การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวยบทที่ 323 อย่าร้องไห้ทีหลัง

Now you are reading การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย Chapter บทที่ 323 อย่าร้องไห้ทีหลัง at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

บทที่ 323 อย่าร้องไห้ทีหลัง

บทที่ 323 อย่าร้องไห้ทีหลัง

ได้ยินคำพูดของถังซวงแล้ว คุณนายจิงและเฮ่อหลานถึงกับตื่นตระหนกปนโกรธจัด

“อะไรนะ… กัวเฟยน่าทำตัวเน่าเฟะขนาดนั้นเชียวหรือ หล่อนกล้าจ้างผู้ชายร่างใหญ่เพื่อจัดการกับถังซวงของเรา กล้าเกินไปแล้ว”

จิงเหวินรุ่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าอับอาย “คุณย่า คุณป้า ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเองครับ ถ้าไม่ใช่เพราะผมไปดูตัวกับกัวเฟยน่า เรื่องทั้งหมดนี้คงไม่เกิดขึ้น”

คุณนายจิงชำเลืองมองจิงเหวินรุ่ยอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะตำหนิเขาเล็กน้อย “ใช่ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เกี่ยวกับหลานด้วยเหมือนกัน ในอนาคตควรจะดูคนให้ดีเสียก่อน ทั้งแม่ทั้งลูกเลย อย่าพาคนไม่ดีเข้ามาที่บ้านของเราอีก”

ส่วนเฮ่อหลานทราบดีว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับครอบครัวที่สองจริง แต่การตำหนิพวกเขามันเป็นเรื่องที่มากเกินไป “คุณแม่คะ ทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของเหวินรุ่ยเลยนะคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของกัวเฟยน่า อย่าโทษพี่สะใภ้รองกับเหวินรุ่ยเลยค่ะ ไม่ใช่ความผิดพวกเขาเลย”

ถังซวงกล่าวขึ้นด้วยเช่นกัน “ใช่ค่ะคุณย่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของป้ารองกับพี่รองเลยค่ะ เป็นความผิดของคนที่มีความคิดต่ำช้ามากกว่าค่ะ”

ได้ยินคำพูดของเฮ่อหลานและถังซวง คุณนายจิงอดไม่ได้ที่จะคิดตาม เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็รู้ดีว่าสะใภ้คนเล็กกับหลานสาวคนโตมีความคิดความเข้าใจกว่าคนทั่วไป ทว่าสิ่งนี้มันทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงถังซวงมากกว่าเดิมซะอีก จึงหันมองจิงเหวินรุ่ยพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองอีกครั้งว่า “หลานควรดีใจที่น้องสาวหลานไม่คิดอะไร ต้องขอบคุณเธอให้มากล่ะ”

จิงเหวินรุ่ยพยักหน้ารับเมื่อได้ยินอย่างนั้น “ครับคุณย่า ผมจะพาซวงเอ๋อร์กับเสี่ยวเซวี่ยไปซื้อของในวันหยุดท้ายสัปดาห์นี้ และไม่ว่าทั้งสองจะชอบอะไร ผมจะซื้อให้ทุกอย่างเลยครับ”

“พี่รองคะ อย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ อย่ามาบ่นว่าฉันใช้เงินของพี่หมดล่ะ”

ได้ยินถังซวงพูดอย่างนั้น จิงเหวินรุ่ยก็รู้ดีว่าเธอกำลังช่วยเขาเปลี่ยนเรื่อง เวลานี้เขายกยิ้มมีความสุขก่อนจะตอบกลับว่า “ซวงเอ๋อร์ ไม่ว่าเธอจะอยากซื้ออะไร ฉันก็จะซื้อให้ทุกอย่างเลย เอาให้เงินหมดเลยก็ได้”

“ดีเลยค่ะ อย่างนั้นฉันกับเสี่ยวเซวี่ยจะไม่เกรงใจแล้วนะ”

ตอนท้ายถังซวงยิ้มกว้างก่อนจะยกกำปั้นขึ้นมาให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอจะไม่เกรงใจเขาจริง ๆ

เมื่อเห็นท่าทีของลูกสาวคนโต เฮ่อหลานถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ เพราะเธอกลัวจริง ๆ ว่าลูกสาวจะรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้า

