หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! 33 : 9 ปี กับดาบในตํานานระดับทอง

Now you are reading หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords! Chapter 33 : 9 ปี กับดาบในตํานานระดับทอง at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

ตอนที่ 33 : 9 ปี กับดาบในตํานานระดับทอง

 

ปั้ง!

 

จางเถียนเจียนทุบโต๊ะและพูดตะคอกขึ้นมา “ถ้ามันเจอข้าล่ะก็ ภายใน 3 กระบวนท่าเท่านั้น ข้าจะทําให้มั่นใช้ดาบไม่ได้อีกเลยคอยดู!”

 

จางหรูหยูหัวเราะอย่างเหยียดหยาม

 

เขาพบว่านับวันพ่อของเขายิ่งหยิ่งยโสมากขึ้นเรื่อย ๆ พ่อของเขาลืมไปแล้ว หรือ ถึงความอับอายที่เกิดขึ้นต่อหน้าจักรพรรดิกระบีแห่งมหาจักรวรรดิโจวน่ะ?

 

มันเป็นเรื่องที่เขาไม่กล้าจะหยิบขึ้นมาพูดซะด้วยซ้ำ สําหรับเขาแล้ว มันคือความอัปยศอดสู

 

เมื่อตอนที่เขาไปที่มหาจักวรรดิโจวเพื่อเข้ารับการทดสอบ เขาก็มักจะโดน จอมยุทธรุ่นเยาว์ของจักรวรรดิล้ออยู่บ่อย ๆ

 

เพราะงั้นแล้ว เขาเลยโทษพ่อของตัวเองตั้งแต่นั้นมา

 

แต่ถึงอย่างนั้น พ่อของเขาก็ยังเป็นจอมกระบี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งอาณาจักเหมันต์แดนใต้ เขาเลยตั้งเป้าที่จะเหนือกว่าพ่อของเขาให้ได้

 

แต่ตั้งแต่ที่เขาได้เจอกับเทพกระบี่โจว

 

เลือดของเขาเดือดพล่านไปด้วยความตื่นเต้น ทุกครั้งที่เขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับเทพกระบี่โจวทําลายรังโจรได้

 

และทีละเล็กทีละน้อย ภายในใจของเขา เทพกระบีโจวก็เริ่มที่จะอยู่เหนือกว่าพ่อของเขา

 

ในสายตาของเขา เทพกระบี่โจวก็เหมือนกับเขา ที่มีทั้งใจรักและมีจิตที่เมตตา

 

กลับกันพ่อของเขา แทนที่จะไปกําจัดพวกโจรด้วยตัวเอง กลับเอาแต่ถากถางเทพกระบี่โจว เพราะงั้นถ้าเทียบกันแล้ว มันก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่านิสัยของพ่อเขาเป็นยังไง

 

“ถ้างั้นก็เอาเลยสิ!”

 

เขาพูดพลางกลอกตา ยังไงไอดอลของเขาก็ไปทําลายฐานที่มั่นของ พวกโจรทุกที่อยู่แล้ว จะหาตัวเขาให้เจอมันก็ง่ายนิดเดียว ถ้าพ่อของเขาต้องการ จริง ๆ เขาก็จะต้องไปหาแน่

 

จากการประเมินของเขา เทพกระบีโจวน่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับพ่อของเขา เขาเลยไม่กังวลว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจถึงตายได้

 

“หืม แต่เมื่อไม่นานมานี้ พวกปีศาจดูเหมือนจะเริ่มเคลื่อนไหวนะ แล้วจะ ให้ข้าไปได้ยังไง?”

 

พ่อของเขาถอนหายใจอย่างเคร่งขรึม

 

จางหรูหยูกลอกตา และเดินตรงไปหาทหารนายนั้น “เทพกระบี่โจวตอนนี้ เข้าจัดอันดับชื่อเสียงรึยัง?”

 

ตารางจัดอันดับผู้มีชื่อเสียงแห่งมหาจักรวรรดิโจว คือ ตารางจัดอันดับบุคคล ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมาก ไม่ได้จัดอันดับตามพลังที่มีแต่จัดอันดับตามชื่อเสียงแทน

 

“ยังครับ” นายทหารส่ายหัว

 

จางหรูหยูรู้สึกเสียดาย

 

เมื่อพ่อของเขาเห็นสีของเขาเป็นแบบนั้นก็รู้สึกโกรธมาก

 

เขากําลังรอเวลาที่จะได้จัดการปัญหากับเทพกระบี่โจว เพื่อให้ลูกชายของ เขาได้เห็นว่า พ่อของเขานั้นทรงพลังแค่ไหน!

 

 

บนทางเดินแคบ ๆ ในหุบเขา โจวฉวนจีเดินด้วยกันกับอาใหญ่อยู่ ตัวของเขานั้นเปื้อนเลือด และมีจิตสังหารก็กระจายออกมาบาง ๆ จากตัวเขา

 

เขาพึ่งไปกําจัดฐานที่มั่นของพวกโจรอีกที่นึ่งมา และเลือกทั้งหมดที่เปื้อนอยู่บนตัวเขา ก็คือเลือดของศัตรูนั่นเอง

 

ครึ่งปีผ่านไปนับตั้งแต่วันเกิดอายุครบ 8 ปี

 

หลังจากที่เขาได้ทําลายฐานกองโจรมานับไม่ถ้วนแล้ว เขาก็ชักอยากจะท้าทายกับจอมยุทธทรงพลังที่อยู่ระดับบรรลุญาณบ้างแล้ว

 

ถึงเขาจะอยู่เพียงระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 5 แต่ก็ไม่มีใครในระดับสร้างรากฐานที่เก่งกาจเทียบเท่ากับเขาอีกแล้ว

 

เขาไม่ใช่เด็ก 2 ขวบแบบที่เคยเป็นอีกต่อไป ตอนนี้เขาเป็นถึงคนที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้จริงมาเยอะมาก

เขาเปิดใช้งานกลไก และหมอกก็เริ่มกลับมาปกคลุมทางเดินแคบ ๆ นั้น ในตอนที่เขากําลังจะอาบน้ำ เขาก็เห็นเจียงฉือน้อยกําลังฝึกอยู่ ขณะที่น้องสองกําลังเล่นวิ่งไล่จับหนูทรายสามตา

 

เขายิ้มก่อนจะเดินลงไปยังทะเลสาบ

 

ทะเลสาบนั้นเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ํา น้ําเลยยังคงใสสะอาดเพราะมีการไหลเวียนตลอดเวลาอย่างไรก็ตาม ทั้งสองก็ไม่ได้ดื่มน้ําจากทะเลสาบ แต่เลือกที่จะดื่มน้ําจากน้ําพุที่ไหลลงมาจากกําแพงภูเขาที่อยู่ข้างทะเลสาบแทน

 

หลังจากที่เขาอาบน้ําและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่สะอาดแล้ว เขาก็โยนพวกเสื้อ ผ้าที่สกปรกไปไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเดินตรงไปหาเจียงฉือน้อย

 

เขาถามเธอ “เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เจ้าเลื่อนระดับได้รึยัง?”

 

เธอลืมตาขึ้นก่อนจะมองอย่างหงุดหงิด “ข้าทําไม่ได้ ข้าแค่รู้สึกว่า ข้าหาหนทางที่จะเลื่อนระดับขึ้นไปไม่ได้เลย” เธอพูด

 

เด็กสาวอายุ 12 ปีคนนี้ยังคงสูงขึ้นและน่ารักกว่าเดิม เธอรวบผมเป็นทรงหางม้า และท่าทางเอียงหัวน้อย ๆ ของเธอนั้นก็ดูน่ารักเอามาก ๆ

 

โจวฉวนจียืนเท้าสะเอว ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ “ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆไป เจ้านะไม่เหมือนอัจฉริยะอย่างข้าซะหน่อย!” เมื่อเธอได้ยินแบบนั้นก็กระโดดตะครุบโจวฉวนจีพื้นที่

 

นางเล่นทีเผลอโจวฉวนจี และก็ผลักเขาล้มลงไปกับพื้น

 

เธอนั่งทับลงบนเอวของเขาเพื่อกดเขาเอาไว้ “ลองพูดอวดดีดูอีกครั้งสิ!” เธอเปล่งเสียงด้วยความภาคภูมิใจ

 

โจวฉวนจีนั้นแข็งแรงพอจะผลักเธอออกได้ง่าย ๆ แต่เขาก็ไม่ทํา และปล่อยให้เธอทํากับเขาเท่าที่เธอพอใจ

 

เขาทําหน้ามุ่ย “เจ้านี่เป็นพี่สาวแบบไหนเนี่ย โฮ่ เจ้าน่ะรักข้าตอนเด็กจะตาย แต่พอมาตอนนี้ซิ เอาแต่หาวิธีมาแกล้งข้า!”

 

เจียงฉือน้อยตีก้นของเขาเหมือนกําลังขี่ม้าอยู่ พลางพูดอย่างไม่พอใจใส่ “แล้วใครให้เจ้ามาล้อข้าแบบนี้ ฮะ?”

 

และทั้งสองก็เริ่มเล่นต่อสู้กัน

 

หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไปเธอก็รู้สึกพึงพอใจ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นและเดิน ไปยังริมทะเลสาบ

 

เสื้อผ้าทั้งหมดของโจวฉวนจี เธอก็เป็นคนซักเอง และเธอยังเย็บเสื้อผ้าให้กับ เขาอีกด้วย แถมยังใช้ความพยายามในการเย็บให้มากกว่าเสื้อของตัวเองซะอีก

 

เขารู้สึกเบื่อนิดหน่อย เขาปัดผมยุ่ง ๆ ของเขาและวิ่งไปหาน้องสองเพื่อเล่นกับมัน

 

และนี่คือชีวิตประจําวันของทั้งสอง ถึงแม้วันเวลาจะซ้ําซาก แต่พวกเขาก็ไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย

 

วันเวลาผ่านไป

 

ครึ่งปีต่อมา

 

โจวฉวนจีก็ขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 6 และเจียงฉือน้อยก็เลื่อนขึ้นระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 1 ได้สําเร็จเช่นกัน

 

“จากการวิเคราะห์พบว่าท่านเจ้าของดาบมีอายุครบ 9 ปีแล้ว ระบบกาชา เริ่มทํางาน!”

 

“ติ๊ง! ยินดีด้วย ท่านเจ้าของดาบได้รับ [ระดับทอง] ดาบราชาโลกันตร์ วิชาขยายวิถีกระบี่ และพัดอัคคี”

 

เสียงของจิตวิญญาณแห่งดาบดังก้องขึ้นมา โจวฉวนจีที่กําลังนั่งชิงช้าอยู่ก็กระโดดลงมาทันที

 

อะไรนะ?

 

ดาบในตํานานระดับทองงั้นหรอ!

 

โจวฉวนจีตัวสั่นด้วยความดีใจ ในที่สุดเขาก็ได้ดาบในตํานานระดับทองสักที!

 

ทันใดนั้น รายละเอียดเกี่ยวกับดาบราชาโลกันตร์ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

 

ชื่อดาบ : ดาบราชาโลกันตร์

 

ระดับ : ทอง

 

คําอธิบาย : ดาบราชาโลกันตร์ เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งก้นบึงขุมนรก มันสามารถใช้อัญเชิญวิญญาณของราชาโลกันตร์เข้ามาสิงร่างผู้ใช้ได้

 

 

ราชาโลกันตร์งั้นหรอ?

 

ฟังดูเจ๋งดีนี่!

 

เขาเอาดาบราชาโลกันตร์ออกมาอย่างรวดเร็ว

 

ดาบนั้นมีความยาวถึง 5 ฟุต ตัวด้ามจับเป็นสีดําและมีรอยแกะสลักเล็ก ๆ คล้ายเกล็ดอยู่ทั่วด้าม ใบดาบกว้าง 3 นิ้วและค่อย ๆ กว้างขึ้นจรดปลายดาบ โดยรวมแล้ว มันทั้งดูยิ่งใหญ่และมีออร่าที่น่าประทับใจเสียจนไม่อาจพรรณนาออกมาได้

 

มันเป็นดาบในตํานานระดับทองอย่างแน่นอน เพราะมันแตกต่างกับดาบ ในตํานานเล่มอื่นสุด ๆ

 

เขารู้สึกมีความสุขเอามาก ๆ เขาลองถือและเหวี่ยงดาบไปรอบ ๆ แต่มันกลับ ดูแปลกด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าตัวเขา เพราะใบดาบนั้นยาวสุด ๆ เขาเลยไม่สามารถชินกับมันได้อย่างสมบูรณ์

 

ขณะที่เขาเหวี่ยงดาบราชาโลกันตร์ โวฉวนจีก็ดูจะยิ่งสง่างามมากกว่าเดิม

 

แม้แต่เจียงฉือน้อยที่กําลังนั่งเย็บเสื้อผ้าอยู่ก็ยังหันมามองเขา

 

“ดาบใหม่อีกเล่มหรอ?”

 

เธอบ่นพึมพําก่อนจะกลับมาเย็บต่อ

 

เธอไม่ได้สนใจในดาบสักเท่าไหร่ เพราะเธอไม่มีพรสวรรค์ในวิถีแห่งดาบ เธอเลยไม่ได้ชอบดาบขนาดนั้น

 

หลังจากที่ฝึกด้วยวิชาดาบกระเรียนขาวไป 1 รอบ เขาก็หยุดลง เขาอยากจะดูวิชาขยายวิถีกระบี่กับพัดอัคคีซะก่อน แล้วค่อยลองใช้ผลของการสิงร่างของราชาโลกันตร์

 

วิชาขยายวิถีกระบี่นั้นเป็นวิชาดาบ เมื่อขว้างดาบออกไปแล้วครั้งหนึ่ง มันจะสังหารศัตรูที่อยู่ห่างออกไปไกลหลายสิบไมล์ได้

 

ส่วนพัดอัคคีนั้นเป็นวัตถุวิเศษ มันมีรูปทรงเป็นน้ําเต้าและเป็นสีแดงทั่วทั้งพัด

 

จิตวิญญาณแห่งดาบไม่อนุญาตให้เขาใช้วัตถุวิเศษอย่างอื่นนอกจากดาบ เพื่อที่จะไม่ให้เขาพึ่งพาของพวกนั้นมากเกินไป

 

แต่ยังไงเขาก็ไม่ได้อยากจะใช้พัดอัคคีอยู่แล้ว เขาเลยเอามัน ให้กับเจียงฮือน้อยแทน

 

เธอถ่ายพลังวิญญาณลงไปในพัด ก่อนจะพัดมันตรงไปข้างหน้ายังพื้นดินที่ ว่างเปล่า และเกิดระเบิดเปลวไฟขึ้นมา ซึ่งขนาดของมันก็มากพอที่ครอบคลุมอาใหญ่และน้องสองได้

 

มันมีพลังทําลายล้างที่สูงจริง ๆ!

 

“เยี่ยมไปเลย! ด้วยพัดอัคคีนี่ ข้าก็ช่วยเจ้าได้แล้วต่อจากนี้!”

 

เธอพูดอย่างมีความสุขพลางกอดพัดอัคคีอย่างหวงแหน

 

โจวฉวนจีรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่าเด็กสาวมีพรสวรรค์ในการเป็นนักร่ายคาถา

 

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เริ่มฝึกวิชาขยายวิถีกระบี่

 

วิชาดาบนี้มีเพียง 1 กระบวนท่าเท่านั้น นั่นคือการเขวี่ยงดาบออกไป

 

แต่มันมีความแตกต่างทางด้านเทคนิคนิดหน่อยเมื่อเขาเคลื่อนไหวมือและ ถ่ายโอนพลังวิญญาณ แต่สําหรับเขายังไงมันก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยอยู่แล้ว

 

และภายในครึ่งชั่วโมง เขาก็สําเร็จวิชาขยายวิถีกระบี่ได้

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด