงเหิงเห็นภาพนี้เข้าก็หัวเราะด้วยความชอบใจ

“พวกนายสองคนพาเธอไปส่งให้นายน้อยเดี๋ยวนี้ ระวังด้วยนะ อย่าให้พวกเธอมีตำหนิเด็ดขาด”

“รับทราบครับ!”

ชายทั้งสองคนลุกขึ้นและเดินออกไปทำตามคำสั่ง

เมื่อจิ่วโยวฟื้นขึ้นมา เธอก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงอ่อนนุ่มขนาดใหญ่ภายในห้องพักที่หรูหราห้องหนึ่ง

“นี่มัน…” หญิงสาวพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่พบว่าแขนขาไม่มีแรงเลยแม้แต่นิดเดียว

“ถางโร้ว ถางโร้ว…” จิ่วโยวเรียกหาอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ ถางโร้วไม่ได้อยู่ในห้องนี้

จิ่วโยวเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาแล้ว เธอมีร่างกายเป็นปีศาจ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นร่างกายก็รับไหว ถ้าเธออยู่ด้วยก็จะสามารถคุ้มครองถางโร้วได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับถางโร้ว ฉู่ชวิ๋นคงเป็นบ้าไปแน่ ๆ

ในห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ถางโร้วตื่นขึ้นมาแล้ว เธอพบว่าตนเองไร้เรี่ยวแรง จิ่วโยวไม่อยู่ข้างกาย หญิงสาวเริ่มตื่นกลัวขึ้นมา

“กริ๊ก”

เสียงประตูห้องนอนของจิ่วโยวและถางโร้วถูกเปิดออกในเวลาเดียวกัน

ผู้ที่เดินเข้ามาในห้องเป็นหญิงชราคนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยตีนกาผิวหนังยับย่น พูดได้เต็มปากว่ามีหน้าตาอัปลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง

“แกเป็นใคร?” จิ่วโยวผงกหัวขึ้นมาพูดด้วยความโกรธแค้น แต่น่าเสียดายที่เสียงของเธอยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่จึงไม่น่าเกรงขามเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฉันเป็นคนรับใช้ของนายน้อย ฉันมีหน้าที่มาแต่งตัวให้นายหญิงเจ้าค่ะ” หญิงชราตอบด้วยน้ำเสียงยานคาง

“คนสารเลว ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันฆ่าพวกแกแน่” จิ่วโยวคำราม

หญิงชรายิ้มอย่างแปลกประหลาดและพูดว่า “ไม่เคยมีใครหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้มาก่อน ถึงแม้ว่านายหญิงยังอายุน้อย แต่นายน้อยก็ชอบสาวๆ อายุน้อยอย่างนี้ที่สุด”

“หมายความว่าไง” จิ่วโยวกัดฟันกรอด

“ไม่สำคัญหรอกเจ้าค่ะ นายหญิงไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอก รีบลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหานายน้อยกันดีกว่า” หญิงชราพูดจบ ก็หยิบขวดสีขาวออกมายื่นจ่อไว้ปลายจมูกของจิ่วโยว

จิ่วโยวรู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงของตัวเองเริ่มฟื้นคืนมาแล้ว เมื่อเธอสามารถขยับแขนขาได้ หญิงสาวก็ต่อยหญิงชราทันที

หมับ!

แต่แขนเล็กๆ ของเธอก็ถูกหญิงชราคว้าจับเอาไว้

ไม่ใช่ว่าหญิงชรามีพละกำลังมหาศาล แต่เป็นเพราะว่าในขณะนี้ จิ่วโยวไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้ต่างหาก เรี่ยวแรงของเธอจึงเหมือนกับคนธรรมดาคนหนึ่ง

“ฉันขอแนะนำว่านายหญิงอย่าเสียเวลาเปล่าเลย เจ้าคะ ควันสีชมพูพวกนั้นมาจากผงวิเศษที่นายน้อยผลิตขึ้นมาเอง ถ้าไม่ได้รับยาแก้พิษ นายหญิงก็ใช้ลมปราณไม่ได้อีกสักระยะ” หญิงชราพูดอย่างเชื่องช้า

จิ่วโยวในตอนนี้กลายเป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง เธอได้แต่ปล่อยให้หญิงชราแต่งตัวให้โดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย

สิ่งเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับถางโร้ว เธอยอมให้หญิงชราอีกคนหนึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อย่างไม่ขัดขืน

“ดูสิ นายหญิงงดงามที่สุดเลย” หญิงชราพูดกับเงาสะท้อนของถางโร้วในกระจก

“ไปหานายน้อยกันดีกว่านะเจ้าคะ”

ตอนที่ถางโร้วถูกนำตัวออกมาจากห้อง จิ่วโยวก็ถูกพาออกมาจากอีกห้องหนึ่งเช่นกัน

“ถางโร้ว” จิ่วโยวเห็นถางโร้วเข้าก็ตะโกนเสียงดังว่า “เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”

ถางโร้วก็มองเห็นจิ่วโยวเช่นกัน เธอพยายามจะวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ถูกหญิงชราจับตัวไว้

“จิ่วโยว ฉันไม่เป็นไร เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ฉันไม่เป็นไร“ จิ่วโยวตอบกลับมา

พวกเธอถูกนำตัวออกมาเดินผ่านสวนขนาดใหญ่และระเบียงทางเดินที่ยาวเหยียด ก่อนที่จะมาถึงหน้าคฤหาสน์หลังงามแห่งหนึ่ง

เมื่อประตูคฤหาสน์เปิดออกก็สามารถมองเห็นภายในได้ทันที ไม่จำเป็นต้องอธิบายเลยว่าภายในคฤหาสน์ตกแต่งไว้อย่างสวยงามอลังการมากแค่ไหน แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ภายในคฤหาสน์กลับเต็มไปด้วยหญิงสาวหน้าตางดงามจำนวนมาก

คฤหาสน์หลังนี้เป็นเสมือนพระราชวังขนาดย่อม ๆ มีพื้นที่ด้วยกันทั้งสิ้นหลายร้อยตารางเมตร เมื่อเดินเข้าไปก็จะได้ยินเสียงพิณโบราณพร้อมด้วยเสียงขลุ่ยบรรเลงบทเพลงไพเราะตลอดเวลา หญิงสาวหน้าตาดีจำนวนนับไม่ถ้วนสวมใส่เสื้อผ้าแบบวาบหวิว ชนิดที่พร้อมจะขึ้นเตียงได้ทุกเมื่อ

หลังจากเดินผ่านห้องโถงใหญ่ตรงส่วนนี้ไปแล้ว พวกเธอก็เจอกับห้องอีกห้องหนึ่งที่มีเตียงตั้งอยู่ตรงกลาง บนโต๊ะหัวเตียงวางเรียงรายเต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิด

ส่วนบนเตียงนั้น ชายหนุ่มใบหน้าซีดขาวคนหนึ่งกำลังนอนเอกเขนกด้วยท่าทางสบายใจ มีหญิงสาวสี่คนคอยนวดแขนนวดขา และมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งทำหน้าที่คอยป้อนผลไม้ใส่ปากอยู่ตลอดเวลา

“นายน้อย นายหญิงคนใหม่มาหาแล้วค่ะ” หญิงชราพูด

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มบนเตียงนอนก็ลุกขึ้นมานั่ง เมื่อเขาเห็นถางโร้วและจิ่วโยว ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะมีหญิงสาวหน้าตาดีรายล้อมรอบกายอยู่ทุกวัน แต่เขาก็ไม่เคยเจอใครหน้าตางดงามขนาดนี้มาก่อน

“พวกแกออกไปได้แล้ว” เขาออกคำสั่งกับหญิงชราทั้งสองคนด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

นายน้อยกระโดดลงมาจากเตียงและเดินวนรอบๆ ถางโร้วกับจิ่วโยว แววตาของเขาเป็นประกายเร่าร้อน

“เฟิงเหิง ตาแก่คนนี้ ทำให้ฉันพอใจได้จริงๆ แล้วแฮะ”

“คนสวย ขอมือหน่อยสิ” นายน้อยยื่นมือออกไปหมายจะจับมือถางโร้ว

ถางโร้วถอยหลังหนี นายน้อยจึงคว้าจับได้แต่เพียงความว่างเปล่า

ชายหนุ่มดูจะตกตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มพูดออกมาอย่างมีอารมณ์หงุดหงิดว่า “ไม่มีใครสอนมารยาทมาหรือไง?” แต่ก่อนที่จะมีใครพูดอะไรออกมา เขาก็หัวเราะในลำคอและพูดต่อว่า “ก็แค่ผู้หญิงสวยอีกคนที่ต้องถูกสั่งสอนให้เชื่อฟังกันบ้าง น่าเบื่อจริงๆ”

“แต่คนนี้สิทำไมสวยแบบนี้” นายน้อยมองหน้าจิ่วโยว แล้วก็ยิ้มกริ่ม “ไม่เสียทีที่ฉันกินคนสวยเป็นอาหารมาตั้งแต่เด็กแล้ว”

“นายมันอัปลักษณ์” จิ่วโยวสวนกลับไป

“เธอว่าอะไรนะ?” นายน้อยถาม

“ฉันพูดว่านายมันอัปลักษณ์จะตาย” น้ำเสียงของจิ่วโยวเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน ก่อนที่จะต่อยหมัดเข้าใส่ท้องน้อยของชายหนุ่มอย่างแรง

นายน้อยส่งเสียงร้องโหยหวนขณะที่ร่างลอยกระเด็นไปกระแทกเข้ากับเตียงโครมใหญ่

นายน้อยเป็นแค่เพียงเจ้าของคฤหาสน์ธรรมดา เมื่อเขาอ้าปากก็ต้องกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ หญิงสาวที่อยู่รายล้อมรอบกายเขาส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวออกมาแล้ว

“เป็นไปได้ยังไง? เธอสูดดมผงสลายลมปราณของฉันเข้าไปแล้วไม่ใช่เหรอ” นายน้อยไม่อยากจะเชื่อ

จิ่วโยวมีสีหน้าเหยียดหยาม เธอมีร่างกายเป็นปีศาจ ผงสลายลมปราณจะมีผลแค่กับลมปราณทั่วไปเท่านั้น แต่หญิงสาวใช้ลมปราณปีศาจ มันจึงไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเธอ

“ถางโร้ว เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” จิ่วโยวหันไปถามถางโร้ว

ถางโร้วพยักหน้าและเริ่มโคจรพลังลมปราณอีกครั้ง ผงสลายลมปราณก็ทำอะไรเธอไม่ได้เช่นกันเพราะเธอฝึกตนเป็นเซียน ไม่ได้ฝึกสายจอมยุทธ์ทั่วไป

ตอนอยู่ที่โรงแรม พวกเธอไม่ได้สลบไปทันทีตามที่อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจ เมื่อกลุ่มควันสีชมพูพวยพุ่งออกมา หญิงสาวทั้งสองคนก็กลั้นหายใจและปิดรูขุมขนทุกจุดบนร่างกายเรียบร้อยแล้ว

พอคิดดูให้ดี พวกเธอก็คิดว่าโรงแรมแห่งนี้น่าจะเคยทำร้ายผู้คนเป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจว่าจะทำลายต้นตอของวงจรอุบาทว์นี้

ดังนั้น หญิงสาวทั้งสองคนจึงแกล้งสลบและตบตาว่าใช้ลมปราณไม่ได้ จนกระทั่งได้มาพบนายน้อยคนนี้

“ฉันว่าผู้หญิงพวกนี้ก็คงถูกจับตัวมาเหมือนกัน” จิ่วโยวกวาดตามองผู้หญิงที่ยืนอยู่โดยรอบ ซึ่งกำลังแสดงสีหน้าหวาดกลัว

ถางโร้วพยักหน้า เธอก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

“พวกคุณถูกจับตัวมาใช่ไหม รีบหนีเถอะ พวกเรามาช่วยคุณแล้ว” จิ่วโยวพูด

หญิงสาวเหล่านั้นขยับตัวเดินออกมา แต่กลับไม่มีใครกล้าหลบหนีไป

“ไม่ต้องกลัว วันนี้ไอ้หมอนี่มันได้ตายแน่นอน พวกคุณหนีไปเถอะ รับรองว่าจะไม่มีใครกล้าขวางคุณอีก” จิ่วโยวพูดด้วยน้ำเสียงแข็งขัน

“จุ๊ๆ เก่งจังเลยนะ” เมื่อหญิงสาวหันไปมองก็เห็นว่านายน้อยกำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ

พรึบ!

พลัน เงาร่างของชายฉกรรจ์หลายสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้น สองคนยืนขวางที่หน้าประตู สี่คนตรงเข้ามาคุ้มกันนายน้อย ส่วนพวกที่เหลือชักดาบยาวออกมาชี้ใส่หน้าถางโร้วและจิ่วโยว

“เศษสวะทั้งนั้นเลยนี่นา” จิ่วโยวกวาดตามองชายฉกรรจ์เหล่านั้นด้วยสายตาดูถูก ทุกคนเป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ ไม่มีใครมีพลังถึงขั้นจักรพรรดิเลยสักคน

วูบ!

จิ่วโยวพลันกระโดดเข้าใส่ เส้นผมของเธอเป็นประกายระยิบระยับ ต่อยกำปั้นใส่ชายฉกรรจ์เหล่านั้นอย่างดุเดือด

ควับ!

แล้วปืนยาวสีเงินก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ ตัวปืนเป็นประกายสว่างไสว

ฟู่!

หัวคนกลิ้งกระเด็น เลือดเป็นสายพุ่งฉีดขึ้นไปสูงกว่าหนึ่งเมตร

ขลุกๆๆ

หัวคนกลิ้งกระเด็นไปบนพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยเลือด คู่ต่อสู้ของจิ่วโยวไม่มีโอกาสได้เคลื่อนไหว ร่างของพวกเขาก็ขาดกระเด็นไปเหมือนกับขนมปังที่ถูกตัดทิ้ง

แต่อีกด้านหนึ่งมีชายฉกรรจ์สองคนพยายามจะฆ่าถางโร้ว

นี่คือครั้งแรกที่ถางโร้วได้เผชิญหน้ากับศัตรูอย่างแท้จริง ตอนนี้ พลังเธอแกร่งกล้าจนสามารถสู้กับจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิได้สบาย ๆ แต่กลับถูกจอมยุทธ์ขั้นปรมาจารย์คุกคามจนแทบตายแล้ว

“อย่าใจอ่อนสิ ถางโร้ว ฆ่าพวกมันเลย” จิ่วโยวร้องตะโกน

ถางโร้วแม้แต่ฆ่าไก่ก็ยังไม่เคย นับประสาอะไรกับการฆ่าคน? หญิงสาวได้แต่กระโดดหลบหนีไปมาเท่านั้น

ควับ! ควับ!

เมื่อเสียงของการโจมตีดังขึ้น ร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสองคนนั้นก็ลอยกระเด็นออกไปจากฝีมือของจิ่วโยวที่เข้ามาช่วยเหลือ

“ถ้าเธอเป็นแบบนี้ แล้วเราจะช่วยคนอื่นได้ยังไง?” จิ่วโยวว่า

ถางโร้วมีใบหน้าขาวซีด กลิ่นเลือดที่คาวคลุ้งทำให้เธอรู้สึกอึดอัด เสียงของเธอสั่นเครือในขณะที่พูดว่า “ฉันจะค่อย ๆ เรียนรู้ไปก็แล้วกัน” เธอบอก

เฮ้อ! จิ่วโยวได้แต่ส่ายศีรษะด้วยความเหนื่อยใจ

ปืนเงินในมือของเธอชี้หน้านายน้อย ใบหน้าของจิ่วโยวเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต

“แกก่อกรรมทำเข็ญกับผู้หญิงไว้มากมาย วันนี้ล่ะฉันจะส่งแกลงนรก”

นายน้อยตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่คิดเลยว่าจิ่วโยวจะมีความแข็งแกร่งจนสามารถฆ่าบอดี้การ์ดของเขาไปได้เกือบหมดในพริบตาเดียว

“พวกแกยืนทำอะไรอยู่ รีบไปฆ่ามันสิ” เขาออกคำสั่งกับชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนที่ยืนคุ้มกันตนเองอยู่

แต่ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนรู้สึกหวาดกลัวมาก อีกฝ่ายหนึ่งเป็นจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิ พวกเขายังไม่อยากตายสักหน่อย

“เคล้ง!”

ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนทิ้งดาบและทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า

“ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ข้าน้อยไม่กล้าทำเรื่องราวพวกนี้อีกแล้ว” สำหรับคนธรรมดา พวกเขาอาจเป็นเหมือนเทพเจ้า แต่สำหรับจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิ พวกเขาไม่ต่างไปจากมดตัวหนึ่ง

จิ่วโยวแผ่รังสีอำมหิตออกมา ปืนในมือของเธอเปล่งประกายสว่างไสว เมื่อเธอตวัดปืนในมือเพียงเพียงครั้งเดียว ศีรษะของชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนก็ถูกตัดขาดกระเด็นออกจากบ่า

“คนเลวอย่างพวกแกตายไปได้ก็ดีแล้ว” จิ่วโยวพูดด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความสงสาร

ใบหน้าของนายน้อยขาวซีดเหมือนกระดาษ ร่างกายของเขาสั่นเทาตั้งแต่หัวจรดเท้า ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “อย่านะ อย่าฆ่าฉันเลย ฉันมีเงินอยู่เท่าไหร่ ฉันจะให้พวกเธอทั้งหมดเลย”

คุณชายผู้นี้มาจากตระกูลร่ำรวยในโลกมนุษย์ เขาใช้เงินซื้อจอมยุทธ์มาเป็นข้าทาสบริวารจำนวนมาก ชายหนุ่มจึงเข้าใจว่าตนเองเป็นเทพเจ้าที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยมาตลอด เขาฉวยโอกาสที่โลกเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ประกอบกับกฎหมายกำลังอ่อนแอ จึงกล้าทำทุกอย่างตามความต้องการของตัวเอง รวมถึงการสร้างคฤหาสน์หลังนี้ขึ้นมาเพื่อจับตัวผู้หญิงหน้าตาดีมาเล่นสนุกตามใจชอบ ไหนเลยจะคิดได้ว่าวันอัปยศอย่างนี้จะมาถึงได้?

“คนอย่างแกมันไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว” จิ่วโยวตวัดปืนเข้าไปหมายจะแทงใส่ลำคอของชายหนุ่ม

เปรี้ยง!

ปรากฏพลังลมปราณสายหนึ่งพุ่งออกมากลางอากาศ

เกิดเสียงดังโครม ปืนในมือของจิ่วโยวเกือบจะหลุดลอยกระเด็นไป

“อายุแค่นี้ ดุร้ายจังเลยนะเรา” เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังขึ้น

แล้วร่างของชายคนนึงก็ปรากฏตัวอยู่ข้างนายน้อย ใบหน้าของเขาแผ่รังสีอำมหิต ไอลมปราณที่กล้าแข็งลอยออกมาจากร่างกาย

จิ่วโยวตื่นตัวขึ้นมา ถอยหลังกลับไปยืนอยู่ข้างกายถางโร้ว

“ผู้อาวุโสค่ง ช่วยผมด้วย ช่วยผมด้วย” นายน้อยร่ำร้องด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าได้เจอพ่อของตัวเองเสียอีก

“ไม่ต้องห่วง คุณชายหวัง ผมอยู่ที่นี่แล้วไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้” ค่งจวิ้นเต๋อพูด แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูก

ถ้าตระกูลหวังไม่มีเงินทองร่ำรวยมหาศาลและคอยช่วยเหลือสำนักของเขาอยู่ ค่งจวิ้นเต๋อ จะไม่เสียเวลาชายตามองคุณชายโรคจิตคนนี้เลยด้วยซ้ำ

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

×

Pengaturan Membaca

Background :

Size :

A-16A+