เมื่อเมิ่งผิงเดินออกมาจากครัว เธอจึงได้ทราบว่าทั้งสองพี่น้องจะไปซื้อของกับลูกชายของตนในวันหยุด เธอเลยเอาเงินจำนวนหนึ่งมอบให้ลูกชายพร้อมกล่าวกำชับ “เหวินรุ่ย รับเงินนี้ไปนะจ๊ะ ใช้ซื้อของให้กับสองคนนั้นเต็มที่เลย อ้อ แล้วอย่าลืมซื้อของขวัญมาฝากคุณป้าด้วยล่ะ เราต้องขอบคุณเธอที่ไม่เอาเรื่องพวกเรา”

“ครับแม่ ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะเลือกของขวัญให้ดีเลยครับ”

เห็นลูกชายรับปากอย่างนั้นแล้ว เมิ่งผิงก็ผ่อนคลายขึ้น

หลังจากทุกคนรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว จิงเจ้อหรงกลับมาพร้อมกับโทษของกัวเฟยน่า “ซวงเอ๋อร์ ตระกูลกัวจะไม่ยุ่งกับลูกอีกแน่นอน พวกเขาจะย้ายไปอยู่ในเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้น่ะ และพวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในเมืองหลวงอีก เพราะทางกัวเฟยน่าจ้างคนมาทำร้ายลูก เลยต้องจำคุกไว้ก่อนสักระยะน่ะ แต่หลังจากพ้นโทษตรงนี้ เธอก็จะถูกย้ายออกไปนอกเมืองหลวงทันที เธอต้องได้รับโทษอย่างสาสม”

ได้ยินอย่างนั้นถังซวงยิ้มก่อนจะกล่าวขอบคุณ “ค่ะ ขอบคุณนะคะพ่อ”

จิงเจ้อหรงโบกมือ ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ไม่ใช่หรอก วันนี้พ่อไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เป็นเลขาเฉินต่างหาก ถ้าลูกว่างลองเข้าไปขอบคุณผู้อาวุโสจูด้วยตัวเองนะ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาเลยล่ะ”

ถังซวงเข้าใจเรื่องนี้ดี เธอพยักหน้าก่อนจะพูดต่อว่า “ค่ะ ไว้คราวหน้าหนูจะหาโอกาสไปพบผู้อาวุโสจู”

“ผู้อาวุโสจู? แล้วทำไมซวงเอ๋อร์ต้องไปพบผู้อาวุโสจูด้วย?”

คุณชายจิงที่เพิ่งมาถึง เขาได้ยินสิ่งที่ลูกชายคนเล็กกล่าวในประโยคสุดท้ายจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไปด้วยความสงสัย

จิงเจ้อหรงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะพูดต่อว่า “ครับ ซวงเอ๋อร์จะไปพบผู้อาวุโสจูเพื่อขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอวันนี้น่ะครับ”

“ช่วยเหลืออะไร?”

คุณชายจิงถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ยินเรื่องราวที่จิงเจ้อหรงบอกกล่าว “นี่ผู้อาวุโสจูจะส่งคนมาคอยปกป้องซวงเอ๋อร์หรือเนี่ย ฉันเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว”

คุณชายจิงไม่คิดเลยว่าในหนึ่งวันจะเกิดเรื่องราวมากมายขนาดนี้ หลังจากทราบว่าถังซวงปลอดภัยดี เขาจึงโล่งอกก่อนจะหันมองถังซวงแล้วพูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้นหลานก็ควรไปขอบคุณผู้อาวุโสจูสำหรับความช่วยเหลือของเขาในวันนี้นะ”

สำหรับครอบครัวของพี่ใหญ่ พวกเขาทราบเรื่องราวของถังซวงเมื่อกลับถึงบ้านในเวลากลางคืน ทั้งหมดก็เป็นห่วงถังซวงมากและโล่งใจเมื่อเห็นว่าเธอปลอดภัยดี อวี๋มินรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ยังไม่ได้นัดดูตัวให้กับลูกชาย ดูสิ เพียงการนัดดูตัวครั้งเดียว สร้างปัญหามากมายไม่รู้จบได้ถึงขนาดนี้

ส่วนถังเซวี่ยที่สำรวจถังซวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมั่นใจว่าพี่สาวของตนไม่เป็นไรจริง ๆ

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ จิงเหวินรุ่ยและจิงเหวินหยวนพาถังซวงและถังเซวี่ยออกไปซื้อของ เดิมทีวันนี้มีแค่จิงเหวินรุ่ย แต่จิงเหวินหยวนตามมาในตอนท้าย เขารู้ดีว่าถังซวงเจอแต่เรื่องที่น่าหนักใจ และเขาค่อนข้างเป็นห่วงจึงติดตามมาด้วย อีกทั้งวันนี้เขาก็อยากซื้อของขวัญให้กับน้องสาวทั้งสองคนเช่นกัน

หลังจากที่ทั้งหมดเดินร่วมกันบนถนน จิงเหวินหยวนอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ซวงเอ๋อร์ เธอต่อสู้เก่งมากเลยหรือ? ฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย”

จิงเหวินรุ่ยพยักหน้าพร้อมกล่าวเสริมขึ้นว่า “ใช่ ดูเหมือนทักษะการต่อสู้ของน้องซวงเอ๋อร์จะสุดยอดมาก ผมได้ยินว่าพวกนั้นล้วนแต่เป็นชายร่างใหญ่ ทักษะและเรี่ยวแรงของพวกเขาคงไม่ธรรมดาแน่นอน แต่ว่าน้องของเรากลับจัดการพวกเขาทั้งหมดได้”

เมื่อเห็นว่าจิงเหวินรุ่ยและจิงเหวินหยวนอยากรู้เรื่องนี้ ถังซวงยิ้มก่อนจะพูดขึ้นว่า “อย่างนั้นพรุ่งนี้ลองตื่นแต่เช้าแล้วมาสู้กันดีไหมคะ? ฉันจะสู้กับพี่ชายทั้งสองคนเลย”

จิงเหวินรุ่ยเองก็อยากลองดู เขาจึงรีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น “เอาสิ ๆ”

แม้แต่จิงเหวินหยวนก็ยังพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ได้เลย ฉันอยากเห็นทักษะการต่อสู้ของซวงเอ๋อร์อยู่พอดี”

แต่ถังเซวี่ยที่รู้ดีว่าทักษะของถังซวงยอดเยี่ยมขนาดไหน ดังนั้นเธออดไม่ได้ที่จะพูดกับพี่ชายทั้งสองคนนี้ว่า “พี่ใหญ่ พี่รอง พรุ่งนี้พี่สาวของฉันจะจัดการพวกพี่แน่นอน อย่าร้องไห้กันล่ะ”

“เสี่ยวเซวี่ย เธอสบประมาทพวกเรามากเกินไปแล้วนะ ฉันกับพี่ชายก็ไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย กลัวแต่ว่าฉันจะทำให้ซวงเอ๋อร์บาดเจ็บมากกว่า”

เมื่อถังซวงได้ยินคำพูดของจิงเหวินรุ่ยแล้ว เธอพูดออกมาว่า “พี่รองคะ ไม่ต้องออมมือให้ฉันนะคะ ใช้แรงได้เต็มที่เลย”

ได้ยินถังซวงพูดอย่างนั้น จิงเหวินรุ่ยอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “ซวงเอ๋อร์ เธอก็อย่าร้องไห้ล่ะ”

“พี่ใหญ่ พี่รอง ฉันกลัวว่าพวกพี่สองคนจะเป็นฝ่ายร้องไห้มากกว่า”

ถังซวงกล่าวขึ้นจากด้านข้าง

ทั้งสี่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานก่อนจะเดินเข้าห้างสรรพสินค้าด้วยกัน ทั้งจิงเหวินรุ่ยและจิงเหวินหยวนซื้อของมากมายให้กับสองพี่น้อง แม้แต่เฮ่อหลานก็ยังได้ของขวัญด้วยเช่นกัน อีกทั้งผู้ใหญ่ในครอบครัวทั้งหมดก็ด้วย

เมื่อทั้งสี่คนกลับมาถึงบ้านแล้ว อวี๋มินและเมิ่งผิงไม่พูดอะไรสักคำ เพราะทั้งสองรู้สึกว่าลูกชายทำในสิ่งที่ถูกต้อง

และเมื่อเห็นว่าถังซวงมีความสุข จิงเหวินหยวนและจิงเหวินรุ่ยก็รู้สึกว่ามีความสุขตามไปด้วย เพราะพวกเขาคิดว่าของขวัญที่ซื้อมาทั้งหมดล้วนแต่เหมาะสมแล้ว

และในวันถัดมา ทั้งสองคนก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น…

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด